ตอนที่41 แผนการเมื่อ 6 ปีก่อน
ที่ลานหน้าประตูหมู่บ้านหยู่เปิงปรากฏรถม้าขนาด6 ที่นั่งเคลื่อนตัวมาจอดที่หน้าหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านที่กำลังรวมตัวกันหน้าหมู่บ้านเพื่อก่อสร้างกำแพงและลำเลียงขอนไม้ที่ใช้ในการก่อสร้างวันนี้ต้องแปลกใจเพราะตามปกติหมู่บ้านหยู่เปิงน้อยครั้งที่จะมีผู้มาเยือน
เมื่อรถม้าหยุดลงมีคน5 คนปรากฏกายออกมาจากรถม้า ทีช หมิง ดาร์ค อลาโน่และอิจิโนเสะ ที่เดินทางออกจากเมืองอู๋โจวตั้งแต่เช้ามืดจนมาถึงในเวลาค่ำของวันนี้ทีชที่ก้าวลงจากรถม้าเมื่อได้เห็นภาพของหมู่บ้านหยู่เปิงก็ตกตะลึงไปเล็กน้อยเพราะหมู่บ้านหยู่เปิงในขณะนี้นั้นมีผู้คนมารวมตัวกันมากที่หน้าหมู่บ้านทั้งๆที่ในเวลานี้เป็นช่วงหัวค่ำแล้ว แต่ก็ยังมีชาวบ้านเข้าแถวยาวเหยียดคล้ายกับกำลังรอรับของอะไรบางอย่างอยู่หลายแถวซึ่งทีชกวาดสายตามองก็คำนวณได้ทันทีว่าชาวบ้านในหมู่บ้านหยู่เปิงมีมากกว่าเดิมจนผิดปกติแต่ในขณะที่ทีชกำลังจะเอ่ยปากถามชาวบ้านว่าเกิดอะไรขึ้นก็ได้ยินเสียงของกุยแกซะก่อน
“สวัสดีนายท่าน เดินทางมาเหนื่อยๆ ท่านต้องการพักผ่อนก่อนหรือไม่”เมื่อพูดจบคนก็ปรากฏ
“ไม่เป็นไรๆ เจ้าสบายดีใช่หรือไม่ อาการป่วยดีขึ้นบ้างหรือยัง” ทีชพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
“ข้าขอบคุณนายท่าน อาการป่วยของข้าสามวันมานี้ถือว่าดีขึ้นมากแล้ว”กุยแกที่ไม่อยากให้ทีชเป็นห่วงพูดพร้อมกับยิ้มให้อย่างมั่นใจ
แต่ในความเป็นจริง3 คืนมานี้นั้นกุยแกทรมานจากการดื่มยาพิษอย่างมากกุยแกต้องฝืนอดทนจนตกอยู่ในสภาพคล้ายคนใกล้ตายเพียงแต่ไม่มีใครทราบกุยแกนั้นยอมทรมานโดยการดื่มยาพิษมากกว่าที่ทีชกำหนดเล็กน้อยเพื่อให้หายไวขึ้นเขาต้องการหายไวๆ เพราะเขารู้ว่าอีกไม่นานเขาจะต้องไปช่วยทีชทำงานใหญ่
“ดีแล้วๆ แล้วเจ้านัดพวกข้ามาทำไมหรือ คนอื่นๆ ละมากันหรือยัง”ทีชถามอีกครั้ง
“มาแล้วขอรับ คุณสมิทพึ่งมาถึงก่อนหน้านายท่านไม่นานกำลังรออยู่ในโรงน้ำชาคุณปรางจีเองก็อยู่ที่นั่นขอรับ แต่สำหรับคุณมอนจีและแม่ทัพฮิเดโยชิออกเดินทางไปทำตามแผนการของข้าแล้วตั้งแต่เมื่อวานขอรับ”กุยแกอธิบายให้ทีชและคนที่มาใหม่เข้าใจ
“งั้นเราไปโรงน้ำชากัน”ทีชพูดจบก็เดินนำหน้าไปด้วยความมั่นใจเพราะเขาจำได้ดีว่าโรงน้ำชาอยู่ตรงไหน
