กล้าถึงกับสะอึก เพราะเพิ่งหักอกของเด็กผู้หญิงมาหมาดๆ แต่บางเศษเสี้ยวในสมองกลับนึกฉงน
“ อ้า…..นี่เรากำลังทำร้ายจิตใจของนานะใช่มั้ยเนี่ย เด็กเนิร์ดขี้แพ้อย่างเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง ”
ระหว่างที่กล้าสงสัยไม่เลิกรา นานะก็สลัดความเจ็บปวดทางจิตใจ พร้อมยื่นมามาผลักอกของเด็กหนุ่ม
“ เอาล่ะ ไปตามทางของนายได้แล้ว ”
“ อะ…เอ่อ…ดะ…ได้ เราไปแล้วนะ ” สีหน้าของกล้ายังมึนงงดุจเดิม ทำให้ชาวแก๊งที่รอลุ้น ขัดเคืองใจไปตามๆกัน โดยเฉพาะโยเฮนั้นอินจัดจนถึงขั้นหยิบหมวกแก๊ปบนหัวมาขว้างลงพื้น
“ บ้าชะมัด ทำไมคุณเซย่าถึงซื่อบื้อแบบนี้ นี่ถ้าเป็นเรานะ จะเสียบหนักไม่นับแผลเลยทีเดียว ” (ไม่ได้ ไม่ได้ เขียนมากกว่านี้ไม่ได้ เดี๋ยวจะกลายเป็นนิยายติดเรท)
กระนั้นความโมโหโกรธาของพลพรรคก็ไม่ทำให้กล้าหายโง่งม ด้วยเขาทำท่าจะเดินขึ้นเรือตามคำบอก แต่พอเด็กเนิร์ดในร่างนักรบขยับได้ไม่กี่ก้าว เด็กสาวก็ร้องทักขึ้นมาอีก
“ หยุดก่อน ”
กล้าหยุดชะงักทันควัน ก่อนจะหันกลับมาหาเจ้าของเสียง จึงพบว่านานะกำลังยืนก้มหน้าเล็กน้อย สองแก้มเต่งตึงตามวัยสาวปรากฏรอยแดงซ่าน หลังจากเจ้าหล่อนข่มความอายได้สำเร็จ ก็ค่อยๆเค้นคำกล่าวอย่างยากลำบาก
“ อะ….เอ่อ….เซย่าจะกะ…กลับมะ…มาที่นี่อีกมั้ย ”
“ อ่า…..คงไม่กลับมาแล้วล่ะ เพราะเมืองนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการ์ตูนเรื่องเซนต์เซย่าที่ผมกำลังตามรอยอยู่ ” กล้านึกอยู่อึดใจ ก่อนจะเผลอตอบตามจริง แต่พอเหลือบไปเห็นสีหน้าที่ดูเศร้าสร้อย เด็กหนุ่มก็รู้สึกผิด
“ เอ่อ…ขอโทษครับ ”
“ มะ….ไม่เป็นไร ขะ…ขอบใจนะที่ตอบตรงๆ ตะ…แต่ถ้านายว่าง ไม่มีอะไรทำ ยะ…อยากกลับมาเที่ยวที่นี่ ชั้นก็ไม่ขัดข้องนะ ” นานะยกมือปาดคราบน้ำตาที่หลั่งออกมานิดหน่อย ก่อนจะพยายามปั้นน้ำเสียงให้สดใสที่สุด
“ คะ…ครับ ” กล้าก้มหน้ารับคำสั้นๆ เพราะไม่รู้จะปลอบเด็กสาวตรงหน้ายังไง ด้วยชีวิตที่ผ่านมามีแต่การพิมพ์ข้อมูลเกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องโปรดลงบนคอม กับสะสมโมเดลของเล่น และอ่านมังงะ ดูอนิเมะเรื่องเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา
หลังจากละครดราม่าผ่านไปได้ระยะหนึ่ง กล้าก็เตรียมจะขึ้นเรือ ทว่าโยเฮกลับแสดงบทนักสืบผิดเวลา ด้วยการเตร่มาถามตรงๆ
“ เออ…..ก่อนจากกัน ผมมีเรื่องอยากสอบถาม ที่คุณเซย่าพูดว่า……เมืองนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการ์ตูนเรื่องเซนต์เซย่าที่กำลังตามรอยอยู่ มันหมายความว่ายังไงครับ ”
คำถามนั้นสะกิดต่อมสงสัยของนานะเช่นกัน เธอสลายความเศร้าในใจ พร้อมเงี่ยหูฟังอีกคน
“ นั่นสิ ที่นายพูดเมื่อครู่นี้ มันดูไม่เคลียร์เลย สรุปมันแปลว่าอะไร ”
กล้าอยากตบกะโหลกตัวเองซักหลายที โทษฐานที่พล่ามไปเรื่อย ครั้นจะให้โกหก มันก็ยากเกินไปอีก เพราะเขาไม่ใช่หนุ่มกะล่อนที่เฉไฉได้ทุกเรื่อง หลังจากที่อ้ำอึ้งอยู่นานสองนาน ทุกคนก็ให้อภัย และยอมปล่อยวาง
“ โอเค…ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องที่คุณเซย่าพูดไม่ได้ งั้นพวกผมก็ไม่ถามต่อ ขอให้โชคดีนะครับ ” โยเฮสวมกอดอย่างอบอุ่น ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกดีจนต้องกอดตอบ หลังจากร่ำลาเสร็จสรรพ กล้าก็เหลือบไปเห็นนานะ ซึ่งเธอก็ดูจะเขินอายนิดๆ
“ แต่ชั้นไม่กอดอีก เพราะเมื่อกี้ นะ…นายได้ยิ่งกว่ากอดไปแล้ว….”
