ทันทีที่สัมผัสถึงเธอไม่ได้อีกผมก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
ที่จริงผมรู้สึกว่าสติมันติด ๆ ดับ ๆ มาตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้วแถมยังต้องเจอกับ ‘แอนนา ครอฟต์’ อีก วันนี้คงไม่ใช่วันของผม
[ด้วยผลของสกิลคุณมีภูมิคุ้มกันต่อ ‘คุกลวงหลอน’]
...บัดซบ ช้าเกินไปหน่อยมั้ย
เสียงเคร้งดังขึ้นพร้อมกับสติสัมปชัญญะที่เริ่มกลับมาชัดเจนกว่าเดิม
ความรู้สึกไม่สบายตัวยังคงเหลือค้างอยู่บ้างแต่ก็ดีกว่าเมื่อครู่นี้มากผมค่อย ๆ สูดลมหายใจเข้าปอด ผ่อนออกช้า ๆทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา ใช้ความเป็นจริงมาค่อย ๆ ฟื้นสติตัวเองทีละเรื่อง
ผมคือคิมดกจา
โลกใบนี้ล่มสลายไปแล้ว
‘สามวิธีรอด’ กลายเป็นเรื่องจริง
ที่นี่คือ...ภายใน [คุกลวงหลอน]
ผมกินศิลาสเปกเตอร์ลงไปและกลายสภาพเป็นเผ่าพันธุ์วิญญาณชั่วคราว
เพราะพอเป็นวิญญาณแล้วผมก็จะไม่ถูกพวกสัตว์ประหลาดใต้ดินโจมตี
ใช่ ใช่แล้วเพราะอย่างนั้น...โลกถึงได้ดูเป็นแบบนี้
ท่ามกลางภาพที่ราวกับผมเสพยา ผมไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้วเริ่มรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย
ยูซังอา อีฮยอนซอง จองฮีวอนพวกเขาจะเป็นยังไงกันบ้าง
ยูจุงฮยอก ไอ้เวรนั่นเขาคงไม่ได้ฆ่ากิลยองหรอกใช่มั้ย
หรือตอนนี้ซีนาริโอหลักที่ 3 ยังคงดำเนินอยู่?
ถ้าพวกหนูกระชอนยังอยู่ล่ะถ้าหากพวกโกลล์ยังวนเวียนอยู่รอบ ๆ เพื่อที่จะได้จับผมกินล่ะ
ถ้าหากเป็นเช่นนั้น...
...พี่
...ได้โปรดเถอะ
...คุณดกจา!
ผมพลันตั้งสติขึ้นมาได้
[สกิลเฉพาะตัว ‘กวาดล้างภูตผี Lv.1’ถูกเปิดใช้งาน!]
ใช่ ได้เวลากลับไปกันแล้ว
เสียงเฮือกดังขึ้นพร้อมกับลมหายใจหอบพรั่งพรูออกมา
“คุณดกจา!”
ทัศนวิสัยเริ่มกระจ่างชัดดุจหมอกสลายสิ่งแรกที่เห็นเป็นใบหน้าของยูซังอาที่ช่วยพยุงผมข้างหลังเธอมีจองฮีวอนกับอีฮยอนซองที่สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
“...ซีนาริโอล่ะครับ”
“จบแล้วค่ะ คุณดกจา พวกเราทำได้พวกเราทำได้!”
...อย่างนั้นเหรอ สำเร็จแล้วสินะ
ผมมองใบหน้าตื่นเต้นของสมาชิกกลุ่มขณะเดียวกันก็พยายามขยับร่างกาย คงเป็นเพราะนอนนิ่งอยู่ท่าเดิมเนิ่นนานกล้ามเนื้อร่างกายเลยไม่ค่อยยอมฟังคำสั่งเท่าไหร่
“ยังเร็วเกินไป...ที่จะดีใจครับ”
“หืม?”
“ตอนนี้พวกเราเพิ่งจะอดทนผ่านมาได้แค่วันเดียวเมื่อวานเป็นวันที่สามของซีนาริโอ เพราะฉะนั้น...”
พอเห็นผมทำท่าจะลุกขึ้นอีฮยอนซองก็รีบร้อนเข้ามาห้ามไว้
“คุณดกจา! ไม่ได้นะครับคุณแทบยังไม่ได้นอนพักเลยนะครับ”
“ตอนนี้กี่โมงแล้วครับ”
“แปดโมงครึ่งครับ ซีนาริโอจบลงได้ราวๆ สามสิบนาทีแล้ว”
แปดโมงครึ่งงั้นเหรอ...โล่งอกไปทีที่เวลาไม่ได้ผ่านไปนานเท่าไหร่แต่ใบหน้าที่ควรได้เห็นกลับหายไปคนหนึ่ง
“กิลยองอยู่ไหนครับ”
“อ๊ะ กิลยอง...”
