รีสอร์ทเวียร์นารินทร์
"เื่มันเกิดขึ้นตอนที่พวกเรากำลังเรียนอยู่ตอนมหาวิทยาลัย ใน่นั้นเป็่ใกล้สอบ กูไปส่งไอ้นนท์ไปซื้อดินสอ 2B มาฝนข้อสอบ ด้วยความหน้าด้านของมันที่เห็นพนักงาน seven สวยน่ารักมันจึงเผลอพูดแซวพนักงาน 7 ไป แล้วกูได้ยินพอดี "
"คือมันเป็อย่างงี้ ไอ้นนท์พอมันซื้อซื้อดินสอเสร็จแล้ว ก่อนจะเดินออกมา พนักงาน seven เค้าก็พูดเป็ทำเนียมว่า “โอกาสหน้าเชิญใหม่นะค่ะ” คนปกติเค้าก็เดินออกมาใช่ปะ แต่ไอ้นนท์มันดันทะลึ่งเดินเข้าไปและพูดกะพนักงาน seven ว่า "seven สาขานี้จะปิดแล้วเหรอครับ พนักงาน seven ทำหน้า งง แล้วถามกลับไปว่า “ไม่หนิคะ ทำไมเหรอค่ะ” ไอ้นนท์จึงตอบกลับว่า ก็คุณบอก "โอกาสหน้า เชียงใหม่ "แค่นั้นแหละกูถึงกับหัวเราะลั่นหน้า seven เลย"
"ไอ้เจนมึงไอ้ห่าเื่ตั้งนานมึงยังจะจำได้อีก แม่งพอมาคิดดูดีดีกูนี้ทำไปได้ไงวะ 5555+" นนท์พูดออกไปด้วยใบหน้าแดงปนความเขินอาย ส่วนนายที่นั่งอยู่เบาะหลังก็เอามือกุมท้องและหัวเราะอย่างสนุกสนานและพูดขึ้นแนวประชดว่า "ไอ้นนท์มึงนี้จีบสาวไม่เลือกหน้าเลยนะ พนักงาน seven ก็ยังไม่เว้นอีก 5555+"
จากนั้นทุกคนก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนานตลอดทางไปยังรีสอร์ท
ในทีสุดนายและเพื่อนก็ขับรถมาถึงทางเข้ารีสอร์ท โดยมีป้ายบอกทางเป็ป้ายที่ทำจากปูนอย่างดี เขียนชื่อรีสอร์ทไว้ว่า เวียร์นารินทร์ ทางเข้าไปยังตัวรีสอร์ทไกลมากถึง 10 กิโลเมตร ไม่มีบ้านคนอยู่อาศัยเลยแม้แต่หลังเดียว ทางเข้าไปยังตัวรีสอร์ท เป็ถนนเส้นเดียวตรงยาวทอดไปจนถึงตัวรีสอร์ท สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้มากมายให้ บรรยกาศวังเวง เมื่อขับรถเข้าไประยะทาง 500 เมตรสามารถมองเห็นคฤหาสน์ 5 ชั้นที่ดูหรูหรา สวยงาม เมื่อมองออกไปด้านซ้ายและขวาจะเห็นโคมไฟสีเหลืองอ่อนสลับกับโคมไฟสีขาวอยู่เต็มสองข้างทาง ก่อนถึงตัวคฤหาสน์
ในที่สุดรถของนายและเพื่อนก็หยุดสนิทบริเวณลานจอดรถ จากนั้นพวกเขาทั้ง 3 คนก็เดินมายังทางเข้า ด้านหน้าคฤหาสน์มีรูปปั้นเสือและสิงห์ 2 ตัว ยืนเฝ้าอยู่ ส่วนตัวคฤหาสน์นั้นเมื่อดูใกล้ๆแล้วเหมือนออกแบบเป็สไตล์ไทยสมัยก่อน แต่ด้วยสีของคฤหาสน์ที่ดูสดใหม่ทำให้ดูสดชื่น
นายและเพื่อนๆค่อยๆเดินสำรวจรีสอร์ทไปทีละนิด ในขณะที่รอ มิกกี้อยู่ ทางด้านหลังรีสอร์ทอยู่ติดกับทะเลอ่าวไทย น้ำสีฟ้าสะอาด หาดทรายขาวสุดลูกหูลูกตา บรรยากาศเย็นสบายเมื่อสายลมพัดมากระทบร่างกายเบาๆ ยิ่งทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น เมื่อมองไปด้านซ้ายของหาดทรายจะเห็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นอยู่ไม่ไกลนัก สถานที่ชมวิวเป็โขดหินที่สูงขึ้นมาจากทะเลเกือบ 30 เมตร สถานที่ตรงนี้เป็สถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มาพักที่รีสอร์ทเป็อย่างดี
เมื่อนายและเพื่อนเดินสำรวจรีสอร์ทเสร็จเรียบร้อย จึงเดินมาทางด้านหน้ารีสอร์ท
ชาวต่างชาติ : am so happy. see you again next time Mikky.
