“ท่านพ่อมีอันใดกับนางฤา” หวงซีเหรินเอ่ยถาม พร้อมกับความหวาดหวั่นของหลันฮวาที่ผุดขึ้นมาในใจ นางขยับกายเข้าไปแนบชิดกับเขา พลางแอบส่ายศีรษะ ไม่ยอมถูกหวงเฉิงเซ่อซักไซ้เพียงผู้เดียว ด้วยเกรงว่าอำนาจของเขาจะทำให้หลันฮวาไม่อาจกุมความลับต่อไปไว้ได้
ซีเหรินหันมองใบหน้าเรียวเล็กอย่างมีความหมาย ก่อนจะปั้นหน้าหันมายิ้มให้กับบิดา
“เหตุใดท่านพ่อจึงอยากคุยกับนางเป็นการส่วนตัว ในเมื่อเรื่องราวทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับนาง ข้าได้เล่าให้ท่านฟังหมดแล้ว ท่านพ่อข้องใจเรื่องอันใดฤา” ซีเหรินกำมือหญิงสาวแน่น ก่อนบิดาจะย่างเท้าเข้ามาใกล้ แล้วเลื่อนสายตามองมือทั้งสองที่กำแน่นต่อกัน
“ข้าเพียงแต่อยากรู้จักแม่นางยู่จินให้มากขึ้น แม่นางยู่จิน...” หวงเฉิงเซ่อหันไปหาหลันฮวา ก่อนที่นางจะเงยหน้ามองเขาหลังจากถูกเรียกชื่อ
“เจ้าคะ”
“เจ้าเกิดที่เมืองใด”
“ข้าเกิดที่...”
“ยู่จินนางเกิดที่แคว้นเทียนกู่..” ซีเหรินตอบแทนนาง ก่อนที่สายตาของชายกลางคนจะเลื่อนมองไปที่เขา แล้วหันกลับมายังหญิงสาวที่ยังคงกำมือชายหนุ่มแน่น
“เจ้ามีพี่น้องฤาไม่”
“นางเป็นลูกคนเดียว” ซีเหรินยังคงตอบแทนหญิงสาวเช่นเดิม ก่อนที่อู่เจ๋อจะเข้ามาสะกิดเขาให้รู้ตัว พลางกระซิบบางอย่าง
“คุณชาย ข้าว่าเราออกไปก่อนเถอะ ยิ่งท่านทำตัวมีพิรุธมากเท่าใด ก็จะเป็นผลเสียแก่แม่นางยู่จินมากขึ้นเท่านั้น” ซีเหรินหันมองหน้าบิดาของเขา พลางกลืนน้ำลายแล้วได้สติกลับมา
“เจ้าออกไปก่อน ข้าต้องการคุยกับนางเพียงสองคนเท่านั้น ข้าอยากได้คำตอบจากปากนาง หาใช่ปากของเจ้า” ซีเหรินถูกอู่เจ๋อดึงตัวออกไปในทันที ก่อนที่สายตาของเขาจะมองตรงมายังหลันฮวาด้วยความเป็นห่วง
“คุณชายไปกันเถอะ” อู่เจ๋อพยายามรั้งตัวชายหนุ่มออกไป ก่อนมือหนาจะจำใจปล่อยหญิงสาว พร้อมสายตาบางอย่างทอดมองนางอย่างมีความหมาย ไม่นานนักทั้งสองก็เดินออกไป ปล่อยให้หลันฮวาอยู่ตามลำพังกับหวงเฉิงเซ่อ
หลังจากหญิงสาวมองแผ่นหลังของชายหนุ่มจนลับไป นางจึงเลื่อนสายตากลับมายังชายกลางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ดวงตากลมโตของนาง ทำให้หวงเฉิงเซ่อเข้าเรื่องในทันที
“ข้าพอจะรู้ความเป็นมาของเจ้าคร่าว ๆ จากซีเหรินบ้างแล้วล่ะ แต่มีหลายอย่างที่ข้ายังคาใจอยู่มาก” หญิงสาวกะพริบตาถี่ ๆ ทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย พลางคิดกังวลใจหลายอย่างในเวลาเดียวกัน
“ตายแน่แล้ว หากข้าพูดไม่ตรงกับคุณชายซีเหรินจะทำเช่นไร” หลันฮวาพยายามเก็บซ่อนความหวาดหวั่นด้วยรอยยิ้มอ่อน ที่พยายามแสร้งแสดงออกมา
