เยว่ชิงเซียน (มาเฟีข้ามภพ) [จบแล้ว]

    ตอนที่51


                ตลอดระยะหลายเดือนที่ผ่านมาชื่อเสียงของสำนักภูติสวรรค์เป็นที่เรื่องชื่อในด้านการรักษาเป็นอย่างมาก หากกล่าวว่าความสามารถในการรักษาของสำนักภูติสวรรค์เป็นที่สองคงไม่มีใครอาจหาญกล่าวว่าตนเป็นที่หนึ่งรวมถึงสินค้าหรือกิจการต่างๆภายใต้การดูแลและควบคุมของสำนักภูติสวรรค์ก็ต่างเป็นที่กล่าวขานโดยเฉพาะโรงเตี๊ยมที่ทางสำนักภูติสวรรค์สร้างขึ้นมันทั้งแปลกใหม่และแปลกตาโดยเฉพาะชื่อที่ทุกคนต่างเรียกตามที่เสี่ยวเอ้อได้บอกว่าที่นี่คือ'โรงแรมภูติสวรรค์'


             แม้ทุกคนที่ได้ยินต่างแปลกใจในชื่อที่เรียกหาแต่ทุกคนที่เข้าไปใช้บริการของที่นี่ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าที่แห่งนี้ราวกับสวรรค์ไม่ใช่แค่ด้านนอกที่แปลกตาและงดงาม ด้านในก็งามและแปลกตาเช่นเดียวกันเพียงเดินเข้าไปด้านในทุกคนจะแปลกใจเพราะด้านหน้าด้านซ้ายมือหากเดินเข้าไปทุกคนจะพบกับเคาเตอ(เคาน์เตอร์)ที่เสี่ยวเอ้อกล่าว ด้านซ้ายจะเป็นโต๊ะเก้าอี้ที่มีเบาะรองนั่งนุ่มๆด้านบนเพดานจะมีแก้วสีใสๆร้อยเรียงกันเป็นพวงอย่างสวยงามยามพบค่ำมีแสงสว่างส่องลงมาเป็นดั่งโคมไฟแต่งดงามมากจนไม่อาจเทียบกันได้


           ทุกสิ่งในที่นี้ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งแปลกใหม่ทั้งที่นอนนุ่มสบายห้องน้ำสะอาดไร้กลิ่นและที่ลูกค้าต้องบอกต่อคืออาหารสำหรับลูกค้าที่เข้ามาพักที่นี่เท่านั้นที่จะได้รับประทาน รวมๆแล้วที่นี่ไม่ต่างจากสรวงสวรรค์ของนักเดินทางจริงๆเพราะทุกคนที่เข้ามาพักต่างก็ต้องการที่พักผ่อนนอนสบายด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางกันทั้งนั้น 


           และไม่เพียงนักเดินทางเท่านั้นที่อยากจะเข้ามาพักที่นี่แม้แต่ขุนนางหรือเศรษฐีในเมืองต่างก็เข้ามาพักไม่ขาดสายเนื่องด้วยที่นี่นอนหลับสบายกว่าที่จวนของตนจึงทำให้ที่นี่เป็นที่นิยมและมีคนเขามาพักไม่ขายสายจนห้องพักที่มีอยู่แทบไม่พอต่อความต้องการของลูกค้า แต่เจ้าของที่พักอย่างชิงเซียนก็ยังไม่คิดที่จะขยายโรงแรมแห่งนี้เพิ่ม....


            ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามที่ชิงเซียนได้วางแผนเอาไว้ทั้งชื่อเสียงของสำนัก ทั้งความมั่นคงความหน้าเชื่อถือและที่ขาดไม่ได้เงินทองที่ไหลเข้ามาเป็นเทน้ำเทท่า ตอนนี้ทรัพย์สินของชิงเซียนมีมากกว่าในท้องพระคลังของฮ่องเต้ทั้งสามแคว้นมารวมกันซะอีกและตอนนี้ก็ครบตามกำหนดที่ไป๋หานลู่สั่งไว้แล้วเพราะตอนนี้เวลาได้ล่วงเลยมาจนครบสามเดือนแล้วทำให้ชิงเซียนและหลงเทียนต้องเดินทางไปยังสำนักจันทราโลหิตตามที่อาจารย์ของพวกเขาได้บอกกล่าวเอาไว้


    ณ ห้องโถงในสำนักภูติสวรรค์

         ในขณะนี้ภายในโถงกว้างต่างมีแต่คนระดับสูงในสำนักเข้าร่วมมีทั้งผู้อาวุโสหนึ่งสองสาม สี่จตุรเทพ ผู้คุมกฎ ผู้ลงทัณฑ์ และเหล่าอาจารย์ที่มาจากกลุ่มคนรุ่นแรกที่ผ่านการทดสอบของชิงเซียนแล้วและผ่านการทดสอบการเข้าเป็นอาจารย์ฝึกสอนตามสายนั้นๆโดยครั้งนี้ชิงเซียนเป็นคนทดสอบเองกับมือเพื่อกันข้อผิดพลาดดั่งที่ผ่านมา


    "นี่ก็ครบตามกำหนดที่ข้าได้แจ้งพวกท่านเอาไว้แล้ว ข้าขอฝากทุกอย่างไว้ให้พวกท่านดูแลแทนข้าด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสำนักหรือแม้แต่กิจการต่างๆหากมีปัญหาที่ไม่อาจแก้ไขได้จริงๆให้ติดต่อข้าทันที และหากไม่มีอะไรสำคัญหรือสำคัญแต่พวกท่านสามารถตัดสินในด้วยตัวเองได้ก็ทำเลยหรือตัดสินใจได้เลยไม่ต้องรอข้า และขอขอบคุณทุกท่านที่ทำงานอย่างหนักตลอดสามเดือนมานี้ทุกอย่างเป็นไปตามที่เราคาดการเอาไว้และด้วยการที่เราได้ไปให้ความช่วยเหลือที่ค่ายอพยพทำให้ชื่อเสียงและความหน้าเชื่อถือของเราเพิ่มขึ้นข้าต้องการให้พวกท่านช่วยกันดูแลและควบคุมคนของเราให้ได้อย่าให้สำนักของเรามีเรื่องเสียชื่อเสียงเป็นอันขาดหากใครทำผิดฝากผู้คุมกฎและผู้ลงทัณฑ์ทำตามเห็นสมควร และหลังจากนี้เจอกันอีกสามเดือนข้างหน้าที่การประลองสำนักข้าฝากพวกท่านคัดสรรหาผู้เยาว์ที่มีความสามารถและฝึกพวกเขาอย่างเข้มงวดหากใครอยากรับเป็นศิษย์สายตรงก็รับกันได้เลย"


    "ขอรับ!!เจ้าค่ะ!!ท่านจ้าว!...."


          จากนั้นทุกคนก็ออกแยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ของตน เหลือทิ้งไว้เพียงคนสกุลเยว่เท่านั้นที่รอคอยส่งชิงเซียน เพียงคนอื่นจากไปชิงเซียนก็กับเป็นร่างสตรีอีกครั้ง นางสวมชุดสีม่วงขลิบดำและยังมีเสื้อคุมสีดำมีหมวก ใบหน้ามีหน้ากากสีดำครึ่งหน้ารวดลายอสรพิษแปดเศียรสัญลักษณ์ประจำศิษย์สายตรงของเจ้าสำนักจันทราโลหิต


    "ข้าไปก่อนนะเจ้าคะ พวกท่านดูแลตัวเองดีๆนะเจ้าคะหากมีอันใดให้ติดต่อหาข้าทันที ข้าไปนะเจ้าคะข้าขอตัว.....วาร์ปปป~~~"ข้าที่เห็นทุกคนพยักหน้าก็ทำการเปิดมิติไปยังวังชินอ๋องทันที 


            ตลอดเวลาสามเดือนที่ทั้งชิงเซียนและหลงเทียนอยู่ที่ค่ายอพยพนั้น ทั้งสองได้มีความใกล้ชิดกันมากขึ้นคุยกันมากขึ้นและที่มากขึ้นไปกว่านั้นคือความเอาใจใส่ที่หลงเทียนมีให้ชิงเซียน จากตอนแรกๆที่เป็นคนหน้าตายแต่พอนานวันเข้าหลงเทียนก็เริ่มปรับแรุงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น ในใจของชิงเซียนนางคิดว่ามันเป็นเรื่องตลกสิ้นดีไหนศิษย์พี่หน้าตายของข้า ไหลหล่ะหัวหน้าหน่วยลับผู้โหดเหี้ยมเย็นชา ไหนหล่ะชินอ๋องผู้เก็บตัว ตลอดสามเดือนที่ข้าอยู่ที่นี่ไม่มีบุคคลเหล่านั้นให้เห็นเลยแม้แต่น้องมีแต่หมาหวงเจ้าของที่ค่อยเดินตามและขู่ชาวบ้านเขาไปทั่วแม้แต่เด็กและคนชรา นี่มันอะไรกันเอาไอ้บ้าหน้าตายคืนมา!....


          มันยังไม่ใช่เพียงเท่านั้นหลงเทียนยังเป็นหมาที่ชอบออดอ้อนเอาใจและที่สำคัญหากมีโอกาศหรือจังหวะตีเนียนเขาจะกลายเป็นหมาที่ชอบเลียปากเจ้าของ! โดยที่เจ้าของไม่เคยจะอนุญาติเลยสักครั้ง!


