ภายในตระกูลต้วนต่างพากันตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้หลายคนจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหมายถึงสิ่งใดแต่พวกเขาก็คิดว่าเป็สิ่งมงคลอย่างแน่นอนแต่ในตระกูลต้วนก็มีคนที่ไม่ยินดีเช่นกันถึงอย่างไรผู้นำตระกูลก็ชรามากแล้วในอนาคตก็ต้องลงจากตำแหน่งและมีหลายคนที่หมายตาตำแหน่งนั้นอยู่
“ท่านพ่อข้าไม่อยากให้ข่าวนี้กระจายออกไปมากนัก”ชายวัยกลางคนมองเด็กทารกด้วยความรักและกังวล
“นั่นสินะหากโดดเด่นเกินไปเกรงว่าจะเจอกับเื่ยุ่งยาก อีกอย่างพวกเ้า....” ชรายชราระงับความตื่นเต้นก่อนจะมองทั้งสองด้วยใบหน้าจริงจัง
“ข้านั้นไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นานอย่างมากก็อีก 3 ปี ดังนั้นที่เหลือข้าจึงต้องฝากเขาไว้กับท่านพ่อด้วยในอนาคตหากเขาแข็งแกร่งมากพอค่อยบอกความจริงกับเขา” หญิงสาวกล่าวด้วยสีหน้าอ่อนแรงและสิ้นหวัง
นางนั้นเป็หญิงสามจากตระกูลที่ล่มสลายและถูกตามล่าโดยคนบางกลุ่มดังนั้นนางจึงไม่อาจจะอยู่ที่ไหนได้นานนักจำเป็ต้องย้ายออกไป
“ข้าจะไปกับเ้าด้วย”ชายวัยกลางคนกล่าว
“แล้วใครจะดูแลเขาท่านคงไม่ปล่อยให้ลูกของเราต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวหรอกนะ” หญิงสาวกล่าวและมีน้ำตาไหลออกมา
“ข้า!!!!!!!”ชายวัยกลางคนไม่รู้จะกล่าวอะไรออกมาเพราะเขารักทั้งสองมากไม่อยากแยกจากทั้งสอง
“ต้วนเฟิงเ้าอย่าได้ตามนางไปเลย ด้วยพลังของเ้าตอนนี้ไม่อาจปกป้องนางได้และยังเป็ภาระให้นางอีก”ชายชราส่ายหน้า
เขารู้ว่าภรรยาของลูกชายนั้นแข็งแกร่งมากแข็งแกร่งกว่าตนเองด้วยซ้ำแต่นางต้องปกปิดพลังและความสามารถเอาไว้ตลอดเวลาเพราะกลัวถูกตามล่าในตอนแรกเขากังวลกับความสัมพันธ์ของทั้งสองว่าจะนำหายนะมา แต่เขาก็ไม่อาจทำใจแยกทั้งสองออกจากกันได้จึงต้องปล่อยไปตามชะตากรรม
“แล้วเ้าจะไปที่ไหน”ต้วนเฟิงกล่าว
“ข้าจะกลับไปรวมตัวกับคนตระกูลอู๋ที่นั่นเป็สถานที่ลับที่แม้แต่แดนศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่กล้าเข้าไปมีเพียงที่นั่นที่ข้าจะเฝ้ารอให้เด็กคนนี้เติบโตจนแข็งแกร่งมากพอจะไปหาข้าได้”หญิงสาวรับทารกมาด้วยใบหน้าคาดหวัง นางนั้นเป็หญิงสาวที่มีพร์มากในตระกูลอู๋หากไม่ใช่เพราะขาดแคลนทรัพยากรและทักษะนางคงกลายเป็ตัวตนที่ยิ่งใหญ่ไปแล้ว
และที่สำคัญนางต้องใช้เวลาส่วนใหญ่หนีการไล่ล่าจากศัตรูทำให้นางไม่อาจฝึกฝนได้เต็มที่ดังนั้นนางจึงตัดสินใจจะกลับไปยังที่ที่นางจากมาและปิดตัวฝึกฝนจนกว่าจะสามารถเอาชนะศัตรูได้และขณะเดียวกันก็คาดหวังว่าลูกชายของนางจะเติบโตขึ้นมาจนแข็งแกร่งมากพอที่จะสามารถต่อสู้กับศัตรูทั้งหมดได้
จากนั้นชายชราที่เป็ผู้นำตระกูลก็ได้สั่งห้ามไม่ให้เปิดเผยเื่ทั้งหมดที่เกี่ยวกับเมฆมงกลให้คนนอกรู้แม้แต่คนรับใช้ก็ห้ามบอกคนอื่นหากฝ่าฝืนจะถูกสังหารทันที แต่คนระดับสูงในตระกูลก็มีบางคนที่รู้ความหมายของเมฑมงคลนี้ทำให้ผู้นำตระกูลยังกังวลอยู่
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วพริบตาก็ผ่านไปแล้ว 10 ปี ตลอดเวลา 10 ปีอู๋เซิ่งที่ได้รับชีวิตใหม่ก็ฝึกฝนั้แ่ลืมตาดูโลกแม้เขาจะไม่สามารถฝึกฝนร่างกายได้แต่กลับสามารถฝึกฝนดวงจิตได้ทำให้พลังจิตแข็งแกร่งมาก
