บทที่ 72 ทาบทาม
ข้าวของมากมายถูกเตรียมไว้เพื่อให้ครอบครัวเพียงสองคนของเธอ ซูหยวนยังคงใช้รถเข็นลากข้าวของจำนวนมากกลับมา แน่นอนว่าคุณภาพรถเข็นของเธอดีกว่าเดิมมาก อย่างน้อยๆก็ไม่ใช่รถเข็นราคาถูกที่เหมือนจะพังไม่พังอยู่รอมร่อแล้ว
เมื่อเธอเดินทางผ่านเขตชั้นกลาง ซูหยวนกลายเป็นที่สนใจทันที ข้าวของมากมายที่เธอซื้อมานั้นมีมูลค่าสูงมาก เพียงแค่เห็นการแต่งกายของเธอ พวกเขาก็รู้แล้วว่าเด็กสาวคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา
ซึ่งไม่ได้ต้องคาดเดาให้ยากเย็นเลยด้วยซ้ำ ช่วงนี้ของทุกปี นักเรียนจากสถาบันนักล่าจำนวนมากจะเดินทางกลับไปที่บ้านเดิมของตนเอง ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะได้เห็นเด็กๆอายุประมาณนี้เดินทางกันคึกคัก เพียงแต่...นักเรียนที่เดินทางผ่านเขตชั้นใน ไปเขตชั้นกลาง แล้วยังมุ่งหน้าต่อไปยังเขตชั้นนอกนั้นมีไม่มากนัก
ซูหยวนแทบจะเป็นคนเดียวที่ยังคงเดินทางต่อไป มีไม่มากนักที่นักเรียนจะมาจากเขตชั้นนอก ยิ่งในปีนี้...ข่าวลือที่ว่านักเรียนจากเขตชั้นนอกคนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์กรนักล่าสกุลจาง แถมยังได้เลื่อนตำแหน่งเป็น “พันเอก” หลังจากที่เข้าเรียนในสถาบันอันดับหนึ่งเพียงสองเดือนถูกเผยแพร่ออกไปให้ผู้คนรับรู้กันหมดแล้ว ดังนั้นตัวตนของนักเรียนทุนอันในสายตาของพวกเขาย่อมไม่ใช่ปกติ
หลายคนมองเธอด้วยความอยากรู้อยากเห็น เรื่องดีๆเช่นนี้ถูกเผยแพร่ออกไปก็เป็นธรรมดา ผู้คนใช้ชีวิตอยู่บนความหวังที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น พวกเขาอยากให้มีนักล่าระดับตำนานคนใหม่ๆถือกำเนิดขึ้นอยู่เสมอ เพราะยิ่งมีผู้แข็งแกร่งมากเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งมีความหวังมากขึ้นเท่านั้น
ครั้นเมื่อมีนักเรียนที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ปรากฏตัวขึ้นมา อายุเท่านี้ก็เป็นพันเอกได้แล้ว ผ่านการต่อสู้ในสนามรบร่วมกับกองทัพ ทั้งยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ใครบ้างที่จะไม่เทิดทูนเธอ
ประวัติของซูหยวนถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว แต่เดิมการเป็นคนจากเขตชั้นนอกก็แทบจะไม่มีสิทธิใดๆปกป้องความเป็นส่วนตัวอยู่แล้ว นี่ยิ่งทำให้การค้นหาตัวตนของอันซูหยวนเป็นไปได้ง่ายดายกว่าเดิมเสียอีก
ต่างจากผู้มีพรสวรรค์จากตระกูลระดับสูงในเขตชั้นใน ต่อให้พวกเขาอยากจะหารายละเอียดก็คงทำได้เพียงแค่รู้ชื่อตระกูลเท่านั้น....
