ตอนที่ 11 :แชมเปี้ยนคนใหม่
การต่อสู้ของทั้ง 2 คนได้เริ่มขึ้น พร้อมกับเสียงเชียร์และเสียงกู่ร้องโห่ไล่ ผสมปนเปออกมาจากผู้ชม
“นี่แกชื่อว่าอะไรกัน” แชมเปี้ยนเอ่ยถามกับลูเธอร์
“ข้าลูเธอร์!ข้ามาเพื่อคว้าชัยชนะครั้งนี้ไป!” ลูเธอร์ตะโกนออกมาดังลั่นไปทั่วทั้งโคลอสเซียม
“ฮ่าๆ แกเตรียมหลุมศพของแกเอาไว้หรือยังล่ะ..ลูเธอร์ ฮ่าๆ” แชมเปี้ยนพูดขึ้นพร้อมกับร่ายเวทย์ของเขา
ร่างกายของแชมเปี้ยนค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะเต็มลานประลอง
“นี่มันเวทย์อะไรกัน!” ลูเธอร์ตะโกนถามขึ้นด้วยความตกใจ
“ฮ่าๆ นี่คือเวทย์ขยายของข้ายังไงล่ะ เจ้าจงโดนบดขยี้จนแบนไปเถอะ ไอ้เปี๊ยก!” แชมเปี้ยนพูดออกมาพร้อมกับยกเท้าขึ้นมา แล้วกระทืบลงไปยังลานประลอง
“เป็นยังไงล่ะ!” แชมเปี้ยนพูดขึ้น พร้อมกับหยุดกระทืบเท้าลงไปยังลานประลอง
“นี่นายมีดีแค่นี้เหรอไง!” ลูเธอร์ตะโกนออกมา พร้อมกับร่ายเวทย์ขยาย ขยายร่างกายรับการโจมตีของแชมเปี้ยน
“นี่มันเวทย์ข้านี่..นี่แกใช้มันได้ยังไง!” แชมเปี้ยนตะโกนออกมาด้วยความตกใจ
“ชั้นจะบอกให้ก็ได้..แต่นายต้องชนะชั้นให้ได้เสียก่อน” ลูเธอร์พูดขึ้นด้วยใบหน้าที่แสยะยิ้มมุมปาก พร้อมกับคลายเวทย์ขยาย ทำให้ลูเธอร์กลับมาตัวเท่าเดิมอีกครั้ง
“แกกล้าท้าทายข้าหรอ!” แชมเปี้ยนตะโกนออกมาด้วยความโกรธ พร้อมทั้งตั้งท่าเตรียมที่จะต่อยลงมาที่สนามประลอง
“อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ ไอ้เปี๊ยก!” แชมเปี้ยนตะโกนออกมาด้วยใบหน้าตื่นเต้น พร้อมกับกระหน่ำหมัดชุดลงไปที่สนามประลอง
พร้อมกับลูเธอร์ได้ร่ายเวทย์บาเรีย ออกมาและขยายมันด้วยเวทย์ขยาย ทำให้บาเรียที่ถูกร่ายออกขยายวงกว้างรับหมัดชุดของแชมเปี้ยน เอาไว้ได้ทั้งหมด
ควันจากการกระหน่ำหมัดที่ต่อยลงไปยังลานประลองของแชมเปี้ยน ได้ลอยฟุ้งไปทั่วทั้งลานประลอง
“เอ๋?..นั่นมันเวทย์บาเรีย ของหนูนี่คะ แต่ทำไมมันถึงใหญ่ได้ขนาดนั้น” ลีอาพูดขึ้นด้วยความสงสัย
“เจ้านั่นคงใช้เวทย์ขยาย ของแชมเปี้ยนขยายเวทย์บาเรียของเธอน่ะ” รุยพูดขึ้นด้วยนำ้เสียงเย็นชา พร้อมทั้งมองไปที่การต่อสู้นั้น
“ฮ่าๆ แกไอเปี๊ยก!แกคงแหลกคามือของข้าไปแล้วล่ะ!” แชมเปี้ยนตะโกนออกมาด้วยใบหน้าตื่นเต้น พร้อมกับหยุดกระหน่ำหมัดของเขา