แต่่เวลาที่ผ่านมาหลังจากที่มารดาของอู๋เซิ่งจากไปอู๋เซิ่งเจอกับการลอบสังหารมาไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง เห็นได้ชัดว่ามีคนแอบปล่อยข่าวออกไปทำให้ศัตรูของตระกูลต้วนไม่สามารถอยู่เฉยได้และแอบลงมือลอบสังหารอยู่บ่อยครั้ง
และครั้งล่าสุดเกือบจะสำเร็จและทำให้อู๋เซิ่งได้รับาเ็จริงๆผู้นำตระกูลโกรธจนเกือบจะเปิดากับสองตระกูลที่ลงมือแต่ผู้าุโในตระกูลไม่เห็นด้วยและห้ามเอาไว้
“นั่นมันเ้าหายนะนี่นาั้แ่เกิดก็เสียมารดาไปตอนนี้ยังถูกลอบสังหารไม่ต่ำกว่า 10 ครั้งอีก” ชาหนุ่มคนหนึ่งมองไปยังอู๋เซิ่งด้วยแววตาเหยียดหยาม
เขาคือลูกพี่ลูกน้องของอู๋เซิ่งมีนามว่าต้วนหยู บิดาของต้วนหยูเองก็เป็บุตรชายของผู้นำตระกูลและอยากจะขึ้นเป็ผู้นำตระกูลคนต่อไป
อู๋เซิ่งไม่สนใจและนั่งหลับตาฝึกฝนอย่างเงียบๆเพื่อเอาตัวรอดให้ได้อู๋เซิ่งปิดบังพลังของตัวเองและฝึกอย่างเงียบๆ
“ดูเหมือนว่าจะถูกลอบสังหารจนแม้แต่พูดก็ยังพูดไม่ได้ฮ่า ฮ่า” ต้วนเหรินลูกพี่ลูกน้องอีกคนกล่าว
“ได้ยินว่าวันนี้จะเป็วันทดสอบพร์ของตระกูลข้าเกรงว่าด้วยความสามารถของเ้านี่ที่ยังไม่ถึงขั้นสร้างรากฐานเลยด้วยซ้ำอาจจะแบบนี้จะต้องทำให้ตระกูลอับอายแน่” ต้วนหยูกล่าว
“พวกเ้ากำลังทำอะไรกัน”ทันใดนั้นเสียงที่เ็าก็ดังขึ้น
“ท่านปู่”ทั้งสองตื่นตระหนกและรีบคารวะก่อนจะหนีไป
“เ้าพวกไม่ได้ความวันๆเอาแต่หาเื่กันเองแทนที่จะเอาเวลาไปฝึกฝนเพื่อต่อสู้กับศัตรู” ผู้นำตระกูลหรือต้วนเหิงกล่าวด้วยสีหน้าเ็าแม้จะเป็หลานเหมือนกันแต่ความรักที่เขามีให้กับอู๋เซิ่งนั้นมีมากกว่าซึ่งจุดนี้ทำให้เหล่าคนในตระกูลพากันอิจฉา
“ท่านปู่ไม่น่าทำแบบนี้เลยมันจะยิ่งให้เื่มันแย่กว่าเดิม” อู๋เซิ่งกล่าว
“เหอะหากไม่ใช่ว่าเ้าเสนอว่าจะปกปิดพลังเอาไว้ พวกนั้นคงไม่กล้าแม้แต่จะพ่นลมใส่เ้าด้วยซ้ำ”ต้วนเหิงกล่าว
“ท่านปู่ท่านแน่ใจแล้วงั้นเหรอว่าจะให้ข้าเปิดเผยพลังในวันนี้” อู๋เซิ่งลืมตาขึ้นดวงตาที่ล้ำลึกและยากจะคาดเดาทำให้ต้วนเหิงต้องใจสั่น10 ปีมานี้เขารับรู้ได้ว่าหลานชายของเขาไม่ธรรมดาไม่ว่าจะพร์ในการเรียนรู้หรือสภาวะทางอารมณ์ล้วนแต่อยู่ในระดับสูงแม้แต่ตอนเองก็ใช่ว่าจะเทียบติด
“นี่คือพลังของดวงจิตศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ”ต้วนเหิงคิดในใจ
“10ปีมานี้พวกเราคอยสอดส่องว่าคนทรยศคือใครแต่ก็ได้ข้อมูลแค่เล็กน้อยเท่านั้น ต่อให้ฝืนปกปิดต่อไปก็ไร้ความหมายไม่สู้เปิดเผยไปเลยล่อให้อีกฝ่ายลงมือ ด้วยพลังของข้าและบิดาเ้าตอนนี้การจะจัดการกับคนทรยศไม่ใช่เื่ยาก”ต้วนเหิงกล่าว
“หากท่านปู่ตัดสินใจแบบนั้นข้าก็ไม่ขัดแต่หากให้ข้าพูดคนที่เป็ไปได้มากที่สุดท่านปู่จะสามารถตัดสินใจลงมือได้จริงๆงั้นเหรอ”อู๋เซิ่งมองปู่ของตนด้วยความกังวล
แม้เขาจะมีความทรงจำของชาติก่อนแต่เขาก็มีความสุขกับความรักที่ต้วนเหิงและต้วนเฟิงมอบให้ทั้งสองรักและคอยดูแลตนเองมาตลอด10 ปี เพราะงั้นเพื่อทั้งสองอู๋เซิ่งจึงไม่ได้ตอบโต้แม้จะถูกเหยียดหยามก็ตาม
“เซิ่งเอ๋อปู่รู้ว่าเ้ากังวลว่าปู่จะตัดสินใจไม่เด็ดขาด แต่เ้าดูถูกปู่เกินไปผู้นำตระกูลจะต้องแยกแยะเื่ส่วนตัวและเื่ส่วนรวมได้หากบุตรชายของข้าเป็คนทรยศจริง โทษของเขาก็คือตายอย่างเดียว” ต้วนหิงกล่าว