มิกกี้ : Yes. Me too. By Guy
มิกกี้นั่งคุยกับเพื่อนชาวต่างชาติอยู่บริเวณด้านซ้ายของสวนหน้ารีสอร์ทก่อนถึงประตูคฤหาสน์
"ไอ้มิกกี้ มึงพาฝรั่งมากินตับอีกแล้วเหรอวะ มึงนี้คนจริงสุดๆ"
นายพูดทักทายมิกกี้ด้วยหน้าตาทะเล้น เมื่อมิกกี้เห็นสีหน้าของนายจึงรีบตอบกลับทันที
"อะไรของมึง เพื่อนกูเว้ย พึ่งรู้จักกันเมื่อวานนี้เอง อย่ามา! เดี้ยวๆ"
อีกมุมหนึ่งนนท์กับเจนก็กระซิบคุยกันและมองไปที่มิกกี้พร้อมกับยิ้มให้ด้วยใบหน้ามีเลศนัย เมื่อมิกกี้เห็นสายตาและรอยยิ้มแปลกๆของเพื่อนทั้งสองจึงรีบพูดขึ้นทันที "อะไรพวกมึงคิดมาก ปะ ปะ กูรอพวกมึงตั้งนานละ เดี้ยวกูพาไปหาเ้าของรีสอร์ทให้ กูนัดไว้ให้เรียบร้อยแล้วะ"
จากนั้นมิกกี้ก็พานายเข้าไปคุยกับเ้าของรีสอร์ทเกี่ยวกับเื่งาน ส่วนเจนและนนท์ มิกกี้ก็พาทั้งสองไปจองห้องพักและก็แยกย้ายกันพักผ่อน ส่วนนายเมื่อคุยธุระเสร็จก็รีบเข้าห้องพัก ส่งข้อมูลให้หัวหน้าเื่งาน จากกนั้นก็นอนพักผ่อนเช่นเดียวกับเพื่อนๆเนื่องจากเหนื่อยจากการเดินทางไกล
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก ไอ้นายแย่แล้วๆ เปิดประตูห้องเร็ว " เสียงใครบางคนเคาะประตูห้องนายรัวๆ เหมือนกับว่าตอนนี้รีสอร์ทเกิดไฟไหม้ นายที่นอนพักอยู่ถึงกับใตื่นและรีบพุ่งออกไปเปิดประตูเพราะเสียงที่คุ้นเคยของเพื่อนที่อยู่อีกฝั่งของประตูร้องเรียกด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย
"แกระ เสียงลูกบิดประตูถูกคลายออก นายรีบเปิดประตูออกไป ก็เห็น มิกกี้ยืนอยู่หน้าห้องจากนั้นนายกำลังจะถามมิกกี้ว่าเกิดอะไรขึ้นเหรอ แต่แล้วนายยังไม่ทันจะได้พูด นนท์กับเจนก็โผล่ออกมาจากไหนไม่รู้พร้อมกับและพูดว่า "เซอร์ไพรส์" "ถึงเวลาแล้วนายที่เราจะได้ลืมหลัวเก่า และหาหลัวใหม่ เย็นนี้ ปาตี้กันเย็ๆๆๆๆ"
นายยืนอึ่งและไม่รู้จะทำยังไง สายตาจ้องไปยังชุดของเจนและนนท์ที่แต่งตัวมาแบบว่าจัดเต็มกันหมด จากนั้น มิกกี้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็จับมือนายและลากเข้าไปในห้องเพื่อแต่งตัวไป ปาตี้ ที่ทั้ง 3 คนวางแผนกันไว้ (ไม่ถามความเห็นกูสักคำ..นายไม่ได้กล่าว)
จากนั้นทั้งกลุ่มก็พากันไปงานปาตี้ของใครก็ไม่รู้แต่ที่รู้ๆคืองานนี้ฟรีไม่เสียเงิน ใครมันจะพลาดหละ
เกือบลืมไปแล้วว่าฉันเคยรักใครมาก่อน
เวลาจะย้อนเื่ราวเ่าั้ให้หวนกลัวมาแต่......
