แท่นบูชาปฐี
เมื่อตัดสินใจเปลี่ยนแผนไปเลือกเส้นทางที่เรียบง่ายและปลอดภัยกว่าแล้วกัสก็ตัดสินใจที่จะทุ่มเทกำลังของเขาลงให้ไปมากขึ้นแทนเพื่อทดแทนเวลาที่เสียไปจากความล่าช้าในแผนการ
งานแรกที่กัสลงมือทำคือการขุดร่องน้ำขนาดใหญ่รอบแปลงผักของเขาเพื่อใช้มันทำหน้าที่ป้องกันแมลงใต้ดินแทนปราการธรรมชาติอย่างหัวผักกาดกลิ่นหอม
การปลูกผักวิเศษครั้งแรกแม้ว่าปราการจากหัวผักกาดกลิ่นหอมจะสามารถขับไล่แมลงที่มาจากใต้ดินได้เป็อย่างดีแต่กัสก็ยังสังเกตเห็นแมลงที่หลุดรอดเข้าไปได้อยู่ทำให้เขาตระหนักว่าปราการธรรมชาตินี้ยังมีจุดอ่อนอยู่
ซึ่งจุดอ่อนที่ว่าก็คือทางเข้าออกทั้ง4 เส้นทางนั่นเอง
เนื่องจากทางเข้าออกถูกปิดด้วยการวางกระถางต้นไม้ที่ปลูกดอกไม้สองกลิ่นซึ่งให้ได้ทั้งกลิ่นหอมและเหม็นลงไปเพื่อขับไล่แมลง
วิธีการนี้มีประสิทธิภาพในระดับหนึ่งทว่ามันกลับไม่ได้ผลกับแมลงที่มาจากใต้ดินเท่าที่ควรทำให้แมลงที่มุดผ่านพื้นดินเข้ามานั้นสามารถทะลุเข้าไปถึงพื้นที่ชั้นในได้ซึ่งทำให้กัสรับมือได้ลำบากพอสมควรใน่ที่ต้องรับมือกับแมลงชนิดอื่น
ด้วยการขุดร่องน้ำขวางกั้นมันโดยตรงวิธีนี้กัสมั่นใจว่าเขาจะสามารถลดโอกาสหลุดรอดเข้าไปของแมลงได้มากกว่าเดิมมาก
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขามั่นใจก็เพราะในการปลูกผักวิเศษครั้งก่อนไม่มีแมลงจากใต้ดินตัวไหนบุกเข้ามาหาเขาจากทางทิศตะวันตกได้เลยสักตัวทั้งนี้ก็เพราะทางทิศตะวันตกมีร่องน้ำขวางอยู่นั่นเอง
ถ้าอ้างอิงจากส่วนนี้ความเป็ไปได้ที่แมลงจากใต้ดินจะหลุดลอดเข้ามาในแปลงผักได้ก็สมควรลดลงอย่างมากนอกจากนั้นแล้วยังเป็วิธีการบีบบังคับให้พวกมันปรากฏตัวขึ้นมาบนพื้นดินอีกด้วย
กัสใช้เวลาไปถึง2 วันเต็มๆ ในการขุดร่องน้ำรอบแปลงผักที่เป็ร่องน้ำที่กว้าง 1 เมตรและมีความยาวมากกว่า300 เมตรเลยทีเดียว
ต่อจากการขุดร่องน้ำกัสก็ได้ใช้DP จำนวนหนึ่งไปซื้อเชือกมาหลายขดเพื่อถักเป็ตาข่ายพร้อมกับเสาไม้จำนวนหนึ่งที่ใช้สำหรับขึงตาข่ายโดยใช้กระถางต้นไม้แบบพิเศษที่ให้อิจิโกะทำให้เป็ตัวปักเสาเอาไว้
ด้วยวิธีนี้กัสสามารถเก็บและติดตั้งตาข่ายได้ตลอดเวลาตามที่เขา้า
นอกเหนือจากนั้นแล้วกัสก็ยังหาซื้อยางไม้มาจำนวนหนึ่งและทามันลงไปบนตาข่ายเพื่อเพิ่มความเหนียวให้กับเส้นเชือกเป็การป้องกันไม่ให้เชือกถูกแมลงกัดขาดได้โดยง่ายอีกด้วย
งานสองอย่างที่คิดเอาไว้ถูกกัสทำจนเสร็จสิ้นภายในเวลาเพียง4 วันเท่านั้น
่เวลาที่ผ่านมานี้ไม่ได้มีเพียงกัสเท่านั้นที่พยายามอย่างหนักเพื่อทำงานของตัวเองให้ดีที่สุดอิจิโกะกับน้องสาวเองก็พยายามอย่างหนักเช่นเดียวกัน
ในเช้าของวันที่5 ซึ่งกัสคิดที่จะปรับปรุงแปลงผักตามแผนที่วางเอาไว้นั้น อิจิโกะกับน้องก็วิ่งมาหาเขาด้วยท่าทีที่ตื่นเต้นยินดี
เห็นแบบนั้นกัสที่กำลังเตรียมอุปกรณ์ก็วางของในมือลงด้วยความประหลาดใจ
“ท่านกัสเ้าค่ะ!! ท่านกัส!พวกเราทำสำเร็จแล้วค่ะ!!”