“ท่านพ่อถามข้ามาได้เลยเจ้าค่ะ ข้าจะตอบท่านทุกอย่างตามความเป็นจริง”
“หากเขาจับได้ขึ้นมา จุดจบของข้าจะเป็นเช่นไร คุณชายซีเหรินจะช่วยข้าฤาไม่” หลันฮวายังคงลอบคิดในใจ ก่อนคำถามของชายกลางคนจะเอ่ยขึ้น
“พ่อกับแม่ของเจ้าเป็นไใคร”
“พ่อกับแม่ข้าตายตั้งแต่ข้ายังไม่เกิด ข้าเกิดมาพร้อมกับยายที่เฝ้าดูแล แต่ไม่นานนักยายของข้าก็ตายตามไปด้วยอีกคน ข้าจึงจำเป็นต้องดูแลตัวเองด้วยการค้าขายรอนแรมไปเรื่อย ๆ เจ้าค่ะ” หลันฮวาตอบ พร้อมสังเกตท่าทีของชายกลางคนไปด้วย เมื่อเห็นว่าแววตาของเขาดูปกติ นางจึงเริ่มมีกำลังใจขึ้นเล็กน้อย
“เช่นนั้นแล้วเหตุใด ตอนเจ้ามากับซีเหริน จึงมาตัวเปล่า”
“เจ้าคะ..” หญิงสาวทำท่าไม่เข้าใจ ทว่าสายตาคมของหวงเฉิงเซ่อพุ่งตรงมายังนางทันที
“เจ้าบอกข้าว่า เจ้ารอนแรมขายสินค้าไปทั่ว แล้วสินค้าของเจ้าอยู่ที่ใด ข้ายังไม่เห็นสินค้าที่ว่าของเจ้า” หญิงสาวชะงักนิ่งพลันรู้สึกชาไปทุกส่วนของร่างกาย นางอึกอักพลันเบี่ยงหน้าไปทางอื่นแล้วคิดหาคำแก้ตัว
“ข้า...”
“เจ้ามิได้กำลังหลอกลวงลูกชายของข้าอยู่ใช่ฤาไม่”
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ ข้าไม่บังอาจหลอกลวงคุณชายซีเหรินอย่างแน่นอน เขาเป็นคนดี ข้าไม่มีทางทำร้ายเขา” หลันฮวารีบหันใบหน้าสวยกลับมาปฏิเสธทันที ระหว่างนั้นหวงเฉิงเซ่อเห็นแววตาที่แสดงความจริงใจบางอย่างออกมา ก่อนนางจะคิดหาคำแก้ตัวได้
“ความจริงแล้ว ก่อนที่ข้าจะเข้ามายังตระกูลหวง คุณชายซีเหรินช่วยให้ข้าขายสินค้าที่มีอยู่ โดยการลดราคา ทำให้ชาวบ้านพากันรุมซื้อจนหมด ข้าก็เลยไม่มีสินค้าติดตัวมาเจ้าค่ะ” คำพูดของนางทำให้สายตาคมตรงหน้า ลดระดับความเข้มลง ก่อนจะถอนหายใจออกมา แล้วเบี่ยงตัวเล็กน้อย
“เอาล่ะ ข้าไม่มีอะไรจะสอบถามเจ้าแล้ว ในเมื่อเจ้าสองคนตอบตรงกัน ข้าก็คงไม่ขัดความรักของเจ้าทั้งสอง แต่หวังว่าเจ้าจะไม่ได้เข้ามาเพื่อหลอกลวงลูกชายข้า”
“ท่านพ่อได้โปรดวางใจ ข้าไม่มีวันหลอกลวงคุณชายซีเหรินอย่างแน่นอน เพราะเขาดีต่อข้าอย่างที่ไม่เคย มีผู้ใดดีต่อข้ามาก่อน ดังนั้นข้าจะกล้าหลอกลวงคนดี ๆ อย่างคุณชายซีเหรินได้อย่างไร” เมื่อเห็นสายตาของนางแล้ว หวงเฉิงเซ่อก็รู้สึกใจอ่อนและเข้าใจอะไรมากขึ้น พลางทอดสายตามองหญิงสาวที่งดงามราวกับรูปปั้น
“นางงามเพียงนี้ ไม่แปลกที่หวงซีเหรินจะหลงรักนางอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ข้าควรเลิกระแวงนางเสียที แม้นางจะเข้ามาโดยไร้ซึ่งที่มาที่ไปก็ตาม” เขาลอบคิดในใจ