เมื่อทุกคนมาถึงโรงน้ำชาหลังจากทักทายกันเรียบร้อยตามมารยาท กุยแกก็เริ่มอธิบายแผนการทันทีโดยเล่าว่ามอนจีกับฮิเดโยชิเดินทางไปบนภูเขาพร้อมทหาร200 นายของหมู่บ้านหยู่เปิงไปสำรวจพื้นที่ค้นหาโจรภูเขา รังสัตว์อสูรและชนเผ่าที่อาศัยอยู่บนเขาเนื่องจากภูเขานั้นอยู่ติดกับพื้นที่ของหมู่บ้านหยู่เปิงและพื้นที่ของกิลลากยาวจนถึงหมู่บ้านฮูซา
กุยแกได้บอกว่าเขานั้นต้องการสร้างเมืองขึ้นตรงจุดนี้เพื่อให้เป็นเมืองหลักของกิลเพราะภูมิประเทศส่วนนี้ด้านหลังโอบล้อมด้วยภูเขาซ้ายขวาเป็นหมู่บ้านฮูซาและหมู่บ้านหยู่เปิงซึ่งในเวลานี้หมู่บ้านหยู่เปิงตกอยู่ในอำนาจของทีชที่กุยแกจัดเตรียมเอาไว้แต่แรกทำให้ตัดปัญหาไปได้ถ้าสร้างกำแพงเมืองจากที่ดินที่ซื้อเอาไว้ให้เชื่อมต่อกับกำแพงของหมู่บ้านได้สำเร็จจะสามารถรวมหมู่บ้านเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเมืองที่จะสร้างในอนาคตได้ง่าย
ส่วนทางหมู่บ้านฮูซากุยแกได้บอกกับสมิทให้กลับไปคุยกับเจียงเฉียงโดยจะให้เจียงเฉียงช่วยเกลี้ยกล่อมหัวหน้าของหมู่บ้านฮูซาให้ยอมสวามิภักดิ์กับกิลAdmiration ซึ่งถ้าหากไม่ยอมสวามิภักดิ์ กุยแกจะใช้ไม้แข็งทันทีเพราะพื้นที่ตรงหมู่บ้านฮูซาเป็นจุดสำคัญถ้าสามารถเชื่อมต่อกับกำแพงที่กำลังสร้างสำเร็จพื้นที่จะมีอาณาเขตครอบคลุมกว้างพอที่จะก่อตั้งเมืองและพื้นที่แถบนี้ทั้งหมดจะตกเป็นของกิล Admiration ทันที
เมื่อกุยแกอธิบายถึงตรงนี้ทุกคนยกเว้นอลาโน่สามารถเข้าใจความคิดของกุยแกทันทีว่าทำไมถึงต้องซื้อที่ดินระหว่างสองหมู่บ้านเพราะถ้าต้องการรวบหมู่บ้านทั้งสองเข้าด้วยกันเราจำเป็นต้องเป็นเจ้าของที่ดินแต่ถ้าเราใช้วิธีการบุกยึดหมู่บ้านทั้งสองแห่งจะทำให้เสียเวลาและกำลังพลต่อให้ยึดได้แต่ก็ต้องแลกมากับการที่ชาวบ้านในหมู่บ้านเสียชีวิตแต่ถ้าเราใช้วิธีซื้อที่ดินข้างๆ แล้วทำตัวเป็นเหมือนเพื่อนบ้านที่อัธยาศัยดีชาวบ้านที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างกำแพงจะรู้สึกเสมือนเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันเพราะกำแพงเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของพวกเขาเองการเกลี้ยกล่อมให้ชาวบ้านเข้าร่วมจะง่ายขึ้น
สรุปสาเหตุที่กุยแกยอมทำหลายขั้นตอนแบบนี้เพราะ
1.ซื้อใจชาวบ้านทั้งสองหมู่บ้านโดยการหางานมาให้ทำในช่วงที่กำลังจะเข้าหน้าแล้ง
