ภาพผู้คนมากมายในตอนเช้าที่โรงพยาบาลติดตาของชายหนุ่มไม่หายจนเขาคิดว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาพิญญาคงลำบากไม่น้อยไม่ว่าจะเป็นอาการป่วยของเธอและลูกหญิงสาวก็เลือกจะใช้บริการจากโรงพยาบาลของรัฐที่แม้จะมีการรักษาที่ดีก็ต้องแลกด้วยการรอคอยเป็นเวลานานท่ามกลางผู้คนจำนวนมากภาพหญิงสาวที่ผ่ายผอมลงเรื่อยๆเดินลงจากรถของเขาไปเมื่อเช้าทำให้เขาได้เห็นกับตาว่าร่างนั้นแทบหมดเรี่ยวแรงจนราวกับจะปลิวไปตามลมได้โรคมะเร็งทำให้หญิงสาวทรมานทั้งกายและใจแต่เขาไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย
บ่ายวันนั้นชายหนุ่มจึงลองโทร.หาพิญญาเพื่อจะไปรับเธอจากโรงพยาบาลแต่เขากโทร.เท่าไหร่เธอก็ไม่รับสายจนเขาเริ่มกังวลจนผ่านไปเกือบชั่วโมงหญิงสาวก็ติดต่อกลับมาด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก
“เธอหาหมอเรียบร้อยหรือยัง ฉันจะได้ไปรับ”
“ไม่เป็นไรหรอกคะ ฉันกลับเองได้”
“เธอเป็นอะไรหรือเปล่า เหนื่อยไหม”
“เปล่าหรอกค่ะ ฉันไม่ได้เป็นอะไร คุณไม่ต้องมารับฉันหรอกแต่ยังไงช่วยไปรับอลินแทนฉันได้ไหมคะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว” ชยันต์รับปากแล้วรีบบึ่งรถไปรับเด็กหญิงที่โรงเรียนซึ่งก็เลยเวลาเลิกเรียนไปนานพอสมควรแม้ว่าจะยังมีเด็กนักเรียนบางส่วนที่รอผู้ปกครองมารับแต่เมื่อชายหนุ่มไปถึงก็เห็นอลินนั่งหน้าบูดรออยู่ก่อนแล้ว
“แล้วแม่ละคะ”
“แม่ให้ลุงมารับเพราะกลัวว่าจะอลินจะคอยนานเดี๋ยวคงกลับไปเจอกันที่บ้านแหละ”
เด็กหญิงยังคงนั่งนิ่งพลางใช่ความคิดอย่างหนักไม่รู้แม่คิดยังไงถึงให้ลุงยักษ์มารับเธอที่โรงเรียนนี่ถ้าลุงยักษ์เกิดกลายร่างเป็นคนขี้โมโหเหมือนวันนั้นอีกเธอไม่แย่หรอกหรือดังนั้นเจ้าตัวกลมจึงนั่งกอดอกจับเจ่าและยืนยันว่าจะรอแม่มารับให้ได้เมื่อชยันต์เห็นแบบนั้นก็จำเป็นต้องโทรบอกพิญญาให้เจรจากับลูกจนเมื่อหญิงสาวพูดคุยทำความเข้าใจแล้วอลินจึงยอมขึ้นรถแต่โดยดีแม้จะไม่ยอมให้เขาแตะต้องตัวเธอเลยก็ตาม แต่แทนที่จะนั่งเบาะข้างคนขับเจ้าตัวแสบกลับเลือกนั่งที่เบาะด้านหลังแทน ใครจะอยากอยู่ใกล้ลุงยักษ์กันล่ะ