บทที่ 49
โถงถ้ำนี้เป็นโถงถ้ำที่สามแล้วที่เขาพบ ตั้งแต่เข้ามาสำรวจในถ้ำหลังม่านน้ำตก ขนาดโถงนี้กว้างพอๆ กับโถงถ้ำแรกที่ผ่านมา ไม่แน่อาจจะมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อยด้วยซ้ำ ภามส่องไฟฉายไปรอบๆ พบว่ามีทางเดินไปต่อสองเส้นทาง คือ ทางตรงด้านหน้า และทางด้านขวา “ในโถงนี้ไม่ค่อยมีอะไรโผล่มาให้ขุดเลยนะขอรับ” อลันเอ่ยเมื่อพวกเขาเดินสำรวจเกือบจะรอบแล้ว แต่ยังไม่อะไรเลย“แร่พวกนี้บางครั้งมันก็ไม่ได้โผล่ออกมาหรอก ต้องขุดเข้าไปในผนังหรือพื้นก่อนจึงจะพบ ดังนั้น ไม่เห็นพวกมันตามผนัง ไม่ได้หมายความว่าไม่มี” ภามอธิบาย“เอ๋ เช่นนั้นพวกเราไม่ต้องเสียเวลาขุดเพิ่มขึ้นหรือขอรับ แล้วหากขุดไปแล้วไม่เจอเล่า มิเสียเวลาเปล่าหรือ” อลันถามกลับอย่างยังไม่หมดข้อสงสัย“ก็เสียเวลา แต่การขุดเหมืองแร่ก็เป็นเช่นนี้แหละ”“ขอรับ” อลันตอบ พร้อมกับพยักหน้ารับ“นั่นไง แร่โผล่มาแล้ว” ภามพูดขึ้น พร้อมกับฉายไฟไปที่พื้นข้างปากทางอุโมงค์ด้านขวา ถ้าภามเข้าใจไม่ผิด สิ่งนี้ดูเหมือนจะเป็นแร่เหล็ก มันมีอยู่จำนวนไม่มาก แต่ภามคิดว่าใกล้จะเย็นแล้ว จึงวางไฟฉายไว้ และลงมือช่วยอลันขุดก้อนแร่นั้นออกมาจากพื้นตรงหน้า เมื่อขุดแร่ออกมาจนหมด ภามก็ปล่อยให้อลันเก็บแร่เหล่านั้นลงถุงผ้า ส่วนเขาเดินสำรวจรอบๆ โถงต่อ ‘...อืม ดูเหมือนจะพอมีเวลาอีกนิดหน่อย เดินสำรวจทางอีกเส้นละกัน’ ภามคิด พร้อมกับพยักหน้า ก่อนจะหันไปเรียกอลัน “น้าอลัน ไปกันต่อเถอะ สำรวจทางอีกสักเส้น แล้ววันนี้พอแค่นี้ก่อน อ๊ะ! นี่มันพลอยหรือไพลินล่ะเนี่ย”“ไหนขอรับๆ” อลันได้ยินภามเจอแร่หินอีกจึงรีบวิ่งตามไปหา“เจ้าแยกแยะอัญมณีพวกนี้เป็นด้วยหรือ” ภามถามอย่างสงสัย“ไม่เป็นขอรับ แต่ข้าว่า ไม่ว่ามันจะคืออะไร เราขุดไปก่อนเถอะขอรับ” อลันตอบกลับมาอย่างมั่นใจ พร้อมกับลงมือขุดทันที ครั้งนี้พวกเขาได้พลอยหรือไพลินก็ไม่อาจแยกได้มาอีกสี่ก้อนเล็กๆ อลันเก็บพวกมันลงถุงผ้า ก่อนจะเดินต่อเข้าไปในอุโมงค์ถ้ำทางด้านหน้า ซึ่งครั้งนี้เดินอยู่ในอุโมงค์ไม่นาน พวกเขาก็ทะลุออกมาในอีกโถงถ้ำหนึ่ง โถงนี้มีขนากเล็กที่สุดที่เจอมา แถมฉายไฟส่องไปรอบๆ แล้วก็ไม่พบเส้นทางให้ไปต่อแล้วด้วย แม้โถงนี้จะดูเล็กที่สุด แต่ตามผนังกลับมีแร่เงินโผล่ออกมาวับๆ แวมๆ เป็นจำนวนไม่น้อย อลันดีใจ คลำมือไปตามผนังถ้ำอย่างอารมณ์ดี “เราขุดก้อนแร่เงินพวกนี้กันเถอะ ให้เวลาครึ่งชั่วโมง ได้แค่ไหนแค่นั้น เราควรจะกลับกันได้แล้ว” ภามเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าอลันเอาแต่ลูบก้อนแร่ที่โผล่ออกมาตามผนังถ้ำไม่หยุด“ขอรับ!” อลันตอบกลับมาอย่างขยันขันแข็ง ภามนำไฟฉายไฟวางกลางโถงถ้ำ ให้แสงไฟสาดส่องไปทางผนังด้านหนึ่ง จากนั้นเขา และอลันก็ช่วยกันขุด ขุด แล้วก็ขุดแร่เงินเหล่านั้นออกมาจากผนังถ้ำ แต่ไม่คิดเลยว่าผนังในโถงถ้ำนี้เป็นดินเป็นหินที่แข็งมาก กว่าจะขุดออกมาได้แต่ละก้อนกินเวลา และกินแรงไม่น้อย ภามเปลี่ยนจากขุดตามผนังที่มีก้อนแร่โผล่ออกมา ไปขุดตามพื้นที่ไม่อะไรดูบ้าง รู้สึกว่าพื้นดินขุดง่ายกว่าเยอะ ขุดไปบริเวณใกล้ๆ ผนังถ้ำ ไม่นานก็พบก้อนแร่เข้าจริงๆ เวลาครึ่งชั่วโมงผ่านไปไวเหมือนโกหก เนื่องจากดิน และหินในโถงนี้แข็งมาก พวกเขาสองคนขุดแร่เงินออกมารวมกันได้แค่ประมาณครึ่งกิโลกรัมเท่านั้น “กลับกันเถอะ หากมืดเกินไปอาจจะเกิดอันตรายได้ ไว้คราวหน้าค่อยหาเวลาเข้ามาใหม่” ภามบอกกับอลันที่ยังทำท่าเสียดายอยู่ พร้อมกับเดินนำกลับออกไปทางปากถ้ำ“ขอรับ” อลันกล่าวเสียงอ่อน พร้อมกับเดินตามไป ภามกับอลันเดินกลับออกมาทางเดิน ผ่านโถงถ้ำด้านหน้า ผ่านอุโมงค์ออกมา จนกลับมาถึงม่านน้ำตกอีกครั้ง จากนั้นพวกเขาจึงพบปัญหาบางอย่าง... พวกแ ร่และอัญมณีอย่างละเล็กละน้อยที่พวกเขาขุดมาได้นั้น รวมๆ กันแล้วน่าจะหนักประมาณ 4-5 กิโลกรัมได้ แล้วหนทางกลับออกไปคือต้องดำน้ำออกไป การต้องดำน้ำทวนกระแสน้ำโดยแบกของหนักคนละ 2-3 กิโลกรัมไปด้วย ไม่น่าจะใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่นัก ดังนั้น หลังจากปรึกษากันแล้ว พวกเขาตัดสินใจว่าจะแบ่งแร่เหล่านี้ ค่อยๆ ดำน้ำ แบกออกไปคนละ 2 ครั้ง ครั้งแรกที่ดำน้ำโดยมีน้ำหนักถ่วงมาเพิ่มอีกกิโลกว่าๆ ก่อให้เกิดความไม่คุ้นชินอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อครั้งแรกผ่านไป ครั้งที่สองที่ว่ายกลับเข้ามาแบกแร่ออกไป กลับทำได้คล่องขึ้นไม่น้อย ภามกับอลันช่วยกันแบกแร่ และอัญมณีในถุงผ้ากลับบ้านทั้งๆ ที่ตัวยังเปียกอยู่เช่นนั้น วันนี้ทั้งวันพวกเขาใช้เวลาอยู่ในถ้ำทั้งวัน ออกมาดวงอาทิตย์ก็ใกล้จะตกดินแล้ว ทั้งสองเร่งฝีเท้าขึ้น เดินเลียบลำธารไปไม่นานก็เริ่มเห็นแสงไฟจากตัวบ้านอยู่ตรงหน้า “ข้าไม่ได้เอากุญแจโกดังมาด้วย เอาแร่พวกนี้ไปวางไว้ในเกวียนก่อนก็แล้วกัน” ภามบอกกับอลันเมื่อทั้งสองเดินผ่านโกดัง พวกเขาโยนถุงใส่แร่พวกนั้นขึ้นไปบนเกวียน และนำอีเตอร์กลับไปเก็บในกล่องอุปกรณ์หน้าบ้าน เมื่อเสร็จภารกิจก็เกิดรู้สึกหมดแรง จึงทิ้งตัวลงนั่งอยู่ที่บันไดหน้าระเบียงบ้าน “โอ้โห พวกท่านไปทำอะไรกันมา ถึงได้ตัวเปียกกันเช่นนี้” แอนเน่ที่ได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากหน้าบ้าน จึงวิ่งออกมาดู ก็พบภามกับพ่อของเธอนั่งตัวเปียกกันอยู่หน้าบ้าน“ไปสำรวจถ้ำหลังม่ายน้ำตกวันนั้นอย่างไรเล่า จะไม่ให้เปียกได้อย่างไรกัน” อลันหันไปอธิบายให้ลูกสาวฟัง“แล้ววันนี้พวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง สนุกกันหรือไม่” ภามหันไปร่วมวงคุยกับแอนเน่ด้วย“สนุกเจ้าค่ะ วันนี้อาบน้ำให้เจ้าดำ เจ้าขาว แล้วก็อยู่เล่นกับพวกมันทั้งวันเลย” แอนเน่ตอบคำถามด้วยน้ำเสียงร่าเริง“ดีแล้วๆ เช่นนั้น เจ้านั่งคุยเป็นเพื่อนพ่อของเจ้าไปก่อน ข้าจะเข้าไปอาบน้ำก่อนละ” ภามเอ่ย และลูบหัวแอนเน่เบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าบ้านไป ภามอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ได้กลิ่นอาหารลอยออกมาจากในครัว ท้องเขาร้องออกมาทันที วันนี้มัวแต่ตื่นเต้นกับแร่ที่พบในถ้ำ ทำให้เขา และอลันขุดแร่เหล่านั้นกันอย่างลืมความหิวไปเลยทีเดียว เมื่อเก็บของ และได้อาบน้ำจนรู้สึกผ่อนคลายแล้ว ความหิวจึงถูกดึงกลับมาอีกครั้ง อลันเข้าไปอาบน้ำต่อจากภาม หลังจากอาบเสร็จ อาหารเย็นก็เสร็จพอดี วันนี้ภามกับอลันกินเยอะเป็นพิเศษ เหมือนชดเชยมื้อกลางวันที่ได้กินเพียงผลไม้เข้าไป “เดี๋ยวกินเสร็จ น้าอลันพักได้เลยนะครับ ในครัวให้น้าเมมี่กับเด็กๆ จัดการต่อ วันนี้น้าอลันน่าจะเพลียแล้ว” ภามเอ่ยขึ้นเมื่อจัดการอาหารตรงหน้าหมดแล้ว หลังจากบอกให้อลันพักได้ ภามเองก็เดินกลับห้องนอนตัวเองเช่นกัน วันนี้เขาเพลียมากจริงๆ ขึ้นดำน้ำ ทั้งออกแรงขุดแร่พวกนั้น ตอนกำลังตื่นเต้น เขาไม่รู้ตัวเลยว่าใช้พลังงานไปมากแค่ไหน‘นี่คงเหมือนเวลาคนเจอไฟไหม้ แล้วสามารถแบกตู้เย็นออกมาจากบ้านได้สินะ’ ภามนอนคิดขำๆ อยู่บนเตียง จากนั้นไม่นานก็เผลอหลับไปในที่สุด