เทียนมาถึงกำแพง แล้วเอ่ยกับองค์ชายหลิวอี้ว่า ต่อไปไม่ต้องอพยพแล้ว เขารู้วิธีที่จะสังหารพวกมันแล้ว เทียนพูดจบ ก็จากไป เพราะเขารู้แล้วว่าเจ้าตัวหนอนแม่นนั้นอยู่ที่ไหน ต่อให้มันหลบอยู่ในทรายลึกแค่ไหน มันก็ไม่รอดพ้นดวงเนตรสวรรค์ของเทียนไปได้ เทียนยืนอยู่บนเรือเหาะ กับลูกน้องอีก 25 คน
เทียนสั่งให้ทุกคนเตรียมหย่อนระเบิดลงไป ด้านล่างพวกหนอนแม่นกำลังล้อมเมืองแห่งหนึ่งอยู่ เทียนสั่งปล่อยยันต์ระเบิดนับร้อย ๆ พุ่งเข้าใส่ หนอนขนแม่นที่คิดว่า
ไม่มีใครทำอะไรมันได้ พอโดนยันต์ระเบิดเข้าไป ร่างมันก็แหลกเหลวไปหมด เทียนปล่อยเข็มสังหารเข้าไป หนอนขนแม่น เคยได้แต่ปล่อยเข็มเม่นใส่ผู้คน กลับต้องโดนเข็มคล้าย ๆ กับขนตัวเอง ถึงกับตัวแตกออกมา เทียนลงมาที่พื้นใช้มือปล่อยพลังไปที่พื้นทราย เจ้าหนอนขนแม่นระดับแม่ทัพ ถึงกับ สะดุ้งเพราะมีความร้อนเป็นจำนวนมากพุ่งเข้าใส่มัน จนมันทนไปไม่ไหว ต้องดิ้นร้นออกมาสู่บนพื้นทราย พอออกมา ร่างมันตัวใหญ่พอกับเจ้าตะกวดยักษ์ มันสลัดขนแม่นเป็นจำนวนนับพันเข้าใส่เทียน แต่ไม่สามารถเข้าใกล้เทียนได้ เทียนใช้ฝ่ามือยูไล สยบมารออกไปกลายเป็นตัวอักษรสวัสดิกะเพลิง พุ่งเข้าใส่ตัวหนอนนับร้อยนับพ้น ร่างตัวหนอนร่างทะลุเป็นตัวอักษรสวัสดิกะ เป็นรู ตายคาที่
เทียนใช้ปีกคุณเผิงฟาดเข้าใส่อีกที เปรี้ยง ร่างตัวหนอนกลายเป็นเศษเนื้อ เทียนตัดหัวขนแม่นที่ยังพอเป็นซากอยู่เอาไว้บนเรือ แล้วไปโยนไว้ที่ ข้างตะกวดยักษ์ เวลานี้ ตะกวดยักษ์ กับ หนอนขนเม่นตายหมดแล้ว สัตว์ทั้งสองก็หนีหายไปหมด ไม่ผุดขึ้นมาอีกเลย เทียน ยังสัมผัสถึง เจ้าพญาแร้งเพลิง ที่อยู่บนเขาที่ห่างไกล ซึ่งกำลังบินมา เพราะลูกน้องถูกเรือมังกรบิน ใช้ค่ายกลสังหารตายจนหมด พอมันบินมาถึงเห็นซากศพของ ลูกน้อง มันก็พ่นไฟเข้าใส่เทียนทันที
แต่ว่า เทียนไม่อยากเสียเวลา จึงใช้ธนูยิงตะวัน ยิงใส่ก่อนที่มันจะพ่นไฟออกมาซะอีก ร่างพญาแร้ง ที่ใหญ่โตเท่าๆ กับเรือ ร่วงไปนอนที่พื้น ตายทันที เทียนเดินเข้าไปตรวจสอบ ที่ร่างแร้งเพลิงตัวนี้ ในที่สุดก็มีเบาะแสบางอย่าง
จากนั้นเทียนก็ รีบกลับเข้าเมืองทันที พอกลับมาถึง บนกำแพงเมือง ทุกๆ คนที่ออกไปปฎิบัติภารกิจ ต่างกลับเข้ามา บอกว่า ไม่เจอสัตว์อสูรสักตัว อาจารย์เหมยซาน กับ องค์ชายเจ็ด เดินเข้ามาหาเทียนพร้อมกันพร้อมกับตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้
“ คุณชายตี้เทียน ทำไมพวกอสูร หายไปไหนหมดแล้ว ทั้งที่พวกเรากำจัดพวกมันไปเพียงไม่กีตัวเท่านั้น” องค์ชายเจ็ดเอ่ยถามเทียน
“ นั่นซิ นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่” อาจารย์เหมยซาน เพราะที่รู้มามีสัตว์อสูรนับแสนตัว ทำไมถึงหายไปหมด
“ สัตว์ที่หายไปส่วนหนึ่ง อาจเป็นเพราะ ตัวแม่ทัพตายไปแล้ว สามตัว แต่ยังเหลืออีก 1 ตัว คือ ตะขาบทะเลทราย เท่าที่ข้าตรวจสอบ
เส้นทางการเคลื่อนไหวของ ตะขาบทะเลทราย มันได้เข้ามาอยู่ในเมืองเรียบร้อยแล้ว ขอให้พวกท่านกระจายข่าว บอกให้ทุกคนที่อยู่ในเมือง ระวังตัวให้ดีด้วย” เทียนเอ่ยออกไปด้วยความมั่นใจ
“ พวกเราจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าเป็นเรื่องจริง” องค์หญิงเก้าเอ่ยด้วยความสงสัย
ยังไม่ทันที่ทุกคนจะพูดอะไรกันต่อ ก็มีเสียงผู้คนส่งเสียงหวีดร้องกันไปทั่ว เพราะตะขาบทะเลทราย เข้ามาอยู่ในกำแพงเมืองแล้ว คนที่โดนพิษตะขาบล้วนกลายเป็นน้ำเมือกสีเขียว ตายไปในทันที เทียนบอกให้ ลูกน้อง 25 คน เปิดเสื้อเกราะป้องกันพิษเอาไว้ แล้วเทียนใช้ดวงตาสวรรค์มองหาตัวแม่ทัพตะขาบทะเลทราย ไม่นานก็พบ มันฝังตัวอยู่ใต้กองบัญชาการใหญ่นี่เอง
เทียนกระทีบเท้าไปที่พื้นดิน เปรี้ยง แผ่นดินตึกกองบัญชาการ พังกระจายแผ่นดินแยกออกมา ปรากฏโฉม ตะขาบทะเลทรายตัวใหญ่ ค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาเพราะเทียนใส่พลังเพลิงอัคคีสุริยัน เข้าไปในเท้านี้ทำให้มันอดรนทนไม่ได้ ต้องออกมาเหนือพื้นดิน มันปล่อยพิษเข้าใส่เทียน แต่เทียนไม่ใส่ใจ ทำท่าชี้มือไปบนฟ้า เกิดเป็นยันต์วงใหญ่กักขัง มันเอาไว้ ทำให้มันไม่สามารถออกมาจากวงแหวนเวทย์ได้ แม้แต่พิษที่พ่นเข้ามาใส่ก็ถูกสะกัดไว้จนหมด
เทียนปล่อยพลังอัคคีเผาผลาญ ร่างของตะขาบทะเลทรายจนร่างมันกลายเป็นขึ้เถ้า ร่างของตะขาบที่เหลือก็ค่อยๆ หายไปกลายเป็นน้ำสีเขียว ตายไม่เหลือ ทุกคนต่างรีบเดินเข้ามาขอบคุณเทียนที่ได้ช่วยในครั้งนี้ องค์ชายหลิวอี้ กับ องค์ชายหลิวเซียงก็เดินเข้ามาด้วย
“ วันนี้ถ้าไม่ได้คุณชายตี้เทียน พวกเราคงต้องสูญเสียมากกว่านี้แน่นอน” องค์ชายหลิวอี้เอ่ยได้เพียงแค่นี้ เทียนก็ปล่อยฝ่ามือยูไล เข้าใส่หน้าอกของ องค์ชายหลิวอี้ จนตัวลอยกระเด็นไปติดกำแพง แล้วใช้วงแหวนเวทย์กักขังเอาไว้