“ทำสำเร็จ..พวกเ้าทำอะไรสำเร็จงั้นหรือ..หรือว่า!! แท่นบูชา!!”
อิจิโกะกับน้องยิ้มกว้างทันทีใบหน้าของพวกเธอนั้นเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจที่ไม่อาจปกปิดเอาไว้ได้ดวงตาสีดำทอประกายวาววับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี
เห็นแบบนั้นกัสก็วางมือจากงานของเขาทันทีแล้วรีบเดินตามอิจิโกะกับน้องสาวไปด้วยท่าทางที่ตื่นเต้นไม่แพ้กัน
ห่างออกไปไม่กี่สิบเมตรน้องสาวทั้งสองที่กำลังเก็บดอกตะเกียงทองอยู่ก็หยุดมองด้วยความประหลาดใจ
เด็กสาวทั้งสองมองหน้ากันชั่วครู่จากนั้นก็พยักหน้าให้กันและวางมือจากงานที่ทำอยู่แล้วรีบไล่ตามไปด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้กัน
พวกเธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็จริงอยู่แต่เมื่อดูจากสีหน้าของกัสที่ยิ้มกว้างและท่าทางที่ตื่นเต้นยินดีของอิจิโกะกับน้องก็เพียงพอแล้วที่จะบอกให้พวกเธอรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็เื่แบบไหน
ในเมื่อเป็เื่ดีเช่นนั้นก็คงไม่เป็อะไรหากพวกเธอจะทิ้งงานแล้ววิ่งไปดูสักหน่อย
ด้วยระยะทางที่สั้นจากแปลงผักเพียงไม่กี่วินาทีทั้งสองก็ไล่ตามไปจนทันและได้เห็นสิ่งก่อสร้างที่น่าสงสัยซึ่งพวกเธอเองก็เคยเห็นมาก่อนแล้วเมื่อสองสามวันก่อน
ทว่าสิ่งก่อสร้างแปลกๆที่ดูไม่มีอะไรนั้นในวันนี้กลับมีบางสิ่งบางอย่างที่ผิดแปลกไปจนทำให้ทั้งสองนึกประหลาดใจและสงสัยจนต้องเดินเข้าไปดูอย่างเสียไม่ได้
กัสเองก็สังเกตเห็นเด็กสาวทั้งสองเช่นกันเขาจึงหันกลับมาส่งเสียงเรียกพวกเธอเบาๆ
“น้องข้า!! มาดูตรงนี้เถอะ!!เร็วเข้า!!”
ความตื่นเต้นที่ััได้จากน้ำเสียงของพี่ชายนั้นทำให้เด็กสาวทั้งสองนึกประหลาดใจขึ้นมาและเริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้งจนวิ่งไปยืนอยู่ข้างๆพี่ชายของพวกเธอโดยไม่รู้ตัวว่าพวกเธอนั้นไม่ได้เว้นระยะห่างจากกัสอีกแล้ว
กัสเองก็ลืมไปเช่นกันเพราะเขาเอาแต่มองดูแทนบูชาปฐีที่อิจิโกะกับน้องสาวสร้างขึ้นตรงหน้าสายตาของกัสจับจ้องไปยังแผ่นจานสีดำที่วางอยู่บนแท่นสูงภายในสิ่งก่อสร้างที่ดูคล้ายกับวิหารขนาดเล็ก
แผ่นจานสีดำนั้นมีผลึกิญญาปฐีฝังอยู่ตรงกลางรอบด้านมีผลึกเวทฝังอยู่และมีการเชื่อมต่อกันด้วยเส้นขีดจนกลายเป็รูปดาวห้าแฉกสีขาวรอบนอกสุดก็เป็ผลึกเวทเช่นกันแต่ถูกเชื่อมต่อกันด้วยรูปห้าเหลี่ยม
ตัวแผ่นจานนั้นดูไม่มีอะไรแปลกตานอกจากความมันวาวของมันที่ดูแล้วไม่เหมือนกับเครื่องปั้นดินเผาสักเท่าไหร่แต่ดูคล้ายกับแผ่นจานโลหะเสียมากกว่าตรงที่มันมีความมันวาวมากกว่าเครื่องปั้นดินเผาทั่วไป
ทว่าในใจลึกๆกัสรู้สึกคุ้นเคยกับรูปแบบของจานใบนี้มากพอสมควรก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าจานสีดำที่มันวาวนี้แท้ที่จริงแล้วคือเครื่องเคลือบดินเผาซึ่งเป็อีกรูปแบบหนึ่งของเครื่องปั้นดินเผานั่นเอง
กัสไม่รู้ว่ามันมีกระบวนการทำแบบไหนแต่เขารู้ว่ามันซับซ้อนกว่าเครื่องปั้นดินเผาอย่างแน่นอนเขาเลยไม่ทันได้ศึกษาวิธีการและก็นึกไม่ถึงเลยว่าอิจิโกะกับน้องสาวจะสามารถทำอะไรแบบนี้ออกมาได้ด้วย
ไม่มีใครรู้ว่าทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญหรือเป็เพราะความสามารถแต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็ปรากฏขึ้นมาให้เห็นแล้ว
ทว่าสิ่งที่กัสให้ความสนใจที่สุดไม่ใช่แผ่นจานดินเผานั่นแต่เป็กระแสพลังสีน้ำตาลทองที่หลั่งไหลออกมาจากผลึกิญญาปฐีและกำลังเชื่อมต่อไปยังผลึกเวทต่างหาก
การไหลเวียนของพลังจิติญญานี้ทำให้กัสตระหนักถึงความสำเร็จของอิจิโกะกับน้องสาวเพราะนี่คือสัญลักษณ์ของแท่นบูชาปฐี
“ยอดเยี่ยม!! พวกเ้าทำได้จริงๆ ยอดเยี่ยมมากอิจิโกะนิโกะ ซันโกะ!! พวกเ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังเลยจริงๆ ไม่สิ!!พวกเ้าทำให้ข้าใมากจริงๆ!!”
เมื่อได้ยินคำพูดที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดีของกัสอิจิโกะกับน้องก็ถึงกับน้ำตาซึมด้วยความปลาบปลื้มใจ
ในที่สุดความพยายามของพวกเธอก็ประสบความสำเร็จในที่สุดก็ไม่ทำให้เ้านายที่เคารพรักต้องผิดหวัง
เพียงแค่ได้รับคำชมนี้ความเหนื่อยยากที่พวกเธอได้รับมาทั้งหมดก็คุ้มค่าแล้วเด็กสาวทั้งสามมองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่หลากหลายพลางปาดน้ำตาทิ้งไปเงียบๆด้วยความภาคภูมิใจที่สามารถทำภารกิจที่ยากลำบากได้สำเร็จ
หลังจากเอ่ยปากชมอิจิโกะกับน้องสาวไปหลายต่อหลายครั้งกัสก็เริ่มมองเห็นสัญญาณของการเชื่อมต่อที่กำลังจะเกิดขึ้น
หัวใจของกัสเต้นระรัวขึ้นมายิ่งมองเห็นเส้นใยสีน้ำตาลทองที่หลั่งไหลออกมาจากผลึกิญญาปฐีมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเท่านั้น
หากบอกว่าการปรากฏขึ้นของเส้นใยพลังสีน้ำตาลทองนี้คือสัญลักษณ์ของความสำเร็จแล้วละก็เช่นนั้นขนาดและปริมาณของเส้นใยก็คือตัวตัดสินคุณภาพของแท่นบูชา
‘หนึ่งแล้ว..อ่าสองแล้ว! สาม สี่ห้า!! สุดยอด!!! อ๊ะ!! ยังมีอีกหรือเนี่ย!!’
กัสเริ่มมึนแล้ว เขาสับสนแล้ว ใแล้วจริงๆ ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเส้นใยพลังสีน้ำตาลทองไหลเวียนไปยังผลึกเวททั้งหมด มันวิ่งไปยังผลึกเวททั้งห้าที่เชื่อมต่อกับตัวมันเป็รูปดาวห้าแฉกจากนั้นก็ขยายออกไปด้านนอกเชื่อมต่อกับรูปห้าเหลี่ยม
และทันทีที่การเชื่อมต่อทั้งสองส่วนเกิดขึ้นเส้นใยสีน้ำตาลทองอีกห้าสายก็พุ่งออกมาจากผลึกิญญาปฐีและเชื่อมต่อรูปแบบทั้งหมดเข้าด้วยกันก่อนจะไหลไปตามแท่นบูชาและแทรกซึมไปทั่วสิ่งก่อสร้างเล็กๆที่ดูคล้ายวิหารนี้จากนั้นก็หายเข้าไปในพื้นดิน
พริบตานั้นแสงสีน้ำตาลทองก็ะเิออกจากแท่นบูชาปฐีแล้วม้วนกวาดไปรอบดินแดนในพริบตาก่อนจะหายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตาเดียวเท่านั้นและหายไปโดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นสีหน้าของอิจิโกะกับน้องก็เริ่มซีดขาวพวกเธอหันไปมองรอบตัวพยายามมองหาความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อนจะหน้าซีดน้ำตาไหลด้วยความหวาดกลัวเพราะพวกเธอคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือความผิดพลาด
มีเพียงกัสเท่านั้นที่มีปฏิกิริยาเขาเดินออกไปหลายก้าวใหญ่แล้วก้มลงมองหลุมดินที่ถูกขุดจนเป็หลุมใหญ่เพื่อนำเอาดินเหนียวออกไปทำเป็เครื่องปั้นดินเผา
การเคลื่อนไหวของกัสดึงดูดความสนใจของทุกคนได้ในทันทีอิจิโกะกับน้องก็ตื่นเต้นขึ้นมาและโอบกอดความหวังเอาไว้ในใจแล้วไล่ตามออกไป
ไม่มีคำพูดใดๆทั้งสิ้นเพราะสีหน้าท่าทางที่เคร่งเครียดของกัสทำให้ทุกคนไม่กล้าเอ่ยปากถามอะไรนอกจากเฝ้ารอรอจนกระทั่งดวงตาของกัสเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย
รอยยิ้มบนใบหน้าฉีกกว้างขึ้นทีละน้อยทำให้หัวใจของอิจิโกะกับน้องสาวเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นยินดี
“สำเร็จ!!! แถมยัง..แถมยัง!!เพิ่มขึ้นถึงหนึ่งเท่า!! ไม่สิอาจจะมากกว่านั้นก็ได้!! ฮะๆ ยอดมากอิจิโกะ! นิโกะ! ซันโกะ! พวกเ้าเป็เทพธิดานำโชคของข้าจริงๆ!!”
กัสหมุนตัวกลับไปแล้วโอบกอดอิจิโกะเอาไว้แน่นเขาจูบเธออย่างหนักจนใบหน้าของอิจิโกะแดงก่ำไปหมด จากนั้นกัสก็ปล่อยตัวอิจิโกะแล้วโอบอุ้มนิโกะขึ้นมาแล้วจูบเธออย่างหนักหน่วงไม่แพ้กันตามด้วยซันโกะเป็คนสุดท้ายทำเอาเด็กสาวทั้งสามถึงกับหน้าแดงก่ำและมีน้ำตารินไหลออกมาเป็สาย
อิจิโกะนั้นเคยจูบกับกัสมาก่อนแล้วแม้จะเขินอายและดีใจ แต่ก็ยังตั้งสติได้ แตกต่างจากนิโกะกับซันโกะที่แม้จะคาดหวังมานานแต่ก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าพวกเธอจะได้รับความเอ็นดูแบบนี้เอาตอนนี้จึงทั้งเขินอายทั้งดีใจ
อารมณ์ของเด็กสาวผสมปนเปกันไปหมดจนกลายเป็น้ำตาแห่งความยินดีที่รินไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
กัสเองก็สังเกตเห็นและยิ้มออกมาบางๆพลางส่งเสียงหัวเราะแล้วตรงเข้าไปโอบกอดน้องสาวเอาไว้ด้วยความยินดี
น้องสาวทั้งสองก็ตื่นเต้นยินดีไม่น้อยไปกว่ากันจนกอดกัสตอบราวกับลืมเื่ราวที่น่าหวาดกลัวไปจนหมด
บรรยากาศโดยรอบปกคลุมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีและความสุขที่เปี่ยมล้นทำให้กัสรู้สึกว่าดีแล้วที่เขาไม่เร่งรีบจนเกินไป
‘อ่า..บางทีปล่อยให้ธรรมชาติมันกำหนดบ้างก็ดีเหมือนกันแฮะ!!’
กัสหัวเราะร่าอยู่ในใจกับแผนการที่ถูกเปลี่ยนไปแต่กลับนำพาโชคลาภมาให้เขาก้อนใหญ่ทีเดียว
เขาไม่อาจบอกระดับของแท่นบูชาปฐีได้แต่บอกได้คำเดียวว่าสิ่งนี้เทียบกับแท่นบูชาปฐีที่ซื้อจากดันเจี้ยนในราคา 1 หมื่นDP ได้แบบสบายๆ
หากไม่พูดว่าลาภก้อนใหญ่แล้วเขาจะพูดอะไรได้อีกยิ่งคิดกัสก็ยิ่งรู้สึกยินดีจนแทบบ้าทำเอาเขาหัวเราะไม่หยุดไปนานาจนคอแห้งเลยทีเดียว
“วันดีๆ แบบนี้มันต้องฉลอง!!!”
เสียงตอบรับของทุกคนดังขึ้นในทันทีงานทั้งหมดที่ทำค้างอยู่เกือบจะถูกโยนทิ้งไปแล้วหากไม่ใช่ว่ากัสมองเห็นดวงตะวันที่เพิ่งจะขึ้นจากขอบฟ้าจึงตระหนักว่านี่มันเพิ่งจะเช้าเท่านั้น การฉลองเอาตอนนี้ดูจะเร็วเกินไปบ้างจริงๆ
เมื่อทุกคนตระหนักถึงเวลาในขณะนั้นรอยยิ้มก็แข็งค้างไปเล็กน้อย ก่อนจะกลายเป็รอยยิ้มอ่อนๆจากนั้นจึงแยกย้ายกันไปทำงานตามที่กัสมอบหมายด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างคนอารมณ์ดี
กัสเองก็อมยิ้มแล้วเดินกลับไปทำงานตามแผนของเขาต่อแต่ก่อนที่จะไปเขาก็อดไม่ได้ที่ต้องหันไปมองจานสีดำบนแท่นบูชาอีกครั้ง
“อิจิโกะพวกเ้ารู้วิธีทำเครื่องเคลือบดินเผาด้วยงั้นหรือ”
คำถามของกัสนั้นทำให้อิจิโกะกับน้องนิ่งงันไปชั่วขณะก่อนจะตระหนักถึงสิ่งที่กัสพูดว่ามันหมายถึงจานสีดำที่พวกเธอเผาขึ้นได้โดยบังเอิญ
“ท่านกัสหมายถึง..จานสีดำใบนั่นหรือเ้าค่ะ สิ่งนั้นคือเครื่องเคลือบดินเผาหรือเ้าค่ะ”
“ข้าคิดว่าใช่..แต่นี่พวกเ้าไม่รู้งั้นหรือ แล้วพวกเ้าทำมันขึ้นมาได้ยังไงกัน”
เมื่อเห็นสีหน้าของอิจิโกะกับน้องแล้วกัสก็มั่นใจว่าเด็กสาวกลุ่มนี้ไม่รู้จักเครื่องเคลือบดินเผาจริงๆแต่พวกเธอกลับทำมันได้สำเร็จเสียอย่างงั้น
“คือ..พวกเราไม่ทราบเ้าค่ะแต่นิโกะได้ทดลองทำมันขึ้นมาเล่นๆ กับผลงานที่ผิดพลาด จนกลายเป็ของบางอย่างที่ดูสวยผิดปกติพวกเราก็เลยลองศึกษาและพบวิธีที่จะทำให้ผิวของเครื่องปั้นดินเผามีความมันวาวกว่าปกตินะคะ”
ได้ยินแบบนั้นกัสก็เข้าใจและเริ่มสนใจด้วยเช่นกันเขาเลยขอให้ทั้งสามอธิบายให้ฟัง
อิจิโกะเริ่มอธิบายให้ฟังอย่างช้าๆเริ่มจากงานที่ผิดพลาดซึ่งตามปกมักจะถูกคัดทิ้งแล้วทุบทำลายไปเพราะว่าพวกมันมีรอยแตกร้าวเกิดขึ้นบนชิ้นงาน
งานส่วนใหญ่ที่เสียนั้นจะถูกทิ้งแต่มันก็มีงานอยู่ชิ้นหนึ่งที่นิโกะเห็นว่ามันร้าวแค่นิดเดียวก็เลยแอบเก็บเอาไว้แล้วนำเอาน้ำดินมาป้ายใส่แล้วนำไปเผาซ้ำอีกครั้ง
การนำผลงานผิดพลาดไปทาน้ำดินแล้วเผานี้เองที่ทำให้นิโกะสังเกตเห็นความแตกต่างระหว่างผลงานทั่วไปกับผลงานที่ทาน้ำดินและเผาซ้ำอีกรอบเธอพบว่ามันมีความแตกต่างที่น่าสนใจอยู่จึงเริ่มให้ความสนใจสิ่งที่เรียกว่าน้ำเคลือบจากสูตรการเตรียมดินของโรงปั้น
ต่อจากนั้นก็เป็การทดลองซ้ำในขั้นตอนที่คล้ายๆกันด้วยการนำผลงานที่เผาแล้ว ไปเคลือบซ้ำแล้วนำมาเผาซ้ำอีกรอบ
ผลลัพธ์ที่ได้จึงกลายเป็กระถางต้นไม้ที่มีพื้นผิวเงาวาวดูสวยงามผิดปกติ
ในขณะที่พูดนิโกะก็ชี้ตรงไปยังมุมหนึ่งของชั้นวางซึ่งมีกระถางต้นไม้สีขาวที่วาววับตั้งอยู่
“แบบนี้เอง..แล้วพวกเ้าลองขายมันดูหรือยัง”
“ยังไม่เคยขายค่ะ พวกเราคิดว่ามันเป็ของแปลกและสวยดีแต่ใช้เวลาทำนานขึ้นถึง 1 วันพวกเราก็เลยไม่คิดที่จะทำขายนะคะ”
กัสพยักหน้ารับน้อยๆแล้วเดินไปดูกระถางต้นไม้สีขาวที่วาววับจากนั้นจึงยกมันขึ้นมาแล้ววางลงไปบนแท่นหินที่ถูกเสริมเข้าไปในโรงปั้นเพื่อให้สะดวกแต่การขายผลงาน
เพราะไม่เคยขายกัสก็เลยตัดสินใจนำมันมาขายสักครั้งเพื่อดูว่ากระบวนการเช่นนี้จะช่วยให้มูลค่าของมันเพิ่มสูงขึ้นหรือไม่
แต่เมื่อผลลัพธ์ปรากฏออกมาให้เห็นดวงตาของกัสก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง
“นี่มัน..ฮะๆ ยอดเยี่ยม!! นี่มันโชคหล่นทับชัดๆ!!”
