เฉิงไป๋ฮวาอาศัยว่าทำงานพิเศษหาเงินเรียนภาคค่ำต่อด้วยตัวเองมาตลอดจนจบชั้นปริญญาตรี แต่เธอหลอกพวกเขาว่าเธอใช้วุฒิ ม.3 ในการสมัครทำงานในตำแหน่งเสมียนของโรงงานผ้าแห่งหนึ่ง แทนที่เธอจะได้เก็บเงินเดือนบางส่วนเอาไว้ เธอกลับพบว่าแม่ของเธอไปสอบถามที่ฝ่ายบุคคลจนรู้ว่าเธอได้เงินเดือนเท่าไหร่ นั่นจึงทำให้เธอไม่เคยได้เก็บเงินของตัวเองเลยแม้แต่ครั้งเดียว
สิ่งใดที่เธออยากได้ เธอก็ไม่เคยได้เหมือนพี่ ๆ นอกจากคำว่าสิ้นเปลืองที่ออกมาจากปากแม่ของเธอ หากวันไหนแม่ไม่พอใจก็จะตีเธออยู่เสมอ ทำให้เฉิงไป๋ฮวาไม่กล้าเอ่ยถึงเื่เช่นนี้อีกั้แ่นั้นมา และเฉิงไป๋ฮวาก็เริ่มไร้ความรู้สึกมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอไม่แม้แต่จะปริปากเมื่ออยู่ที่บ้าน
ในที่ทำงานนั้นเฉิงไป๋ฮวาเป็คนมีมารยาทมาก และพูดจากับทุกคนได้อย่างปกติ เหมือนกับว่าเธอเป็คนสองบุคลิกอย่างไรอย่างนั้น ที่เมื่ออยู่บ้านเงียบกริบ แต่ในที่ทำงานกลับเป็เหมือนคนปกติได้ เธอไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอดได้อย่างไร เธอคิดว่าเธอก็เหมือนคนปกติ แต่ความจริงแล้วเธอมีปัญหาทางจิตใจมานานแล้ว เื่นี้เป็สิ่งที่เธอเพิ่งนึกออกหลังจากะโลงในแม่น้ำแล้ว
เฉิงไป๋ฮวาคิดไม่ออกว่าจะปฏิเสธการให้เงินเดือนอย่างไรดี เมื่อคิดไปคิดมาเธอจึงไม่สนใจว่าจำเป็จะต้องปฏิเสธ เพียงแต่เธอเอาเงินเดือนไปฝากธนาคารไว้ก็น่าจะพอแล้ว ส่วนเงินอุดหนุนครอบครัวอะไรนั่น เธอไม่คิดจะให้คนพวกนี้อีกต่อไปแล้ว เธอต้องมีชีวิตของตัวเองสักที ไม่อย่างนั้นเื่ที่เกิดในชาติก่อนก็คงจะตามมาหลอกหลอนเธอไม่หยุดไม่หย่อนเป็แน่ เธออยากที่จะแยกออกไปจากที่นี่เสียที พอดีกับที่เฉียนหลงขอเธอแต่งงาน เธอจึงตกลงแต่งกับเขาอย่างง่ายดาย อีกอย่างเพราะเขารักและดูแลเธอมาตลอดที่รู้จักกันมาหลายปี เธอจึงคิดว่าเขาสมควรที่จะเป็สามีของเธอ และเธอรู้สึกเสียใจมากในชาติก่อนที่ไม่ไว้วางใจเขา ด้วยถูกคนในครอบครัวล้างสมองว่าสามีไม่จริงใจมาโดยตลอด มีแต่ครอบครัวเท่านั้นที่จริงใจและพร้อมจะช่วยเหลือเธอ
สุดท้ายแล้วด้วยความหัวอ่อนของเธอ จึงทำให้เธอต้องมีจุดจบอย่างเศร้าสลดในชาติที่แล้ว เฉิงไป๋ฮวาพยายามปรับตัวเองในห้องก่อนที่จะถูกตำหนิอีกเป็ชุด ๆ จากคนอื่น ๆ ที่เธอได้ยินเสียงว่าพวกเขากลับมาแล้ว
เฉิงไป๋ฮวาที่ไม่อยากออกไปข้างนอก เธอได้แต่หากระดาษทิชชู่มาปิดหูเอาไว้ เธอทำเหมือนคนหูหนวกที่ไม่ได้ยินสิ่งใด รอให้ทุกคนหลับไปก่อนเธอค่อยออกไปหาอะไรกินก็ไม่สาย เธอรู้ดีว่าพี่่สะใภ้ทำอาหารไม่เป็ วันนี้ที่บ้านคงต้องลำบากในการกินข้าวแน่ ๆ เธอจึงไม่อยากออกไปให้เสียอารมณ์
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เฉิงไป๋ฮวาก็ผล็อยหลับไปจากความหิวและอาการาเ็ที่ยังไม่หายดีของเธอ
ด้านนอกที่กำลังมีเสียงโวยวายเื่อาหารเย็นวันนี้ดังโฉ่งฉ่างจนเพื่อนบ้านพากันเอือมระอา ทุกคนรู้ดีว่าเฉิงไป๋ฮวาพบเจอเื่อะไรในบ้านหลังนี้บ้าง แต่พวกเขาเป็เพียงเพื่อนบ้านจึงไม่อาจช่วยเหลือสิ่งใดได้ พวกเขาได้แต่สงสารเธอที่มีครอบครัวแบบนี้
ที่ห้องอาหารบ้านเฉิง
“แล้วเธอไปผลักมันจนาเ็ได้อย่างไรกัน เธอก็รู้ว่าถ้านังนั่นหยุดงานโดยไม่บอกล่วงหน้าก็จะถูกหักเงิน แถมดูอาหารที่เธอทำสิ แต่ละอย่างกินได้เสียที่ไหน ไม่เค็มไปก็หวานไป เธอทำอาหารไม่ชิมก่อนหรืออย่างไร”
“อ้าว ฉันจะไปรู้เหรอคะแม่ แม่ก็รู้ว่าฉันไม่เคยทำกับข้าวน่ะ ทำออกมาได้ขนาดนี้ก็ดีแล้ว แม่จะไม่กินก็ได้นะคะ ฉันกับลูกจะได้รีบกินรีบไปพักผ่อน วันนี้ฉันเหนื่อยแล้วกับการทำอาหาร”
เฉิงเจิ้งกับเฉิงเซียวหลงได้แต่เอือมระอากับเื่นี้ ยิ่งเห็นสองคนเสียงดังใส่กันจนเพื่อนบ้านน่าจะได้ยินหมดแล้วพวกเขายิ่งดูอับอายไปกันใหญ่ เหตุใดผู้หญิงของพวกเขาจึงเป็เช่นนี้หนอ เฉิงไป๋ฮวาก็ไม่รู้ว่าจะาเ็อะไรตอนนี้ พวกเขายิ่งทำงานเหนื่อย ๆ กลับมาแล้วยังต้องมากินของไม่อร่อยอีก ถ้าไม่คิดว่าพรุ่งนี้พวกเขาต้องทำงานแล้วล่ะก็ พวกเขาคงไม่กินอาหารพวกนี้หรอก
“รีบกินเถอะคุณ พรุ่งนี้พวกผมยังต้องทำงานอยู่นะ แล้วอาการของลูกเป็ยังไงบ้างคุณไม่คิดจะไปดูหน่อยเหรอ”
“เหอะ! จะให้ชั้นไปดูอะไรกันคุณ ก็อาฮุ่ยบอกแล้วว่ามันล็อกห้องน่ะ แล้วไม่รู้ว่าจะเป็หรือตาย ถ้าตายเสียได้ก็ดี ชั้นจะได้เอาเงินประกันของมันมาใช้จ่ายบ้าง แค่เงินเดือนของคุณกับมันก็ไม่พอใช้แล้วแต่ละวัน ไหนจะต้องให้หลาน ๆ ไปโรงเรียนอีก”
“อ้าว คุณทำไมไม่ขอลูกคนโตกับลูกคนรองบ้างล่ะ ไม่ใช่เอาแต่ให้เงินของลูกสามไปให้พวกเขาจนตัวเองไม่มีจะใช้แบบนี้”
“นี่คุณหาว่าฉันลำเอียงเหรอ ก็ลูก ๆ ต้องให้เงินหลานฉันไปโรงเรียนนี่นา อาเฉียนเองก็ค่าใช้จ่ายเยอะ เงินเดือนสามีก็น้อยนิด แล้วจะไม่ให้ฉันให้เงินลูกไปเลี้ยงหลานหรือยังไงกัน”
“แล้วคุณไม่คิดบ้างเหรอว่าถ้าลูกสามแต่งงานไป เธอก็ต้องดูแลครอบครัวเธอ แล้วคุณจะเอาเงินมาจากไหนใช้กัน แทนที่อาหลงจะดูแลครอบครัว คุณกลับเอาเปรียบแต่ลูกสามแบบนี้ ระวังให้ดีเถอะ สักวันคุณจะไม่ได้อะไรเลย”
เฉิงเจิ้งเห็นเื่แบบนี้มาหลายสิบปีจนเขาเองไม่อยากพูดคุยกับภรรยามากนัก ทั้งที่ทุกวันนี้เขาก็ทำงานงก ๆ เอาเงินมาให้เธอ แต่เธอกลับบอกแต่ว่าเงินไม่พอ ๆ ต้องเอาจากไป๋ฮวาตลอด เขาบอกหลายครั้งแล้วเธอก็ยังทำตัวเหมือนเดิม จนเดี๋ยวนี้เขาชาชินและไม่คิดจะบอกเธออีกแล้ว ส่วนเงินเดือนเขาที่เพิ่มขึ้นเขาไม่เคยบอกเธอมาก่อน ส่วนเกินที่ได้มาเขาเก็บเอาไว้ใช้ในตอนฉุกเฉินเท่านั้น
“แม่อย่าคิดมากเลยนะครับ พรุ่งนี้ไป๋ฮวาน่าจะดีขึ้นแล้วมั้งครับ อีกอย่างนี่ก็ใกล้เงินเดือนออกแล้วด้วย เดี๋ยวผมจะช่วยค่าอาหารแม่เดือนนี้ก็แล้วกันนะครับ”
“ไฮ้! ไม่ต้อง ๆ ลูกยังต้องให้เงินจินหลินกับจินฮุ่ยไปโรงเรียนไม่ใช่หรือไง ถ้าเงินไม่พอแล้วหลานแม่จะกินอะไรกันเล่า เื่นี้ลูกไม่ต้องกังวลไปหรอก ยังไงเงินเดือนของนังไป๋ฮวาแม่ก็จะเอาเหมือนเดิมนั่นแหละ ยังไงมันก็กินอยู่ที่บ้านนี้ฟรี ๆ ถ้าไม่ให้เงินก็ไม่ต้องกินข้าวหรืออยู่ที่นี่อีกต่อไป”