เกมสงครามสวรรค์เปิดตัวมาได้หนึ่งสัปดาห์กว่าๆเมฆครามกับคนในทีมก็มาถึงระดับสามสิบแล้วหวนนึกถึงตอนที่ยังเป็นซิลเวอร์ตอนนั้นเขาเก็บระดับแบบไม่หลับไม่นอนแม้แต่ข้าวปลาก็ยังกินบ้างไม่กินบ้างสุดท้ายจึงมาถึงระดับสามสิบได้ตอนประมาณวันที่สิบกว่าๆแม้จะเป็นเช่นนั้นแต่ก็นับว่าเขาเป็นผู้เล่นที่ก้าวนำคนอื่นมาไม่น้อยแล้ว ต้องขอบคุณประสบการณ์เหล่านั้นที่ทำให้เขาสามารถก้าวมาถึงจุดนี้ได้อย่างง่ายดายในการเริ่มต้นใหม่ครั้งนี้
ส่วนหนึ่งก็เพราะเขานั้นไม่เคยตายเลยสักครั้งแม้แต่พวกเพื่อนๆก็เคยตายกันไปแค่ครั้งเดียวเท่านั้นตอนดันเจี้ยนภูเขาลินท์ทุกคนล้วนแต่เก็บระดับด้วยการไล่สังหารบอสทำให้ระดับของพวกเขาเพิ่มขึ้นเร็วมากแม้จะไม่ได้เก็บระดับอย่างบ้าคลั่งเหมือนผู้เล่นคนอื่นๆ
เมฆครามแจกจ่ายยาต้านทานธาตุไฟให้กับทุกคนคนละห้าสิบขวดยาขวดหนึ่งใช้แล้วมีผลทำให้ได้รับความเสียหายจากการโจมตีธาตุไฟน้อยลง 30% เป็นเวลาห้านาทีการลงดันเจี้ยนครั้งหนึ่งโดยทั่วไปใช้แค่ตอนสู้กับบอสก็พอแล้วดังนั้นยาที่เขาแจกให้จึงนับว่ามากเกินความจำเป็นเสียด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตามเขาผลิตมันเอาไว้อย่างต่อเนื่องจนตอนนี้ก็มีอยู่หลายพันขวดเก็บติดตัวเอาไว้ยาต้านทานธาตุไฟไม่เหมือนกับยาฟื้นพลังชีวิตที่สามารถปรุงสำเร็จ 100% การปรุงยาต้านทานธาตุไฟด้วยทักษะปรุงยาระดับสามมีโอกาสล้มเหลวสูงถึง30% แปลว่าวัตถุดิบร้อยชุดจะได้ยามาประมาณเจ็ดสิบชุดหรืออาจจะมากกว่าน้อยกว่าขึ้นอยู่กับดวงต้องขอบคุณที่วัตถุดิบในการปรุงยายังคงมีราคาถูกเมฆครามจึงไม่เสียดายวัตถุดิบที่ปรุงล้มเหลวเหล่านั้น
ในหนึ่งวันเขาจะทำยาต้านทานธาตุไฟเพิ่มขึ้นมาใหม่ได้ประมาณ500 ขวด เมื่อนึกถึงปริมาณที่เขาต้องการวางขายในร้านก็ถือว่ามีมากจนเกินพอของบางอย่างถึงจะทำมาได้มากก็ไม่จำเป็นต้องขายทั้งหมด โดยเฉพาะตอนที่ตัวเองเป็นเจ้าของตลาดสามารถควบคุมราคาและปริมาณได้ตามใจชอบเมฆครามเตรียมแผนการขายเอาไว้ในใจ
เอ่ยถึงเรื่องขายยาช่วงแรกที่ผู้เล่นสังเกตเห็นว่าอาคารแห่งหนึ่งย่านใจกลางเมืองไจโรถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นร้านค้าส่วนตัวของผู้เล่นทำให้หลายคนตกตะลึงไปในทันทีหลังจากนั้นก็กลายเป็นที่กล่าวถึงและนินทาของผู้คนจำนวนมาก
“เมื่อกี้นี้ฉันเพิ่งไปสอบถามที่อาคารบริการผู้เล่นมาราคาอสังหาริมทรัพย์ย่านใจกลางเมืองอยู่ที่ห้าพันเหรียญทองต่อปีเชียวนะ!”
“ต้องเป็นคนรวยขนาดไหนถึงสามารถผลาญเงินขนาดนั้น ถ้าตีเป็นเครดิตก็เท่ากับสี่สิบกว่าล้าน!เงินขนาดนั้นใช้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ของจริงดีๆในเมืองใหญ่ได้เลยด้วยซ้ำ”
“เหอะๆ ไม่ใช่แค่รวยนะแต่ต้องโง่ด้วย”
ตอนแรกพวกเขาต่างก็เยาะเย้ยเจ้าของร้านที่ไม่เปิดเผยตัวตนนั้นเมฆครามไม่ได้สนใจคำพูดของผู้คน เขาจ้าง AI เพื่อมาจัดการดูแลร้านโดยแบ่งพื้นที่ในร้านออกเป็นสองโซนในโซนแรกใช้สำหรับวางขายอุปกรณ์และอาวุธที่ได้รับมาจากการเก็บระดับและคนในทีมไม่จำเป็นต้องใช้อีกโซนหนึ่งเตรียมไว้สำหรับการขายยาซึ่งตอนนี้ยังถูกทิ้งร้างเอาไว้
ผู้เล่นบางคนที่ลองเข้ามาดูสินค้าพอเห็นอุปกรณ์และอาวุธสีทองแดงจำนวนมากและยังมีอุปกรณ์สีเงินที่หาได้ยากบางส่วนโดยทั่วไปแล้วมันยากมากที่จะหาสินค้าเหล่านี้แม้จะมีเงินก็ตามน่าเสียดายที่กิลด์ใหญ่ทั้งหลายได้รู้เรื่องนี้ด้วยเช่นกันดังนั้นในเวลาไม่นานร้านค้าที่เคยถูกผู้คนดูแคลนก็ได้กลายเป็นร้านที่เต็มไปด้วยผู้คนเข้าออกตลอดเวลาบางคนถึงกับยืนรอให้นานสักหน่อยและคาดหวังว่าเจ้าของร้านลึกลับจะเพิ่มรายการสินค้าเข้ามา
ตอนนี้ระดับเฉลี่ยของผู้เล่นอยู่ที่ประมาณ20-25 อย่างไรก็ตามมีผู้เล่นบางส่วนที่ใกล้จะถึงระดับสามสิบแล้วเช่นกันดังนั้นเมฆครามจึงเชื่อว่าอีกไม่นานยาต้านทานธาตุไฟของเขาก็จะกลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างแน่นอน
“เอาละพวกเราไปรับภารกิจแล้วไปที่ดันเจี้ยนกันเถอะ” เมฆครามพาทุกคนไปรับภารกิจเกี่ยวกับดันเจี้ยนถ้ำลาวาที่คฤหาสน์เจ้าเมือง
“พวกเจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะไปที่ถ้ำลาวา?” มาร์คัสต้อนรับคนทั้งห้าด้วยตนเองเขามีสีหน้าเคร่งขรึมก่อนจะอธิบายว่า “ถ้ำลาวานั้นเป็นสถานที่ที่อันตรายสถานที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยพลังธาตุไฟและลาวาที่ร้อนระอุ สัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ในนั้นพัฒนาการจากพลังความร้อนและทำให้มีความสามารถในการใช้ประโยชน์จากพลังความร้อนเหล่านั้นได้”
“ที่สำคัญที่สุดก็คือในถ้ำนั้นมีจิตวิญญาณแห่งเปลวไฟอาศัยอยู่มันก็คือโกเลมลาวา! มันไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถจัดการได้ง่ายๆเลย”
เมฆครามพยักหน้ายืนยันความตั้งใจของตนมาร์คัสจึงมอบภารกิจสำรวจถ้ำลาวาให้กับพวกเขา
ภารกิจสำรวจถ้ำลาวา ระดับ C+
รายละเอียด : เข้าไปในดันเจี้ยนถ้ำลาวาที่อยู่ในเขตภูเขาไฟทิศตะวันตกของเมืองและเคลียร์ดันเจี้ยนให้สำเร็จด้วยการสังหารโกเลมลาวาที่เป็นศูนย์กลางของดันเจี้ยน
