[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT)

    Episode 7 เจ้าของที่ดิน (4.2) (รีไรต์)

            ทันทีที่สัมผัสถึงเธอไม่ได้อีกผมก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

            ที่จริงผมรู้สึกว่าสติมันติด ๆ ดับ ๆ มาตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้วแถมยังต้องเจอกับ ‘แอนนา ครอฟต์’ อีก วันนี้คงไม่ใช่วันของผม

            [ด้วยผลของสกิลคุณมีภูมิคุ้มกันต่อ ‘คุกลวงหลอน’]

            ...บัดซบ ช้าเกินไปหน่อยมั้ย

            เสียงเคร้งดังขึ้นพร้อมกับสติสัมปชัญญะที่เริ่มกลับมาชัดเจนกว่าเดิม

            ความรู้สึกไม่สบายตัวยังคงเหลือค้างอยู่บ้างแต่ก็ดีกว่าเมื่อครู่นี้มากผมค่อย ๆ สูดลมหายใจเข้าปอด ผ่อนออกช้า ๆทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา ใช้ความเป็นจริงมาค่อย ๆ ฟื้นสติตัวเองทีละเรื่อง

            ผมคือคิมดกจา

            โลกใบนี้ล่มสลายไปแล้ว

            ‘สามวิธีรอด’ กลายเป็นเรื่องจริง

            ที่นี่คือ...ภายใน [คุกลวงหลอน]

            ผมกินศิลาสเปกเตอร์ลงไปและกลายสภาพเป็นเผ่าพันธุ์วิญญาณชั่วคราว

            เพราะพอเป็นวิญญาณแล้วผมก็จะไม่ถูกพวกสัตว์ประหลาดใต้ดินโจมตี

            ใช่ ใช่แล้วเพราะอย่างนั้น...โลกถึงได้ดูเป็นแบบนี้

            ท่ามกลางภาพที่ราวกับผมเสพยา ผมไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้วเริ่มรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย

            ยูซังอา อีฮยอนซอง จองฮีวอนพวกเขาจะเป็นยังไงกันบ้าง

            ยูจุงฮยอก ไอ้เวรนั่นเขาคงไม่ได้ฆ่ากิลยองหรอกใช่มั้ย

            หรือตอนนี้ซีนาริโอหลักที่ 3 ยังคงดำเนินอยู่?

            ถ้าพวกหนูกระชอนยังอยู่ล่ะถ้าหากพวกโกลล์ยังวนเวียนอยู่รอบ ๆ เพื่อที่จะได้จับผมกินล่ะ

            ถ้าหากเป็นเช่นนั้น...

            ...พี่

            ...ได้โปรดเถอะ

            ...คุณดกจา!

            ผมพลันตั้งสติขึ้นมาได้

            [สกิลเฉพาะตัว ‘กวาดล้างภูตผี Lv.1’ถูกเปิดใช้งาน!]

            ใช่ ได้เวลากลับไปกันแล้ว

             

    เสียงเฮือกดังขึ้นพร้อมกับลมหายใจหอบพรั่งพรูออกมา

            “คุณดกจา!”

            ทัศนวิสัยเริ่มกระจ่างชัดดุจหมอกสลายสิ่งแรกที่เห็นเป็นใบหน้าของยูซังอาที่ช่วยพยุงผมข้างหลังเธอมีจองฮีวอนกับอีฮยอนซองที่สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล

            “...ซีนาริโอล่ะครับ”

            “จบแล้วค่ะ คุณดกจา พวกเราทำได้พวกเราทำได้!”

            ...อย่างนั้นเหรอ สำเร็จแล้วสินะ

            ผมมองใบหน้าตื่นเต้นของสมาชิกกลุ่มขณะเดียวกันก็พยายามขยับร่างกาย คงเป็นเพราะนอนนิ่งอยู่ท่าเดิมเนิ่นนานกล้ามเนื้อร่างกายเลยไม่ค่อยยอมฟังคำสั่งเท่าไหร่

            “ยังเร็วเกินไป...ที่จะดีใจครับ”

            “หืม?”

            “ตอนนี้พวกเราเพิ่งจะอดทนผ่านมาได้แค่วันเดียวเมื่อวานเป็นวันที่สามของซีนาริโอ เพราะฉะนั้น...”

            พอเห็นผมทำท่าจะลุกขึ้นอีฮยอนซองก็รีบร้อนเข้ามาห้ามไว้

            “คุณดกจา! ไม่ได้นะครับคุณแทบยังไม่ได้นอนพักเลยนะครับ”

            “ตอนนี้กี่โมงแล้วครับ”

            “แปดโมงครึ่งครับ ซีนาริโอจบลงได้ราวๆ สามสิบนาทีแล้ว”

            แปดโมงครึ่งงั้นเหรอ...โล่งอกไปทีที่เวลาไม่ได้ผ่านไปนานเท่าไหร่แต่ใบหน้าที่ควรได้เห็นกลับหายไปคนหนึ่ง

            “กิลยองอยู่ไหนครับ”

            “อ๊ะ กิลยอง...”

