สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 10 บทที่ 283 ท่าเดียวกัน

        นั่นเป็นยอดฝีมือลึกลับ

        เขามาแล้ว

        รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าของซุนเฟย

        ซุนเฟยไม่ปกปิดร่องรอยของตัวเองอีกต่อไปเขาพุ่งลงมาจากภูเขาประหนึ่งลูกธนู ก่อนจะวิ่งมาถึงด้านหน้าของหลุมยักษ์จากนั้นก็ใช้ทักษะเดิมใน 'โหมดมือสังหาร' ทะลวงผ่านวงเวทป้องกันระดับกลางเข้าไปยังหลุมยักษ์

        “หืม?” เมื่อยอดฝีมือลึกลับเห็นวิธีที่ซุนเฟยใช้ฝ่าวงเวทเข้ามาใบหน้าที่เคยนิ่งสงบก็ฉายแววประหลาดใจขึ้นมา

        ถึงแม้ว่าเขาจะฝึกฝนคลื่นพลัง แต่เขาก็พอมีความรู้เกี่ยวกับหลักการเวทมนตร์อยู่บ้างวงเวทป้องกันระดับเจ็ดดาวที่ซุนเฟยเพิ่งข้ามมานั้น มีวงจรเวทมนตร์อย่างน้อยๆ สามร้อยกว่าเส้น และแต่ละเส้นต่างเชื่อมต่อกันอย่างยุ่งเหยิงความเร็วและเวลาในการไหลเวียนของพลังเวทในแต่ละเส้นล้วนแตกต่างกันหากมีการสัมผัสเพียงเล็กน้อย วงเวทระดับเจ็ดดาวจะปลดปล่อยพลังโจมตีออกมาทั้งหมดแต่ดูเหมือนว่า ราชาแซมบอร์ดจะอาศัยเพียงความคล่องแคล่วของร่างกายและการคาดเดาล่วงหน้าในการ‘เดินฝ่า’ เข้ามาในวงเวทโดยที่ไม่ไปสัมผัสวงจรเวทมนตร์ใดๆ…นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!

        ยอดฝีมือลึกลับรู้ดีว่าเขาไม่สามารถเลียนแบบในสิ่งที่ราชาแซมบอร์ดทำได้ แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่งกว่าอีกฝ่ายก็ตาม

        “ผู้อาวุโส!” หลังจากที่ซุนเฟยฝ่าวงเวทเข้ามาได้ เขาก็พักหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะยืนนิ่งและกล่าวคำทักทายด้วยท่าทางนอบน้อม

        “อืม” ความประหลาดใจบนใบหน้าของยอดฝีมือลึกลับพลันหายไปเขากวาดสายตามองร่างของซุนเฟยอย่างช้าๆ ก่อนที่มุมปากของโค้งขึ้นมาเล็กน้อยแล้วพยักหน้าอย่างพอใจ

        “อาวุโส ข้าขอถามว่าท่านคือ...” ซุนเฟยอยากรู้ว่ายอดฝีมือลึกลับคนนี้เป็นใครกันแน่

        “โจมตี” ยอดฝีมือลึกลับโบกมือขัดจังหวะคำถามของซุนเฟยดูเหมือนเขาไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้

        “หือ?” ซุนเฟยชะงัดไปครู่หนึ่ง เหมือนยังไม่เข้าใจ

        “โจมตีข้า” ยอดฝีมือลึกลับกล่าวขึ้นมาอีกรอบ น้ำเสียงของเขายังคงไร้อารมณ์เช่นเคย ก่อนจะสำทับไปอีกประโยคว่า “โจมตีข้าด้วยพลังทั้งหมดที่เจ้ามี”

        คราวนี้ซุนเฟยเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง

        นี่ต้องสู้กันอีกแล้วหรือ!

        เมื่อวานนี้ ยอดฝีมือลึกลับเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีตัวเองก่อนวันนี้กลับเป็นตัวเองที่จะต้องเป็นคนลงมือก่อน ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาคาดเดาน่าจะไม่ผิด

        ซุนเฟยพบว่านิสัยที่เด่นชัดที่สุดของยอดฝีมือลึกลับตรงหน้าก็คือเขาไม่ค่อยชอบพูด ราวกับว่าถ้าพูดมากแล้วดอกพิกุลจะร่วงออกจากปาก หรือถ้าจะพูดเขาก็จะเลือกคำที่กระชับ สั้นๆ แต่ได้ใจความสักคำมาพูด

        “ผู้อาวุโส โปรดระวังด้วย!”