              จนถึงบัดนี้ข้ารู้แล้วว่าชินอ๋องแห่งแคว้นหยางนั้นเป็นโจรราคะอย่างแท้จริง! มีครั้งนึงที่ข้าทำเป็นหลับแล้วเขาก็ได้บุกรุกเข้ามาภายในที่พักของข้าและที่สำคัญเขาขโมยจูบแรกของข้าไป! แม้จะเป็นเพียงแค่ริมฝีปากประกบกันหาได้ลุกล้ำไปด้านในก็ตามที และแน่นอนหลังจากนั้นก็มีครั้งที่สองสามตามมา.....เฮ้อ.....ข้าเหนื่อยใจยิ่งนักแต่ถ้าจะให้ข้าทำเป็นตื่นขึ้นมาตอนนั้นข้าก็ไม่รู้จะทำเช่นไร....ข้าก็เขินอายเป็นนะ.....ข้าหาได้หน้าหนาเยี่ยงพี่หลงเทียนเสียเมื่อไหร่กัน!


    วังหยางชินอ๋อง

           ขณะที่ข้ากำลังเตรียมตัวเพื่อรอเซียนน้อยของข้า ข้าก็คิดถึงเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาตลอดสามเดือนยิ่งคิดข้ายิ่งอดยิ้มอย่างมีสุขไม่ได้ 


            ในคืนวันหนึ่งเป็นคืนที่ข้านั้นกำลังอารมณ์ไม่ดีเท่าใดนักเพราะตลอดทั้งวันที่ข้าแอบตามนางที่รักอย่างลับๆเพื่อดูว่าหากไม่มีข้าจะมีพวกแมลงตัวไหนที่กล้าเข้ามาหานางบ้างหรือไม่ แม้นางจะอยู่ในคราบของบุรุษก็ตามทีและมันก็เป็นไปดั่งคาดเพียงข้าไม่อยู่เป็นก้างก็มีทั้งสาวน้อยหนุ่มน้อยเข้ามาหานางตลอดทั้งวัน หากเพียงเข้ามาด้วยเจตนาดีข้ายังพอทนได้แต่ยิ่งนับวันคนเหล่านี้ก็ยิ่งเข้ามามากขึ้นทั้งทำเป็นนำอาหารมาให้มาทำความเคารพขอบคุณ แต่จากที่ข้าสังเกตุตลอดเวลาคือคนที่เข้ามาหานางต่างก็ส่งสายตาทอดสะพานกันทั้งนั้นใช่ว่าข้าจะไม่โดนเช่นเดียวกับนางหากแต่ข้าปล่อยแรงกดดันรอบกายตลอดเวลาจึงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เท่านั้น


               แต่กับนางหาได้ทำเช่นข้าไม่ นางปล่อยให้คนเหล่านั้นทอดสะพานมิหนำซ้ำยังส่งยิ้มให้อีกมันน่านัก ด้วยความหงุดหงิดข้าจึงคิดว่าคืนนี้ข้าจะไปคุยกับนางให้รู้เรื่องเพราะข้า'หึง'มากและ'หวง'มากเช่นกันไม่ว่าจะร่างไหนก็เป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียวทุกอย่างของนางเป็นของข้า โดยเฉพาะรอยยิ้มอ่อนโยนนั่นต้องมีไว้ให้แต่เพียงข้าผู้เดียวสิ!...ใครจะว่าข้างี่เง่าโง่งมก็ตามที...ก็ข้ารักของข้าหนิ! หึ


           จากนั้นข้าจึงตัดสินใจเข้าไปหานางภายในที่พักแต่ข้าไม่คิดว่านางจะหลับแล้ว ข้าจึงได้แต่ยืนมองใบหน้าที่ไร้สิ่งบดบังแม้จะอยู่ในรูปลักษณ์ของบุรุษมันก็ไม่สามารถบดบังความงามของนางได้ แม้จะมีความหล่อเหลาเข้ามาเพิ่มเติมแต่ถึงอย่างไรข้าที่รู้จักและเห็นหน้านางมานานนับแสนปีจะไม่รู้ได้อย่างไร


           ยิ่งมองยิ่งขยับเดินไปหาร่างที่นอนหลับอยู่บนเตียง ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่กันที่ข้าขยับจนมานั่งบนเตียงพร้อมทั้งก้มจูบลงบนริมฝีปากบางพอรู้ตัวอีกทีข้าจึงรีบถอนริมฝีปากออกแม้จะรู้สึกเสียดายก็เถอะแต่หากนางตื่นขึ้นมาข้าคงได้ไปนอนบนพื้นเหมือนดั่งคราก่อนเป็นแน่ ในระหว่างที่ข้าเหม่อลอยอยู่นั้นก็มีบุคคลที่ข้ากำลังคิดถึงก็ปรากฏตัวขึ้นข้าจึงทำเพียงยิ้มอ่อนโยนให้นางทันทีที่พบหน้า


    "ท่านยิ้มอันใดของท่านกัน...ท่านเป็นอันใดทำไมท่านถึงหน้าแดงเช่นนั้น....หรือว่าท่านป่วย?"พอลองฟังความคิดเท่านั้น ข้าหล่ะอย่างจะเอาระเบิดมาคว้างปาที่วังท่านจริงๆเลย...เจ้าโจรราคะ!


    "พี่ไม่ได้เป็นอันใด.....ว่าแต่เจ้าเถอะเหนื่อยหรือไม่น้ำชาหน่อยไหม?"เจ้าจะให้พี่กล่าวออกไปได้อย่างไรว่าข้ากำลังคิดถึงเรื่องที่ข้าแอบขโมยจุมพิตเจ้า...เฮ้อ.....


    "แค่กๆๆ.....ไม่เป็นอันใดก็ดีแล้วเจ้าคะ ท่านพร้อมหรือยังเราจะได้ไปเสียทีป่านนี้ท่านอาจารย์คงรอนานแย่แล้ว"ท่านนี่มัน.....ฮึ่ย...ไอ้โรคจิตไอ้บ้ากาม...ไอ้...ข้าได้แต่ก่นด่าอีกฝ่ายในใจหากพูดไปเขาก็รู้กันพอดีว่าข้ารู้...ฮึ่ย...รอก่อนเถอะอย่าให้ถึงทีข้าหล่ะข้าจะทำให้ท่านหลงจนหาทางออกไม่เจอเลยทีเดียวเชียว!


    "อืม...ไปกันเถอะ....ว่าแต่ข้าขอชื่นใจหน่อยนะ...หมับ!....ฟอด...วาร์ปปป~~~"กล่าวจบปุ้บกอดปั้บพร้อมกับหอมฟอดใหญ่แล้วก็หนีหายไปทันทีทิ้งให้คนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวยืนตะลึงอยู่เช่นนั้นแต่ก็เพียงชั่วจิบชาเท่านั้น


    "ท่าน!......ฮึ่ย....รอข้าก่อนเถอะ! ข้าจะมอบ'ความรัก'(ฝ่าเท้าน้อยๆ)ให้ท่านเต็มรักเต็มอิ่มเลยทีเดียว!"


    วาร์ปปป~~~


           ทั้งสองทิ้งไว้เพียงระเบิดลูกใหญ่ภายในวังอ๋อง องครักษ์ ข้ารับใช้แม้แต่กงกงประจำวังอ๋องที่เห็นเหตุการณ์ต่างยืนนิ่งงัน 


          โอ้! สวรรค์นี่พวกเขาเห็นสิ่งใดกัน ชินอ๋องผู้เป็นดั่งปราการน้ำเเข็งพันปีหยอกล้อสตรี ทั้งยังยิ้มหน้าบานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนและที่สำคัญชินอ๋องของพวกเขากอดและหอมสตรีพร้อมกับหนีทำตัวราวกับเจ้าตัวเป็นโจรราคะ! เรื่องนี้ต้องรายงานฝ่าบาท!


          กงกงประจำวังอ๋องหลังได้สติก็รีบไปเข้าเฝ้าผู้เป็นใหญ่ที่สุดในแคว้นทันที เพราะตั้งแต่ที่เขารับหน้าที่ดูแลชินอ๋องตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ยังไม่เคยเห็นอากัปกิริยาเช่นนี้มาก่อนนี่มันเรื่องใหญ่แล้วน้ำแข็งพันปีแห่งแคว้นหยางกำลังถูกบุปผางามล่อลวงเสียแล้ว!


           กงกงชราไม่รู้เลยว่าหลังจากไปรายงานผู้เป็นใหญ่จะได้รับการตอบกลับเป็นเพียงเสียงหัวเราะดังกึกก้องและพระพักต์ที่พอพระทัยยิ่ง เพราะหยางหลงฮ่องเต้นั้นรู้อยู่แล้วว่าบุปผางามดอกนั้นเป็นใคร ยิ่งคิดพระองค์ยิ่งถูกพระทัยยิ่งนัก


            หยางหลงเขานั้นรอคอยวันที่น้องชายของเขาจะมีความสุขมานานแล้วไม่ใช่จะทำตัวหน้าตายไร้ความรู้สึกหรือทำตัวเป็นปราการน้ำแข็งพันปีเหมือนดั่งที่เคยผ่านมา เขาคิดว่าเขาต้องประทานรางวัลแก่บุปผางามดอกนั้นเสียแล้วกระมัง.....ฮ่าๆๆๆๆๆ....





    คล้ายกับเรื่องเยว่ชิงเซียน (มาเฟีข้ามภพ) [จบแล้ว] ที่คุณอ่าน