“ คะ…ครับ ” กล้ารับคำ เขาเองก็ดูขวยเขินไม่แพ้กัน
พอกล้าเข้ามาในเรือ ก็รู้สึกใจหาย ด้วยรู้ชัดว่าต้องจากผู้คนที่รู้จักอีกแล้ว แม้จะพบเจอโยเฮไม่กี่อาทิตย์ แต่เขาก็จะจดจำนักเลงวัยเก๋าไปตลอด นอกจากนี้ยังมี…..นานะ ผู้หญิงคนแรกที่มาสารภาพรัก
“ อืม….จะว่าไป นานะก็น่ารักดีเหมือนกัน หรือพอเสร็จภารกิจตามรอยการ์ตูนเรื่องเซนต์เซย่า เราจะกลับมาหาเธอที่นี่ ” พอนึกถึงตรงนี้ รอยยิ้มน้อยๆก็ผุดขึ้นมาใบหน้าคมสัน ไม่นาน กล้าก็รีบสลัดมันทิ้งไป
“ ไม่ เรามีอัยย์อยู่ทั้งคน จะมาเหยียบเรือสองแคมแบบพวกชายเจ้าชู้ไม่ได้เป็นอันขาด ”
ถึงกล้าจะพยายามปลูกฝังความคิดนี้ในหัวสมอง ทว่ามันก็ไม่ได้ผล เพราะมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเลือดเนื้อ จึงต้องการความอบอุ่นทางจิตใจเป็นเรื่องธรรมดา สองเท้าเลยขยับขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือโดยไม่รู้ตัว พร้อมโบกมือให้โยเฮและนานะที่โบกมือลาอยู่ที่ริมฝั่ง
“ ลาก่อน แล้วพบกันใหม่ ” กล้าโบกมือตอบ พร้อมร่ำลาอยู่ในใจ ใบหน้าฉาบไปด้วยรอยยิ้มเศร้าๆ ซึ่งก็ดูไม่ต่างจากชาวแก๊งที่ยืนส่ง โดยเฉพาะนานะดูจะหนักกว่าใครๆ เพราะน้ำตากำลังไหลพรากอาบสองแก้ม
“ ต้องกลับมาที่นี่อีกนะ ชั้นจะรอนายตรงนี้ ” นี่คือเสียงตะโกนสุดท้ายที่นานะพยายามตะเบ็งออกมา แต่มันก็ถูกเสียงวู้ด…..ของเรือกลบจนหมด ทำให้ส่งไปไม่ถึงกล้าที่โบกมือลาอยู่บนดาดฟ้า ไม่นาน พาหนะขนาดมหึมาก็เคลื่อนตัวออกจากชายฝั่ง เพื่อเดินทางสู่มหาสมุทรที่แสนยิ่งใหญ่
พอเรือออกเดินทางได้ซักระยะ ชายฝั่งก็ดูเล็กลงจนมองไม่เห็นอีกเลย เด็กหนุ่มเลยเลื่อนสายตาไปจับยังขอบฟ้าแทน ซึ่งตอนนี้ตัดกับพื้นน้ำที่เปล่งประกายระยิบระยับ ด้วยมันกำลังสะท้อนแสงจากอัศดง อันก่อเกิดทิวทัศน์ที่สวยงามจนทำให้กล้าสบายใจ
“ อืม…สู่การเดินทางครั้งใหม่แล้วสินะ อะไรจะรอเราอยู่ ”
แน่นอนว่าสิ่งที่กล้าต้องเผชิญในลำดับถัดไป เห็นจะหนีไม่พ้นคู่ต่อสู้ที่โหดหินไปอีกระดับ ด้วยพวกคือนักสู้ระดับบรอนต์เซนต์ หาใช่นักเลงท้องถิ่นหรือลิ่วล้อที่ไร้คอสโมเหมือนที่ผ่านมา
……………………………..
