ตอนที่ 29
เมื่อหานตงและลูกๆไปจัดการซื้อของตามความต้องการของผู้เป็นภรรยาเสร็จแล้วจึงขับเกวียนไปยังร้านขายตำราขนาดใหญ่ ตามความต้องการของลูกๆทันที
“นี่คือร้านขายตำราที่ใหญ่ที่สุดของที่นี่ พวกเราเข้าไปดูกัน”สามพ่อลูกเมื่อจอดเกวียนเรียบร้อยก็พากันเดินเข้าไปในร้านทันที
ตำรามากมายตามชั้นวางดึงดูดความสนใจของจิวจิวได้ทันทีสามพ่อลูกจึงแยกย้ายกันไปตามหาหนังสือที่ต้องการ จิวจิวไล่มองตำราตามชั้นต่างๆ นางค่อยๆหยิบตำราพวกนั้นขึ้นมาดูที่ละเล่มอย่างสนใจจนเผลอเดินลึกเข้าไปยังชั้นตำราที่อยู่มุมสุด ขณะก้มๆเงยๆดูตำราอยู่นั่นเอง
โป๊ก
“โอ้ย”จิวจิวเจ็บจนน้ำตาไหลมือน้อยลูบหัวตัวเองไปมา
“อะไรเนี๊ยะตำราเล่มนี้หล่นมาได้ยังไงกัน”จิวจิวมองตำราเล่มเก่า จนแทบมองตัวอักษรตรงหน้าปกไม่เห็นอย่างสงสัย ก่อนมองสำรวจชั้นวางตำราตรงหน้า ตำราถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบไม่มีทางหล่นออกจากชั้นได้แน่ๆ
“ตำรานี่มัน ...พลังวิญญาณ”จิวจิวพยายามแกะอ่านชื่อตำราตรงหน้าเพียงแต่ตัวอักษรตรงหน้าเลือนหายจนอ่านไม่ออกเมื่อเปิดหน้าต่อไปถึงเห็นว่ามันเป็นตำราปลุกวิญญาณที่กำลังตามหา จิวจิวถึงกับดวงตาเป็นประกาย สงสัยท่านเทพจะประทานมันมาให้ ถึงทำให้มันตกใส่กลางหัวนางได้แบบนี้
“หึ ท่านเทพที่ไหนกันเชอะ”หยวนเป่ามองเหยียดจิวจิวที่อยู่ด้านล่าง เมื่อกี้เขาก็แค่ออกแรงถีบหนังสือเล่มนั่นลงไปถึงกับได้เลื่อนขั้นเป็นเทพง่ายดายอย่างนั้นที่ไหนกัน แล้วมันก็หายวับไปราวกับไม่เคยอยู่ตรงนี้มาก่อน
“ท่านพ่อข้าเจอนี่เจ้าค่ะ”จิวจิวชูตำราเล่มที่หยิบมาได้ให้บิดาดู
“นี่ตำราอะไรกันจิวเออร์ไม่เห็นมีตัวอักษรสักตัว”หานตงหยิบตำรานั้นมาพลิกดูอย่างแปลกใจ
“เอ๊ะ”จิวจิวขอตำรากลับมาพลิกดูก็เห็นตัวอักษรเต็มทุกหน้าเช่นเดิม
“นี่ไงท่านพ่อท่านไม่เห็นรึ”จิวจิวชี้ให้บิดาดูอีกครั้งอีกครั้ง
“ไม่เห็นมีเลย จิวเออร์เจ้าตาฝาดหรือไม่”หานตงเคาะหน้าผากบุตรสาวเบาๆอย่างเอ็นดู
“เป็นไปได้อย่างไรกัน”จิวจิวขมวดคิ้วแปลกใจทำไมบิดาถึงมองไม่เห็นเหมือนนาง แต่จิวจิวก็ตัดสินใจส่งตำราเล่มนั้นรวมไปกับตำรามากมายที่ซื้อไปฝากพี่ชายกับพี่สาวที่บ้าน
“ตำรานั้น นังหนูเจ้าสนใจเรื่องพลังวิญญาณอย่างนั้นรึ”ชายอาวุโสมองตำราที่เด็กน้อยถือออกมาอย่างสนใจไม่ง่ายที่จะเห็นหนังสือแบบนี้ปรากฏขึ้นที่นี่คนธรรมดาทั่วไปจะมองไม่เห็นตัวอักษรที่เขียนไว้บนตำรา นอกเสียจากคนที่มีวาสนาและคนที่มีพลังวิญญาณชั้นสูงเท่านั้นจากที่เขาสำรวจดูเด็กน้อยคนนี้ยังไม่ได้ปลุกพลังเป็นไปได้อย่างมากที่เด็กน้อยตรงหน้าจะเป็นผู้มีวาสนาตามคำทำนาย ที่ทำให้เขาดั้นด้นมาถึงที่ห่างไกลทรุกันดารเช่นนี้เปิดร้านขายตำราบังหน้า เพื่อมองหาผู้มีวาสนาทันทีที่เห็นเด็กน้อยถือตำราเล่มนั้นออกมา เขาพบว่าหน้าที่ของเขากำลังจะจบลงแล้ว