ก่อนที่จองฮีวอนจะทันได้พูดอะไรต่อผมก็สังเกตเห็นแล้วว่าอีกิลยองอยู่ที่ไหน
ยูจุงฮยอกที่ยืนอยู่กับอีจีฮเยกำลังก้มหน้ามองอีกิลยองอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว
...ยูจุงฮยอก ทำไมหมอนั่นถึงได้
วินาทีนั้นผมนึกถึงภาพของยูจุงฮยอกที่มีสีหน้าตกใจตอนมองเห็นสมาชิกกลุ่มของผมขึ้นมาหรือว่าตอนนั้นคนที่ยูจุงฮยอกใช้ ‘เนตรแห่งปราชญ์’ มองจะเป็น...?
“เมื่อไหร่กัน...บ้าไปแล้วเมื่อก่อนไม่มี...แท้ ๆ”
เพราะผลข้างเคียงของศิลาผมเลยได้ยินเสียงของยูจุงฮยอกไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ หลังจากนั้นอีกิลยองก็พูดขึ้น
“เพิ่งไม่นานเองครับ”
“...จะไม่ไปกับฉันจริง ๆ หรือ”
“ครับ”
“ไปกับฉันนายจะพัฒนาได้แข็งแกร่งเร็วกว่าอยู่กับหมอนั่นเยอะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยัง...”
“ครับ ยังไงก็ไม่ไปครับ”
“...เด็กโง่”
ยูจุงฮยอกขมวดคิ้วแน่นเขาเหลือบมองผมก่อนจะหมุนตัวหันหลัง
[สกิลเฉพาะตัว‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ ขั้นที่ 2 ถูกเปิดใช้งาน!]
「 ...ไอ้คนดวงดี ยังมีประโยชน์อยู่เพราะฉะนั้นจะปล่อยให้รอดไปอีกหน่อยก็แล้วกัน 」
ผมอยากจะตะโกนเถียงอะไรกลับไปสักคำอย่างไม่ยอมแพ้แต่ร่างกายไม่มีแรงเลย
“พี่ดกจา!”
อีกิลยองสังเกตเห็นว่าผมฟื้นแล้วเด็กน้อยวิ่งเข้ามาหาด้วยนัยน์ตาเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ความคิดของยูจุงฮยอกที่เดินห่างออกไปไกลดังก้องอยู่ในหัวสมองของผม
「 ไม่มีเวลาให้ชักช้าแล้วต้องโจมตีให้สำเร็จในวันนี้ ไม่อย่างนั้น... 」
...โจมตี? พูดถึงเรื่องโจมตีอะไรกันต้องคิด...ให้ออก
บ้าชะมัด ผมเหนื่อยมากเกินไป
ตุบ เรี่ยวแรงถูกดูดออกไปจากร่างยูซังอารีบเข้ามาโอบประคองผมไว้
“คุณยูซังอาครับ...”
“คะ...ค่ะ!”
“ขอโทษนะครับผมขอนอนต่ออีกสักหน่อย...”
และผมก็หลับไปทั้งแบบนั้นหนนี้ผมไม่ฝันอะไรทั้งสิ้น เป็นการนอนหลับอันแสนหอมหวานที่ไม่ได้สัมผัสมาเสียนาน
ตอนที่ผมตื่นจากความฝัน เวลาก็ผ่านไปได้สองชั่วโมงแล้ว
- เฮ้! คิดจะนอนจนถึงเมื่อไหร่!
เสียงโวยวายน่ารำคาญทำให้ผมลืมตาตื่นด้วยความไม่พอใจเท่าไหร่บริเวณแก้มรู้สึกได้ถึงสัมผัสที่แข็งกระด้าง
“...อา คุณดกจา ตื่นแล้วสินะ”
จองฮีวอนก้มหน้ามองผม ริมฝีปากคลี่ยิ้มกว้าง
“ฉันบอกให้คุณยูซังอาไปพักน่ะค่ะเมื่อคืนพวกเราเองก็ยังไม่ได้นอนกันเลย”
ผมหมุนศีรษะหันไปมองยูซังอาที่เคยโอบประคองผมไว้กำลังนอนสัปหงกพิงกำแพงอยู่ จองฮีวอนหัวเราะ
“ว่าแต่ตักคุณอีฮยอนซองสบายมั้ยคะ”
ผมหันหน้ากลับมาอีฮยอนซองกำลังนอนละเมออยู่เหนือใบหน้าของผม
“ขานชื่อเช้าวันนี้...ให้เจ้าหน้าที่เป็นคนจัดการ...”