ทุกคนต่างตกตะลึง พรึงเพริด ไม่คิดว่าเทียนจู่ ๆ จะทำร้ายองค์ชายหลิวอี้จนบาดเจ็บหนักขนาดนี้ ขณะที่เทียนกำลังเดินเข้าไปหา องค์ชายหลิวอี้ ก็มีองค์รักษ์นับร้อยเข้ามาขวางหน้า พร้อมยอดยุทธ์ ระดับ จักรพรรดิ์พรหมเทพ อีกหลายสิบคนเข้ามาขวาง องค์ชายหลิวเซียงรีบตะโกนทันทีว่า
“ เจ้ามันบ้าไปแล้วหรือไง ทำร้ายเสด็จพี่ข้าทำไม”
“ คุณชายตี้เทียนใจเย็น ๆ ก่อน ค่อยๆ พูดค่อยจา” อาจารย์เหมยซานรีบเข้ามาจับแขนเทียนเอาไว้
“ ใช่แล้ว คุณชายตี้เทียน นี่มันเรื่องอะไรกัน” องค์ชายเจิ้งหนันซีก็เข้ามาห้ามเทียนเอาไว้ก่อน
“ มันไม่ใช่ องค์ชายหลิวอี้ เขาถูกมารปีศาจ สิงร่าง พวกท่านถอยไป” เทียนพูดคำนี้ออกมา ทุกคนหันกลับไปมององค์ชายหลิวอี้ รัชทายาททันที
“ แกมันบ้าไปแล้ว ตี้เทียน อย่าไปเชื่อมัน ฆ่ามันซะ” องค์ชายหลิวอี้รีบตะโกนบอกทันที ทหารกับยอดยุทธ์ทั้งหลาย บุกเข้าใส่เทียนทันที แต่ไม่มีใครขยับตัวได้
เพราะเทียนสร้างวงแหวนเวทย์กักขัง ไว้บนฟ้า สามารถใช้กักขังได้ทุกคนได้ชั่วคราว จากนั้นเทียนก็ปล่อยเข็มยาชา 200 กว่าเข็ม เข้าจี้สกัดจุดทุกๆคน ทำให้ไม่มีใครขยับได้ แล้วเดินเข้าไปยืนต่อหน้า องค์ชายหลิวอี้
“ ไม่เจอกันซะตั้งนาน จอมมารญิน ในที่สุดข้าก็ตามเจ้าเจอจนได้” เทียนเอ่ยคำนี้ออกไป จอมมารญินที่สิงร่างของ องค์ชายหลิวอี้ตกใจแทบสิ้นสติ ไม่คิดว่า คนที่อยู่ต่อหน้าคือ จักรพรรดิเทียนผู้ยิ่งใหญ่ จะตามเขามาที่ในโลกใหม่นี้ได้
“ ไม่จริงเจ้าไม่ใช่จักรพรรดิเทียน เขาไม่มีทางเข้ามาในโลกใบนี้ได้ มีแต่วิญญาณเกิดใหม่เท่านั้น หรือว่าเจ้า....กำเนิดใหม่” จอมารญินตกใจ เทียนไม่สนใจรีบใช้ฝ่ามือยูไลปล่อยพลังพุทธะออกมา แล้ววางไว้บนหัวขององค์ชายหลิวอี้ ร่างที่เป็นวิญญาณของ จอมมารญินก็ถูกดูดออกมา ทันใดนั้นเอง จอมมารญินก็ส่งเสียงร้อง
ขอความช่วยเหลือออกมาว่า
“ ท่านเทพแห่งกาลเวลา ได้โปรดช่วยข้าด้วย” จอมมารญินเอ่ยจบ ก็มีแสงปล่อยออกมาจากท้องฟ้า ส่องมาที่ร่าง ของจอมมารญิน เทียนไม่สามารถดึงวิญญาณจอมมารญินเพื่อมาทำลายได้ ทำให้ร่างจอมมารญินถูกดูดขึ้นไปบนฟ้า หายวับไป ทุกคนเห็นทุกสิ่ง ที่เกิดขึ้น ต่างตกใจองค์ชายหลิวอี้ถูก จอมมารสิงร่างจริงๆ
เทียนเดินเข้าไป แล้วใช้ฝ่ามือยูไล สัมผัสหน้าผากขององค์ชายหลิวอี้ เพื่อปล่อยวิญญาณที่ถูกกักขังเอาไว้ใน จิตของตัวเองให้ออกมา ในที่สุด องค์ชายหลิวอี้ก็ฟื้นขึ้นมา เทียนคลายจุดให้กับทุก ๆ คน องค์ชายหลิวอี้พอลุกขึ้นมาได้ก็รีบคำนับเทียนทันที
