หลังจากการทดสอบรับศิษย์ใหม่ในวันที่สองเสร็จสิ้นศิษย์ที่ผ่านการทดสอบและประสงค์ที่จะไม่เข้าร่วมการทดสอบในวันสุดท้ายเพื่อเป็นศิษย์สายในได้ถูกเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายเลือกตัวไปเพื่อบ่มเพาะ
ศึกการแย่งตัวศิษย์ใหม่สำหรับเหล่าผู้อาวุโสจึงได้เริ่มต้นขึ้นหลายครั้งที่ศิษย์ใหม่ทำผลงานได้ดีจนถูกใจเหล่าผู้อาวุโสหลายคนจนเกิดการโต้แย้งกันสุดท้ายก็จบลงด้วยการให้ศิษย์ใหม่ผู้นั้นเป็นคนเลือกอาจารย์เอง
ในวันที่สามเฟยหลงและหวังจื่อทั้งสองเดินทางไปยังสนามทดสอบตั้งแต่เช้าตรู่มีศิษย์ใหม่และศิษย์เก่าเข้าร่วมการทดสอบเป็นศิษย์สายในไม่มากเท่าไหร่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นศิษย์ปีสองปีสามที่ได้รับการสนับสนุนจากอาจารย์ของพวกเขาเสียมากกว่าเข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้ ส่วนศิษย์ใหม่มีเพียงไม่ถึงสิบคน ส่วนใหญ่แล้วศิษย์ใหม่ที่เข้าร่วมนั้นส่วนมากจะมีระดับฝีมือที่สูงเพราะได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวหรือตระกูลของพวกเขามาก่อนหน้าแล้ว
“หวังจื่อเจี๋ยอีและมู่ตานเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสท่านใดเหตุใดเขาถึงได้กล้าทำร้ายท่านเช่นนี้”
“ทั้งสองคนเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสเหอซูเป็นผู้อาวุโสลำดับที่สี่จากจำนวนหกคน ผู้อาวุโสเหอซูสนิทสนมกับผู้อาวุโสสูงสุดเลยทำให้ผู้อาวุโสคุ้มกฎหวั่นเกรงไม่น้อย”
“ท่านพอจะรู้จักศิษย์ของผู้อาวุโสเหอซูที่เข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้ด้วยหรือไม่?”
“เท่าที่ข้ารู้มามีอยู่สามคนที่เข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้มีหมิงหลง ฉีจุ้น และโหยวเซียว
เจ้าคิดจะทำอะไรเช่นนั้นหรือ?”
“ในเมื่อมีอาจารย์ให้ท้ายเช่นนี้พวกเราก็แค่ทำให้ศิษย์ของเขาไม่ผ่านการทดสอบเสียก็สิ้นเรื่อง”
“มันคงไม่ง่ายเช่นนั้นกระมังการแบ่งสายในรอบแรกนั้นใช้วิธีการสุ่ม ยากนักที่พวกเราสองคนจะพบกับเจ้าพวกนั้น”
“เจอหนึ่งคนก็ทำให้ตกรอบหนึ่งคน เจอสองคนก็ทำให้ตกรอบสองคน หากไม่เจอเลยคงเป็นไปไม่ได้กระมัง”
“หวังว่าข้ากับเจ้าคงไม่ได้อยู่ในกลุ่มเดียวกันหรอกนะเช่นนั้นโอกาสที่จะเจอเจ้าพวกนั้นก็มากยิ่งขึ้นไปอีก”
ในวันสุดท้ายนี้เหล่าผู้อาวุโสยังคงมาครบกันถ้วนหน้าเพราะยังมีศิษย์ใหม่ที่เข้าร่วมการทดสอบอยู่และส่วนใหญ่ศิษย์ใหม่เหล่านี้ยังคงไม่ได้เลือกอาจารย์เมื่อพวกเขาพลาดจากการเป็นศิษย์สายใน พวกเขาจำเป็นต้องเลือกเหล่าผู้อาวุโสเพื่อเป็นอาจารย์
และอีกส่วนหนึ่งพวกเขาต้องการมาดูศิษย์ของตนเองที่ส่งเข้าร่วมการทดสอบหากศิษย์ที่พวกเขาส่งเข้าร่วมการทดสอบสามารถผ่านเป็นศิษย์สายในได้ทรัพยากรที่เหล่าผู้อาวุโสเหล่านั้นจะได้รับเป็นการตอบแทนนั้นมากมายเป็นอย่างยิ่ง
“เป็นยังไงหละเหอซูเจ้าเตรียมแร่หยกโลหิตมาให้ข้าหรือยัง?”