...ถึงว่าทำไมความสูงของหมอนไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่ที่แท้ก็เป็นตักของอีฮยอนซองนี่เอง ได้กลิ่นเลือดจากหมอนทหารเลย
“พี่ดกจา...”
ความรู้สึกหนัก ๆทำให้ผมชะโงกหน้าไปเหลือบมองบริเวณหน้าท้อง อีกิลยองกำลังนอนขดพิงผมเหมือนลูกแมว
ตอนที่ผมค่อย ๆยกศีรษะแล้วหยัดกายขึ้นก็ได้ยินเสียงของบีฮยองดังขึ้น
— ฮ่า ๆ ตื่นแล้วสินะถ้าอย่างนั้นก็รับนี่ไป
พร้อมกับข้อความที่หลั่งไหลเข้ามาในโสตประสาท
[กลุ่มดาว‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงดุจปีศาจ’ รู้สึกเสียใจกับบาดแผลในใจของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘มังกรทมิฬแห่งนรกอเวจี’ สนใจในอดีตของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘จอมวางแผนลับ’ สงสัยเกี่ยวกับแม่ของคุณ]
[กลุ่มดาวมอบเงินสนับสนุนให้คุณรวม1,800 เหรียญ]
...ไอ้เวรพวกนี้พวกมันแอบดูอดีตของคนอื่นสินะ
ข้อความยังไม่จบแค่นั้น
[คุณเอาชีวิตรอดจากค่ำคืนในชุงมูโรโดยไม่มี ‘กรีนโซน’ ได้สำเร็จ]
[คุณบรรลุความสำเร็จ ‘รุ่งอรุณที่ไม่มีวันสิ้นสุด’ จากสถานีชุงมูโรเป็นลำดับที่2!]
[คุณได้รับเหรียญ 1,000 เหรียญเป็นรางวัลแห่งความสำเร็จ]
[เหรียญในครอบครอง : 22,650เหรียญ]
ถ้าเป็นระดับนี้ก็เท่ากับว่าผมได้บรรลุยอดเงินตามเป้าที่วางไว้แล้วถือว่าที่ผมอดทนกับค่ำคืนที่ผ่านมาอย่างยากลำบากนั้นไม่สูญเปล่าเสียทีเดียว
จองฮีวอนหาวหวอดก่อนจะเอ่ยถาม
“วันนี้ทำยังไงกันดีล่ะคะต้องทำแบบเมื่อวานอีก...”
“ไม่ครับ วันนี้ไม่ได้วิธีแบบนั้นมันใช้ได้แค่วันเดียว”
แน่นอน ถ้าดวงดีมากพอวันนี้อาจจะหา ‘กรีนโซน’ ที่สร้างขึ้นแบบสุ่มเจอก็เป็นได้แต่โชคร้ายที่ใน ‘สามวิธีรอด’ ไม่ได้อธิบายตำแหน่งของกรีนโซนในวันที่สี่เอาไว้อย่างละเอียด
“ถ้าอย่างนั้น...”
สีหน้าของจองฮีวอนอึมครึมลงแต่นั่นเป็นความกังวลที่ไม่จำเป็นเลย
“วันนี้พวกเราจะจบซีนาริโอหลักที่ 3กันอย่างสมบูรณ์ครับ”
“คะ?”
ผมวางอีกิลยองให้นอนลงอย่างระมัดระวังลุกขึ้นจากพื้น แล้วบิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสาย
เดิมทีผมไม่ได้มีแผนแบบนี้แต่ในเมื่อรู้แล้วว่ายูจุงฮยอกคิดจะทำอะไรผมจึงไม่อาจปล่อยให้เป็นแบบนั้นได้เมื่อวานนี้เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ เพราะเวลากระชั้นชิดมากเกินไปแต่ตั้งแต่วันนี้ไปถือเป็นคนละเรื่อง
“ลากตัวเจ้าของที่ดินออกมาครับ”
“...ทำยังไงคะ”
ผมหันไปมองอีฮยอนซองที่ยังคงหลับใหลแล้วตอบคำถามจองฮีวอน
“ใช้อาวุธลับที่ผมเก็บงำไว้ยังไงล่ะครับ”
ตอนนี้ถึงเวลาเปลี่ยนตัวเจ้าของชุงมูโรกันแล้ว