รางวัล : อุปกรณ์สีเงินระดับ 30
หลังจากเตรียมตัวกันเล็กน้อยทุกคนก็มุ่งหน้าไปยังดันเจี้ยนถ้ำลาวาที่อยู่ทางทิศตะวันตกระหว่างทางมีสัตว์อสูรขวางอยู่บ้างแต่พวกมันก็ไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้กับกลุ่มของพวกเขา
ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงด้านหน้าถ้ำลาวาลักษณะภายนอกมันดูเป็นถ้ำที่มืดมิดและมีแสงสว่างสีแดงปะทุอยู่ภายในเป็นระยะให้ความรู้สึกน่าหวาดหวั่นไม่น้อย
“ดันเจี้ยนนี้เป็นดันเจี้ยนสำหรับทีมผู้เล่นสิบคนดังนั้นการที่พวกเรามาแค่ห้าคนจะต้องเจอกับความยากลำบากไม่น้อยแน่แต่ตอนนี้ทุกคนก็มีประสบการณ์สู้กับบอสมาหลายครั้งแล้ว ฉันเชื่อว่าเราจะสามารถผ่านดันเจี้ยนนี้ไปได้อย่างแน่นอน”เมฆครามเอ่ยให้กำลังใจเพื่อนๆ
ฟ้าใสหัวเราะ “พี่ชายถ้ามีพี่อยู่พวกเราทุกคนก็เชื่อว่าจะต้องผ่านไปได้แน่นอน”
ทุกคนต่างพยักหน้าให้กันก่อนจะก้าวเข้าไปภายในดันเจี้ยน
ทันทีที่เข้าไปทุกคนก็รู้สึกถึงความร้อนที่วิ่งเข้ามาปะทะร่างแม้ว่าประสาทสัมผัสในเกมจะส่งผลไม่มากเท่าความจริงแต่มันก็ยังทำให้พวกเขารู้สึกอึดอัดขึ้นมาอยู่ดี
“ตามฉันมา ทำตามกลยุทธ์ปกติ” เมฆครามสั่งการทันใดนั้นทุกคนก็เคลื่อนไหวเข้าสู่ตำแหน่งที่เหมาะสมของตนเอง ฟ้าใสและกระต่ายหมายจันทร์เดินตามเมฆครามในแนวทแยงแยกกันออกไปล้อมหลินหลินที่ยืนอยู่ตรงกลางเอาไว้มังกรคำรามเดินปิดท้ายเพื่อป้องกันการถูกโจมตีจากด้านหลัง
ในดันเจี้ยนระดับต้นๆยังไม่มีเหตุการณ์ที่สัตว์อสูรลอบโจมตีจากด้านหลังทว่าในอนาคตมันจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่พบเห็นได้ทั่วไปดังนั้นเมฆครามจึงปลูกฝังกลยุทธ์เช่นนี้เอาไว้ให้กับทีมของตน อาชีพสนับสนุนอย่างนักบวชนักดนตรีรวมถึงอาชีพเกราะผ้าอย่างจอมเวทนั้นเปราะบางอย่างมากความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ตายได้ทันที ถ้าต้องการเก็บเกี่ยวจากดันเจี้ยนให้คุ้มค่าพวกเขาก็จะต้องรักษาชีวิตของตนเองเอาไว้ให้ได้เป็นอันดับแรก
“อึ๋ย นั่นมันตัวอะไร” หลินหลินเบ้ปากเมื่อมองเห็นสัตว์อสูรที่อยู่ด้านหน้ามันมีลำตัวอวบอ้วนและดูเหนอะหนะน่ารังเกียจเป็นอย่างมาก เมฆครามหัวเราะก่อนจะเอ่ย
“ดูเหมือนจะเป็นหนอนที่กลายพันธุ์นะ”
สัตว์อสูร หนอนลาวา ระดับ 30 (สัตว์อสูรธาตุไฟหนาแน่น)
พลังชีวิต 20,000
พลังโจมตี 400 พลังโจมตีเวทมนต์ 600
พลังป้องกัน 300 พลังป้องกันเวท300
ทักษะ : มุดดิน, พ่นลาวา ,เกราะลาวาแข็งตัว
