กำเนิดใหม่ กับครอบครัว ที่แสน [จะ] ธรรมดา [มั้ง]

    SS2_No.43 เดิมพัน [4]

    10 วันต่อมา...
    ภายฝนพื้นที่โล่งกว้างมีพื้นหญ้าเขียวขจีแลดูสวยงาม ไม่ต่างไปจากสถานที่ท่องเทียวดีๆ นี่เอง ถ้าไม่นับสิ่งมีชีวิตจำพวกเสือที่มีขนาดใหญ่โตมีเขี้ยวยาวลากพื้นนับหมื่นๆ ตัวทั้งยังท้องฟ้าที่ดูเรียบสงบกลับพลุกพล่านไปด้วยฝูงอีกานับพันๆ ตัวที่กำลังรอคอยอาหารอันโอชะของมัน
    ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือใจกลางของฝูงสัตว์อสูรจำนวนมากขนาดนี้ กลับมีกลุ่มมนุษย์นับร้อยคนที่กำลังถูกรายล้อมอยู่ ในมือของทุกคนเตรียมพร้อมไปด้วยอาวุธหลากหลายประเทศ ที่น่าแปลกก็คือฝูงสัตว์อสูรจำนวนมากเพียงแค่รายล้อมเอาไว้เท่านั้น แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะโจมตีแต่อย่างใด ราวกับว่าพวกมันกำลังรออะไรบางอยู่
    ถัดมาอีกด้านนึงบนยอดเขาที่ไม่ห่างไกลมากนัก กลุ่มของมินมินก็กำลังเฝ้ามองไปยังภาพเบื้องหน้าด้วยความแปลกใจเช่นเดียวกัน
    "มินมินพวกเราจะไปช่วยคนพวกนั้นหรือไม่!?" ฮันน่าเอ่ยถามขึ้น
    "แต่ฉันว่ามันแปลกๆ นะพวกเราอย่าเสี่ยงจะดีกว่า!!" อีริคกล่าวต่อทันที
    "นั่นสิคะ!! ดูเหมือนกับว่าพวกมันจงใจวางกับดักเพื่อล่อให้พวกเราออกไปเลย" มายเอ่ยตามความคิดของเธอ
    "พวกเรารีบไปทำงานกันต่อเถอะ" มินมินพูดตัดบทท่ามกลางความสงสัยของทุกคน
    "ได้/ตกลง/ตามนั้น" มาย อีริค ฮันน่า ตอบแทบจะพร้อมเพรียงกัน
    ไม่นานนักมินมินก็เสาะหาที่อยู่ของเทพอสูรอีกสองตนพบ ทว่าพวกมันกลับมิได้ตื่นตระหนกเมื่อพบเจอกลุ่มของมินมินแม้แต่น้อย ก่อนจะปรากฏร่างของชายปริศนาคลุมหน้าคนนึงออกมา มินมินถึงกับหรี่ตามองอย่างแปลกใจ เพราะระดับพลังของคนๆ นี้ไม่ด้อยไปกว่ากลุ่มของพวกเขาเลยด้วยซ้ำ อีกทั้งยังมีออร่าของจักรพรรดิอสูรแห่งการทำลายแฝงอีกด้วย
    "ในเมื่อเลือกอยู่ฝ่ายศัตรูของมนุษย์และทุกเผ่าพันธุ์ จงอย่าได้เสียใจหากต้องตกตายไปที่นี่" มินมินพูดจายั่วยุเพื่อดูปฏิกิริยาตอบสนองของอีกฝ่าย
    "น่าเสียดายสาวๆ ที่หน้าตาสะสวยเช่นพวกเจ้า ถือว่าเป็นโชคของข้าก็แล้วกันเพราะจากนี้ไป พวกเธอจะต้องกลายมาเป็นนางบำเรอของข้า" ชายคลุมหน้าไม่สนใจคำพูดของมินมินแม้แต่น้อย
    "พรึ่บ!!?"