นายตื่นขึ้นในยามเช้าเราเพราะเสียงนาฬิกาปลุกอีกครั้งหลังจากไปปาตี้มาเมื่อคืนทำให้ยังคงหลงเหลืออาการเมาอยู่นิดหน่อย นายเริ่มเดินไปตรงท้ายเตียงซึ่งมีประตูหน้าต่างอยู่ นายค่อยๆเปิดประตูหน้าต่าง เพื่อชมวิวและรับบรรยากาศยามเช้าที่แสนสดใส
ภาrเบื่องหน้าของนายที่ยืนอยู่ริมหน้าต่าง ชั้น 5 ของคฤหาสน์เมื่อมองออกไปจะเห็นท้องทะเลสีคราม ชาดหาดสีขาวนวนตาที่สะท้อนแสงพระอาทิตย์ยามเช้า พร้อมกันสาบลมอันแ่เบาที่พัดเข้ามากระทบใบหน้า ทำให้นายเกิดรอยยิ้มบนใบหน้าด้วยความรูสึกผ่อนคลายสุดๆ
หลังจากที่นายยืนชมวิวและรับบรรยากาศยามเช้า นายก็เตรียมตัวอาบน้ำเพื่อทำงานของนายต่อไป เช้าวันนี้เป็วันที่หัวหน้าของนายจะต้องส่งจดหมายมาให้นายเพื่อดูว่างานที่ให้ผ่านหรือไม่
เนื้อหาทั้งหมดที่หัวหน้าได้พิจารณาถูกส่งมาให้นาย ผ่านทาง e-mail มีเนื่อหาดังนี้
จากข้อมูลและสถานที่ที่ได้แนะนำมา ทางผู้ว่าจ้างชื่นชอบเป็อย่างยิ่ง ดังนั้นทางบริษัทจะไปยังรีสอร์ทหลังวันหยุดนี้พร้อมกับผู้ว่าจ้างเพื่อถ่าย pre-wedding ดังนั้นขอให้ สัตตบงกช ติดต่อเ้าของรีสอร์ทเื่สถานที่ด้วย
นายเมื่อได้อ่านข้อความแล้วก็มีรอยยิ้มที่มุมปาก ใบหน้าแสดงถึงความดีใจที่ตัวเองหาสถานที่จัด pre-weding ที่ดีๆได้ จากนั้นนายก็เดินออกจากห้องเพื่อไปคุยกับเ้าของรีสอร์ทเกี่ยงกับเื่งานในครังนี้
่เวลาพักผ่อนได้เลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว "พรุ่งนี้แล้วสินะทางบริษัทจะเดินทางมาแล้ว" นายพูดกับตัวเองและเผลอนึกถึง่วันหยุดของเธอ ่วันหยุดที่ผ่านมานายรู้สึกผ่อนคลาย มีความสุข สนุกสนานไปกับเพื่อนๆ และพักหลังๆเ้าของรีสอร์ทก็เข้ามาแจมกับกลุ่มของนายด้วยจึงทำให้นายยิ่งมีความสุขเนื่องจากมีคนเยอะขึ้นนั้นเอง เป็เหตุทำให้ความสัมพันธ์ของนายจับเ้าของรีสอร์ทมีมากขึ้น
เช้าวันถัดมาเป็วันที่ทางบริษัทจะเดินทางมาถึงรีสอร์ท นายตั้งนาฬิกาปลุกตื่นนอนแต่เช้า วันนี้เป็วันแรกที่นายได้ออกมาเดินชมชายหาดตอนเช้าเพื่อมาชมพระอาทิตย์ขึ้นที่โขดหินซึ่งเป็จุดชมวิวที่เดียวที่เป็จุดสนใจของนักท่องเที่ยว ในระหว่างที่นายเดินทางไปยังโขดหิน นายก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่เที่โขดหินเพียงลำพังอยู่ก่อนแล้ว นายคจะเดินเข้าไปเพื่อกล่าวทักทายด้วยใบหน้าสดใส แต่ทว่าเมื่อเห็นหน้าชายหนุ่มที่แสนจะเศร้า ดวงตาของเขาเหม่อมองไปยังท้องทะเลที่แสนกว้างใหญ่ เหมือนกับกำลังจมอยู่กับความคิด บางอย่างอยู่ สุดท้ายนายจึงพูดทักทางขึ้นในที่สุด
"ขอโทษนะค่ะคุณเวียร์ ขอฉันนั่งด้วยคนได้ไหมค่ะ"
นายทักทายเวียร์ที่เป็เ้าของรีสอร์ทอย่างสุภาพพร้อมด้วยแววตาที่สดใสเมื่อใครได้เห็นเป็ต้องลืมความเศร้าจนหมดไป เวียร์ที่นั่งอยู่เงียนๆก็ค่อยๆพูดกับนายอย่างนุ่มนวน "ได้สิครับ ดีซะอีกจะได้มีคนชมพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกันอีกคน" จากนั้นทั้งสองก็คุยกันจนพระอาทิตย์ขึ้นและแยกย้ายกลับไปทำกิจกรรมของตนเอง
ณ เวลา บ่าย 3 โมงทางบริษัทก็ได้เดินทางมาถึงรีสอร์ทพร้อมกับคู่บ่าวสาว
"สวัสดีค่ะ คุณพุทรา คุณไนร์" นายยิ้มทักทายคู่บ่าวสาวและเริ่มพาทั้งสองเดินชมสถานที่ต่างๆรอบๆรีสอร์ทพร้อมทั้งอธิบายแผนกิจกรรมตารางเวลาในการถ่าย pre-wedding หลังจากนั้นก็พาคู่บ่าวสาวไปพักผ่อนที่คฤหาสน์ห้อง VIP ชั้นบนสุด เพื่อรอถ่ายงานในวันพรุ่งนี้
หลังจากเสร็จสิ้นการถาย pre-wedding นายก็เดินทางกลับกรุงเทพพร้อมกับพนักงานบริษัททุกคนเพื่อทำงานเป็ปกติ
วันเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนหลังจากงาน pre-wedding ที่จัดขึ้นที่รีสอร์ทของเวียร์ทำให้นายและเวียร์เริ่มรู้จักกัน ั้แ่นั้นมาทั้งสองได้ได้คุยกันทุกวันจนในที่สุดทั้งสองก็ตกลงที่จะคบกัน แต่เนื่องจากระยะทางของทั้งสองห่างกันมาก เวียร์จึงตัดสินใจเดินทางมาอยู่กรุงเทพเพื่อให้อยู่ใกล้กับนาย และแน่นอน่เวลาที่ทั้งสองจะอยู่ด้วยกันก็มีเพียง่กลางคืนเท่านั้นเพราะ่กลางวันนายต้องทำงาน ทั้งสองใช้ชีวิตด้วยกันแบบนี้มาเป็เวลา 3 เดือนกว่าๆจนวันหนึ่งเวียร์เดินเข้ามาถามนายด้วยใบหน้าเขินอายไม่เป็ธรรมชาติว่า "นาย เดือน ธันวานี้เราแต่งงานกันนะ" นายที่ได้ฟังก็ไม่ได้รู้สึกใเพราะทั้งสองก็ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุขดี จะแต่งงานเร็วๆนี้ก็ไม่แปลกอะไรจึงตอบกลับไปว่ "ค่ะ" เพียงคำพูดสั้นๆแค่นั้นทำให้เวียร์ที่รอฟังอยู่ถึงกับน้ำตาคลอด้วยความดีใจและเข้าไปโอบกอดนายด้วยความยินดี
คืนก่อนงาน pre- wedding
คำคืนที่มืดมิดแม้แต่แสงจากดวงจันทร์ยามค่ำคืนก็ไม่มี ภายในรีสอร์ทตั้งอยู่ห่างไกลจากผู้คน ที่ถูกล้อมไปด้วยป่าไม้ ทำให้คนที่จิตอ่อนเกิดอาการหวาดกลัวได้ บรรยากาศอันเงียบสงบมีเพียงเสียงของเกลียวคลื่นที่สาดซัดเข้ามายังชายฝั่งเท่านั้น