“อ๋อ เจ้าค่ะ ข้าแค่อยากลองศึกษาดู”จิวจิวตอบคำถามชายชราแปลกหน้า
“ฮ่าฮ่า หายากเด็กที่สนใจเรื่องนี้ยิ่งเป็นที่ห่างไกลเช่นนี้ยากนักที่จะได้พบ”ชายชราตรงหน้า หัวเราะเสียงดัง จนคนมองกันทั้งร้าน
“นังหนูเจ้าสนใจเข้าเรียนในสำนักศึกษาหรือไม่”ชายชราพบตบมือพลางถูกมือไปมาด้วยความความดีใจ ยิ้มกว้าง ไม่คิดว่าจะพบคนที่เขาตามหาในที่ที่ห่างไกลเช่นนี้
“ท่านมาจากเมืองหลวงอย่างนั้นรึ”จิวจิวมองสำรวจชายชราที่แต่งกายหรูหราตรงหน้าอย่างแปลกใจ
“แน่นอนสิ เจ้าสนใจรึไม่เล่า”ชายชรายิ้มกว้างเขารู้สึกสนใจเด็กน้อยตรงหน้าจริง รู้สึกมีบางอย่างบอกเขาว่าเด็กน้อยนี้ไม่ธรรมดา
“ไม่สนใจเจ้าค่ะ”ตอบเสร็จจิวจิวก็ทำความเคารพอีกฝ่ายก่อนเดินจากไปหาบิดา เพื่อนำตำราไปชำระเงินกับพนักงาน
“เฮ้ย นังหนู อย่าเพิ่งไปสิเจ้าไม่สนใจจริงๆหรือ สำนักศึกษาของข้าใครๆก็อยากจะเข้านะ”ผู้เฒ่าหนวดคราว จกตลึงไปชั่วครู่เมื่อถูกเด็กน้อยปฏิเสธ ก่อนจะรีบก้าวยาวๆตามเด็กน้อยไป
“นังหนู เจ้ายังไม่ทันรู้เลยว่าข้าคือใครสำนักศึกษาของข้าโด่งดังแค่ไหนเจ้ารู้หรือไม่เจ้าถึงกับกล้าปฏิเสธผู้เฒ่าอย่างข้าเชียวหรือเจ้าคิดดูก่อนดีหรือไม่”ชายชราเดินดักหน้าดักหลัง ตะล่อมจิวจิวให้ยอมรับข้อเสนอของเขาไม่หยุด
“ท่านผู้อาวุโสข้ายังไม่สนใจเข้าสำนักศึกษาในเวลานี้เจ้าค่ะ”จิวจิวทำหน้าไม่ถูก เมื่อจู่ๆถูกตามตื้อจากชายชราแปลกหน้าช่างพิกลจริงๆ
“เช่นนั้นต่อไปเจ้าจะสนใจใช่หรือไม่”ผู้เฒ่าหนวดขาวยิ้มกว้าง ไม่สนใจคำปฏิเสธก่อนหน้า
“ทำไมท่านถึงสนใจในตัวข้าล่ะเจ้าคะข้าก็แค่เด็กน้อยคนหนึ่ง ไม่มีทั้งพลังวิญญาณ หากออกจากที่นี่ไปข้าก็คือตัวไร้ค่าคนหนึ่งเท่านั้น”จิวจิวขมวดคิ้วอย่างสงสัยไม่รู้ชายชรามองเห็นอะไรในตัวนาง เขาถึงตื้อไม่หยุดแบบนี้
“อืม ช่างเป็นเด็กที่เฉลียวฉลาดเสียจริงๆ”ชายชราลูบเคราพลางพยักหน้ามองเด็กหญิงตัวน้อย ที่ยืนอมยิ้มน้อยๆ กล่าวกับเขาอย่างชัดถ้อยชัดคำช่างแปลกประหลาดนัก เด็กในวัยนี้น้อยคนที่จะสำรวมได้ขนาดนี้ไม่มีร่องรอยเขินอายอย่างเด็กหญิงทั่วไป ร่างน้อยดูสบายๆ ไม่ได้รับแรงกดดันจากพลังวิญญาณในตัวเขาแม้แต่น้อย
“ท่านผู้อาวุโส ข้ายังมีธุระจะต้องทำคงไม่ว่างคุยกับท่านแล้วเจ้าค่ะ ขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”จิวจิวเอ่ยบอกก่อนจะรีบสาวเท้ายาวออกไปจากร้าน ฝีเท้าว่องไวพร้อมกับรีบจูงมือบิดาและพี่ชายรีบขึ้นเกวียนจากไปกลัวว่าอีกฝ่ายจะตามไม่ยอมเลิกลาโดยที่มีชายแปลกหน้าที่นางกล่าวถึงยังยืนนิ่งตลึงที่ถูกปฏิเสธรอบสอง
“พิลึกจริงๆ สำนึกศึกษาชื่อดังอะไรกันหานักเรียนแบบนี้ต้องเป็นพวกต้มตุ๋นแน่ๆ”จิวจิวแอบเหลือบมองด้านหลังว่าชายแปลกหน้าคนนั้นติดตามมาหรือไม่
“มีอะไรหรือจิวเออร์ ทำไมเจ้าถึงรีบเช่นนี้”หานตงหันมามองบุตรสาวอย่างสงสัยตอนเดินออกมาจากร้าน เขาเห็นนางหยุดพูดคุยกับผู้อาวุโสคนหนึ่ง หลังจากนั้นบุตรสาวก็รีบมาเร่งให้เขารีบกลับ
“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะท่านพ่อก็แค่พวกต้มตุ๋นเท่านั้นเอง”จิวจิวตอบบิดา ลอบโล่งอกเมื่อเห็นไม่มีผู้ใดตามมา
“จริงรึ ดีแล้วที่เจ้ารีบออกมาแล้วเจ้าเป็นอะไรหรือไม่”หานตง ตกใจเมื่อได้ยินว่าเป็นพวกต้มต้นเขายังคิดว่าเป็นพวกคนชั้นสูงเสียอีก ดูจากการแต่งกายด้วยอาภรณ์เนื้อดีดูแล้วน่าจะราคาแพง และท่าทางของอีกฝ่ายก็ดูน่าเกรงขามอยู่ไม่น้อย
“น้องเล็กทำไมเจ้าไม่เรียกข้าไปช่วย”หยางหลงทำหน้าตาตื่นเมื่อได้ยินว่าเป็นพวกต้มตุ๋น
“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะไม่ได้เกิดอะไรขึ้นทั้งนั้น ก็แค่พูดคุยเฉยๆ”จิวจิวรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธ
“พูดคุย เจ้าคุยอะไรกับนักต้มตุ๋นอย่างนั้นรึ”หยางหลงยังคงแสดงความอยากรู้อยากเห็น
“แล้วทำไมเจ้าถึงคิดว่าเขาเป็นนักต้มตุ๋นกันล่ะ”หานตงยังสงสัยอยู่ไม่น้อย
“จะไม่ใช่นักต้มตุ๋นได้อย่างไรกันเจ้าค่ะมีอาจารย์ชื่อดัง ที่ไหนจะมาหานักเรียนแบบนี้”จิวจิวทำหน้ามุ่ย
“หานักเรียนอย่างนั้นรึ”หยางหลงเอ่ยอย่างสงสัย
“อืม คืออย่างนี้ เข้าแค่ถามว่าสนใจเข้าไปเรียนในสำนักศึกษาชื่อดังของเขาหรือเปล่าข้าแค่ตอบว่าเปล่า แล้วรีบจากมาเลยเจ้าค่ะ”จิวจิวอธบายให้บิดาและพี่ชายฟัง
“อืมอย่างงั้นเขาก็คงเป็นนักต้มตุ๋นจริงๆนั่นแหละ”หานตงสรุปหลังฟังคำตอบจากของบุตรสาวก่อนจะรีบเร่งขับเกวียนกลับบ้าน โดยไม่ลืมมองไปด้านหลังว่ามีคนติดตามมารึเปล่า
“น้องเล็กหากเจ้าพบเขาอีกต้องรีบหนีไปให้ไกลเลยนะ”หยางหลงรีบพยักหน้าเห็นด้วยกับบิดาพร้อมกับเอ่ยเตือนน้องสาว และถ้าหากชายชราเคราขาวนั่นรู้เข้าคงโกรธจนหนวดแทบกระดิกผู้อาวุโสแห่งสำนักศึกษาชื่อดังกลับถูกมองว่าเป็นพวกต้มตุ๋นลวงโลภไปเสียได้.