2.ทำให้ชาวบ้านทั้งสองหมู่บ้านรวมถึงหมู่บ้านที่อยู่รอบๆรู้สึกปรองดองและสนิทกันได้ไวขึ้นเนื่องจากได้ทำงานร่วมกัน
3.หมู่บ้านหยู่เปิงที่ความจริงตกอยู่ในอำนาจของกุยแกและทีชแต่แรกนั้น มีค่ายทหารที่กุยแกแอบพัฒนาไว้ลับๆเมื่อหมู่บ้านอื่นเดินทางมาเห็นกองกำลังและค่ายทหารจะรู้สึกเกรงกลัวอยู่ในใจเป็นจิตวิทยาที่แสดงถึงอำนาจอย่างหนึ่ง
4.ไม่ต้องบุกยึดหมู่บ้านฮูซาและหมู่บ้านรอบๆ ทีละหมู่บ้านซึ่งอาจทำให้เสียกำลังทหารและชาวบ้าน เพราะกิล Admiration ที่พึ่งก่อตั้งจำเป็นต้องใช้แรงงานที่เป็นชาวบ้านทุกคนอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาให้เร็วที่สุด
เมื่อทุกคนทราบจุดประสงค์และแผนเบื้องต้นของกุยแกทั้งการแสดงอำนาจ ความเอื้อเฟื้อ ความปรองดอง เมื่อมี 3 สิ่งกุยแกเชื่อว่าสามารถเจรจากับหัวหน้าหมู่บ้านฮูซาและหัวหน้าหมู่บ้านที่อยู่บริเวณนี้ได้อย่างแน่นอน
‘ถึงเราจะเข้าใจเหตุและผลแล้วแต่ทำไมยังรู้สึกสังหรณ์ใจเหมือนกับว่ามีอะไรอื่นอีกซึ่งถ้าฟังจากที่กุยแกบอกมาข้อดีมาทั้งหมดก็ดูเหมือนจะจริงตามที่ว่าแต่ในทางกลับกันแผนแบบนี้สามารถทำกับหมู่บ้านที่อยู่จุดอื่นได้เหมือนกัน ไม่เห็นว่าต้องมาเลือกพื้นที่ห่างไกลถึงที่นี่เลยถึงแม้ว่าข้อดีคือมีภูเขาปิดล้อมด้านหลัง ทำให้ดูเป็นจุดยุทศาสตร์ที่ดีแต่การจะพัฒนาที่ดินรกร้างและห่างไกลความเจริญแบบนี้ให้เติบโตเป็นจนกลายเป็นเมืองขนาดเล็กมันก็น่าจะใช้เวลาอีกนานแต่ทำไมเราที่รู้สึกว่ากุยแกกำลังเร่งแผนการของตัวเองให้ไวขึ้นแต่กลับมาเลือกพื้นที่แถวนี้’ทีชวิเคราะห์เงียบๆ อยู่ในใจโดยไม่รู้ตัวเลยว่ากุนซือคู่กายกำลังมองอยู่พร้อมกับยิ้มมุมปาก
‘นายท่านเติบโตขึ้นอีกแล้ว ถ้าเป็นปกติคงเอ่ยถามออกมาตรงๆ แล้วแต่ครั้งนี้กลับมีความสุขุมมากขึ้น ดูเหมือนนายท่านจะเริ่มซึมซับสิ่งที่ดีจากสหายรอบตัวได้อย่างรวดเร็วคนแรกคือหมิงที่เก่งกาจด้านวิชาการต่อสู้จนทำให้นายท่านกระตือรือร้นที่จะฝึกวิชาและพัฒนาฝีมือต่อมาในครั้งนี้เป็นความสุขุมที่เหมือนกับท่านดาร์ค’
“พวกท่านคุยอะไรกัน ทำไมฟังดูน่าเบื่อแบบนี้...” อลาโน่เอ่ยออกมาเพราะเขาทำความเข้าใจได้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น
‘เดี๋ยวนะ...แย่ละสิข้าต้องหาวิธีแยกท่านอลาโน่กับนายท่านออกจากกันก่อนที่นายท่านจะซึมซับสิ่งที่ไม่ดีจากท่านอลาโน่!’