“ข้าว่าเจ้านั่นแหละที่จะต้องเสียแร่จันทราทมิฬให้กับข้าวันนี้ศิษย์ของข้าต้องผ่านการทดสอบได้มากกว่าเจ้าอย่างแน่นอน”
แต่ก่อนการทดสอบจะเริ่มต้นขึ้นเพียงไม่กี่นาทีหวังเทียนก็เดินทางมาถึง ซึ่งทำให้ทุกคนแปลกใจเป็นอย่างมากเพราะปกติแล้วท่านเจ้านิกายจะไม่ค่อยปรากฏตัว หรือเข้าร่วมกิจกรรมใด ๆ มากนักยกเว้นเป็นกิจกรรมที่สำคัญ ๆ เท่านั้นถึงจะปรากฎตัว
“คารวะท่านเจ้านิกาย”
“พวกเจ้าตามสบายเถอะการคัดเลือกเริ่มต้นขึ้นหรือยัง?”
“ยังขอรับกำลังแบ่งสายกันอยู่ขอรับปีนี้มีผู้เข้าร่วมทดสอบเป็นศิษย์สายในจำนวนห้าสิบห้าคนทางผู้อาวุโสสูงสุดจึงได้ให้จัดการแข่งขันออกเป็นสองรอบรอบแรกเป็นการต่อสู้แบบกลุ่ม กลุ่มละสิบเอ็ดคน จำนวนห้าสนามประลองแต่ละสนามประลองจะคัดเอาเฉพาะสองคนสุดท้ายที่เหลืออยู่บนเวทีจากนั้นจึงใช้การประลองแบบแพ้คัดออกเพื่อหาตำแหน่งสิบคนสุดท้ายขอรับท่านผู้นำนิกาย”
หลังจากนั้นไม่นานเหล่าศิษย์ทั้งห้าสิบห้าคนต่างทยอยขึ้นบนลานประลองหวังจื่อได้อยู่ในกลุ่มแรก ในกลุ่มของหวังจื่อนั้นมี ฉีจุ้น อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ส่วนเฟยหลงได้อยู่ในกลุ่มที่สามในกลุ่มของเขากลับมีหมิงหลงและโหยวเซียว สองศิษย์ของผู้อาวุโสเหอชูอยู่ในกลุ่มด้วย
เมื่อกลุ่มผู้เข้าร่วมการทดสอบขึ้นสู่ลานประลองในแต่ละลานประลองเรียบร้อยแล้วเสียงจากอาจารย์ผู้ดูแลการประลองในแต่ละสนามจึงได้เริ่มประกาศเริ่มการประลองในลานประลองที่หนึ่ง ในขณะที่ผู้เข้าร่วมการทดสอบทั้งสิบคนกำลังจ้องกันอยู่นั้นร่างหนึ่งพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
ปัง!!!
ร่างของฉีจุ้น ปลิวลอยออกไปในทันที เป็นหวังจื่อที่เป็นฝ่ายโจมตีออกไปอย่างรวดเร็วอย่างไม่เกรงกลัวในขณะที่ร่างของฉีจุ้นกำลังจะตกถึงพื้น
ตุ๊บ!!!
แรงเตะที่มหาศาลปะทะเข้าไปกลางลำตัวของฉีจุ้นในทันทีทำให้ร่างของเขานั้นกระแทกลงกับพื้นเวทีอย่างรุนแรงจนพื้นเวทีบริเวณนั้นกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ขึ้นมา ทุกคนต่างตกตะลึงกับการกระทำของหวังจื่อเป็นอย่างมากเมื่อตั้งสติได้ทุกคนต่างเริ่มจับคู่ประลองกันในขณะที่มีร่างหนึ่งกำลังทะยานหวังจะเข้าโจมตีหวังจื่อจากทางด้านหลัง
ตัวของหวังจื่อที่กำลังประเคนหมัดใส่ฉีจุ้นอยู่พลันหลบเลี่ยงออกไปอย่างเฉียดฉิวหมัดของชายคนนั้นรุนแรงเป็นอย่างมากหลังจากที่มันพลาดเป้าจากหวังจื่อหมัดนั้นพลันกระแทกเข้าใบหน้าของฉีจุ้นเข้าอย่างแรงจนฟันทั้งหมดของฉีจุ้นนั้นหลุดออกมาหมดทั้งปาก
กลับเป็นผิงซูศิษย์ของผู้อาวุโสเจียงที่ได้รับคำสั่งให้กำจัดศิษย์ของผู้อาวุโสเหอชูเมื่อร่างของฉีจุ้นไม่สามารถลุกขึ้นมาต่อสู้ได้อีกครั้ง ผิงซูจึงได้เตะร่างของฉีจุ้นลงจากเวทีประลองอย่างไร้ความปราณี
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะทำให้งานของข้าสำเร็จได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้แต่นับว่าเจ้ามีฝีมืออยู่ไม่น้อยถึงได้หลบหมัดวายุของข้าไปได้”ผิงซูเอ่ยพร้อมกับชี้มาทางหวังจื่อ
“คิดลอบโจมตีข้าจากด้านหลังไม่ง่ายไปหน่อยงั้นรึเข้ามา เจ้ามาสู้กับข้าอย่างลูกผู้ชายจะดีกว่า จะได้ไม่มีข้อครหาเมื่อแพ้ให้กับข้า”
“เจ้าเจ้าคงเป็นศิษย์ใหม่ปีนี้สินะถึงได้กล้าสามหาวเช่นนี้เจ้าไม่รู้หรือไงว่าข้านี่แหละตัวเต็งในการทดสอบครั้งนี้”
หวังจื่อระเบิดพลังปราณระดับยอดยุทธ์ขั้นที่แปดออกมาในทันทีจากนั้นเขาจึงได้หลอมรวมพลังปราณไว้ที่หมัดก่อนที่จะปลอดปล่อยมันออกไป
“หมัดเพลิงพิฆาต”
ผิงซูเห็นดังนั้นเขานำกระบี่ออกมาในทันทีจากนั้นจึงระเบิดพลังปราณระดับยอดยุทธ์ขั้นที่แปดออกมาทันทีเขาหลอมรวมมันเข้ากับกระบี่พร้อมกับปลดปล่อยมันออกไปปะทะกับหมัดเพลิงพิฆาตของหวังจื่อในทันที
“เพลงกระบี่วายุสบั้น”ปราณกระบี่ถูกส่งออกไปอย่างรวดเร็ว
ตู้ม!!!
ตู้ม!!!
ตู้ม!!!
เมื่อพลังของเปลวเพลิงปะทะกับพลังของวายุทำให้ความรุนแรงเพิ่มทวีมากขึ้นจนเวทีที่อยู่รอบๆ ด้านนั้นเริ่มแตกกระจายพลังโจมตีของทั้งคู่นั้นรุนแรงเป็นอย่างมากจนทำให้ผู้คนที่อยู่ในลานประลองที่หนึ่งที่กำลังต่อสู้กันอยู่ปลิวออกจากสนามประลองออกไปทั้งหมด แม้ว่าจะเป็นการปะทะที่ใช้เวลาไม่นานแต่ระดับพลังที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากทั้งคู่นั้นถึงกับทำให้เหล่าผู้อาวุโสทั้งหมดต่างพากันตื่นเต้นเป็นอย่างมากโดยเฉพาะผู้อาวุโสเจียงที่ยืนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
“ลานประลองที่หนึ่งจบการทดสอบในรอบแรกผู้ผ่านเข้ารอบผิงซู และหวังจื่อ” สิ้นเสียงการประกาศของสนามที่หนึ่งผิงซูต่างยืนตะลึงในความสามารถของหวังจื่อเพราะผิงซูนั้นเรียกได้ว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งลำดับต้น ๆของศิษย์สายนอกในนิกายกระบี่สวรรค์แห่งนี้แต่การประทะเมื่อครู่ทำให้เขาได้รู้ว่าความแข็งแกร่งของหวังจื่อนั้นก็เป็นของจริงเช่นเดียวกัน
ส่วนทางด้านเฟยหลงที่ต้องพบเจอกับหมิงหลง และโหยวเซียวนั้นเมื่อสิ้นเสียงเริ่มต้นการประลองกลับเป็น หมิงหลงและโหยวเซียวทั้งสองคนที่พุ่งตรงเข้าหาเฟยหลงก่อน
“เจ้าเองสินะที่ทำให้เจ๋ออีและมู่ตานถูกลงโทษไม่ให้เข้าร่วมการคัดเลือกในครั้งนี้เจ้ารู้ไหมว่าอาจารย์ของพวกเราตั้งความหวังไว้กับพวกเรามากแค่ไหนแต่เจ้ากลับทำให้อาจารย์ของพวกเราต้องผิดหวังวันนี้ข้าจะทำให้ตายตกตามตาแก่หันซวงไป”หมิงหลงเอ่ยขึ้นมา
“พวกเจ้านี่ได้รับการสั่งสอนมาเหมือนๆ กันหมดเลยเช่นนั้นหรือไม่น่าเชื่อว่าอาจารย์ของเจ้าจะสามารถสั่งสอนให้พวกเจ้าได้เลวทรามต่ำช้าได้เหมือนกันทุกคนเช่นนี้วันนี้หากข้าไม่หักกระดูกพวกเจ้า ข้าเองก็คงไม่มีหน้าไปพบสหายของข้าได้อีกเป็นแน่”
ปัง!!!
แกร๊ก!!!! อ๊ากกกก.....!!
เพียงพลังหมัดเพียงอย่างเดียวของเฟยหลงกับทำให้กระดูกแขนของหมิงหลงที่ปะทะกับเฟยหลงแตกละเอียดในทันทีทางด้านโหยวเซียวที่เรียกกระบี่ของเขาออกมาจู่โจมเฟยหลงในทันทีเมื่อเฟยหลงปะทะกับหมิงหลง
เคร้ง!!!
เคร้ง!!!
เคร้ง!!!
กระบี่ระดับทองของโหยวเซียวฟันเข้าที่ไหล่ของเฟยหลงสามครั้งติดต่อกันแต่คมกระบี่ไม่สามารถทำอะไรเฟยหลงได้เลยแม้แต่น้อยมันทำให้เสื้อผ้าของเขาขาดเป็นรอยเท่านั้นแม้แต่ผู้อาวุโสทั้งหกยังแปลกใจที่กระบี่ระดับทองของโหยวเซียนที่ฟันออกไปนั้นไม่สามารถสร้างบาดแผลให้กับเฟยหลงได้เลยแม้แต่น้อยโดยเฉพาะผู้อาวุโสเหอชู เพราะกระบี่ระดับทองนั้นเขามอบให้กับโหยวเซียนโดยเฉพาะ
ปัง!!!
แกร๊ก!!!
เพียงหมัดเดียวของเฟยหลงกลับทำให้ร่างของโหยวเซียวปลิวลอยออกจากเวทีการประลองไปในทันทีกระดูกซี่โครงของเขาหักไปห้าซี่ในทันทีเพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีเฟยหลงสามารถสยบศิษย์ของผู้อาวุโสเหอชูทั้งสองคนได้อย่างง่ายดาย
“เจ้านั่นทำผิดกฎเขาใส่ชุดเกราะเข้าร่วมการประลองในครั้งนี้อย่างแน่นอน” ผู้อาวุโสเหอชุเอ่ยขึ้นมา
“ตาเจ้าบอดหรือไงตาแก่เหอชูเจ้าดูเอาเองใต้เสื้อผ้าที่ขาดของเขามีชุดเกราะอยู่หรือไม่ เจ้าอย่าได้พูดมากเลยศิษย์ของเจ้าสามคนสู้ไม่ถึงไหนก็ตกรอบไปหมดแล้วเจ้าส่งแร่หยกโลหิตมาให้ข้าเสียดีกว่า ตอนนี้ศิษย์ของเจ้าทั้งสามคนตกรอบไปหมดแล้วส่วนศิษย์ของข้าเข้ารอบไปแล้วหนึ่งคน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”ผู้อาวุโสเจียงหัวเราะด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งแม้ศิษย์คนที่เหลือของเขาจะไม่สามารถผ่านเข้ารอบในด่านนี้ไปได้แต่ก็เพียงพอที่จะเอาชนะพนันผู้อาวุโสเหอชูได้แล้ว