            ก่อนที่จองฮีวอนจะทันได้พูดอะไรต่อผมก็สังเกตเห็นแล้วว่าอีกิลยองอยู่ที่ไหน

            ยูจุงฮยอกที่ยืนอยู่กับอีจีฮเยกำลังก้มหน้ามองอีกิลยองอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว

            ...ยูจุงฮยอก ทำไมหมอนั่นถึงได้

            วินาทีนั้นผมนึกถึงภาพของยูจุงฮยอกที่มีสีหน้าตกใจตอนมองเห็นสมาชิกกลุ่มของผมขึ้นมาหรือว่าตอนนั้นคนที่ยูจุงฮยอกใช้ ‘เนตรแห่งปราชญ์’ มองจะเป็น...?

            “เมื่อไหร่กัน...บ้าไปแล้วเมื่อก่อนไม่มี...แท้ ๆ”

            เพราะผลข้างเคียงของศิลาผมเลยได้ยินเสียงของยูจุงฮยอกไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ หลังจากนั้นอีกิลยองก็พูดขึ้น

            “เพิ่งไม่นานเองครับ”

            “...จะไม่ไปกับฉันจริง ๆ หรือ”

            “ครับ”

            “ไปกับฉันนายจะพัฒนาได้แข็งแกร่งเร็วกว่าอยู่กับหมอนั่นเยอะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยัง...”

            “ครับ ยังไงก็ไม่ไปครับ”

            “...เด็กโง่”

            ยูจุงฮยอกขมวดคิ้วแน่นเขาเหลือบมองผมก่อนจะหมุนตัวหันหลัง

            [สกิลเฉพาะตัว‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ ขั้นที่ 2 ถูกเปิดใช้งาน!]

            「 ...ไอ้คนดวงดี ยังมีประโยชน์อยู่เพราะฉะนั้นจะปล่อยให้รอดไปอีกหน่อยก็แล้วกัน 」

            ผมอยากจะตะโกนเถียงอะไรกลับไปสักคำอย่างไม่ยอมแพ้แต่ร่างกายไม่มีแรงเลย

            “พี่ดกจา!”

            อีกิลยองสังเกตเห็นว่าผมฟื้นแล้วเด็กน้อยวิ่งเข้ามาหาด้วยนัยน์ตาเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ความคิดของยูจุงฮยอกที่เดินห่างออกไปไกลดังก้องอยู่ในหัวสมองของผม

            「 ไม่มีเวลาให้ชักช้าแล้วต้องโจมตีให้สำเร็จในวันนี้ ไม่อย่างนั้น... 」

            ...โจมตี? พูดถึงเรื่องโจมตีอะไรกันต้องคิด...ให้ออก

            บ้าชะมัด ผมเหนื่อยมากเกินไป

            ตุบ เรี่ยวแรงถูกดูดออกไปจากร่างยูซังอารีบเข้ามาโอบประคองผมไว้

            “คุณยูซังอาครับ...”

            “คะ...ค่ะ!”

            “ขอโทษนะครับผมขอนอนต่ออีกสักหน่อย...”

            และผมก็หลับไปทั้งแบบนั้นหนนี้ผมไม่ฝันอะไรทั้งสิ้น เป็นการนอนหลับอันแสนหอมหวานที่ไม่ได้สัมผัสมาเสียนาน

             

    ตอนที่ผมตื่นจากความฝัน เวลาก็ผ่านไปได้สองชั่วโมงแล้ว

            - เฮ้! คิดจะนอนจนถึงเมื่อไหร่!

            เสียงโวยวายน่ารำคาญทำให้ผมลืมตาตื่นด้วยความไม่พอใจเท่าไหร่บริเวณแก้มรู้สึกได้ถึงสัมผัสที่แข็งกระด้าง

            “...อา คุณดกจา ตื่นแล้วสินะ”

            จองฮีวอนก้มหน้ามองผม ริมฝีปากคลี่ยิ้มกว้าง

            “ฉันบอกให้คุณยูซังอาไปพักน่ะค่ะเมื่อคืนพวกเราเองก็ยังไม่ได้นอนกันเลย”

            ผมหมุนศีรษะหันไปมองยูซังอาที่เคยโอบประคองผมไว้กำลังนอนสัปหงกพิงกำแพงอยู่ จองฮีวอนหัวเราะ

            “ว่าแต่ตักคุณอีฮยอนซองสบายมั้ยคะ”

            ผมหันหน้ากลับมาอีฮยอนซองกำลังนอนละเมออยู่เหนือใบหน้าของผม

            “ขานชื่อเช้าวันนี้...ให้เจ้าหน้าที่เป็นคนจัดการ...”

