“ตระกูลรัตนโชคยินดีต้อนรับแขกผู้มาเยือนทุกท่าน”มงคลปรากฎตัวขึ้นที่หน้าประตูพร้อมกับเอยทักทายด้วยรอยยิ้มสุภาพ
“ดูเหมือนพวกแกจะรู้อยู่แล้วสินะว่าพวกเราจะมา”วิโรจน์เอยขึ้นพร้อมกับหรี่ตามองสำรวจมงคล
“มันจะไปมีคนที่รู้ถึงขนาดนั้นได้ยังไงกันละครับ ผมแค่ผ่านทางมาแล้วเห็นพวกคุณเข้าจึงมาต้อนรับแค่นั้นเองครับ”มงคลตอบด้วยรอยยิ้มจริงใจ
“ไม่ทราบว่าทุกท่านมีธุระอะไรหรือเปล่าครับถึงได้มาเยือนตระกูลของเราถึงที่นี่”มงคลทำหน้าตาสงสัยแล้วตามกลับไป
“ไม่ต้องมาเสแสร้งแกล้งเป็นไม่รู้เรื่องอะไร พวกแกคิดว่าฉันไม่รู้เรื่องที่พวกแกทำรึไง”วิโรจน์พูดด้วยความโกรธเมื่อเห็นรอยยิ้มเสแสร้งของมงคล
ในขณะที่มงคลกำลังจะตอบกลับธาราก็ปรากฎตัวขึ้นข้าง ๆ แล้วพูดขึ้น“นายน้อยบอกให้เชิญพวกเขาไปข้างใน”
“เข้าใจแล้ว”มงคลตอบกลับสั้น ๆ แล้วหันไปพูดกับวิโรจน์และคนอื่น ๆ “การจะให้แขกยืนอยู่หน้าบ้านดูจะเสียมารยาทเกินไป เชิญทุกท่านเข้าไปพูดคุยกันด้านในดีกว่าครับ”
“เลิกเสแสร้งได้แล้ว แล้วบอกมว่าการตายของน้องชายฉันเป็นฝีมือของพวกแกใช่ไหม”วิโรจน์ด้วยความหงุดหงิดจากนั้นก็ปล่อยแรงกดดันระดับดาราพุ่งใส่มงคลและธาราทันที
เมื่อโดนอีกฝ่ายปล่อยแรงกดดันใส่สีหน้าของมงคลและธรามืดมนทันที ทั้งสองคนไม่จำเป็นต้องสุภาพอีกต่อไปก็ระเบิดพลังระดับดาราออกมาแล้วโจมตีใส่วิโรจน์ทันที
ไผ่กับเจ้าเมืองสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่ปะทุขึ้น ทั้งสองคนรีบลุกขึ้นแล้วออกไปทันที
“หยุดมือเดี๋ยวนี้”เจ้าเมืองตะโกนขึ้นด้วยความโกรธ
มงคลและธารารีบหยุดมือทันทีเมื่อได้ยินเสียงของเจ้าเมือง จากนั้นทั้งสองคนก็ถอยหลังกลับมา
ทางวิโรจน์และเมธีเองก็หยุดเช่นกันทั้งสองคนมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะถอยกลับไปยืนกับชายชรา
เจ้าเมืองไกรภพยังไม่ทันจะได้พูดอะไรน้ำเสียงอันเย็นชาของไผ่ก็ดันขึ้นมาก่อน “พูดมา”
ทุกคนหันมองไปตามเสียงก็เห็นไผ่เดินออกมาโดยมีมีเพชรและพลอยเดินตามหลังมา
สีหน้าของเจ้าเมืองและชายชราผู้ติดตามวิโรจน์มาจ้องไปที่เพชรกับพลอยด้วยสีหน้าจริงจังเพราะเขาสัมผัสได้ว่าทั้งสองคนนั้นสามารถคุกคามชีวิตของพวกเขาได้
มงคลและธาราปรากฎตัวข้าง ๆ ไผ่ก่อนจะรายงานเรื่องทั้งหมดให้ไผ่ฟัง
ไผ่มองไปรอบ ๆ ด้วยสีหน้ามืดมนและเย็นชาขึ้นทันทีแม้ว่าพวกเขาจะสู้กันเพียงแค่ครู่เดียวแต่ความแข็งแกร่งของพวกเขากลับทำให้พื้นที่โดนรอบประตูคฤหาสน์ถูกทำลายสวนดอกไม้อันงดงามที่ไผ่ปลูกเอาไว้ให้กับฟ้าเองก็หายไปเช่นกัน
การที่สวนดอกไม้อันงดงามที่ฟ้าชอบหายไปแบบนี้ฟ้าจะต้องร้องไห้อย่างแน่นอนและเขาเกลียดที่สุดคือมีคนทำให้น้องของเขาต้องร้องไห้
“หนึ่งร้อยล้านหินพลังงานนั้นคือราคาที่ต้องจ่ายสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น”ไผ่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาขณะมองไปที่ิโรจน์และเมธี
“หนึ่งร้อยล้านหินพลังงานนี้แกกำลังล้อเล่นอยู่รึไง”วิโรจน์ตอบกลับด้วยสีหน้ามืดมน อยู่ ๆ ก็มาโดนไถเงินนับร้อยล้านใครจะไปทนได้
“ถ้าพวกคุณไม่จ่ายก็ทิ้งแขนของใครสักคนเอาไว้ข้างหนึ่งแล้วกัน”ไผ่มองหน้าของวิโรจน์แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ
“เลิกเปลี่ยนเรื่องสักที ฉันอยากรู้ว่าน้องชายของฉันที่ตายไปเป็นฝีมือของพวกแกใช่ไหม”วิโรจน์ตะโกนด้วยความโกรธเมื่อได้ยินคำพูดของไผ่
“เปลี่ยนเรื่องงั้นรึพวกคุณบุกมาที่บ้านของผม ผมก็ส่งคนมาเชิญดีดีแต่พวกคุณกลับลงมือกับคนของผมไม่เพียงแค่นั้นยังมากล่าวหาว่าพวกผมเกี่ยวข้องกับการตายของน้องชายพวกคุณอีก คุณคิดว่าพวกคุณจะใส่ร้ายใครก็ได้งั้นรึ”สีหน้าของไผ่มืดมนกลิ่นอายจิตสังหารเริ่มแผ่ออกมารอบ ๆ ตัว
“เหอะ คิดว่าพวกฉันจะไม่รู้ถึงแผนการของพวกแกรึยังไง พวกแกใช้ชีวิตน้องของฉันเพื่อทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนอะไรบางอย่างกับเผ่าอสูรทะเลสินะ”วิโรจน์พูดขณะมองไปที่ไผ่เพื่อสังเกตท่าทาง
ไผ่ได้ยินเช่นนั้นแม้จะตกใจที่พวกเขาสามรถคาดเดาเรื่องนี้ได้แต่สีหน้าท่าทางของไผ่ก็ไม่เปลี่ยนแปลง ไผ่มองหน้าวิโรจน์ก่อนจะถามอย่างเย็นชา “ถ้ามั่นใจว่าพวกเราเป็นคนลงมือก็เอาหลักฐานออกมาตอนนี้ท่านเจ้าเมืองก็อยู่ที่นี่สามารถช่วยตัดสินได้แต่ถ้าไม่มีพวกคุณก็หันหลังกลับไปซะ”
“คุณชายวิโรจน์ผมจะช่วยเป็นพยานให้ถ้าคุณมีหลักฐานก็เอาออกมาเลยถ้าอีกฝ่ายผิดจริง แม้ว่าพวกเขาจะพึ่งช่วยเมืองเอาไว้ก็ตามผมจะไม่ช่วยพูดให้พวกเขาเลย แต่ถ้าพวกคุณไม่มีพวกคุณจะต้องชดใช้ที่พวกคุณทำลายทรัพย์สินและใส่ร้ายผู้อื่น”เจ้าเมืองพูดกับวิโรจน์ด้วยสีหน้าเคร่งครึม
ทางวิโรจน์ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่รู้จะตอบยังไงเพราะสิ่งนี้พวกเขาเพียงคาดเดาเท่านั้นเอง แต่วิโรจน์ไม่คิดจะยอมแพ้ “พวกแกมีเรื่องกับภรรยาของน้องชายฉันมาก่อนไม่แปลกที่.”
ไม่รอให้วิโรจน์พูดจบไผ่เอยขัดขึ้นมาก่อน “ไม่ต้องเอาเรื่องที่พวกเรามีปัญหากันเล็กน้อยแค่นั้นมาเป็นข้อแก้ตัวหรอกมันฟังดูไร้สาระ ถ้าสาเหตุมันจะมาจากเรื่องนี้ทุกคนในเมืองทะเลครามก็คงมีโอกาสลงมือได้ทั้งนั้นพวกคุณคิดว่าลูกหลานตระกูลของคุณเป็นคนดีมากงั้นรึ ที่สำคัญกว่านั้นพวกคุณลืมไปแล้วรึไงว่าชายคนนั้นทำอะไรลงไป ใครเป็นต้นเหตุที่ทำให้สัตว์อสูรทะเลบุกโจมตีเมือง”
ชายชราที่ยืนอยู่ด้านหลังของวิโรจน์ได้ยินคำพูดเหล่านี้จึงอดไม่ได้ที่จะมองไผ่ด้วยแววตาชื่นชม เพราะเรื่องนี้แหละที่เขาอยากจะบอกวิโรจน์แต่ก็ไม่ได้บอกเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ฟัง.