่เวลาในการนอนของเรา เคยคิดกันไหมทำไม่เวลากลางคืนมันชั่งแสนสั้นนอนแปบเดียวเดี๋ยวก็เช้าแล้ว นั้นคือความคิดของคนปกติทั่วไปที่ทุกคนคิดกันแต่ไม่ใช่กับนายในคืนนี้
คืนนี้นายนอนอยู่และกำลังจมอยู่กับความฝันในฝันนั้นเป็เื่ราวบางอย่างที่ตัวของนายเองไม่เคยพบเจอมาก่อนเหมือนกับว่าความฝันนี้มีใครบางคนหรือบางสิ่ง้าให้นายเห็นอะไรบางอย่าง
เด็กผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาขาวสวยน่ารักใบหน้าเรียวสวย ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความสุขสีหน้ายิ้มแย้ม ยืนอยู่ริมชายหาดกำลังจ้องมองเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังก่อกองทรายอยู่ เมื่อมองดูดีๆจะเห็นกองทรายที่เด็กชายกำลังก่อขึ้นนั้นมีรูปร่างคล้ายกับคฤหาสน์ เมื่อมองไปรอบๆจะพบชายหาดที่คุ้นตาทำให้นายเริ่มคุ้นเคยและนึกขึ้นได้ว่า "นี้คือชายหาดด้านหลังรีสอร์ท"
เด๊กผู้หญิงที่กำลังมองเด็กผู้ชายอยู่ก่อนหน้านี้ตอนนี้เธอค่อยๆมองมามองนายด้วยสายตาดูอ่อนหวานเป็มิตรแล้วเด็กผู้หญิงคนนั้นก็พูดขึ้นว่า
“สวัสดีค่ะพี่สาวมาเที่ยวที่สมุยสนุกไหมค่ะ” “หนู่ชื่อนารินทร์คะ ส่วยพี่ที่เล่นอยู่ตรงนั้นเป็แฟนหนูเองค่ะชื่อ เวียร์ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าหนูกับเวียร์เราทั้ง 2 จะแต่งงานกัน พี่สาวต้องมางานแต่งของพวกเรานะ"
“เวียร์” นายเมื่อได้ยินชื่อนี้ก็รู้สึกแปลกๆ “หรือว่าจะเป็….” นายคิดในใจอยู่พักหนึ่งสุดท้ายก็ตอบกลับไปแบบไม่ใส่ใจว่า “จ้า เดี้ยวถ้าพี่ว่างจะไปนะจ๊ะ” จากนั้นไม่นานนายก็ตื่นจากความฝันแล้วก็นอนหลับไป
เช้านี้เป็วันถ่ายทำ pre-wedding ซึ่งการถ่ายทำก็เสร็จอย่างราบรื่นปกติดี มีการถ่ายรูป VDO present ของคู่รักท้งสอง และแน่นอนสถานที่จัดงานก็คือ รีสอร์ทของเวียร์นั้นเอง ส่วนชั่งภาพก็ไม่ต้องไปจ้างใครที่ไหน ก็ไอ้นนท์นั้นแหละ เพื่อนสนิทของนายมันเป็ชั่งภาพอยู่แล้ว เมื่อจบงานถ่าย pre - wedding นายและเวียร์ก็ปรึกษากันเกี่ยวกับงานแต่งงานในเดือน ธันวาคมนี้ จนดึกดื่นจากนั้นก็แยกย้ายกันพักผ่อน
หลังจากจบงาน pre-wedding ชีวิตของนายก็มีแต่ความสุขเพราะทุกๆวันได้ใช้เวลาที่มีอยู่กับเวียร์ แต่แล้วก่อนถึงกำหนดวันแต่งงานของทั้งคู่ 5 วันก็เกิดเรืองบางอย่างขึ้น…………………………………….