“ระวังด้วย ไม่ได้มีแค่ตัวเดียว” เมฆครามเอ่ยเตือนทันใดนั้นก็มีหนอนลาวาอีกสามตัวปรากฏขึ้นข้างๆหนอนลาวาตัวนั้นเผชิญหน้ากับหนอนลาวาสี่ตัวพร้อมกันในครั้งเดียวนับว่าไม่ง่ายเลย หากมีผู้เล่นสิบคนก็อาจจะสามารถแบ่งกลุ่มกันรับมือได้ทว่ากลุ่มของเมฆครามนั้นมีกันเพียงห้าคนเท่านั้น
“ฉันจะเข้าไปดึงดูดความเกลียดชังเอาไว้ให้เน้นโจมตีตัวที่ฉันให้สัญญาณเป็นอันดับแรก ฆ่าให้ตายทีละตัวจะง่ายที่สุด”
เมฆครามเคลื่อนที่เข้าหากลุ่มหนอนลาวาเขาขยับหลบหนอนลาวาที่พุ่งหัวเข้าโจมตีใส่ตนเองพร้อมกับใช้ทักษะกลืนกินโลหิตออกมา
815 , 734 , 780 , 852
พลังโจมตีของเมฆครามเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อมาถึงระดับสามสิบนอกจากหอกกางเขนเซทราที่พัฒนาขึ้นตามระดับของเขาแล้วอีกเหตุผลหนึ่งก็คือทักษะเนตรวิญญาณที่เลื่อนขึ้นมาเป็นระดับสี่ยิ่งระดับทักษะเพิ่มสูงขึ้นมันก็ยิ่งยากที่จะพัฒนาต่อไป แต่แค่จุดนี้เขาก็สามารถเพิกเฉยพลังป้องกันของสัตว์อสูรได้ถึง20% แล้ว
การโจมตีครั้งเดียวย่อมไม่สามารถดึงดูดความเกลียดชังเอาไว้อย่างมั่นคงทว่าคนอื่นๆกลับเริ่มโจมตีโดยไม่ลังเลหรือกังวลเลยแม้แต่น้อยพวกเขาล้วนแต่ผ่านการต่อสู้ร่วมกันจนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ต่างฝ่ายต่างก็รู้ถึงศักยภาพของคนในทีมอย่างแจ่มแจ้ง
หลังจากเมฆครามใช้ทักษะแทงทะลวงใส่หนอนลาวาตัวหนึ่งมังกรคำรามก็พุ่งเข้ามาโจมตีทันทีเขาใช้ทักษะบดขยี้สร้างความเสียหายให้กับหนอนลาวาตัวนั้นมากกว่าหนึ่งพันหน่วย
กระต่ายหมายจันทร์โจมตีด้วยทักษะเวทสายฟ้าปะทุสร้างความเสียหายอีกเกือบหนึ่งพันเช่นกันพลังป้องกันเวทของหนอนลาวาสูงมากไม่อย่างนั้นการโจมตีของกระต่ายหมายจันทร์คงรุนแรงกว่านี้
เมฆครามใช้ทักษะแทงสามครั้งเพื่อทำให้แน่ใจว่าหนอนลาวาตัวนั้นจะยังถูกผูกติดเอาไว้กับเขาความเสียหายที่เขาสร้างขึ้นด้วยทักษะแทงสามครั้งนั้นสูงมากราวๆสองพันห้าร้อยหน่วย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเป็นทักษะโจมตีเป้าหมายเดี่ยวที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก
ความเกลียดชังถูกดึงกลับมาอย่างหนาแน่นในทันทีเมฆครามหลบบ้างไม่หลบบ้างเพื่อที่จะโฟกัสกับการโจมตี พลังชีวิตและพลังป้องกันของเขานับว่าค่อนข้างเยอะเพราะอุปกรณ์สีเงินที่ใส่อยู่ทั่วทั้งตัวเมื่อมีหลินหลินคอยสนับสนุนอยู่ข้างหลังเขาจึงไม่ต้องกังวลอะไรมากนัก
แต่เมื่อเห็นหนอนลาวาพ่นก้อนลาวาออกมาเมฆครามก็รีบขยับตัวหลบทันทีสุดท้ายแล้วพลังป้องกันเวทมนต์ก็ยังคงเป็นจุดอ่อนของอัศวินไม่เปลี่ยนแปลง
ฟ้าใสไม่ได้ใช้ทักษะจิตวิญญาณธรรมชาติของเธอเพราะมันสิ้นเปลืองพลังเวทและทำให้เธอเหนื่อยเร็วขึ้นจากการแบ่งสมาธิของตนเองสำหรับการจัดการสัตว์อสูรทั่วไปฝูงหนึ่งมันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องลงทุนอะไรถึงเพียงนั้น
หลังจากที่เมฆครามหลบก้อนลาวาได้สำเร็จทุกคนก็มองเห็นอย่างชัดเจนว่าพื้นที่ถูกก้อนลาวาเข้าปะทะนั้นได้หลอมละลายแล้วกลายเป็นบ่อลาวาเล็กๆทันใดนั้นทุกคนก็ตระหนักได้ทันทีว่าความน่ากลัวของหนอนลาวาคืออะไร
“ตั้งสติกันให้ดี อย่าพลาดเดินไปเหยียบบ่อลาวาล่ะ”ตัวเขาเหยียบยังไม่เท่าไหร่อย่างมากก็เสียพลังชีวิตไปบางส่วนเท่านั้นแต่ผู้เล่นที่เปราะบางอย่างจอมเวทนักบวชและนักดนตรีถ้าเผลอเหยียบลงไปในบ่อลาวาอาจจะถึงตายได้ง่ายๆในครั้งเดียว
เมฆครามตวัดหอกด้วยทักษะฟาดฟันอสูรคลั่งปิดฉากชีวิตของหนอนลาวาตัวแรกหลังจากนั้นก็เริ่มโจมตีตัวที่สองต่อเพื่อนๆทุกคนต่างก็ไม่เสียเวลาเลยแม้แต่น้อย ฟ้าใสสนับสนุนทีมได้เป็นอย่างดีเธอใช้ทักษะบทเพลงเทพธิดาเร่งความเสียหายให้กับสัตว์อสูรบัฟอื่นๆของเธอยังช่วยเพิ่มพลังโจมตีและความเร็วให้กับคนในทีมได้อีกด้วย
พอมาถึงจุดนี้อาชีพนักดนตรีจะเริ่มค่อยๆเผยความสามารถของตนเองออกมาแต่มันก็ยังไม่ถือว่าโดดเด่นอะไรมากนัก ทว่าในอนาคตทุกกิลด์จะต้องปรารถนาให้มีนักดนตรีอยู่ในกิลด์ของตนเองเพราะทักษะสนับสนุนของนักดนตรีนั้นแตกต่างจากนักบวช แม้ว่านักบวชจะสามารถสนับสนุนได้เช่นกันแต่เวทส่วนใหญ่ของนักบวชนั้นจะทำการสนับสนุนเป้าหมายเดี่ยวแต่ทักษะของนักดนตรีจะสามารถสนับสนุนคนจำนวนมากได้ ในสงครามใหญ่ที่มีผู้เล่นจำนวนมากเข้าร่วมนักดนตรีได้กลายเป็นเป้าหมายแรกที่จะต้องกำจัดให้ได้ก่อนเพื่อที่จะลดศักยภาพฝั่งศัตรูลงมากๆในคราเดียว
ใช้เวลาราวห้านาทีก็สามารถกำจัดหนอนลาวาทั้งสี่ตัวได้สำเร็จเมื่อเทียบกับบรรดาบอสที่เคยเอาชนะมาก่อนหน้าการสังหารหนอนลาวาไม่ถือว่าน่าตื่นตาตื่นใจอันใดมังกรคำรามและกระต่ายหมายจันทร์ต่างก็คาดหวังที่จะได้ต่อสู้อย่างดุเดือดเหมือนตอนดันเจี้ยนภูเขาลินท์แต่น่าเสียดายที่ดันเจี้ยนแห่งนี้นอกจากบอสโกเลมลาวาแล้วมันก็ไม่มีบอสตัวอื่นอีกมีแค่หนอนลาวาที่รวมตัวกันเป็นบางจุด นอกจากนั้นก็มีแค่พวกสไลม์ลาวาที่มีลูกเล่นอย่างการสะบัดเมือกลาวาออกมาดีที่เมฆครามรู้จักลูกเล่นนี้อยู่ก่อนเขาจึงสามารถยกโล่ขึ้นมากันได้ทัน
แม้จะใช้โล่กันแต่พลังชีวิตของเมฆครามก็ยังลดไปหลายร้อยหน่วยในครั้งเดียวนี่แสดงให้เห็นว่าเมือกลาวาของสไลม์ลาวานั้นร้ายกาจขนาดไหนถ้าไม่ได้ป้องกันด้วยโล่ก็อาจจะรุนแรงถึงหลักพันเลยทีเดียว