ควันที่เคยลอยฟุ้งไปทั่วค่อยๆจางลง เผยให้เห็นร่างลูเธอร์ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย พร้อมกับที่ลูเธอร์ประกบมือทั้ง 2 ข้างลงบนสนามประลอง
“ฮ่าๆ นี่แกยังยืนไหวอีกเหรอ ข้านับถือแกจริงๆ แล้วนั่นเจ้าทำอะไรกัน ก้มลงขอร้องให้ข้าไว้ชีวิตหรอ ฮ่าๆ ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก!” แชมเปี้ยนตะโกนออกมา พร้อมมองไปที่ลูเธอร์
“เจ้าน่ะ..ระวังพื้นไว้ให้ดีนะ” ลูเธอร์พูดกับแชมเปี้ยน พร้อมกับร่ายเวทย์ลงบนสนามประลอง ทั้งสนามเริ่มสั่นไหวราวกับคลื่นของมหาสมุทร
“อ๊ะ! นั่นใช่เวทย์คลื่นของคุณหรือเปล่าคะ คุณโค” ลีอาถามกับโคด้วยความตกใจ
“ใช่นั่นเป็นเวทย์คลื่นไม่ผิดแน่..แต่ทำไมถึงใช้เวทย์คลื่นได้ใหญ่ขนาดนั้นกันนะ นายทำให้ชั้นอึ้งจริงๆ ..ลูเธอร์” โคพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น พร้อมทั้งมองไปที่ลานประลอง
ตอนนี้สนามประลองกลายเป็นดั่งคลื่นทะเล พื้นที่เคยแข็งราวกับหินผา ได้กลายเป็นดั่งคลื่นในมหาสมุทร
“เกิดอะไรขึ้นกัน! พื้นมันเคลื่อนไปๆมาๆไม่ไหว! ข้าทรงตัวไม่ได้เลย” แชมเปี้ยนพูดขึ้นพร้อมกับล้มลงไปบนพื้น ของสนามประลอง
“ในที่สุดนายก็ล้มลงซักที” ลูเธอร์พูดขึ้นพร้อมกับร่ายเวทย์บาเรีย คลุมร่างของแชมเปี้ยนเอาไว้
“นี่มันอะไร ไอ้ออร่าสีเหลืองอ่อนนี่!” แชมเปี้ยนตะโกนออกมาด้วยความตกใจ พร้อมทั้งพยายามทุบทำลายบาเรียนั้นออกมา
“ระวังบาเรียนี่เอาไว้ให้ดี” ลูเธอร์พูดขึ้นพร้อมกับร่ายเวทย์อีกครั้ง
บาเรียที่คลุมร่างของแชมเปี้ยนเอาไว้ ก็ค่อยๆถูกบีบอัดเข้ามาทีละน้อย
“อ๊ากก! ทำไมบาเรียมันถึงค่อยๆ บีบอัดเข้ามาล่ะ เจ็บ...เจ็บเหลือเกิน” แชมเปี้ยนตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด พร้อมทั้งร่างกายที่ถูกบาเรียบีบอัด
“นี่มันอะไรกันทำไมบาเรียถึงค่อยๆ บีบอัดเข้ามาได้'” ลีอาตะโกนออกมาด้วยความตกใจ
“เจ้านั่นน่ะ..คงเรียนรู้มาจากเวทย์ขยายของแชมเปี้ยน และแปรเปลี่ยนกลับเวทย์นั้น ก่อให้เกิดเวทย์ชนิดใหม่ขึ้น กลายเป็นเวทย์บีบอัดแทน..นี่นายนำหน้าชั้นไปไกลเลยนะ..ลูเธอร์” จินพูดอธิบายพร้อมกับมองไปยังการต่อสู้
“ฮ่าๆ นี่นายเอาลูเธอร์มาเป็นคู่แข่งเหรอ” โคถามกับจินด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ช่างไม่เจียมตัวจริงๆ” รุยพูดพร้อมขึ้นพร้อมกับถอนหายใจออกมา
“ฮ่าๆ พวกนายคอยดูเถอะ ชั้นจะเก่งกว่าหมอนั่นให้ดู” จินพูดขึ้นพร้อมกับใบหน้าจริงจัง และมองไปที่การต่อสู้อีกครั้ง
“ถ้านายอยากให้ชั้นหยุด ก็บอกยอมแพ้มาซะ” ลูเธอร์พูดขึ้นพร้อมกับร่ายเวทย์บีบอัดต่อ
“หึ..อย่างนี้นี่เอง” แชมเปี้ยนพูดขึ้นพร้อมกับคลายเวทย์ขยายของเขาออก ทำให้ร่างกายของแชมเปี้ยนกลับมาขนาดเท่าเดิมอีกครั้ง
“เอาล่ะ..ข้ายอมแพ้แล้ว” แชมเปี้ยนพูดกับลูเธอร์
“ก็ได้ ชั้นจะคลายบาเรียออกให้เอง” ลูเธอร์พูดขึ้นพร้อมกับคลายเวทย์บาเรียออกจากร่างของแชมเปี้ยน
“แต่ข้าจะยอมก็ต่อเมื่อ ได้จัดการแกเสียก่อน!” แชมเปี้ยนตะโกนออกมา
“เห้อ..นายนี่มันดื้อรั้นจริงๆ นายเป็นคนทำให้ชั้น ต้องใช้เวทย์นี้เองนะ” ลูเธอร์พูดขึ้นพร้อมกับร่ายเวทย์ออกมา
มือทั้ง 2 ข้างของลูเธอร์เปล่งแสงสีทองออกมา แสงนั่นค่อยๆ ปกคลุมไปทั่วทั้งโคลอสเซียม ทั้งผู้ชมและแชมเปี้ยนต่างถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีทองนั่น
“เวทย์นี้มัน..เวทย์หลอนประสาท ของไอ้บาทหลวงโรคจิตนี่!” จินตะโกนออกมาด้วยความตกใจ
“ทำไม..ทำไมนายถึงต้องใช้เวทย์ที่น่าขยะแขยงนี่ด้วยกัน!” จินพูดตะโกนออกมาด้วยความโกรธ พร้อมกับมองไปที่การต่อสู้นั้น
“ชั้นขอโทษนะทุกๆคน..แต่ชั้นต้องใช้เวทย์นี้เพื่อเอาชนะการต่อสู้นี้ให้ได้” ลูเธอร์พูดขอโทษออกมาอย่างแผ่วเบา
“ฮ่าๆ นี่แกคิดว่าจะชนะชั้นได้ ด้วยเวทย์กระจอกพรรค์นี่นะหรอ! ถ้าแกคิดว่าแกทำได้ก็ลองดูสิ!” แชมเปี้ยนตะโกนออกมาด้วยความบ้าคลั่ง พร้อมกับร่ายเวทย์ขยาย ไปที่กำปั้นของเขา
“ชั้นจะแสดงให้นายดูเอง ว่าชั้นจะชนะนายยังไง!” ลูเธอร์พูดขึ้น พร้อมกับเรียกดาบศักดิ์สิทธิ์ออกมา
แชมเปี้ยนกระโจนเข้าหาลูเธอร์พร้อมกับกำปั้นขนาดยักษ์ ที่พร้อมจะบดขยี้และทุบทำลายลูเธอร์ให้ละเอียด
“รับไปซะ!กำปั้นทุบทำลาย!” แชมเปี้ยนตะโกนออกมาพร้อมกับยกแขนทั้ง 2 ขึ้นสูง พร้อมที่จะทุบกำปั้นลงบนลานประลองบดขยี้ลูเธอร์ให้ละเอียด
“ชั้นขอโทษ” ลูเธอร์พูดขึ้นอย่างแผ่วเบาพร้อมฟันดาบศักดิ์สิทธิ์ ไปข้างหน้า ดาบศักดิ์สิทธิ์เปล่งออร่าสีเงินขนาดยักษ์ออกมาเป็นทางยาว
ออร่าสีเงินของดาบเล่มนั้นได้ผ่าร่างกายของแชมเปี้ยนออกเป็น 2 ท่อน เลือดและอวัยวะภายในของแชมเปี้ยนกระจัดกระจายออกมาเลอะไปทั่วทั้งลานประลอง
แท้จริงแล้วการต่อสู้นี้เกิดขึ้นจากเวทย์หลอนประสาท ของลูเธอร์ ที่ได้ร่ายปกคลุมไปทั่วทั้งโคลอสเซียม ทำให้ทุกๆคนต่างถูกภาพหลอนที่ลูเธอร์สร้างขึ้นมา หลอนประสาทของพวกเขาและเห็นการประลองที่ลูเธอร์สร้างขึ้นมา ราวกับเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นตรงหน้า
“อ๊ากกก!” เสียงตะโกนอันเจ็บปวดดังขึ้นจากแชมเปี้ยน พร้อมกับร่างกายของแชมเปี้ยนที่ทรุดตัวลงไป นอนดิ้นทุรนทุรายบนลานประลอง
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่..อยู่ดีๆ แชมเปี้ยนก็ตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด ทั้งๆที่อีกฝ่ายยังไม่ได้ทำอะไรเลยแท้” พิธีกรพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับมองไปที่การต่อสู้ที่เกิดขึ้นบนสนามประลอง
สายตาของคนทั้งโคลอสเซียมต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ร่างของแชมเปี้ยนลงไปนอนดิ้นทุรนทุราย พร้อมกับเสียงกรีดร้องอันเจ็บปวดดังออกมาจากปากของแชมเปี้ยน และลูเธอร์ที่ยืนมองแชมเปี้ยนด้วยใบหน้าเศร้าหมอง พร้อมกับร่ายเวทย์หลอนประสาทออกมา
“อ๊ากก!! ข้าขอยอมแพ้..ข้ายอมแล้ว! ได้โปรด! ได้โปรดหยุดด้วยเถอะ! อ๊ากก!” แชมเปี้ยนตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับขอประกาศยอมแพ้
“ชั้นขอโทษนายด้วยนะ..แชมเปี้ยน” ลูเธอร์อย่างแผ่วเบาพร้อมกับค่อยๆ คลายเวทย์หลอนประสาทออกจากทั้งโคลอสเซียม
แสงสีทองที่เคยเปล่งไปทั่ว ตอนนี้มันค่อยๆจางหาย ทำให้ทั่วทั้งโคลอสเซียมกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
“เอาล่ะครับท่านผู้ชม ในที่สุดเราก็ได้แชมเปี้ยนคนใหม่กันแล้ว เขาคนนั้นก็คือลูเธอร์!” พิธีกรประกาศขึ้นพร้อมกับยกแขนของลูเธอร์ขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ
“ลูเธอร์!ลูเธอร์!ลูเธอร์!” ผู้คนต่างกล่าวชื่อของแชมเปี้ยนคนใหม่ เสียงเชียร์แห่งชัยชนะดังลั่นไปทั่วทั้งโคลอสเซียม
“ฮ่าๆ ในที่สุดข้าก็เจอลูกแกะทองคำซักที” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งพูดขึ้น ด้วยใบหน้าตื่นเต้น
“ท่านเวโรนิก้า ท่านหมายความว่ายังไงกันขอรับ” ชายหนุ่มผู้ยืนอยู่ข้างหลังของหญิงสาวถามกลับ
“เขาคนนั้นคือวีรบุรุษ ที่เรารอคอยมาแสนนานยังไงล่ะ” หญิงสาวคนนั้นตอบกลับ
“เอาหล่ะ ไปกันได้แล้ว ข้าจะขึ้นไปรอเขาข้างบนนั่น” หญิงสาวคนนั้นพูดขึ้นอีกครั้ง
“รับทราบแล้วขอรับ” ชายคนนั้นตอบกลับ พร้อมกับร่ายเวทย์ของเขาออกมา
“ฮ่าๆ เรื่องนี้ชักสนุกขึ้นแล้วสิ” หญิงสาวคนนั้นพูดด้วยใบหน้าที่ตื่นเต้นพร้อมกับแสยะยิ้มออกมา และหายตัวไปพร้อมกับชายคนนั้น
“นี่นาย..พิธีกร” ลูเธอร์พูดขึ้นพร้อมมองไปที่พิธีกร
“หือ..มีธุระอะไรกับข้ากัน?” พิธีกรถามกับลูเธอร์ด้วยความสงสัย
“ตอนนี้ชั้นกลายเป็นแชมเปี้ยนคนใหม่แล้วสินะ ชั้นจะได้เข้าพบฝ่าบาทได้หรือยัง” ลูเธอร์ถามกับพิธีกรด้วยสายตาที่จริงจัง
“ฮ่าๆได้สิ..ตามข้ามา ข้าจะพาเจ้าไปยังปราสาทขององค์ราชาเอง” พิธีกรพูดขึ้นพร้อมกับนำทางไปยังปราสาท
“พี่คะ! เดี๋ยวก่อนรอพวกเราด้วย!” ลีอาตะโกนขึ้นพร้อมกับวิ่งมาหาลูเธอร์
“นี่นายเวทย์สีทองตะกี้มันคืออะไร!” จินตะโกนออกมาด้วยสงสัย
“มันเป็นเวทย์ของบาทหลวง..ชั้นขอโทษนะที่ต้องใช้มัน” ลูเธอร์ตอบกลับจินด้วยใบหน้าที่รู้สึกผิด
“นายนี่มัน ..หึ! ช่างมันเถอะ เรื่องมันผ่านมาแล้ว ชั้นไม่อยากเอามันมาคิดอีก” จินพูดให้อภัยกับสิ่งที่ลูเธอร์ทำ
“ขอบใจนะ..จิน” ลูเธอร์พูดขอบคุณกับจิน
“ฮ่าๆ ในที่สุดไอ้หนุ่มกะล่อนของเรา ก็โตขึ้นซักที” โคพูดขึ้นพร้อมกับเอามือลูบไปที่หัวของจิน
“นี่นายชั้นไม่ใช่เด็กแล้วนะ!” จินตะโกนออกมาด้วยความเขินอาย
“ฮ่าๆ พวกนายนี่ตลกกันจังเลยนะ เอาล่ะข้าจะนำทางไปปราสาทเอง” พิธีกรพูดขึ้นพร้อมกับเดินเข้าในอุโมงค์ข้างหน้า
อุโมงค์นั่นทอดตัวยาวจากสนามประลองในโคลอสเซียม ไปยังหน้าบันไดทางทิศเหนือของอาณาจักร
สุดปลายทางของอุโมงค์นั่น เป็นบันไดที่จะพาขึ้นยังใจกลางของอาณาจักร บันไดสีขาวโพลนนั่นยาวสุดลูกหูลูกตาจากพื้นด้านล่าง ถึงใจกลางของอาณาจักรที่อยู่สูงตระหง่านเหนือพื้นดิน ล้อมรอบไปด้วยกำแพงขนาดยักษ์สีขาวบริสุทธิ์
ข้างหน้าของพวกเรา มีทหารนับพันนายยืนเฝ้าทางขึ้นไปยังใจกลางของอาณาจักร ทหารทุกนายล้วนถือหอกและโล่ไว้ข้างกาย