        ซุนเฟยตะโกนออกมาในขณะที่มีแสงสว่างสีสันสดใสปรากฏขึ้นบนร่างของเขาไอเทมป้องกันและชุดเกราะที่เขาซื้อมาจาก NPC ใน 'ท่าเรือคูแรสท์' ปรากฏบนร่างของเขาส่วนที่สำคัญตามร่างกายของเขาทุกที่ต่างได้รับการป้องกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นข้อมือ กำปั้น แขน ไหล่ หน้าอก หลัง ท้อง ขา เข่า ข้อเท้า เท้า...ชุดเกราะทั้งหมดมีรูปร่างแปลกใหม่และยังปล่อยกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้ตอนนี้ซุนเฟยดูไม่ต่างอะไรกับสัตว์ป่ากระหายเลือด

        ซุนเฟยได้ปลดปล่อยพลังทั้งหมดของคนเถื่อนเลเวล 49 ออกมา เขาสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ก่อนจะกำหมัดแน่นการเคลื่อนไหวที่เรียบง่ายแบบนี้ ดูคล้ายกับว่า พลังที่ทรงอำนาจที่สุดในสามโลกกำลังมารวมตัวกันอยู่บนหมัดของเขา

        “หมัดหิมะเยือกแข็ง…หมัดเดียวสังหาร!”

        ซุนเฟยใช้การโจมตีที่รุนแรงที่สุดของเขาทันที

        ในอากาศปรากฏหมัดโปร่งแสงขนาดสิบตารางเมตรขึ้นมาอย่างช้าๆ ราวกับดอกบัวที่กำลังผลิบานแต่ชั่วพริบตามันก็กลายเป็นดาวตกพุ่งออกไปแรงเสียดทานในอากาศที่รุนแรงทำให้เกิดประกายไฟขึ้นพร้อมๆ กับเสียงแหวกอากาศที่แสบแก้วหูดาวตกรูปหมัดได้พุ่งตรงไปยังยอดฝีมือลึกลับที่ยืนห่างออกไปประมาณสิบเมตรอย่างไร้ความปรานี

        “หืม” ยอดฝีมือลึกลับรู้สึกประหลาดใจเป็นครั้งที่สองของวันเขาพยักหน้าและกล่าวอย่างชื่นชมว่า “ไม่เลว!”

        ในขณะที่ยอดฝีมือลึกลับกล่าว เขาก็ขยับมือไปด้วย มือที่ไพล่หลังมาโดยตลอดก็ยืดออกมาและหันไปทางหมัดโปร่งแสงที่กำลังพุ่งเข้ามาเขาสะบัดมือเล็กน้อยราวกับกำลังปัดฝุ่น ในตอนนั้นเองก็เกิดแสงสว่างสีฟ้าอมเขียวขึ้นมาจากนั้นคลื่นพลังสีฟ้าอมเขียวก็เริ่มควบแน่นจนกลายเป็นฝ่ามือขนาดยักษ์ลอยออกไปขวางหน้าเขา

        'ทักษะแห่งฝ่ามือ'

        ตูม!

        หมัดและฝ่ามือปะทะกันอย่างรุนแรง

        ในอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัว เพียงช่วงเวลาสั้นๆเสียงกระหึ่มก็ดังก้องไปทั่วหลุมยักษ์ประหนึ่งภูเขาไฟกำลังปะทุเปลวไฟสีฟ้าอมเขียวก็พลันหายไปพร้อมๆ กับหมัดโปร่งแสงที่แตกกระจายไปในอากาศ พวกมันราวกับดอกไม้ไฟที่กำลังส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า สวยงามแต่อันตรายภายใต้ ‘ดอกไม้ไฟที่บ้าคลั่ง’ เต็มไปด้วยฝุ่นควันและเศษหินที่แตกกระจายอยู่ในอากาศแม้กระทั่งพื้นดินยังต้องสั่นไหวราวกับพระเจ้ากำลังพิโรธ

        ผ่านไปได้สี่ห้านาที ในที่สุดความอลหม่านก็ค่อยๆ จางหายไป

        ไม่ว่าจะหมัดโปร่งแสงหรือ 'ทักษะแห่งฝ่ามือ' ล้วนแตกสลายไปพร้อมๆ กัน

        ฝุ่นควันค่อยๆ กระจายหายไป

        “ความแข็งแกร่งของเจ้าเพิ่มขึ้น” ยอดฝีมือลึกลับเงยหน้าขึ้นมามองซุนเฟยด้วยสายตาสงสัย

        ซุนเฟยพยักหน้า

        “เร็วเกินไป ไม่ดี!” ยอดฝีมือลึกลับคนนั้นขมวดคิ้วแน่น

        ซุนเฟยพลันตกตะลึงในช่วงแรกแต่ในไม่ช้าเขาก็เข้าใจความหมายที่ยอดฝีมือลึกลับต้องการจะสื่อ

        ในแผ่นดินอาเซรอทยอดฝีมือที่แท้จริงจะเน้นให้ความแข็งแกร่งของพวกเขาอยู่ในระดับเดียวกันกับจิตวิญญาณหากความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเร็วเกินไปโดยที่จิตวิญญาณไม่สามารถปรับตัวให้ไวตามความแข็งแกร่งได้ จะทำให้เสียสมดุลแน่นอนว่า หากเสียความสมดุลไป จะทำให้เกิดธาตุไฟเข้าแทรกได้ง่ายเหมือนในนิยายกำลังภายในของโลกเก่านอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อการบ่มเพาะในภายหลังอีกด้วย

        ผู้ที่มีพรสวรรค์ส่วนใหญ่ในแผ่นดินอาเซรอทสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองได้อย่างรวดเร็วในระดับดาวแต่ชพวกเขาเน้นเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองมากเกินไปจนละเลยจิตวิญญาณที่ไล่ตามความแข็งแกร่งไม่ทันเมื่อรากฐานไม่มั่นคง พวกเขาจึงได้แต่ติดชอยู่ในระดับเก้าดาว และไม่อาจทะลวงผ่านขอบเขตระดับดาวเข้าสู่ระดับจันทราได้

        ในเส้นทางการฝึกฝนของนักรบ อาจจะมีวิธีการฝึกฝนที่แตกต่างกันไปแต่รากฐานที่มั่นคงคือสิ่งที่ไม่อาจละเลยได้

        ตึกระฟ้าสามารถสูงได้มากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับรากฐานว่ามั่นคงแค่ไหน

        อนาคตของนักรบจะไปได้ไกลแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับพื้นฐานว่ามั่นคงแค่ไหน

        ที่เรียกว่า ‘หากเตรียมพร้อมก็จะทำสิ่งต่างๆ ได้ดี’ นี่คือความจริง

        ยอดฝีมือลึกลับตกใจกับความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของซุนเฟยเมื่อเทียบกับเมื่อคืนแล้ว ตอนนี้ความแข็งแกร่งของซุนเฟยอยู่ในระดับเจ็ดดาวระยะกลาง ทำให้ยอดฝีมือลึกลับคิดว่าซุนเฟยเอาแต่มุ่งเน้นความสนใจไปที่การเพิ่มความแข็งแกร่งและละเลยจิตวิญญาณไปเขาจึงกังวลว่าซุนเฟยอาจจะซ้ำรอยประวัติศาสตร์เหมือนอัจฉริยะคนอื่นๆดังนั้นเขาจึงพูดเตือนไปว่า “เร็วเกินไป ไม่ดี!”

        ซุนเฟยรู้สึกประทับใจกับคำพูดของยอดฝีมือลึกลับคนนี้

        ตั้งแต่ซุนเฟยทะลุมิติมา นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนมาชี้แนะแนวทางการฝึกให้กับเขาคำแนะนำง่ายๆ นี้ ทำให้เขาหวนคิดถึงบรรยากาศที่แสนคุ้นเคยซุนเฟยรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่ในห้องเรียนในมหาวิทยาลัย และมีอาจารย์กำลังถ่ายทอดความรู้ที่หน้ากระดานดำ

        อย่างไรก็ตาม ซุนเฟยไม่รู้ว่าจะอธิบายสภาพการณ์ของตัวเองให้ยอดฝีมือลึกลับตรงหน้าเข้าใจอย่างไร

        การเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาไม่ใช่ ‘แบบปกติ ’เขาเพิ่มความแข็งแกร่งด้วยการอัพเลเวลจากการฆ่ามอนสเตอร์ในโลก Diabloซึ่งแตกต่างจากนักรบและนักเวทที่ต้องพึ่งการสะสมพลังและการฝึกวิชาไปทีละเล็กทีละน้อยดังนั้น ความแข็งแกร่งของซุนเฟยจึงไม่จำเป็นต้องรอปรับสภาพจิตวิญญาณเหมือนคนอื่นๆอีกทั้งหากซุนเฟยสามารถเพิ่มพลังจิตของตัวเองได้อย่างต่อเนื่องเขาก็สามารถยืดเวลาสังหารมอนสเตอร์ในโลก Diablo ได้นานขึ้นและความแข็งแกร่งของเขาก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

        แน่นอนว่าซุนเฟยไม่คิดที่จะบอกความลับเรื่องโลก Diablo ให้ใครรู้

        “ขอบคุณสำหรับคำแนะนำขอรัับ ผู้อาวุโส” นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ซุนเฟยสามารถพูดได้

        โชคดีที่ยอดฝีมือลึกลับไม่ต้องการรู้คำตอบเมื่อลองคิดย้อนกลับไปว่าซุนเฟยสามารถฝ่าวงเวทเข้ามาได้อย่างไรเขาก็รู้ทันทีว่าราชาแซมบอร์ดคนนี้มีไพ่ตายที่ไม่เหมือนใครในโลกนี้ทุกคนล้วนมีความลับเป็นของตัวเองยอดฝีมือลึกลับเพียงต้องการเตือนซุนเฟยเท่านั้น ไม่ได้อยากรู้ความลับของเขา

        “การโจมตีของเจ้าเมื่อครู่ ตรงเกินไปและยังควบคุมได้ไม่ดีพอทำให้พลังที่แฝงมากับท่าของเจ้าไม่สามารถระเบิดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

        ยอดฝีมือลึกลับกำหมัดขึ้นมาเบาๆ ในขณะที่พูดทันใดนั้นในอากาศก็ปรากฏหมัดที่มีขนาดสิบตารางเมตรขึ้นมาถึงแม้ว่ามันจะเกิดมาจากการควบแน่นของคลื่นพลังสีฟ้าอมเขียว แต่กลับสามารถจำลอง 'หมัดหิมะเยือกแข็ง...หมัดเดียวสังหาร' ของซุนเฟยออกมาได้แทบจะสมบูรณ์แบบเมื่อเขาต่อยออกไป ความเร็วของหมัดจะเร็วกว่าแต่ไม่มีเปลวไฟที่เกิดจากแรงเสียดทานของอากาศหรือเสียงแหวกอากาศแหลมคมเหมือนซุนเฟยท่าหมัดนี้ดูลึกลับกว่าและแปลกประหลาดยิ่งกว่า

        หมัดนี้พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า

        วินาทีต่อมา เสียงแสบแก้วหูก็ดังสนั่นขึ้นมาบนท้องฟ้าก็ปรากฏรอยแหวกสีแดงเข้มคล้ายกับท้องฟ้าถูกฉีกกระชากออกจากกันจนมีเลือดไหลทะลักออกมา

        ซุนเฟยอ้าปากค้าง

        หมัดนี้เป็นท่าเดียวกันกับ 'หมัดหิมะเยือกแข็ง...หมัดเดียวสังหาร' ของซุนเฟยพลังในการควบแน่นก็เท่ากัน รูปแบบของหมัดก็เหมือนกันแต่เมื่อมาอยู่ในมือของยอดฝีมือลึกลับ พลังอำนาจของมันกลับเพิ่มขึ้นสามถึงสี่เท่า ความเร็วของมันเทียบเท่ากับความเร็วของเสียง หลังจากหมัดสลายไปถึงจะมีเสียงดังสนั่นกึกก้องตามมากระแสอากาศบนท้องฟ้าก็วุ่นวายอย่างเห็นได้ชัด

        เร็ว!

        เร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ!

        ซุนเฟยได้ข้อคิดอะไรมากมาย

        “เจ้าเห็นอะไร?” ยอดฝีมือลึกลับชักมือกลับมาไพล่หลังเหมือนเดิมก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมา

        “การควบคุม”

        “หือ?”

        “ผู้อาวุโส หมัดของท่านไม่ว่าจะเป็นพลัง ท่าทาง การเคลื่อนไหววิธีการหรือวิถีหมัดล้วนเหมือนกับข้าไม่มีผิด แต่อำนาจของหมัดกลับเหนือกว่าข้าสามถึงสี่เท่า นี่เป็นเพราะทักษะการควบคุมพลังของท่านช่างน่าทึ่งด้วยการควบคุมที่ละเอียดอ่อนของท่าน ทำให้สามารถดึงพลังของมันออกมาใช้ได้ทั้งหมด”ซุนเฟยกล่าวช้าๆ

        ยอดฝีมือลึกลับพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ดีมาก”

        พูดจบก็ดีดนิ้วของตัวเองขึ้นมาเบาๆทันใดนั้น ลำแสงสีฟ้าที่กำลังห่อหุ้มของบางอย่างก็ลอยไปหาซุนเฟยเมื่อซุนเฟยหยิบมันก็พบว่าสิ่งที่อยู่ในลำแสงสีฟ้านั่นก็คือหนังสือเล่มหนึ่งยังไม่ทันได้ดูหน้าปก ยอดฝีมือลึกลับก็กะพริบร่างหายไปอย่างไร้ร่องรอย

        --------------

คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน