“ถ้าได้อย่างนั้นก็ดีเลยครับ’’จางเจิ้นหัวเราะ เขาพอคาดเดาได้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นอยู่แล้ว
ดังนั้นเขาจึงอธิบายเกี่ยวกับเรื่องที่จะขอความช่วยเหลือให้อีกฝ่ายฟัง
“ตกลงพรุ่งนี้เธอกับเพื่อนของเธอ มาเจอฉันตามที่อยู่นี้ได้เลย’’ ต้าชางส่งโลเคชั่นออกไปถึงเรื่องที่จะปรึกษากันและการช่วยเหลือนี้จะยากอยู่บ้างแต่ผลลัพธ์มันไม่มีอะไรแน่นอน จึงคงต้องรอดูกันอีกทีในวันพรุ่งนี้
ชายหนุ่มแซ่จางขอบคุณและพูดคุยอีกเล็กน้อยกับอีกฝ่าย
ไม่นานทั้งสองคนก็ยกเลิกการสนทนา
“เรียบร้อยดีไหม?’’ต้วนหยางที่อยู่ดูมาตลอดก็ยิ้มถาม ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องผ่านไปได้ด้วยดี
“แน่นอน’’จางเจิ้นหัวเราะเบาๆ ขั้นตอนแรกผ่านไปได้ด้วยดีจะเป็นยังไงก็ขึ้นอยู่กับขั้นตอนที่สองในวันพรุ่งนี้แล้ว
ครู่ต่อมา
“จริงสิ! เจิ้นโทรศัพท์ของนายมันยี่ห้ออะไรเหรอ?’’ หลังจากที่สังเกตโทรศัพท์ไม่คุ้นตาตรงหน้ามาสักพักต้วนหยางก็ถามเพื่อนของเขา เขารู้สึกว่ามันดูลํ้ายุคและไฮเทคยังไงก็ไม่รู้
ต่อหน้าคําถามนี้จางเจิ้นไม่ได้มีท่าทีอะไร เขาเพียงหัวเราะเบาๆอีกครั้ง
“นายไม่รู้หรอกเพราะมันเป็นรุ่นพิเศษที่ฉันมีเพียงคนเดียว และทั้งจักรวาลก็ไม่มีอีกแล้ว’’
GalaxyMโลกนี้จะมีใครรู้จักมัน?
ไม่มีอย่างแน่นอน!
ต้วนหยางก็ไม่ได้เซ้าซี้อีกต่อไปในความคิดของเขาแล้ว มันก็แค่โทรศัพท์ธรรมดาเครื่องหนึ่งที่ดูเท่ห์ลํ้ายุคก็เท่านั้นเอง
จะไปมีอะไรอื่นมากกว่าที่ตาเห็นได้อย่างไร?
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
ชายหนุ่มแซ่จางและชายหนุ่มแซ่ต้วนได้แยกย้ายกันโดยมีนัดหมายเจอกันอีกทีในวันพรุ่งนี้
“ดังนั้นแล้วตอนนี้ฉันควรกลับบ้านไปพักผ่อนเพื่อเช้าอันสดใส’’ มองเพื่อนของเขาที่หายลับไป จางเจิ้นก็ตัดสินใจแล้วมุ่งหน้ากลับบ้านอย่างรวดเร็ว
…
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่…
ณมหาวิทยาลัยซูโจว ระหว่างทางไปยังห้องแล็บสาขาวิทยาศาสตร์และชีววิทยา
ปรากฏชายวัยกลางคนๆหนึ่งขึ้น เขาเร่งฝีเท้าเดินไปข้างหน้าด้วยท่าทีรีบร้อน
และเขาคนนี้ก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...ศาสตราจารย์ฝู!
ศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์แห่งมหาวิทยาลัยซูโจว!
หลังจากที่ต้องออกไปทําธุระอย่างเร่งด่วนตัวของศาสตราจารย์ฝูก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมโน๊ตบุ๊คทิ้งเอาไว้ตอนนี้เขาจึงรีบกลับมาด้วยความกังวล เขากลัวเป็นอย่างมากว่าจะมีใครพลาดไปยุ่งกับมันและสร้างความเสียหายให้กับเขา
อย่างไรก็ตามเมื่อนึกถึงชายหนุ่มแซ่ต้วนที่มาค้นคว้ายามดึก และมีข่าวลือออกมาว่าเขาอยู่ที่นี่โต้รุ่งทุกวันความกังวลของศาสตราจารย์ฝูก็เริ่มคลายลง
“คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง…’’
อย่างน้อยชายหนุ่มแซ่ต้วนก็เป็นคนที่พึ่งพาได้จึงไม่น่าจะมีคนเข้ามาก่อปัญหาอะไร ในระหว่างที่อีกฝ่ายอยู่หรอก
แต่ในวินาทีต่อมาหลังจากที่เขามาถึงห้องแล็บ และเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากระยะไกลของโน๊ตบุ๊คของเขา สีหน้าของเขาก็ต้องเปลี่ยนไป
ศาสตราจารย์ฝูรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมากนอกจากวันนี้ชายหนุ่มแซ่ต้วนจะไม่อยู่อย่างที่เขาคาดแล้วงานเขียนของเขายังมีการเปลี่ยนแปลงให้เห็นอีกด้วย
โดยไม่รอช้าเขาเร่งฝีเท้าเดินไปที่โน๊ตบุ๊คของตัวเองอย่างรวดเร็ว
ทว่าหลังจากที่มาถึงและเห็นการเปลี่ยนแปลงตรงหน้าเขาเผลออ่านมันอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะแสดงความตะลึงงันออกมาให้เห็นบนใบหน้า
ศาสตราจารย์ฝูตกตะลึงเป็นอย่างมากการเปลี่ยนแปลงตรงหน้านี้ ไม่ใช่การแก้ไขแต่เป็นการสอดแทรกแนวคิดและคําแนะนําพร้อมหลักการอ้างอิงโดยรวมที่สมบูรณ์ทั้งยังชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่และข้อบกพร่องอีกด้วย
ทันใดนั้นเอง…
ตัวเขาได้เริ่มจดจ่อกับมันและลองคิดตามว่าหากเขาประยุกต์ตามแนวคิดนี้ วิทยานิพนธ์ของเขาจะเป็นเช่นไร
วินาทีต่อมา
ราวกับไฟในใจถูกจุดขึ้นแววตาของศาสตราจารย์ฝูได้เปล่งประกายความตื่นเต้นออกมาก่อนเริ่มแก้ไขงานเขียนของตัวเองอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปได้สักพัก
งานเขียนก็ได้ถูกแก้ไขจนเสร็จสิ้นและแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์แบบจนน่าเหลือเชื่อ
“แนวคิดสอดแทรกนี้ดีเยี่ยมเป็นอย่างมากมันได้ทําให้ฉันสามารถแก้ไขงานเขียนของตัวเองชิ้นนี้ได้และสร้างวิทยานิพนธ์ระดับสุดยอดขึ้นมาในที่สุด’’ ศาสตราจารย์ฝูยิ้มมองงานเขียนตรงหน้าอย่างมีความสุขเขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย ดังนั้นเขาจึงรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมากกับแนวคิดสอดแทรกที่สมบูรณ์นี้
บอกได้ว่าตั้งแต่อดีตจนจวบปัจจุบันจนเขาได้เป็นศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ก็ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่เขาเคยเห็นผลงานชิ้นยอด และหลักการอ้างอิงที่สมบูรณ์จนน่าทึ่งขนาดนี้!
ใครกันนะที่คิดค้นแนวทางเช่นนี้ขึ้นมาได้?
ศาสตราจารย์ฝูเริ่มจินตนาการถึงตัวตนผู้เชี่ยวชาญอันยิ่งใหญ่ไม่ว่าจะเป็นใครคนๆนั้นจะต้องสุดยอดและมีความรู้เหนือลํ้าเกินศาสตราจารย์ทั่วๆไปอย่างแน่นอน
ไม่อย่างนั้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะให้หาเหตุผลอะไรมาอธิบายล่ะ?
ท้ายที่สุดศาสตราจารย์ฝูก็ได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ ก่อนสีหน้าแน่วแน่เผยออกมา
“หากฉันเจอเขา...ฉันจะต้องขอให้เขาเป็นอาจารย์ให้ได้เลย!’’
จะมีสักกี่คนกันเชียวที่จะสามารถได้รับความรู้จากผู้เชี่ยวชาญคนนี้ได้?
คงมีเพียงศิษย์ของเขาเท่านั้นแหละ!
…
แน่นอนว่าจางเจิ้นไม่ได้รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนี้แม้แต่น้อยเพราะตอนนี้เขาได้เข้านอนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่…
เช้าวันต่อมาความมืดมิดได้ถูกขับไล่ออกไป และเข้าแทนที่ด้วยแสงสว่างแห่งรุ่งอรุณ
“ในที่สุดก็เช้าแล้ว…’’ทันทีที่ตื่นนอน จางเจิ้นก็ลุกขึ้นยืน ยืดเส้นยืดสาย ก่อนอาบนํ้าเตรียมตัวออกไปข้างนอก
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
“นี่นายยังมีมันเหลืออยู่อีกงั้นเหรอ?’’มองไปยังนํ้าเปล่าที่คุ้นเคย สีหน้าของต้วนหยางก็ฉายให้เห็นถึงความประหลาดใจเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าเพื่อนของเขาจะยังเหลือมันอยู่อีกขวดหนึ่ง
“ถ้าไม่เหลือเอาไว้แล้วจะเอาที่ไหนไปเจรจาธุรกิจล่ะ?’’ จางเจิ้นยักไหล่ นี่เป็นขวดสุดท้ายแล้ว หลังจากนี้หากจะดื่มก็คงต้องผลิตเอาเองแล้ว
ต้วนหยางพยักหน้าเข้าใจเพื่อนของเขานี่รอบคอบดีจริงๆ
วินาทีต่อมา
ทั้งสองคนได้ออกเดินทางไปยังจุดนัดหมายที่ได้นัดเอาไว้กับต้าชางอย่างรวดเร็ว
…
เวลาเดียวกัน
ณคฤหาสน์หรูหลังหนึ่งในซูโจว บริเวณสวน ปรากฏชายวัยกลางคนสองคนให้เห็นโดยที่ข้างๆกันของพวกเขา มีหญิงสาวคนหนึ่งกําลังนั่งวาดภาพอยู่
เธอคนนี้มีใบหน้ารูปไข่เรียวงามและดวงตาที่กระจ่างใสบริสุทธิ์ เมื่อรวมเข้ากับรูปร่างที่เพอร์เฟคแล้วเธอถือได้ว่าเป็นหญิงสาวที่สวยงามเป็นอย่างมากเลยทีเดียว
และเธอคนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก...ฟางหยิง!
ลูกสาวฟางหยวนผู้เป็นเพื่อนของต้าชาง!
“อีกเดี๋ยวเขาก็คงมาแล้ว’’ต้าชางมองดูนาฬิกาด้วยรอยยิ้ม และหัวเราะให้กับเพื่อนของเขา “ทันทีที่นายเจอเขานายจะต้องเหลือเชื่อแน่ๆ’’
“เหลือเชื่อ?นายก็บอกฉันแล้วไม่ใช่เหรอว่าเขาอายุเท่ากับหยิงเอ๋อร์ของฉันแล้วนี่ยังต้องมีอะไรให้ฉันเหลือเชื่ออีก?’’ ฟางหยวนกลอกตาอะไรกันแน่นะที่จะทําให้เขาเหลือเชื่อได้?
“เดี๋ยวนายก็รู้เอง!’’ต้าชางไม่ตอบ แต่เลือกที่จะหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ออกมาแทน
เห็นอย่างนั้นฟางหยวนก็ไม่สามารถทําอะไรได้นอกจากหัวเราะตามก่อนมองลูกสาวของเขาที่กําลังวาดภาพด้วยรอยยิ้มขี้เล่น
“หยิงเอ๋อร์เขารุ่นราวคราวเดียวกันกับลูกหากลูกชอบพอเขาขึ้นมา พ่อก็จะไม่ปฏิเสธ’’
“โอ้ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีเลย เพราะจางเจิ้นคนนี้นอกจากจะมีฝีมือในการวาดภาพเข้าขั้นปรมาจารย์แล้วเขายังมีนิสัยดีและไม่เห็นแก่เงินทองอีกด้วยบอกได้เลยว่าหากเสี่ยวหยิงจะเลือกใคร ก็ต้องเลือกเขานี่แหละ’’ต้าชางก็แซวตามนํ้าไป เขาเอ็นดูเธอเหมือนกับลูกหลานของเขา
ทางด้านของหญิงสาวแซ่ฟางที่ได้ยินก็ไม่ได้พูดอะไรเธอคร้านเกินกว่าที่จะรับมุขของพวกเขา
นิสัยดีแล้วยังไง?
ตราบใดที่ไม่สามารถเอาชนะใจเธอได้...ไม่ว่าใครก็ไม่คู่ควร!