            ...ถึงว่าทำไมความสูงของหมอนไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่ที่แท้ก็เป็นตักของอีฮยอนซองนี่เอง ได้กลิ่นเลือดจากหมอนทหารเลย

            “พี่ดกจา...”

            ความรู้สึกหนัก ๆทำให้ผมชะโงกหน้าไปเหลือบมองบริเวณหน้าท้อง อีกิลยองกำลังนอนขดพิงผมเหมือนลูกแมว

            ตอนที่ผมค่อย ๆยกศีรษะแล้วหยัดกายขึ้นก็ได้ยินเสียงของบีฮยองดังขึ้น

            — ฮ่า ๆ ตื่นแล้วสินะถ้าอย่างนั้นก็รับนี่ไป

            พร้อมกับข้อความที่หลั่งไหลเข้ามาในโสตประสาท

            [กลุ่มดาว‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงดุจปีศาจ’ รู้สึกเสียใจกับบาดแผลในใจของคุณ]

            [กลุ่มดาว ‘มังกรทมิฬแห่งนรกอเวจี’ สนใจในอดีตของคุณ]

            [กลุ่มดาว ‘จอมวางแผนลับ’ สงสัยเกี่ยวกับแม่ของคุณ]

            [กลุ่มดาวมอบเงินสนับสนุนให้คุณรวม1,800 เหรียญ]

            ...ไอ้เวรพวกนี้พวกมันแอบดูอดีตของคนอื่นสินะ

            ข้อความยังไม่จบแค่นั้น

            [คุณเอาชีวิตรอดจากค่ำคืนในชุงมูโรโดยไม่มี ‘กรีนโซน’ ได้สำเร็จ]

            [คุณบรรลุความสำเร็จ ‘รุ่งอรุณที่ไม่มีวันสิ้นสุด’ จากสถานีชุงมูโรเป็นลำดับที่2!]

            [คุณได้รับเหรียญ 1,000 เหรียญเป็นรางวัลแห่งความสำเร็จ]

            [เหรียญในครอบครอง : 22,650เหรียญ]

            ถ้าเป็นระดับนี้ก็เท่ากับว่าผมได้บรรลุยอดเงินตามเป้าที่วางไว้แล้วถือว่าที่ผมอดทนกับค่ำคืนที่ผ่านมาอย่างยากลำบากนั้นไม่สูญเปล่าเสียทีเดียว

            จองฮีวอนหาวหวอดก่อนจะเอ่ยถาม

            “วันนี้ทำยังไงกันดีล่ะคะต้องทำแบบเมื่อวานอีก...”

            “ไม่ครับ วันนี้ไม่ได้วิธีแบบนั้นมันใช้ได้แค่วันเดียว”

            แน่นอน ถ้าดวงดีมากพอวันนี้อาจจะหา ‘กรีนโซน’ ที่สร้างขึ้นแบบสุ่มเจอก็เป็นได้แต่โชคร้ายที่ใน ‘สามวิธีรอด’ ไม่ได้อธิบายตำแหน่งของกรีนโซนในวันที่สี่เอาไว้อย่างละเอียด

            “ถ้าอย่างนั้น...”

            สีหน้าของจองฮีวอนอึมครึมลงแต่นั่นเป็นความกังวลที่ไม่จำเป็นเลย

            “วันนี้พวกเราจะจบซีนาริโอหลักที่ 3กันอย่างสมบูรณ์ครับ”

            “คะ?”

            ผมวางอีกิลยองให้นอนลงอย่างระมัดระวังลุกขึ้นจากพื้น แล้วบิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสาย

            เดิมทีผมไม่ได้มีแผนแบบนี้แต่ในเมื่อรู้แล้วว่ายูจุงฮยอกคิดจะทำอะไรผมจึงไม่อาจปล่อยให้เป็นแบบนั้นได้เมื่อวานนี้เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ เพราะเวลากระชั้นชิดมากเกินไปแต่ตั้งแต่วันนี้ไปถือเป็นคนละเรื่อง

            “ลากตัวเจ้าของที่ดินออกมาครับ”

            “...ทำยังไงคะ”

            ผมหันไปมองอีฮยอนซองที่ยังคงหลับใหลแล้วตอบคำถามจองฮีวอน

            “ใช้อาวุธลับที่ผมเก็บงำไว้ยังไงล่ะครับ”

            ตอนนี้ถึงเวลาเปลี่ยนตัวเจ้าของชุงมูโรกันแล้ว

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT) ที่คุณอ่าน