เมื่อกุยแกคิดได้ดังนั้นก็พูดขึ้น “ท่านสมิทข้ารบกวนท่านเรื่องหมู่บ้านฮูซาด้วยนะขอรับยิ่งเกลี้ยกล่อมได้ไวเท่าไหร่ยิ่งดี ข้าจะให้ท่านอลาโน่กับแม่นางปรางจีไปด้วยถ้าเกลี้ยกล่อมหัวหน้าหมู่บ้านฮูซาได้สำเร็จข้าจะให้แม่นางปรางจีเปิดรับสมัครคนงานเพิ่มการก่อสร้างกำแพงจะได้เสร็จไวขึ้น”
“ได้สิไม่มีปัญหา หัวหน้าหมู่บ้านฮูซาน่ะ เกรงใจท่านเจียงเฉียงจะตาย”อลาโน่รับปากแทนสมิท กุยแกที่เห็นเช่นนั้นได้แต่ลอบเหงื่อตกเพราะแม้แต่ตัวของเขาเองยังไม่มั่นใจในตัวอลาโน่เลยเขาไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าอลาโน่คิดสิ่งใดและกำลังรู้สึกเช่นไร
“ท่านกุนซือไม่ต้องเป็นห่วงข้าจะเดินทางไปพร้อมกับทั้ง 3 คนด้วยเพราะข้าเป็นรองหัวหน้าถ้าการเจรจาสำเร็จข้าสามารถใช้อำนาจสั่งการแทนทีชได้” ดาร์คพูดขึ้น
ในระบบของเกม LC นั้นการบุกยึดหมู่บ้านหรือยึดเมืองผู้เล่นสามารถบุกยึดได้ทุกแบบแต่ถ้าต้องการให้ระบบยอมรับจะต้องมีผู้เล่นที่เป็นหัวหน้ากิลหรือรองหัวหน้ากิลทำการขึ้นทะเบียนกับระบบเมื่อระบบตรวจสอบเสร็จว่าผ่านเงื่อนไขระบบจะขึ้นชื่อหมู่บ้านหรือเมืองที่กิลมีไว้ในครอบครองให้ทันที โดยที่ธงรอบๆหมู่บ้านและเมืองจะกลายเป็นธงสัญลักษณ์กิลรวมถึงส่งผลต่อคะแนนของกิลและระบบเควสที่อยู่ในเมืองก็จะเปลี่ยนไป สวัสดิการที่สมาชิกกิลควรได้รับก็จะสามารถดำเนินการได้
แต่ถ้าไม่มีหัวหน้ากิลหรือรองหัวหน้ากิลมาขึ้นทะเบียนกับระบบยกตัวอย่างเช่นกิลที่ยึดครองโดยใช้สมาชิกกิล ทหารหรือ NPCมาควบคุม ถ้าเป็นกรณีแบบนี้สมาชิกกิลจะไม่สามารถใช้ระบบอำนวยความสะดวกของเมืองได้เพราะกิลนั้นยังไม่ใช่เจ้าของเมืองที่แท้จริงตามระบบแต่ทว่าถ้ากิลใดใช้อำนาจยึดเมืองเอาไว้ได้ครบกำหนดเวลา 3 เดือนหรือกิลที่ยึดเมืองอยู่สามารถผ่านเงื่อนไขบางอย่างระบบจะขึ้นชื่อเมืองในครอบครองให้ทันทีโดยไม่ต้องทำการยืนยัน
“แล้วข้าละท่านกุนซือ จะให้ข้าทำสิ่งใดดี” หมิงที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังว่างงานเอ่ยถาม
“นายท่าน ท่านหมิง และท่านอิจิโนเสะข้าต้องการให้พวกท่านเป็นตัวแทนของกิลในการช่วยชาวบ้านก่อสร้างกำแพงเพราะภาพที่ผู้นำและแม่ทัพมาช่วยกันทำงานแบบนี้ จะทำให้ชาวบ้านรู้สึกใกล้ชิดและทำให้ชาวบ้านเชื่อมั่นในตัวของผู้นำว่าไม่ใช่ผู้นำที่บ้าอำนาจกดขี่ข่มเหงราษฎร์และชื่อเสียงที่ดีแบบนี้จะส่งผลให้กิลเป็นที่รักของชาวบ้านและทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านรอบข้างตัดสินใจย้ายมาอยู่กับเราได้ง่ายขึ้นซึ่งข้าจะเป็นคนออกเดินทางไปเจรจากับหัวหน้าหมู่บ้านแถวๆ นี้ทั้งหมดเองสุดท้ายในอีก 20 วันให้หลังข้าต้องการให้ทุกคนกลับมารวมกันที่นี่อีกครั้ง” กุยแก ตอบ
“เจ้ายังป่วยการไปคนเดียวจะอันตรายหรือไม่” ทีชถามด้วยความเป็นห่วงแต่ในใจลึกๆนั้นทีชมั่นใจว่าในพื้นที่แถวเมืองเริ่มต้นแบบนี้ไม่น่ามีอะไรทำร้ายกุยแกได้นอกจากว่าเจอกับผู้เล่นระดับสูงหรือ NPC ในประวัติศาสตร์เท่านั้น
“ข้าจะพาทหารไปด้วย 30 นายและยังมีองค์หญิงผิงหยางไปด้วย ในเมื่อมีสถานะขององค์หญิงให้ใช้ข้าย่อมนำมาใช้โดยไม่ให้เสียเปล่า” กุยแกเอ่ยพร้อมกับยิ้มให้ทีช
เมื่อทุกคนทราบแผนการกันหมดแล้วก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนและเมื่อแสงอาทิตย์มาเยือน กิล Admiration ที่พึ่งก่อตั้งก็เริ่มก้าวเดินก้าวแรกและเป็นก้าวที่มั่นคงอย่างมาก
......
ร้านคาเฟ่Admiration
ติ๊กออกจากเกมมาช่วยต๋องเก็บร้านก็พบกับฮิวโก้ที่กำลังเร่งรีบเก็บของอย่างลุกลี้ลุกลน
“เป็นอะไรไปฮิวโก้ ดูแปลกๆ ไปนะ” ติ๊กเอ่ยถาม
“ค...คือผมเห็นพี่หวานติดตั้งเตียงแคปซูลที่นี่ผมเลยอยากรีบกลับไปเล่นเกม...ผมอยากเข้าไปช่วยเถ้าแก่บ้าง”ฮิวโก้พูดพร้อมกับทำหน้าตาและน้ำเสียงเศร้าๆ
“ฮ่าๆ เอางี้ไว้พี่จะซื้อเตียงแคปซูลมาติดตั้งไว้ที่ชั้นสองให้ ว่าแต่หวานออนไลน์นานแล้วเหรอ”ติ๊กกถาม เพราะสงสัยว่าทำไมหวานถึงไม่ตามไปที่จุดนัดพบตามเวลา
“คือตอนที่ช่างมาติดตั้งเกิดปัญหานิดหน่อยครับพี่หวานพึ่งจะออนไลน์ได้ประมาณ 30 นาทีที่ผ่านมานี่เองผมว่าอีกสักพักแหละครับกว่าพี่เค้าจะเดินทางไปถึงหมู่บ้านหยู่เปิง”ฮิวโก้อธิบาย
หลังจากที่คุยกับฮิวโก้เสร็จติ๊กก็ลงมือช่วยปิดร้านแต่ในขณะนั้นเอง
กริ๊งงงงง!
กริ๊งงงงง!
เสียงโทรศัพท์มือถือของติ๊กดังขึ้นติ๊กรับสายปรากฏเสียงปลายสายเป็นเสียงของผู้ชายคนหนึ่ง
“สวัสดีติ๊ก พอดีพี่มีข่าวมาบอก บริษัท จักรพรรดิคาร์เซนเตอร์ที่เราสองคนมีหุ้นอยู่ตอนนี้หุ้นกำลังตกลงอีกจึงมีผู้ถือหุ้นเริ่มเทขายหุ้นอีกนายคิดว่าพวกเราควรช้อนซื้อหุ้นต่อไปดีมั้ย”
“ประธานชลากรเริ่มลงมือแล้วหรือครับ” ติ๊กถามกลับ
“ใช่ทางนั้นกดดันจนคุณนริศที่เป็นเจ้าของบริษัทต้องปล่อยหุ้นทิ้งออกมาอีกครั้งผู้ถือหุ้นบางคนก็ยอมขายหุ้นให้ประธานชลากรถ้านายคิดว่าจะสู้กับประธานชลากรต่อพี่คิดว่าพวกเราควรต้องซื้อหุ้นนะเพียงแต่ตอนนี้เงินที่พวกเรามีอยู่อาจไม่เพียงพอนี่สิ”
“ผมพอมีเงินในเกม LC เหลืออยู่เดี๋ยวผมจะแลกออกมาสัก 20ล้าน ยังไงผมฝากพี่ด้วยนะครับ เราจะปล่อยให้ประธานชลากรฮุบบริษัทนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด”ติ๊กเอ่ยบอกกับชายในโทรศัพท์
“เดี๋ยวสิถ้านายแลกเงินออกมาอีก จะไม่เหมือนกับตอนที่เล่นเกม MO งั้นเหรอ ตอนนั้นนายก็เอาแต่แลกเงินออกจากเกมเพื่อมาซื้อหุ้นจนสุดท้ายไม่มีเงินทุนในการตั้งตัวจึงเป็นได้แค่ทหารรับจ้างแต่ครั้งนี้นายกำลังตั้งตัวใหม่ในเกม LC มันจะดีเหรอที่จะเอาทุนออกมาใช้อีกอย่าลืมสิอำนาจของประธานชลากรในเกมมีน้อยกว่าในโลกภายนอกนายอยู่ในนั้นสามารถขยับตัวได้ง่ายกว่าโลกภายนอกนี่เยอะนะ”ปลายสายพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ต้องกังวลครับพี่ ตอนนี้ในเกม LC ผมกำลังไปได้สวยรับรองว่าครั้งนี้ผมจะต้องมีชื่อเสียงจนทำให้ประธานชลากรเล่นนอกกฎแบบเดิมได้ยากและเมื่อถึงเวลานั้นพวกเราจะเดินหน้าเต็มกำลังในการล้มบริษัทซูเปอร์มอเตอร์ของตระกูลอัครพิมุข!” ติ๊ก พูดพร้อมกับแววตาที่เปลี่ยนไป
‘ดูท่าว่าพี่ติ๊กกำลังจะตัดสินใจเริ่มแผนขั้นแรกเร็วๆ นี้แล้วสินะเราเองก็ต้องช่วยพี่ติ๊กอย่างเต็มที่...บางทีเราควรแอบปรึกษาพี่หวานดีมั้ยนะเพราะร้านคาเฟ่ Admiration ต่างหากที่เป็นแผนการแก้แค้นที่แท้จริงของพวกเรา’ต๋องที่เห็นติ๊กคุยโทรศัพท์และเห็นแววตาของติ๊กคิดขึ้นในใจ
......
แผนการขั้นแรกของติ๊กและยังเป็นแผนการที่ติ๊กดำเนินการตั้งแต่6 ปีก่อนโดยไหว้วานชายคนที่โทรมาคอยดำเนินการให้อย่างลับๆเพราะติ๊กรู้ตัวดีว่าตัวของเขานั้นอยู่ในสายตาของประธานชลากรตลอดเวลาถ้าเขาดำเนินการอะไรที่ส่งผลต่อบริษัทของประธานชลากรขึ้นมาละก็เขาจะต้องถูกประธานชลากรเล่นนอกกฎอีกครั้งและนี่คือเหตุผลที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาติ๊กพยายามทำตัวไม่โดดเด่นมาเสมอพยายามทำตัวเป็นคลื่นใต้น้ำที่ประธานชลากรมองไม่เห็นหรือไม่สนใจ
แต่ทว่าโลกในเกม LC ที่ประธานชลากรไม่สามารถเล่นนอกกฎได้ ติ๊กได้วางแผนใช้โลกในเกม LC เป็นตัวขับเคลื่อนแผนการในขั้นต่อไปและอีกไม่นานติ๊กจะได้เผชิญหน้ากับตระกูลอัครพิมุขอีกครั้งและในครั้งนี้ติ๊กจะไม่ใช่ฝ่ายที่เสียเปรียบอีกต่อไป