“สาวน้อย เธอมาจากสถาบันอันดับหนึ่งใช่ไหม” ท่ามกลางความสงสัยของทุกคน ชายร่างอ้วนท้วมคนหนึ่งก็ก้าวออกมาขวางทางของเธอด้วยรอยยิ้มหวาน ท่าทางประจบประแจงนั้นทำให้ซูหยวนอดที่จะรู้สึกขนลุกชันไม่ได้
“มีธุระอะไรกับฉันคะ” ซูหยวนรู้ว่าเขาไม่ได้ถามเพื่อต้องการคำตอบจริงๆ นั่นเพราะเขารู้อยู่แล้วว่าเธอเป็นใคร
ซูหยวนที่แม้จะไม่ชอบออกไปข้างนอกมากนัก แต่เธอก็คือคนหนึ่งที่ชอบท่องโลกอินเทอร์เน็ตเพื่ออ่านข่าวคราวที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้ มันถือเป็นนิสัยที่ติดตัวไปแล้ว ชีวิตก่อนของเธอ...เพื่อที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เธอจะต้องรู้เทรนความสนใจของตลาดเสียก่อน ไม่อย่างนั้นเวลาดึงดูดลูกค้าผิดประเด็น ยอดขายที่ควรจะทำได้ก็คงเสียไปอย่างง่ายดายนั่นแหละ
เพราะแบบนั้น แม้ว่าชีวิตนี้เธอจะไม่ต้องทำงานเหมือนเดิมอีก แต่นิสัยการตรวจสอบสิ่งต่างๆรอบตัวก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม เรื่องที่เธอกลายเป็นคนดังหลังจากกลับมาจากภารกิจกองทัพ ซูหยวนเองก็ทราบดี
ประวัติของเธอปรากฏเด่นหราอยู่หน้ากระดานสนทนา บางคนเข้ามาชื่นชม บางคนก็แสดงความสงสัยของตนเอง บางคนยังตั้งเป้าโจมตีมาที่เธอด้วยซ้ำ สรรหาสิ่งต่างๆมาติติงมากมายทั้งๆที่ไม่เคยเจอเธอเลยสักครั้งเดียว แต่ก็นั่นแหละ...ซูหยวนไม่ได้สนใจรายละเอียดเรื่องนี้มากนัก การเป็นคนดังไม่ได้ทำให้เธอใช้ชีวิตยากขึ้น กลับกันแล้ว...มันยังช่วยเพิ่มมูลค่าในตัวเธอไปอีกระดับด้วย
สังเกตได้จากประธานจางคนนั้นที่ให้ความสำคัญกับเธอมากขึ้น แกนพลังงานมูลค่าสูงที่มอบให้มาครั้งก่อนก็เป็นการยืนยันแล้วว่าเธอเข้าใจถูก
หากอยากจะเป็นพนักงานอันดับหนึ่งในใจของเขา เธอจะต้องทำให้ตัวเองมีคุณค่ามากพอที่จะทำให้เขาพาเข้าไปไว้ในใจด้วย!
