ตอนที่ 57อ้าแขนรับหมัดของเมดสาวด้วยรอยยิ้ม
ยามค่ำคืนที่แสงจันทร์อ่อนๆ
“คิดว่าแกจะหนีพ้นเหรอ”
ชายคนหนึ่งถูกกลุ่มคนนับสิบกดร่างไว้กับพื้นและในทันทีที่ร่างของเขาแนบพื้นก็ถูกเชือกที่เรืองแสงสีส้มรัดแขนและขาของเอาไว้แน่นเชือกเรืองแสงสีส้มที่มีความทนทานกว่าเชือกปกติหลายเท่าเป็นเชือกที่เกิดจากสกิลของกลุ่มคนที่กดร่างเขาไว้
...ไม่นานหลังจากนั้นก็มีหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้นเดินมาตรงหน้าของเขาพร้อมกับมือที่รวดเร็วจนสายตามองแทบไม่ทันจ้วงเข้าไปในปากของเขา แล้วดึงฟันซี่หนึ่งออกมา
“อ๊ากกกก!!!!!!!!!”
ชายที่ถูกกดร่างร้องดิ้น...
“เป็นอย่างที่หัวหน้าบอกไว้จริงๆหลังจากที่จับตัวมันได้แล้วให้รีบถอนฟันมันออกมา”
ชายตรงหน้าพูดขึ้นหลังจากที่มันได้ถอนฟันของเขาแล้วยกฟันซี่นั้นขึ้นมาชื่นชม...ภายในฟันซี่นั้นมียาพิษซ้อนไว้อยู่
กลุ่มคนที่กดร่างของเขาเอาไว้เป็นเจ้าหน้าที่เกรทเทอร์ที่ทำงานขึ้นตรงให้กับเกอแรนด้า
.
.
---ก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานเรื่องที่พบบุคคลต้องสงสัยสองกลุ่มแอบขึ้นมาบนเกาะ
ซึ่งนั่นอาจจะเป็นเรื่องที่ปกติไปแล้วเมื่องานกีฬาสีที่กำลังจะเริ่มก็มักจะมีกลุ่มคนที่มาเข้าร่วมเพื่อป่วนการแข็งขันโดยเฉพาะ
แต่ทว่าครั้งนี้มันแตกต่างออกไป...เมื่อพวกเขาจับตัวผู้ต้องสงสัยได้สองคน
คนแรกนั้นบริเวณหน้าอกซ้ายของมันมีรอยสักรูปวาฬถูกฉมวกเสียบทะลวงศีรษะ เป็นสัญลักษณ์ขององค์กร ‘ซาเวจโรบินฮู้ด’ หนึ่งในองค์กรที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกมืดสิ่งที่พวกมันต้องการมีเพียงแค่เงิน และของมีค่า
พวกมันขึ้นชื่อเรื่องการปล้นและขโมยคนรวยอย่างไร้ซึ่งความปราณี...
คำพูดสั่งสอนและศีลธรรมต่างๆไม่มีประโยชน์ต่อองค์กรนี้แม้ในชื่อองค์กรจะมีคำว่าโรบินฮู้ดแต่พวกมันยอมรับโดยตรงตั้งแต่แรกว่าไม่ใช่องค์กรที่ทำเพื่อคนจนเงินทุกบาทขโมยได้ถูกใช้เพื่อองค์กร...พวกมันแค่ต้องการปล้นคนรวยเพื่อความสนุกเท่านั้น
ซาเวจโรบินฮู้ดนั้นไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่แต่เป็นอีกคนที่พวกเขาเพิ่งจะจับตัวได้ต่างหาก
ยังโชคดีที่หยุดการฆ่าตัวตายของมันได้ทัน...
มันเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่ใช่เกรทเทอร์แต่การกระทำต่างๆและการซ่อนยาพิษไว้ในฟันพร้อมที่จะฆ่าตัวตายได้ทุกเมื่อของมันนั้นทำให้พวกเขารู้สึกกังวลอย่างแท้จริงจนนั่งแทบไม่ติด
มีมนุษย์ธรรมดาเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่กล้าเหิมเกริมมาทำแบบนี้กับเกรทเทอร์ได้หนึ่งในนั้นคือภาคีมือสังหาร ‘เราจะฆ่าเกรทเทอร์อย่างรวดเร็วและทันทีท่วงที’หรือเรียกย่อๆว่า ‘จีคี’
ภาคีมือสังหารจีคี จะล่าเฉพาะเกรทเทอร์โดยไม่สนเลยว่าเกรทเทอร์คนนั้นจะดีหรือเลว
และพวกมันก็ออกล่าสังหารเกรทเทอร์ระดับสูงมาแล้วมากมายทั่วโลกจนหลายประเทศยกให้พวกมันเป็นกลุ่มที่อันตรายขั้นสุด
แม้ในกลุ่มจีคีจะเต็มไปด้วยมนุษย์ธรรมดาแต่มนุษย์ธรรมดาเหล่านั้นส่วนใหญ่จะรับหน้าที่สนับสนุนและหาข้อมูล
ส่วนผู้ที่รับหน้าที่เป็นมือสังหารจริงๆดันเป็นเกรทเทอร์ที่ล่าเกรทเทอร์ด้วยกันเอง
.
.
ในห้องทรมาน ที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวของเหงื่อและเลือด
“แกมาทีนี่ทำไมจีคีต้องการสังหารใครในเกอแรนด้าบอกมาเดี๋ยวนี้”
...ไม่ว่าพวกเขาจะซ้อมทรมานมนุษย์ตรงหน้ามากมายสักแค่ไหนมันก็ไม่มีที่ท่าจะปริปากพูดออกมาเลย
มีเพียงเสียงหัวเราะในลำคอ
“ฮึฮึฮึ!”
สายตาของมนุษยธรรมดามองไปที่เหล่าเกรทเทอร์ที่ซ้อมทรมานเขาอย่างไร้ซึ้งความกลัว
“เปล่าประโยชน์น่า~สิ่งที่พวกแกเกรทเทอร์ทำกับลูกสาวของชั้นมันทรมานยิ่งกว่านี้อีกไม่ใช่เหรอ....พวกแกไม่ต้องถามให้เสียเวลาเปล่าหรอกนะเมื่อถึงเวลาเดี่ยวพวกแกก็รู้เองนันแหละฮึฮึฮึ!!!”
.
.
.
----ภายในมิติตะเกียงแห่งการประลอง
ฟอยมองไปที่กอนอย่างแปลกใจแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูสุภาพเป็นอย่างมาก
“ที่ท่านต้องการมีเพียงแค่ตะเกียงแห่งการประลองจริงๆอย่างงั้นเหรอครับ”
“ใช้! แล้วก็ช่วยเลิกเรียกชั้นแบบนั้นด้วย”
หากเดินอยู่ท่ามกลางผู้คนแล้วฟอยมาเรียกเขาแบบนั้นมาคงดูแปลกๆชอบกล...
“แล้วจะให้ผมเรียกท่านว่าอะไรเหรอครับ”
ฟอยตั้งตารอคำตอบด้วยสายตาที่เลื่อมใส
“เรียก‘กอน’แบบปกตินั้นแหละ”
...แม้กอนจะบอกให้ฟอยเรียกเขาด้วยชื่อในแบบปกติแต่ก็มิวายถูกฟอยเรียกว่าท่านกอนด้วยท่าทางที่นอบน้อมและกอนก็ขี้เกียจจะไปใส่ใจมันแล้วจะเรียกอะไรก็เรียกไปเถอะ
“แบบนี้ก็เท่ากับว่าผมเป็นข้ารับใช้ของท่านแล้วสินะครับ”
“ไม่! ชั้นไม่รับใครเป็นคนรับใช้ทั้งนั้น....เพราะชั้นมีคนรับใช้อยู่เยอะแล้ว”
กอนตอบปฏิเสธเสียงแข็งยิ่งพูดคุยกับฟอยนายไปเขายิ่งรู้สึกเหนื่อยหน่าย...ส่วนซีโร่นั้นมองไปที่ฟอยอย่างไม่ชอบใจเอามากๆ
.
.
“ตอนนี้ชั้นอยากกลับไปพักแล้ว...”
กอนพูดจบก็หันไปมองฟอยด้วยรอยยิ้มที่สดใส
“เอ๊ะ!!!”
ฟอยทำท่างุนงงอยู่สักพักก่อนที่จะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“..............เอ๊!!!!!!”
“ซีโร่จัดการได้” กอนออกคำสั่ง
“รับทราบค่ะ”
สิ้นคำพูดซีโร่ เธอก็พุ่งตัวเข้าหาฟอยด้วยหมัดและเท้า...ส่วนฟอยนั้นได้อ้าแขนรับด้วยรอยยิ้มและน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องถูกอัดจนหมดสภาพอยู่ดีเพื่อที่จะออกไปจากมิติของตะเกียงแห่งการประลองได้ตรงตามเงื่อนไขที่เขาเป็นคนตั้งไว้เอง...
“ผั๊วะๆ ตุบ!ๆๆๆเพี๊ยะ!!!!!!”
เสียงร่างกายของฟอยถูกกระแทกโดยหมัดและลูกเตะอย่างต่อเนื่อง
ซีโร่นั้นเหมือนคนที่เก็บกดกระหน่ำโจมตีใส่ฟอยโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก
...ยังโชคดีที่กอนบอกเธอว่าอย่าให้ถึงขั้นตาย
และหมัดสุดท้ายของเธอเสยคางของฟอยเข้าอย่างจัง
“ปัค!!!!”
ร่างของฟอยลอยสูงและร่วงลงมากระแทกพื้นในท่าตูดโก่ง...
.
.
----แล้วหลังจากนั้นเองที่พวกเขาได้ออกมาจากมิติแห่งการประลอง
ส่วนสภาพของฟอยในตอนนี้เรียกได้ว่าพังยับเยิน
และเมื่อโคบี้ที่เห็นสภาพร่างกายของนายน้อยเขาก็รู้สึกแปลกใจแบบขั้นสุด ‘นี่นายน้อยแพ้อย่างงั้นเหรอ...เป็นไปไม่ได้’
“แกทำอะไรกับนายน้อย!!!”
สายตาของโคบี้จ้องไปที่กอนด้วยความอาฆาตในทันที...
พร้อมที่จะพุ่งตัวไปเล่นงานเด็กหนุ่มตรงหน้าโดยที่ไม่สนว่าสุดท้ายของจะต้องสู้กับเมดของมัน
“หยุดเดี่ยวนี้นะโคบี้!!!”
แต่ก่อนที่เขาจะได้ลงมือทำอะไรลงไปนั้นฟอยก็ได้ห้ามเขาไว้
แล้วพยายามเดินอย่างโซซัดโซเซเข้าหากอน
“นี่ครับ!...ตะเกียงแห่งการประลอง”
ฟอยมอบตะเกียงให้กอน...ภาพตรงหน้านั้นเป็นสิ่งที่ทำให้โคบี้แปลกใจจนยากที่จะเชื่อ
.
.
.
ฝากติดตามผลงาน เพจเฟสบุ๊ค : https://bit.ly/3aJY2ic