กัสะโออกมาด้วยความดีใจยิ่งกว่าที่เคยใบหน้าของเขาแดงระเรื่อขึ้นมาเพราะความตื่นเต้นหลังจากเห็น DP ที่เพิ่มขึ้นมาหลังจากขายกระถางต้นไม้ไปเพียง 1 ใบ
“1 DP ได้ยินไหมอิจิโกะ นิโกะซันโกะ!! เ้านี้ขายได้ 1 DP 1 DPต่อกระถางหนึ่งใบ!!”
ทุกคนเหมือนจะลืมหายใจไปชั่วขณะอิจิโกะกับน้องตกตะลึงจนหัวสมองว่างเปล่ากับราคาที่เพิ่มสูงขึ้นของกระถางต้นไม้ที่พวกเธอทำ
มันไม่ได้เพิ่มมากแค่เล็กน้อยแต่เพิ่มขึ้นอย่างมาก!! จากเดิมที่ขาย 3ใบได้ 2 DP ตอนนี้กลายเป็ 1 ใบ ต่อ 1 DP มันเป็ความก้าวหน้าที่น่าใเป็อย่างมากเลยทีเดียว
“ดีละ!! อิจิโกะนับจากวันนี้ให้ทำกระถางแบบนี้ให้หมด..ไม่สิเปลี่ยนบ้างดีกว่า หันมาทำโถแทน ไหบ้างก็ได้ บางทีพวกเราอาจจะได้ใช้งานมัน”
กัสนึกถึงคุณสมบัติบางอย่างของเครื่องเคลือบดินเผาขึ้นมาได้คุณสมบัติที่ต่างจากเครื่องปั้นดินเผาทั่วไป คุณสมบัติที่เรียกว่า การเก็บน้ำ
แตกต่างจากเครื่องปั้นดินเผาทั่วไปที่ดูดน้ำได้เมื่อมันแห้งแต่เครื่องเคลือบดินเผานั้นแตกต่างมันจะไม่ดูดน้ำเข้าไปเพราะผิวเคลือบที่มีลักษณะคล้ายกับแก้วได้ป้องกันเนื้อดินข้างในเอาไว้ทำให้มันไม่ดูดซับน้ำเข้าไป
ด้วยเหตุนี้เองพวกมันจึงถูกใช้ในการเก็บรักษาของเหลวชนิดต่างๆไปจนถึงการใช้ในการหมักดองผักผลไม้ ไปจนถึงเครื่องปรุงรสต่างๆ
“ใช่แล้ว!! ทำไหดองซะทำออกมาเยอะๆ แล้วพัฒนาให้มันดีขึ้นพยายามศึกษาเพิ่มเสียแล้วหาวิธีทำให้คุณภาพของมันดีที่สุดและในอนาคตพวกเราจะได้มีไหดองผักที่ทำให้เก็บไว้กินได้นานๆ”
ดวงตาของกัสสว่างวูบวาบเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความมุ่งมั่น
แผนการใหญ่ที่เขาวางเอาไว้ในที่สุดก็มองเห็นปัจจัยหนึ่งที่สามารถทำให้มันเป็จริงได้แล้ว
ไหดองผักด้วยสิ่งนี้เขาจะมีวิธียืดระยะเวลาในการเก็บรักษาผักชนิดต่างๆ ได้นานมากขึ้นซึ่งจะทำให้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นลดน้อยลงไปด้วย
‘ใช่แล้วหากใช้วิธีดองเพื่อถนอมอาหารร่วมกับยุ้งฉางแล้วละก็ การเก็บอาหารไว้สัก 5ปีก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้!!’