ข่าวการปะทะกับกลุ่มสังหารฮันเตอร์ ในเกตซ้อน สะเทือนไปถึงหูระดับสูงของสมาคมฮันเตอร์อย่างรวดเร็ว แม้เบื้องบนจะมีคำสั่งให้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างลับๆ ทว่าบรรยากาศภายในศูนย์บัญชาการเขต 40 กลับตึงเครียดจนถึงขีดสุด
ฉานเฟิง ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าผู้อาวุโสของสมาคม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและโกรธแค้น เมื่อได้รับฟังรายงานผลการตรวจสอบหน่วยเฉพาะกิจ
"เราพบเศษซากของอุปกรณ์บางอย่างในที่เกิดเหตุ..." ผู้อาวุโสเขต 40 กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "มันคือสิ่งประดิษฐ์แทรกแซงเกตปิด”
ซึ่งมันขัดต่อสามัญสำนึก ที่พวกเขารู้มา ว่าเกตปิด หากไม่สังหารบอส จะไม่สามารถออกจากเกตได้
ผู้อาวุโสเขต40 เขาสบตาฉานเฟิง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยเสียงที่เบาลง "ของสิ่งนี้... มีแต่กองทัพโลก หรือบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติเท่านั้นที่มีมัน ไว้ในครอบครอง"
ฉานเฟิงกลับออกมา เขาถึงกับกำหมัดแน่น ไม่คิดว่าเจียงเฉินจะต้องมาตาย ชนิดแม้แต่พวกเขาก็ยังหาความจริงไม่ได้
พิธีจัดงานศพ เจียงเฉินจัดขึ้นมาอย่างสมเกียรติ ที่สุสานไท่ชิ มีทหารรับจ้างฮันเตอร์ มาร่วมไว้อาลัยกันอย่างหนาตา
อูอัน เห็นทีมหัวหน้าฉานเฟิงมาไว้อาลัย ยังกล่าวถามชื่อของเชนออกมา ปนน้ำเสียงเศร้า “น้องชายคนนั้น ยังไม่ได้สติ ลืมตาตื่นกลับมาอีกหรือ หัวหน้า?”
ฉานเฟิงในชุดสูทสีดำสนิท ฝืนคลี่ยิ้มกว้าง ขณะเขากล่าวเสียงเรียบเต็มไปด้วยความมั่นใจ “เจ้าหนู นั้นต้องฟื้นอย่างแน่นอน”
…หลังจบพิธี กลุ่มผู้รอดชีวิตพากันไปรวมตัวกันที่บาร์เก่าๆ แห่งหนึ่งเพื่อดื่มไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย
ฉานเฟิง นั่งจ้องแก้วเหล้าด้วยความรู้สึกผิดลึกๆ ในใจ พลางสงสัยว่าทำไมเจียงเฉินถึงถูกหมายหัวจากพวกระดับสูงขนาดนั้น
"ลูกค้าในร้านหายไปอีกคนแล้วสินะ..." ชายชราเจ้าของร้านที่แต่งตัว แยงกี้ย้อนยุค พึมพำพลางเช็ดแก้วเหล้า
นิโคลัส เดินเข้ามาสมทบพร้อมบุหรี่ที่คาบอยู่ที่มุมปาก เขาคว้าแก้วเหล้าขึ้นมากระดกพรวดเดียว "อาชีพฮันเตอร์ ทหารรับจ้างอย่างเรา... มันมีความเสี่ยงติดตัวมาตั้งแต่วันที่ตัดสินใจจับอาวุธแล้วล่ะฉานเฟิง อย่าโทษตัวเองเลย"
เขามองไปยังแบฮันและยูมิที่ขอตัวแยกออกไปดูอาการเชนที่โรงพยาบาล ก่อนจะถอนหายใจยาวๆ ท่ามกลางควันบุหรี่ที่ลอยฟุ้ง
อีกด้านทิศทางโรงพยาบาล
ภายในห้องICU เชน ยังคงหลับตาพริ้ม ครอบเครื่องหายใจออกซิเจน สายวัดชีพจร ระโยง ระยาง ร่างกายที่เคยเต็มไปด้วยบาดแผล เริ่มสมานตัวด้วยอัตราที่น่าทึ่ง
หลังจากพ้น3วัน ที่พ้นวิกฤตอันตราย เชนก็ถูกส่งไปยังห้องพักฟื้นธรรมดา เขาที่ลืมตาตื่นมาอีกครั้ง พร้อมเสียงกลิ่นห้องฆ่าเชื้อ เสียงวัดชีพจรที่คุ้นเคย
เชนเปิดปาก เอ่ยถามคนที่นั่งข้างเตียง คล้ายนอนพักผ่อน ขึ้นมาทันที “ผมหลับไปนานกี่วันแล้ว…พี่ยูมิ”
หญิงสาวตื่นงัวเงีย ราวกับคนเห็นผี เมื่อตอบหนึ่งอาทิตย์ พร้อมเรียกแบฮัน ด้านนอกไปเรียกหมอมาดูอาการเชน
สายเข้า ตื้ดๆ ที่ดังเข้ามาถึงหัวหน้าฉานเฟิง ได้ยินเสียงปลายสายว่าเชนฟื้นแล้ว พวกเขาหยิบเสื้อคลุม ออกไปอย่างร้อนรน
นิโคลัสยังขำออกมาก้อง “ฮ่าๆ ไอ้หนูเชน ลืมตาตื่นแล้วซินะ”
ไม่นานเสียงหน้าอาคาร ห้องพักฟื้นโรงพยาบาล หมอเดินสวนออกไป คล้ายจะเกิดเสียงถกเถียงขึ้นมาเล็กๆ “ที่นี่ห้ามสูบบุหรี่นะครับ รปภ(รักษาความปลอดภัย)ทำอะไรอยู่…ปล่อยคนแบบนี้ เข้ามาได้อย่างไร”
นิโคลัส ปกติก็น่ากลัวอยู่แล้ว ดูน่ากลัวเข้าไปใหญ่ ที่เอื้อมมือหยาบหนา ดึงคอเสื้อหมอชุดกาวน์ขึ้น จนอีกฝ่ายยังตกใจ
พร้อมเขา พ่นควันใส่หน้าหมอ พลางยิ้มเย้ย ขณะเห็นอีกฝ่ายยังคงวางมาด “เป็นหมอ ก็ควรทำหน้าที่ของหมอไป”
แม้แต่พยาบาลข้างๆ ยังสะกิดแขนหมอหนุ่ม “พวกเขาเป็นฮันเตอร์ ค่ะ คุณหมอระวังตัวด้วย”
ส่วนนี้หัวหน้าฉานเฟิง ยังรีบกล่าวขอโทษ หมอหนุ่ม ที่กดมือนิโคลัส ให้วางคุณหมอ ลง…ก่อนจะรีบก้าวเท้า ยาว เข้าไปภายในห้อง ด้วยความตื่นเต้น
เชนมองดูทุกคนที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มแห้งๆ เขาเดาได้ทันทีว่าจะต้องเจอกับอะไร และก็เป็นไปตามคาด... ฉานเฟิงเทศนาเชนชุดใหญ่ เรื่องการใช้สกิลที่เสี่ยงตายและทำอะไรเกินตัว
"ครั้งนี้ผมฟื้นไวขึ้นตั้งหลายเท่าเลยนะหัวหน้า..." เชนเอ่ยขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ร่างกายผม มันน่าจะเริ่มชินกับการใช้สกิลกลืนเลือดติดๆ กันแล้วล่ะ…มั้ง?"
ยูมิและแบฮันถึงกับกุมขมับ ส่วนฉานเฟิงหางคิ้วกระตุกทันทีที่ได้ยินเด็กหนุ่มพูด เรื่องความเสี่ยงเป็นเรื่องล้อเล่น
"เอาน่า ให้เจ้าหนูมันพักผ่อนก่อน อีกสามวันเรายังมีงานต้องทำอีก..." นิโคลัสเอ่ยตัดบท พลางส่งสัญญาณให้ฉานเฟิงและคนอื่นๆ เดินออกจากห้องไป
เพราะพวกเขาไม่อยากให้เชนต้องรับรู้ข่าวร้าย เกี่ยวกับเจียงเฉิน ในสภาพร่างกายที่ยังไม่พร้อมเช่นนี้
แต่อย่างไร พวกเขาก็รู้ว่าปิดไม่มิด ที่พวกอูอัน รู้ข่าวเชน ก็เข้ามาเยี่ยมพูดคุย ทำให้เชนรู้ข่าว การเสียชีวิตของหัวหน้าเจียงเฉิน
ซึ่งหลังจากพวกเขากลับไป…เชนก็ทำหน้า นิ่งงันไปพักใหญ่ ภายในห้องพักฟื้นส่วนตัว แววตามองเมืองตึกลับฟ้า ยามค่ำคืน แสงไฟจอมอนิเตอร์หลากสี ราวกับเมืองจะไม่มีวันหลับใหล
ทว่าภาพที่ทับซ่อนกับโลกยามรัตติกาล ของเมืองที่ล่มสลาย ปรากฏผ่านในแววตา ให้ดวงตาเชนกระตุกวูบไหวน้อยๆ
เงาร่างเชนยืน ที่กระจกสะท้อนสีผม ขาวโพลนตนเอง ปลิวไสวออกมา ก็กล่าวพึมพำขึ้นมาทันที
“ไม่รู้ว่าโลกที่เป็นอยู่ จะกลายเป็นโลกที่ล่มสลาย แบบโลกยามรัตติกาลที่ข้าเห็นหรือไม่?” คำถามนี้ น่าจะเกิดภายในใจ ของฮันเตอร์ทุกคนที่ต้องการหาคำตอบเช่นกัน…