ซึ่งสิ่งที่ซูหยวนคิดนั้นถูกต้องแล้วจริงๆ ชายร่างอ้วนท้วมที่เข้ามาคุยกับเธอ แท้จริงแล้วรู้อยู่แก่ใจว่าซูหยวนเป็นใคร
นักเรียนทุนจากองค์กรนักล่าสกุลจางผู้มีพรสวรรค์อันยอดเยี่ยม แต่ฐานะที่บ้านช่างน่าสงสาร กำเนิดอยู่ในเขตชั้นนอก อดีตเคยทำงานเป็นคนเก็บขยะเขต A ปัจจุบันเธอกลายเป็นนักเรียนทุนและทหารยศสิบเอก ในขณะที่บิดาของเธอเป็นนักล่าโคเขาแหลมกลายพันธุ์ที่ยอดเยี่ยม ส่วนมารดาก็ทำงานประจำที่ร้านขายขยะเขตชั้นนอก สภาพครอบครัวดีขึ้นถนัดตาทันทีที่เธอเข้าตาประธานจางคนนั้น
ทั้งหมดนี้ก็คือข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ไปเป็นวงกว้างแล้ว ส่วนสาเหตุที่เขาเข้ามาทักทายเด็กสาวผู้นี้ก็เพราะมีเรื่องที่จะตกลงกับเธอ
“ฮ่าๆ นักเรียน....ฉันคาดว่าเธอน่าจะเป็นนักเรียนอันซูหยวนจากองค์กรนักล่าสกุลจางใช่หรือไม่ เวลานี้เธอก็คือ “สิบเอก” ในกองทัพคนนั้นสินะ” ชายร่างอ้วนหัวเราะจนพุงเขากระเพื่อมเป็นจังหวะ
ซูหยวนแอบมองพุงนั้นเล็กน้อย ใครจะคิดว่าในโลกที่ยากลำบากเช่นนี้ คนที่อ้วนก็ยังคงอ้วนเหมือนเดิม ชายร่างใหญ่ผู้นี้กินอะไรเป็นอาหารกัน ทำไมเขาจึงแตกต่างกับคนอื่นได้นะ...
“ฉันคือ “เจียงฮุ่ย” เจ้าของโรงผลิตสารอาหารเจียงที่โด่งดังในเขตชั้นกลางและชั้นนอก บางทีท่านสิบเอกก็อาจจะรู้จักฉันอยู่บ้าง...” เขามองซูหยวนด้วยสายตาคาดหวัง ถ้าเธอตอบว่า “ไม่รู้จัก” เช่นนั้นก็คงจะต้องเก็บเศษหน้าของตนเองกลับไปแล้ว
“อ้อ ค่ะ...สวัสดีค่ะ” ซูหยวนไม่ต้องเสียเวลาคิดให้มากความ สารอาหารยี่ห้อเจียงนั้นเป็นที่รู้จักมากจริงๆ แม้ในเขตชั้นในจะไม่ค่อยถูกพูดถึงนัก ทว่าในเขตชั้นนอกของพวกเธอ โรงผลิตสารอาหารสกุลเจียงนี้แทบจะเป็นจ้าวชีวิตของพวกเขาแล้ว
สารอาหารที่ซูหยวนเคยต้องกินก่อนหน้านี้ก็เป็นสารอาหารที่ผลิตจากโรงผลิตสกุลเจียงนี่แหละ พวกเขายึดครองตลาดสารอาหารระดับต่ำทั้งหมด สร้างรายได้จากผู้คนครั้งละเล็กละน้อย แต่เมื่อรวมๆกันแล้ว รายได้ของพวกเขาก็แทบจะเทียบเท่ารายได้ของผู้ผลิตสารอาหารระดับสูงเลย
ซูหยวนแสดงออกอย่างสุภาพต่อเขา แม้ว่าเวลานี้เธอจะโด่งดังมากในสายตาของคนอื่นๆ ทว่าท่าทางนอบน้อมเช่นนี้ย่อมสร้างความประทับใจได้ง่ายๆ แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ...เมื่อชายร่างท้วมได้เห็นการแสดงออกของซูหยวนที่ไม่มีการดูแคลนตนเองหรือแสดงออกอย่างเย่อหยิ่ง เขาก็คลี่ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ
ที่ผ่านมา นักเรียนผู้เต็มไปด้วยพรสวรรค์หลายคน หลังจากที่สามารถกลายเป็นนักล่าผู้แข็งแกร่งแล้ว ต่อหน้าของผู้ผลิตสารอาหารระดับต่ำอย่างเขา แทบจะเหยียบหัวเวลาที่เดินผ่าน ก็นะ...สถานะนักล่า แต่เดิมก็สูงกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว ยิ่งได้รับคำชื่นชมจากผู้คน ได้รับสายตาคาดหวังเช่นนี้ ยิ่งคิดว่าตัวเองสามารถลอยอยู่บนอากาศได้เหมือนเทพเจ้า
เจียงฮุ่ยตีมือตนเองด้วยความยินดีเมื่อได้ยินคำตอบของซูหยวน ท่าทางของเขาไม่ต่างอะไรกับ “หมีแพนด้า” ที่ซูหยวนเคยเห็นเลย เวลาที่พวกมันได้รับ “แตงโมเย็นๆ” เป็นของขวัญ มันก็มักจะเซอร์วิสผู้ให้ด้วยการแสดงท่าทางน่ารักๆออกมา
“โชคดีจริงๆที่สิบเอกอันรู้จักฉันด้วย ถ้าอย่างนั้นฉันก็ขอไม่เกรงใจที่จะพูดล่ะนะ อย่างที่ท่านรู้ว่าฉันเป็นเจ้าของโรงผลิตสารอาหารสกุลเจียง ดังนั้นเจตนาที่อยากจะพูดคุยกับท่านสิบเอกย่อมเป็นเรื่องนี้นี่แหละ” เขาพูดไปก็มองหน้าซูหยวนไปด้วย เกรงว่าจะพูดอะไรที่ไม่ถูกใจอีกฝ่าย แต่เมื่อเห็นท่าทางนิ่งเงียบเป็นปกติของเธอ เขาก็พูดต่อ
“ได้ยินว่าสิบเอกนั้นมีความสามารถอย่างมาก ครั้งก่อนยังสามารถล่าตั๊กแตนมือสังหารร่วมกับทหารอีกเพียง 9 คนเท่านั้น พรสวรรค์เช่นนี้ช่างทำให้ผู้คนตื่นตะลึงจริงๆ”
“ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่อยากจะสนับสนุนท่านสิบเอกด้วย แต่ก็ไม่ทันสกุลจางเสียแล้ว แน่นอนว่าสิบเอกได้รับการดูแลโดยสกุลจางย่อมดีที่สุด ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้ฉันติดต่อกับสิบเอกได้”
“ฉันอยากจะมีความร่วมมือเล็กๆน้อยๆกับสิบเอกด้วย ไม่ทราบว่าสิบเอกจะเห็นเป็นอย่างไร ไหนๆท่านสิบเอกก็ต้องเข้าพื้นที่ล่าอยู่แล้ว หากมีเวลาว่างๆแล้วสิบเอกอยากจะไปพื้นที่ล่าเขต C ขึ้นไป เมื่อท่านกลับมาและพบว่าอยากจะหาค่าลูกศรของท่าน โปรดนำซากของพวกกลายพันธุ์กลับมาขายให้กับพวกเราด้วยเถอะ”
“โรงผลิตสารอาหารสกุลเจียงจะรับซื้อพวกมันทั้งหมดในราคาที่ยุติธรรมแน่นอน ขอให้สิบเอกเชื่อใจได้เลย แล้วก็....ทุกครั้งที่มีการซื้อขาย พวกเราจะจ่ายเครดิตให้สิบเอกทันที ต่อให้ท่านจะขายได้เป็นสิบล้านเครดิตก็ตาม”
เจียงฮุ่ยรีบพูดจุดประสงค์ของตนเองออกมา ทั้งยังมอบข้อเสนอดีๆให้ด้วย แน่นอนว่าหน้าที่เช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับหน้าที่ของผู้เก็บขยะระดับต่ำที่มักจะโดนดูแคลนเลย ทว่า...ผู้เก็บขยะจากเขต A และ B ก็คือผู้เก็บขยะ แต่ผู้เก็บขยะจากเขต C ขึ้นไปไม่ถูกเรียกว่าผู้เก็บขยะแล้ว
ซากของพวกกลายพันธุ์จากเขต C ไปนับเป็นขยะหรือ? แน่นอนว่าไม่เลย!!
พวกมันก็คือวัตถุดิบที่เป็นที่ต้องการมาก ผู้ผลิตสารอาหารใช้พวกมันเป็นส่วนประกอบหลักเพราะพวกมันมีสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายมากกว่าซากของพวกกลายพันธุ์ในเขต A และ B อย่างไรก็ตาม...นักล่าที่จะไปถึงเขต C นั้นถูกเรียกว่าเป็น “นักล่าที่แท้จริง” หรือก็คือ...พวกเขาเป็นนักล่าที่มีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่งแล้ว การที่จะเสียเวลาไปกับการรวบรวมซากพวกกลายพันธุ์นั้นยุ่งยากเกินไป สู้เอาเวลาไปเก็บเกี่ยวแกนพลังงานไม่ดีกว่าหรือ?
ด้วยจำนวนของนักล่าที่ระดับสูงมีน้อยนิด และหลายคนก็ไม่อยากเสียเวลาแบกซากพวกกลายพันธุ์กลับออกมา สิ่งนี้ยิ่งเป็นการเพิ่มความลำบากให้พวกโรงผลิตและคนอื่นๆที่ต้องการวัตถุดิบจากเขต C ขึ้นไป
ดังนั้นหลายคนจึงเลือกที่จะสนับสนุนพวกนักเรียนทุนให้เข้าสถาบันมา เหมือนกับนักเรียนทุน 6 คนในชั้นปีเดียวกับซูหยวนก่อนหน้านี้ พวกเขาก็ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลที่ทำธุรกิจ ทั้งหมดก็เพื่อให้จบออกมาแล้วทำงานประจำนี้ให้โรงผลิตของตนเอง
น้อยคนที่จะถูกเลือกให้มาเป็นนักล่าประจำตระกูล เว้นเสียแต่ว่าพวกเขามีพรสวรรค์ที่โดดเด่นอย่างแท้จริงนั่นแหละ
“ฉันยังเป็นนักเรียนชั้นปีที่หนึ่งอยู่ค่ะ ดังนั้นภารกิจที่จะให้ทำมักจะอยู่ในเขต A และ B เท่านั้น” ซูหยวนไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เธอมอบเหตุผลให้กับเขาอย่างจริงจัง
แน่นอนว่าโอกาสในการทำเงินเช่นนี้ ซูหยวนไม่คิดจะวิ่งหนีอยู่แล้ว ตราบเท่าที่เธอมีตัวเลือกในการสร้างรายได้มากขึ้นก็ล้วนแต่เป็นเรื่องดีทั้งนั้น
“โอ้ เรื่องนั้นเรารู้อยู่แล้ว เพียงแค่วันนี้ได้มีโอกาสพบท่านสิบเอกก็เลยอยากจะให้ท่านเก็บตระกูลเจียงเอาไว้ในใจ โอกาสหน้าถ้าทำภารกิจของกองทัพอีก อาจจะมีโอกาสก็ได้...”
และใช่! เขาไม่ได้คาดหวังว่าอันซูหยวนจะมอบวัตถุดิบให้เขาในปีหรือสองปีนี้อยู่แล้ว ขอเพียงในอนาคตมีโอกาส...วันนี้ที่เสียเวลามาพบก็นับว่าคุ้มค่า
อีกอย่าง ถ้าเธอได้เข้าร่วมภารกิจของกองทัพอีกครั้งแล้วนึกถึงสกุลเจียง ขอแค่เก็บซากพวกกลายพันธุ์ระดับสูงกลับมา แม้เพียงเสี้ยวเล็บของมัน พวกเขาก็นับว่าได้ประโยชน์แล้ว
ครั้งก่อนที่ไปล่าในเขต M ได้ยินว่ากองทัพได้ซากพวกแมลงดินหัวเขียวเป็นจำนวนมาก ไม่เพียงแค่แกนพลังงานเท่านั้นที่เป็นประโยชน์ แต่ซากของพวกมันก็เช่นเดียวกัน แน่นอนว่าพวกเขาที่เป็นภาคเอกชนไม่ได้มีโอกาสรับเอาของเหล่านั้นจากกองทัพ ทว่า...เขาได้ยินว่าทหารหลายคนนำซากของพวกมันกลับมาด้วย ก็คงจะเป็นช่วงที่ออกเก็บกวาดพวกที่กระจัดกระจายออกไปนั่นแหละ
กองทัพไม่ได้ใจร้ายกับทหารของพวกเขาขนาดนั้น เมื่อทำภารกิจเสร็จแล้ว เวลานอกเหนือจากการทำภารกิจ...ทหารเหล่านั้นก็ใช้ไปกับการเก็บเกี่ยวทรัพยากรได้ด้วย
เขากำลังคาดหวังว่านักเรียนหญิงตำแหน่งพันเอกคนนี้จะสามารถได้รับทรัพยากรกลับมาบ้าง ถ้าเธอกลับมาพร้อมกับแมลงดินหัวเขียวเพียงตัวเดียว สกุลเจียงก็คงทำรายได้มหาศาลในปีนั้นๆแล้ว...
“ถ้าเพื่อให้ท่านสิบเอกได้เห็นความจริงใจของเรา ฉันอยากจะเสนองานดีๆให้ ....” เจียงฮุ่ยคลี่ยิ้มประจบประแจงขึ้นมาก่อนจะพูดประโยคต่อไปที่ทำให้ซูหยวนต้องเก็บสกุลเจียงไปพิจารณาจริงจัง
“ได้ยินว่ามารดาของสิบเอกนั้นมีประสบการณ์ในการทำงานกับร้านรับซื้อซากพวกกลายพันธุ์ระดับต่ำอยู่ก่อนแล้ว ที่นั่นน่าจะเปิดทำงานในช่วงเวลากลางคืนซึ่งน่าจะทำให้เวลาทำงานของมารดาท่านและบิดาของท่านไม่ตรงกันใช่ไหม”
“ฉันคิดว่ามันจะดีกว่า...ถ้ามารดาของสิบเอกได้งานใหม่ที่ทำในช่วงกลางวันแทน และเป็นเรื่องบังเอิญที่ฝ่ายรับซื้อซากกลายพันธุ์ของโรงผลิตสารอาหารสกุลเจียงของพวกเรามีตำแหน่งว่างพอดี”
“ฉันสามารถให้เงินรายวัน 500 เครดิตสำหรับแม่ของสิบเอกได้ ไม่รู้ว่าสิบเอกสนใจหรือเปล่า” ชายร่างอ้วนยื่นข้อเสนอสุดพิเศษมาให้ทันที หากเขาต้องการร่วมงานกับซูหยวน...อย่างนั้นก็ต้องรู้ว่าอะไรที่เธอต้องการมากที่สุด
หากเขาบอกว่าอยากจะให้เงินซื้อซากกลายพันธุ์จากซูหยวนมากกว่าคนอื่นๆ เธอก็อาจจะไม่สนใจก็ได้ ทว่า...เมื่อเขาบอกว่าจะยกระดับคุณภาพชีวิต ให้แม่เธออยู่อย่างมีเกียรติ ให้ครอบครัวได้อยู่อย่างเป็นสุข...ซูหยวนย่อมต้องเห็นความจริงใจของเขา และนี่ก็เป็นวิธีที่จะสร้างมิตรภาพได้ดีที่สุดด้วยการใช้เงินเพียง 500 เครดิตเท่านั้น
ซูหยวนมองหน้าของเจียงฮุ่ยเกือบสิบวินาที เธอชื่นชมเขาที่พิจารณาเรื่องนี้มาเป็นอย่างดีแล้ว และที่สำคัญ...คนแบบนี้เป็นคนฉลาด เธอชอบพูดคุยกับคนฉลาดมากที่สุดแล้ว เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าต้องการอะไร ดังนั้นการพูดคุยกันในอนาคตน่าจะราบรื่นดี
………………………………………