    "ปัง!!?" จู่ๆ ชายคลุมหน้าก็เคลื่อนกายเข้าจู่โจมมินมินอย่างซึ่งหน้า ทั้งอย่างนั้นมินมินเองก็ปะทะพลังกับอีกฝ่ายอย่างซึ่งหน้าเช่นกัน แต่เพราะระดับพลังของชายคลุมหน้ามีออร่าเสริมพลังของจักรพรรดิแห่งการทำลายล้าง จึงทำให้มินมินกระเด็นถอยหลังไปนับสิบก้าว
    "ระดับพลังแตกต่างกันมากเกินไป" มินมินได้แต่สบถในใจอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะออกคำสั่งผ่านเสียงลมปราณ
    "จัดรูปแบบตามที่ข้าบอก ฮันน่า อีริคพอสบจังหวะจัดการผนึกเทพอสูรทั้งสองตน มายประเมินระดับพลังของอีกฝ่ายและตรวจหาเส้นทางหลบหนี นีน่าลูกเตรียมตัวให้พร้อมเผื่อยามฉุกเฉิน หงส์ [วิหคสวรรค์ของมาย] เมื่ออีริคกับฮันน่าฝ่าออกไปได้ให้กางม่านเพลิงคลอบคลุมข้ากับเจ้าคนชุดคลุมนั่น"
    สิ้นเสียงสั่งการของมินมินเธอก็รีบดีดตัวเข้าไปหาชายคลุมหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมเรียกพัดเหล็กในมือเธอออกมาเป็นอาวุธ ส่วนทางด้านชายคลุมหน้ากลับแสยะยิ้มอย่างน่าเกลียด ก่อนจะใช้หมัดต่อยสวนกลับไปที่พัดเหล็กของมินมิน ทว่าด้วยความที่อาวุธของมินมินนั้นแข็งแกร่งมาก จึงส่งผลให้ทั้งสองกระเด็นถอยไปคนละสองสามก้าว
    ชายคลุมหน้าถึงกับแปลกใจไม่น้อย เพราะต่อให้พัดเหล็กจะแข็งแต่ก็ไม่ควรที่จะรับหมัดอสูรของมันได้ แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ มินมินก็เริ่มจู่โจมต่อทันที โดยที่อีริคและฮันน่าต่างก็มุ่งจู่โจมมาทางเขา ก่อนที่อีริคกับฮันน่านั้นจะแยกตัวอ้อมไปทางด้านหลัง ชายคลุมหน้ารับรู้ได้ทันทีว่าสองคนนี้ต้องการที่จะทำอะไร ทว่าเขาเองก็ไม่สามารถขัดขวางได้ เพราะในเวลานี้เขาเองก็ถูกมินมินป่วนจนแทบจะไปไหนไม่ได้เช่นกัน
    "ฟู่ววววว!!!!"
    จู่ๆ ก็ปรากฏเปลวเพลิงที่ร้อนแรงล้อมชายคลุมหน้ากับมินมิน ด้วยประสบการณ์ในการต่อสู้มากมายของชายคลุมหน้ารับรู้ได้ทันทีเลยว่านี่ไม่ใช่แค่เปลวเพลิงธรรมดา มันน่าจะรุนแรงพอที่จะทำให้เขาบาดเจ็บได้ ทว่าชายคลุมหน้ากลับไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
    "น่าเสียดายความสามารถของเจ้าจริงๆ" ชายคลุมหน้ากล่าวอย่างเยาะเย้ย
    "งั้นหรือ!? ขอดูหน่อยเถอว่าเจ้าจะเก่งอย่างที่ปากพูดหรือไม่" มินมินไม่ได้หลงคำยั่วยุของอีกฝ่าย และยังยั่วยุกลับอีกด้วย
    "เหอะ!! ถึงจะเสียดายความสวยและมากความสามารถของเจ้า แต่ยังไงซะเจ้าก็ต้องตายที่นี่อยู่ดีจงรู้ไว้ว่าผลที่กล้ายอกย้อนข้าจะเป็นเช่นไร"
    สิ้นเสียงของชายคลุมหน้าหมวกผ้าที่ปิดบังหน้าตา ก็แตกกระจายทันทีแม้จะชั่วพริบตาเดียว แต่มินมินเองก็สามารถมองเห็นใบหน้าได้อย่างชัดเจน ก่อนที่ร่างของชายคลุมหน้าจะกลับกลายเป็นครึ่งอสูร
    "แกร๊ก!!?" จู่ๆ ก็ปรากฏโซ่สีดำสามเส้นพันธนาการร่างกายของชายครึ่งอสูรอย่างรวดเร็ว ทว่ามันก็แตกกระจายภายในพริบตาเช่นกัน เมื่อชายครึ่งอสูรปลดปล่อยพลังออกมาอย่างรุนแรง จนกระทั่งโซ่ของมินมินไม่อาจพันธนาการร่างกายของมันได้อีก
    "เลิกเล่นปาหี่ไร้สาระได้แล้วเจ้ามนุษย์!!" ชายครึ่งอสูรเอ่ยอย่างกราดเกรี้ยว พร้อมมองไปที่มินมินด้วยสายตาที่พร้อมจะฆ่าได้ทุกเวลา
    "ว้าว!! แข็งแกร่งใช้ได้เลยแฮะแต่น่าเสียดายที่ข้าไม่มีเวลามาเล่นกับเจ้าแล้ว ขอตัวก่อนละกันนะ!!" สิ้นเสียงของมินมินเธอก็หายตัวออกจากเปลวเพลิงอย่างรวดเร็ว โดยใช้แหวนพันธะสัญญาพาตัวเธอออกไปจากเปลวเพลิงของหงส์
    "บัดซบ!! นี่พวกมันกล้าหลอกล่อข้ามาติดกับดักหรือนี่!!" ชายชุดคลุมที่พลาดท่าเสียทีดีดตัวไปทางที่มินมินหายไป ทว่าเมื่อสำรวจรอบกลับต้องแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นวิธีหนีเอาตัวรอดแบบนี้มาก่อน ขณะกำลังชั่งใจคิดอยู่นั้น ตัวมันก็เตรียมที่ฝ่าดงเพลิงอสนีบาตที่รายล้อมตัวมันอยู่ แต่ทว่ากลับต้องเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้ง
    มินมินที่กลับไปรวมกลุ่มอีกครั้ง เมื่อฮันน่ากับอีริคสามารถผนึกอสูรทั้งสองตนได้เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะรีบสั่งการต่อทันที
    "นีน่าลูกวางเปลวเพลิงซ้อนทับกับเปลวเพลิงของหงส์อีกชั้นนึง"
    "ค่ะ"
    นีน่าที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วก็เรียกใช้เปลวเพลิงโลกันต์ของเธอ คลอบคลุมเปลวเพลิงของหงส์ทันที ทว่าด้วยความที่ทั้งนีน่าและหงส์ต่างก็เป็นอสูรในพันธะสัญญาของน็อกทั้งคู่ ทำให้เปลวเพลิงโลกันต์และเปลวเพลิงอสนีบาตรวมตัวกันเป็นเปลวเพลิงที่รุนแรงกว่าเดิมถึงหลายเท่าตัว
    มินมินและกลุ่มถึงกับแปลกใจเป็นอย่างมาก แต่ยังไม่ทันที่จะได้คิดอะไรต่อ ก็ได้ยินเสียงดังสนั่นหวั่นไหวมาทางกลุ่มนักล่านับร้อยที่ถูกรุมล้อม เพราะเมื่อเทพอสูรที่ควบคุมกองทัพอสูรถูกผนึก จะทำให้สัตว์อสูรใต้ปกครองคลุ้มคลั่งและโจมตีสิ่งมีชีวิตทุกประเภททันที มินมินจึงรีบนำพากลุ่มของเธอเพื่อไปช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว
    "ตู้ม!! ตู้ม!! ตู้ม!!"
    ทันทีที่กลุ่มของมินมินมาถึงภาพเบื้องหน้าไม่ต่างไปจากสงครามขนาดย่อม ฝูงสัตว์อสูรต่างวิ่งเข้าใส่กลุ่มนักล่าอย่างบ้าคลั่ง ส่วนกลุ่มนักล่าก็ตั้งแนวป้องกันอย่างดีเยี่ยมและโจมตีสวนกลับ ทว่าด้วยกองกำลังของกลุ่มนักล่าที่น้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัดคงยื้อเอาไว้ได้อีกไม่นาน มินมินกับอีริคและหงส์โดดลงมาทางทิศใต้ของฝูงอสูรที่บางที่สุด
    ก่อนจะให้อีริคใช้ดาบใหญ่ในมือกวาดเป็นทางยาวเปิดรัศมีเป็นเส้นตรง เพื่อเปิดเส้นทางให้กลุ่มนักล่าหลบหนีออกมาได้ ส่วนหงส์ก็ให้ใช้เปลิวเพลิงของเธอแผดเผาพื้นโดยรอยแต่เว้นตรงช่องทางหลบหนีไว้เท่านั้น ทำให้ฝูงสัตว์อสูรจำนวนมากตกตายลงไปในเปลวเพลิงของหงส์ ทว่าบางส่วนก็ยังคงวิ่งฝ่าดงเพลิงเข้าไปแล้วตกตายไปตามๆ กัน นอกจากสัตว์อสูรบางตัวที่เริ่มมีสติปัญญา พวกมันก็เฝ้ามองเหงื่ออันโอชะอยู่นอกเปลวเพลิง
    มินมินฝ่าเข้าไปและเร่งให้กลุ่มนักล่ารีบเคลื่อนตัวออกจากที่นี่อย่างรวดเร็ว ทว่าด้วยเหตุการณ์รวดเร็วที่เกิดขึ้น ก็ทำให้มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่เร่งรีบตามมินมินออกมา ทว่ากลุ่มนักล่าบางส่วนเห็นว่าภายในเปลวเพลิงนี้ปลอดภัยมากกว่า พวกมันจึงเลือกที่จะรออยู่ที่นี่เพราะถึงออกไปได้ก็ต้องพบเจอกับฝูงอีกาจำนวนมากอยู่ดี
    เมื่อกลุ่มนักล่าที่ตามมินมินออกมาด้านนอกเปลวเพลิงแล้ว ก็ต้องตกตะลึงไม่น้อยเพราะฝูงอีกาจำนวนมากบางตาลงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมๆ กับขนลุกซู่ที่เห็นร่างอสูรของนีน่าที่คล้ายกับนกฟีนิกซ์ขนาดใหญ่ กำลังไล่เผาฝูงอีกาบนท้องฟ้ามากมาย มินมินที่เห็นกลุ่มนักล่าชะงักก็รีบพูดขึ้น
    "ยังไม่ปลอดภัยหากอยากมีชีวิตรอดก็รีบตามมา!!"
    สิ้นเสียงของมินมินเธอก็วิ่งนำไปทางหุบเขาโดยไม่สนใจใครอีก ทว่ากลุ่มนักล่าที่พลันได้ยินเสียงเตือนถึงกับรีบวิ่งตามไปทันทีโดยไม่คิดสิ่งอื่นใดอีก และเมื่อพวกเขามาถึงยอดหุบเขาเปลวเพลิงที่ห้อมล้อมกลุ่มนักล่าที่ไม่ยอมหนีออกมา ก็คลายออกทันทีพร้อมๆ กับที่ฝูงเสือที่รอเหยื่ออยู่ด้านนอกกระโจมเข้าใส่ในทันทีด้วยความหิวกระหาย และกัดกินจนเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นอย่างระงม
    กลุ่มนักล่าที่หนีรอดมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ในตอนแรกก็คิดที่จะเข้าไปช่วยแต่พอได้ยินคำพูดสะกิดหูของพวกเขา จึงได้เพียงแต่มองตามไปด้วยความเจ็บปวด ที่พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ก็ไม่อาจโทษกลุ่มคนที่บุกมาช่วยเหลือพวกเขาได้ เพราะมันเป็นความจริงที่ต้องยอมรับ
    "พลังของกลุ่มฉันมีจำกัดในเมื่อพวกเขารั้นที่จะอยู่ภายในนั้น ไม่ยอมที่จะหนีออกมาก็ถือได้ว่าสมควรตายแล้ว และกลุ่มของฉันไม่ได้มีพลังมากพอจะมาช่วยเหลือใครถึงสองครั้งหรอกนะ"
    ไม่นานนักกลุ่มของมินมินก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง มินมินให้มายบอกเส้นทางที่ปลอดภัยให้กับตัวแทนหัวหน้ากลุ่มนักล่า เพราะเส้นทางของกลุ่มมินมินกับกลุ่มนักล่าตรงข้ามกัน จึงไม่มีเวลามากพอจะไปส่งได้อีกทั้งยังมีเดิมพันที่สำคัญมากอีกด้วย จากนั้นมินมินและกลุ่มของเธอก็รีบแยกตัวจากไปทันที

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ กับครอบครัว ที่แสน [จะ] ธรรมดา [มั้ง] ที่คุณอ่าน