“ ขอบคุณ คุณชายตี้เทียนที่ได้ช่วยข้าเอาไว้ในครั้งนี้” องค์ชายหลิวอี้กล่าวขอบคุณ
“ ไม่เป็นไร แต่ข้าอยากเข้าไปในห้องลับ ของท่านได้ไหม” เทียนเอ่ยถามองค์ชายหลิวอี้เบา ๆได้ยินเพียงสองคน องค์ชายพยักหน้าเพราะรู้ว่าเทียนไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน มิเช่นนั้นไม่สามารถกำจัดจอมมารญินออกจากร่างเขาไปได้
องค์ชายหลิวอี้ พาเทียนเข้าไปในห้องลับส่วนตัว เทียนเห็นข้าวของ เพื่อทำพิธีบูชายัณ ด้วยเลือดผู้บริสุทธิ์ มากมายเทียน เห็นวิญญาณอยู่หลายร้อยชีวิตที่ต้องมาตายในที่แห่งนี้ เทียนใช้พลังพุทธะ ปล่อยออกไปร่างวิญญาณที่อยู่ในที่แห่งนี้ก็ไปสลายหายไปหมด ไปผุดไปเกิด ตามกรรมของพวกเขาทันที เทียนเห็นรูปปั้นหยกแต่งกายคล้าย จักรพรรดิสวรรค์ ตั้งอยู่ตรงกลางแท่นบูชา เลยหยิบขึ้นมาดู และเก็บเอาไว้
“ จอมมารญิน มันบูชาเทพกาลเวลาองค์นี้มาตลอด เวลามันฆ่าผู้บริสุทธิ์ มันก็เอ่ยถึงแต่ท่านเทพกาลเวลา” องค์ชายหลิวอี้เอ่ย
“ นี่มันรูปปั้นคล้ายจักรพรรดิสวรรค์ จะไปเป็นเทพกาลเวลาได้อย่างไรกัน” เทียนเอ่ยด้วยความสงสัย
“ ข้าก็ไม่รู้ ข้าคิดว่าเทพเซียนท่านนี้ น่าจะเป็นเทพกาลเวลาของ จอมมารญินด้วย”
องค์ชายหลิวอี้กล่าว เทียนกำลังคิดอย่างสับสน องค์ชายหลิวอี้ก็คุกเข่าต่อหน้าเทียน
“ ข้าผิดไปแล้ว ท่านเซียนได้โปรดลงโทษข้าด้วย” จู่ๆ องค์ชายหลิวอี้ก็พูดออกมาเช่นนี้ เทียนก็สงสัย
“ ท่านพูดเรื่องอะไร”
“ ข้าถูกจอมมารญินสิงร่าง มาสิบปี ในความคิดของมัน ข้ารู้ว่ามันกลัวเทพเซียนองค์หนึ่งมาตลอด ที่มันมาโลกใบนี้ก็เพราะต้องหนีท่านเทพเซียน ข้ารู้ว่าเทพเซียนองค์นั้นก็คือท่าน ข้าต้องทรมานกับการเข่นฆ่าคนบริสุทธิ์มามากมาย ข้าผิดไปแล้ว ท่านทำโทษข้าเถอะ” องค์ชายหลิวพูดออกมาจากใจจริง เทียนได้แต่เห็นใจ องค์ชายหลิวอี้
“ ช่างเถอะ ข้าปลดปล่อยพวกเขาไปแล้ว ชีวิตที่เหลืออยู่ของท่าน ต่อไปก็ควรทำแต่ความดี อย่าปล่อยให้ความชั่วครอบงำอีก ข้าจะเขียนยันต์ป้องกันไว้ ต่อไปมันไม่มีทางสิงร่างท่านได้อีก” เทียนใช้นิ้วเขียนยันต์กันปีศาจไว้ที่หน้าผากองค์ชายหลิวอี้ พอเขียนเสร็จก็มีแสงสีทองแวบขึ้นที่หน้าผาก จากนั้นก็หายไป เทียนบอกให้องค์ชายหลิวอี้ลุกขึ้นแล้วต่อไป ห้ามพูดเรื่องนี้กับใคร
“ ว่าแต่ท่านรู้ได้อย่างไร ข้าถูกจอมมารญิน สิงร่าง” องค์ชายอยากรู้
“ ข้ารู้สึกคุ้นเคยกับท่านตั้งแต่แรกเห็น แต่ความรู้สึกเริ่มเด่นชัดขึ้น เมื่อข้ามาที่นี่ แล้วได้สัมผัสวิญญาณของ เหล่าอสูรทั้ง สามตน ข้ายิ่งมั่นใจ คนที่ปลุกพวกมันขึ้น
คือจอมมารญิน และพอข้าสังหารตะขาบตัวสุดท้าย ข้าได้เห็น วิญญาณของจอมมารญิน อยู่ในร่างกายของท่านอย่างชัดเจน เหมือนกับว่า จอมมารญิน มันแค้นข้า
ทำให้จิตของมันเผยร่างจริงออกมา ข้าเลยมั่นใจ แต่ข้ามีเรื่องสงสัย อยู่สองเรื่อง
เรื่องแรกจอมมารญินปลุกวิญญาณอสูรทั้งสี่ตนได้อย่างไร และ ทำไมถึงให้ตะขาบทะเลทราย จู่โจมคนในเมืองแห่งนี้เป็นตัวสุดท้าย” เทียนเอ่ยถามบ้าง
“ ข้าไม่รู้วิธีปลุกวิญญาณอสูรสี่ตนนี้ แต่รู้ว่ามันไปทำพิธีที่ไหนเท่านั้น ส่วนทำไมให้ตะขาบทะเลทรายเข้ามาจู่โจมทำร้ายคนที่แห่งนี้ ก็เพราะว่า พวกมันวางแผนให้อสูรสามตนนั้นไล่ฆ่าคนรอบนอก แล้วให้หลบหนีมาที่ในเมือง หลังจากในเมืองผู้คนเข้ามานับล้าน พร้อมทั้งยอดยุทธ์ ทั่วแผ่นดิน การสังหารหมู่ก็จะเริ่มขึ้นเพื่อจะได้นำเลือดมาบูชาเทพกาลเวลา แล้วมันจะได้พลังกลับคืนมาดังเดิมไม่ต้องรออีก 15 ปี”
“ ชั่วช้าจริง ๆ นำชีวิตผู้บริสุทธิ์มาสังเวยนับล้านคน เพื่อต้องการเพียงพลังตัวเองเพิ่มมากขึ้น” เทียนเอ่ยออกมาอย่างแค้นใจ
“ แล้วเรื่องนี้ข้าจะบอกกับพวกเขาอย่างไรดี” องค์ชายหลิวอี้ปรึกษาเทียน
“ บอกเขาไป ว่าท่านเพิ่งถูกวิญญาณตะขาบสิงร่าง ข้าไล่ออกไปเท่านั้นก็จบ”
“ บอกแบบนี้ก็ได้หรือ”
“ ใช่ บอกแค่นั้นก็พอ “ เทียนไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เท่าไร ที่น่าเวียนหัว คือ เทพกาลเวลากับ รูปปั้นจักรพรรดิสวรรค์ นี่มันเกี่ยวข้องอะไรกัน
“ ท่านพาข้าไปที่จอมมารญินทำพิธีปลุกอสูรนรกสี่ตนนี้”
“ ข้าเข้าไปไม่ได้ ที่นั่นเป็นสถานที่ มนุษย์เช่นข้าเข้าไปไม่ได้ จอมมารญินให้ข้าอยู่แต่ด้านนอกไม่ได้ให้เข้าไป” องค์ชายหลิวอี้เอ่ย
“ ก็ได้ บอกแค่ว่าอยู่แถวไหน ข้าจะไปเอง” องค์ชายหลิวก็บอกตำแหน่งสถานที่
ออกไปทางทิศตะวันตก มีแหล่งน้ำโอเอซิส มันอยู่ใต้ดินใกล้แหล่งน้ำ เทียนพอทราบพิกัดแล้วก็หายตัวไปในทันที มาถึงหน้าแหล่งน้ำ เทียนใช้มือสัมผัส แล้วก็ปล่อยร่างให้กลายเป็นพื้นทราย จมหายไปในใต้ดิน มาปรากฏร่างอยู่หน้าสุสานแห่งหนึ่ง เทียนมองเห็นตัวหนังสือ คล้ายของชนเผ่ามองโกล ก็รู้ได้ทันทีว่าที่นี่คือ
สุสานของจักรพรรดิเตมูจิน ผู้โด่งดังนี่เอง เทียนหายวับเข้าไปในประตู เข้าไปยืนอยู่ด้านใน มีโลงศพอยู่ตรงกลางเพียงโลงเดียว แต่มีโลงศพอยู่รอบ ๆ อีก 7 โลง
ด้านบนมีค่ายกล 7 ดาว ป้องกันเอาไว้ พื้นล่างมีน้ำตะกั่วล้อมรอบ มีตัวหนังสืออยู่ที่พื้นหิน สลักตัวหนังสือ ไร้ที่สิ้นสุด รอบๆ มีรูปปั้นสัตว์อสูร 5 ตัว คือ ตะขาบ นกแร้ง หนอนขนแม่น ตะกวด และ หมาป่า เทียนมองเห็นโลง ทั้ง 8 โลง มีศพเตมูจินที่ยังไม่เน่าเปื่อย อยู่คนเดียว ส่วนโลงทั้ง เจ็ด มีแต่ดาบวงพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว วางไว้ทั้ง7โลง ทันใดนั้น เทียนก็เห็นเงาวิญญาณของ เตมูจินปรากฏร่างขึ้นมา
“ โผล่ออกมาแล้วหรือ เจ้ามีข้อตกลงกับ จอมมารญินซินะ ถึงได้ยอมให้อสูรนรกทั้งสี่ออกไปทำชั่วบนโลกมนุษย์” เทียนเอ่ยทันที
“ นี่เจ้ามองเห็นข้าได้ด้วยหรือ เจ้ามนุษย์” ผีเฒ่าเตมูจินลอยเข้ามาใกล้เทียน แต่ไม่สามารถเข้าใกล้ได้ ถูกพลังพุทธะ จากร่างของเทียนฉายแสงออกมา
“ พวกเจ้ามีข้อตกลงอะไรกันทำไมถึงปล่อยให้อสูร ทั้งสี่ไปก่อกรรมทำชั่ว”
“ เรื่องของข้าไม่เกี่ยวกับเจ้า” ผีเฒ่าเตมูจินไม่ยอมบอก
“ ไม่บอกข้าก็รู้ มันคงให้สัญญาว่าจะหาร่างเกิดใหม่ให้เจ้าใช่ไหม” เทียนรู้ความคิดของผีเฒ่าเตมูจิน
“ นี่ เจ้ารู้ได้ยังไง”
“ เฮอะ ผีโง่อย่างเจ้า จะไปตามจอมมารญินทันได้อย่างไร ถึงเวลาที่เจ้าไปเกิดใหม่ได้แล้ว” เทียนกำลังจะปล่อยพลังฝ่ามือยูไลสยบมาร แต่ก็ปรากฏร่างหมาป่าตัวใหญ่โผล่เข้ามาขวางไว้ สัญลักษณ์สวัสดิกะพุ่งใส่ร่างหมาป่าทะลุ แล้วมันก็ถูกเผาไหม้กลายเป็นจุลทันที
ผีเฒ่าเตมูจิตเห็นเช่นนั้นก็ตกใจ รีบเปิด ค่ายกลเจ็ดดาวทันที โลงทั้งเจ็ดระเบิดออกมา ดาบวงพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว ปรากฏร่างมนุษย์ทั้งเจ็ดคน ถือดาบวงพระจันทร์ครึ้งเสี้ยว จู่โจมเทียนทันที เทียนเรียกทวนสวรรค์ออกมา แล้วฟาดเข้าไปที่กลางวง ตูม ! วิญญาณทั้ง เจ็ดกระเด็นไปคนละทิศละทาง แล้วเทียนก็ปล่อยพลังพุทธะออกมาส่องแสง ทำให้วิญญาณทั้งเจ็ดหายไปในทันที เทียนใช้ฝ่ามือยูไลสะบัดเข้าใส่โลงศพเตมูจินจนแตกสลาย แล้วตบไปที่ท้องของศพเตมูจิน มีมุกสีเหลืองนวลออกมาจากปาก ศพเตมูจิน แล้วจากนั้นร่างก็ค่อย ๆ เหี่ยวแห้งสูญสลายหายไป วิญญาณผีเฒ่าเตมูจิน ก็ส่งเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวน แล้วก็ค่อย ๆหายไปเช่นกัน
“ มุกอะไรนี่ ถ้าจะเป็นของดี” เทียนเก็บมุกเอาไว้ แล้วกลับไปที่ ชายแดนเหนือ เตรียมตัวกลับบ้านต่อไป...