(สามทุ่มของวันเดียวกัน)
แสงจากจันทร์ดวงโตที่ลอดผ่านหน้าต่าง ช่างดูอบอุ่น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความสว่างภายในห้องกว้าง ทำให้ประจักษ์กับร่างสะโอดสะองของเด็กสาวนางหนึ่ง ซึ่งมีผมยาวสลวยถึงกลางหลัง สีของมันออกไปในโทนม่วงอ่อนๆ ชวนให้ดูลึกลับและงามสง่า อันเข้ากับใบหน้าสะสวย ราวกับรูปปั้น และเธอกำลังจ้องมองไปยังกล่องเหล็กใบใหญ่ที่เปล่งประกายสีทองอยู่ริมกำแพง
“ ความฝันของท่านปู่ใกล้สัมฤทธิผลแล้ว มันต้องเป็นการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมเท่าที่โลกนี้เคยจัดมา ”
เด็กสาวปริศนาจะเป็นใครนั้น เรายังไม่เฉลยในตอนนี้ เพราะอีกไม่นาน เธอจะปรากฎตัว และมีความสำคัญต่อเรื่องราวนี้ถึงที่สุด ไม่นาน รอยยิ้มน้อยๆก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้า ก่อนที่เจ้าหล่อนจะนำร่างงามระหงในชุดราตรีสีขาวออกจากห้องนี้ ทิ้งให้กล่องเหล็กสีทองอาบแสงจันทร์อยู่ตามลำพัง
…………………………………
“ ฮัดเช้ย……” กล้าจามอย่างรุนแรง ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงในห้องนอนเล็กๆ จากนั้นเด็กหนุ่มก็เหลือบมองไปที่หน้าต่างรูปไข่ ทำให้พบว่ายามนี้เป็นเวลาเช้าแก่ๆแล้ว (หรือเรียกอีกอย่างว่า…ตอนสาย)
“ ฮ้าว……นอนยาวเลยนะ ก็ช่วยไม่ได้นี่นา เตียงของที่นี่มันนิ่มโคตรๆ เลยทำให้เราหลับเพลิน ” กล้าหาวยาวๆซะหนึ่งที ก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ จึงพบกับใบหน้าคมสันของเด็กหนุ่มคนหนึ่งในกระจกบานใหญ่ ผมสีน้ำตาลเข้มบนศีรษะหยักศกและดกหนา แน่นอนว่าภาพนั้นทำให้เขารู้สึกตกใจ
“ ให้ตายสิ มองกระจกทีไร ก็ไม่ชินซักที เพราะนี่มันไม่ใช่หน้าเรา แต่เป็นของเซย่า พระเอกหนุ่มในการ์ตูนเรื่องนี้ ”
อันที่จริง กล้าก็แอบดีใจที่ได้สวมบทบาทเป็นเซย่า แต่นั่นก็ยอมรับไม่ได้ เพราะถึงเขาจะเป็นเด็กเนิร์ดขี้แพ้ แต่ก็อยากกลับโลกเดิมอยู่ดี
“ เฮ้อ….เมื่อไหร่จะได้กลับไปซะทีนะ ” ทว่าเด็กหนุ่มก็เศร้าได้ไม่นาน เพราะรู้สึกร่างกายใหม่ของตัวเองกำลังเรียกร้องบางอย่าง ซึ่งนั่นก็คือ…..ความหิว
“ โครก………”
“ โอ้โห….ถึงกับท้องร้องเลยแฮะ ท่าทางเราจะหิวอย่างจริงจังนะ รีบอาบน้ำแล้วไปหาของกินดีกว่า ”
…………………………..
กล้ามาถึงห้องอาหาร ซึ่งดูกว้างขวางสมกับเป็นระดับเฟริสคราส อันเป็นอภินันทนาการจากโยเฮ มาเฟียใหญ่ประจำเมือง และทันทีที่เด็กหนุ่มนั่งลงบนโต๊ะขนาดสิบคน บริกรก็นำของกินมาเสิร์ฟถึงสิบอย่าง
“ โอ้โห….แต่ละอย่าง น่ากินชะมัด มีทั้งยากิโซบะ ปลาดิบ ซูชิ ลิ้นย่างเนย ทาโกะยากิ สุกี้ก็มี ทานละนะ ขอบคุณครับ ” สีหน้าของกล้าแสดงออกว่าดีใจขั้นสุด เพราะเขาแทบไม่เคยกินอาหารแต่ละอย่างที่วางบนโต๊ะ ด้วยเงินในกระเป๋าสตางค์ของเด็กหนุ่มไม่เคยเอื้ออำนวย
และเวลาแห่งความสุขก็ดำเนินได้ไม่นาน สรรพอาหารก็ถูกส่งเข้าท้องที่หิวโซจนเรียบวุธ เหลือไว้เพียงจานเปล่าเปื้อนคราบซอส
“ อ่า….อิ่มจังเลย ขอบคุณนะครับ คุณโยเฮ ” กล้าเอนหลังพิงเก้าอี้ สองมือกุมหน้าท้องที่ปูดขึ้นมาหน่อยๆ เพราะฝืนยัดอาหารเข้าไปเกินกำลัง แต่สบายใจได้เดี๋ยวเดียว ก็มีใครบางคนทักทายจากทางด้านหลัง
“ สวัสดีครับ ผมเป็นกัปตันของเรือลำนี้ ขอรายงานว่าเราจะถึงท่าเรือของเมืองโตเกียวในอีกสองชั่วโมง "
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