“หยุดอยู่แค่ตรงนั้น!!” เสียงตะโกนดังขึ้นจากยามเฝ้าบันได
“พวกเจ้าเป็นใครกัน! ไม่ได้ยินคำสั่งขององค์ราชาหรือไง ว่าห้ามมิให้ผู้ใดเข้าพบ!” ทหารนายนั้นตะโกนออกมาอีกครั้งด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“ใจเย็นๆน่า ข้าคือพิธีกรจากโคลอสเซียม ข้ากำลังพาแชมเปี้ยนคนใหม่ไปเข้าพบฝ่าบาท ได้โปรดให้พวกข้าผ่านทางนี้ด้วย” พิธีกรพูดขึ้นด้วยพร้อมทั้งผายมือมายังแชมเปี้ยนคนใหม่ของโคลอสเซียม
“ไม่ได้ก็คือไม่ได้! พวกเจ้าจงไสหัวไปซะ! ก่อนที่พวกข้าจะลงมือปลิดชีวิตพวกเจ้าตอนนี้!” ทหารตะโกนออกมาด้วยความโกรธ พร้อมทั้งจับหอกตั้งท่าเตรียมจะแทงมายังเรา
“ข้าก็บอกแล้วไงว่าข้าคือใคร!” พิธีกรตะโกนออกมาเสียงดังลั่นไปทั่ว พร้อมทั้งร่างกายของพิธีกรที่ค่อยๆ ลอยขึ้นพร้อมกับเวทย์สีดำที่ออกมาจากมือของพิธีกร
“ให้พวกเขาขึ้นมา!” เสียงปริศนาตะโกนออกมาจากสุดปลายทางของบันไดอันขาวโพลน
“ได้ครับท่านเวโรนิก้า” ทหารทุกนายต่างพูดขึ้นพร้อมกับคุกเข่าคารวะต่อเจ้าของเสียง
“เอาล่ะพวกนายผ่านขึ้นไปได้แล้ว” ทหารพูดพร้อมกับเก็บหอกที่พร้อมจะทะลวงเข้ามา เหน็บไว้ข้างกายเหมือนเดิม
“เอ๋?เสียงนั่นใครกัน” ลูเธอร์ถามกับพิธีกรพร้อมทั้งเดินขึ้นบันไดไป
“ท่านผู้นั้นคือ 1 ในผู้นำตระกูลสูงสุดทั้ง 4 ตระกูล ท่านเวโรนิก้ายังไงล่ะ” พิธีกรตอบกลับด้วยใบหน้าที่หวาดกลัว
“นี่นายเป็นอะไรกัน! ทำไมต้องทำหน้าหวาดกลัวขนาดนั้น!” ลูเธอร์พูดขึ้นด้วยความตกใจ
“ท่านเวโรนิก้า เป็นขุนนางที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ตระกูลขุนนางทั้งหมด ความแข็งแกร่งนั่นน่ะมันทำให้ข้ากลัวไม่หยุด” พิธีกรพูดขึ้นด้วยความหวาดกลัว
“เราคงต้องหวังว่าเขาจะเป็นคนดีนะคะ” ลีอาพูดกับลูเธอร์ด้วยสีหน้าที่กังวล
“อื้อ..พวกเราก็ได้แค่หวังอย่างเดียวหล่ะนะ” ลูเธอร์ตอบกลับด้วยสายตามุ่งมั่น พร้อมกับเดินขึ้นบันไดสีขาวโพลน ไปยังใจกลางของอาณาจักร
“ในที่สุด ลูกแกะสีทองก็กำลังจะเข้ามาอยู่ในกำมือของชั้นแล้ว ฮ่าๆๆ” เวโรนิก้าพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่แสยะยิ้มออกมา พร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง