ตอนที่ 12: ศึกที่ไม่มีใครรอ
ลมเหนือพัดตัดผ่านซอกหินของป้อมเสวียนซานราวกับใบมีด
เสาไม้ที่ถูกปล่อยทิ้งไว้เกือบปีส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด ท่ามกลางหมอกขาวที่ปกคลุมหุบเขา
ซูเหวินกลับเข้ามาในห้องบัญชาการ
เขาวางลูกธนูเปื้อนน้ำค้างลงบนโต๊ะ
“พวกมันใกล้แล้ว”
“อย่างช้าที่สุดคือก่อนพระจันทร์เต็มดวงคืนพรุ่งนี้”
เฟิงิมองใบหน้าทหารแต่ละนายที่อยู่รอบโต๊ะ
สายตาพวกเขาปนเปด้วยความกลัว ความไม่เชื่อ และความเหนื่อยหน่ายที่ฝังลึก
“พวกเราเหลือไม่ถึงร้อย”
“เกราะแทบไม่มี อาวุธขาด และ…เราไม่มีแคว้นไหนค้ำหลัง”
ขุนศึกซ่งหลานพิงผนังด้วยท่าทางนิ่งงัน
เฟิงิหันมาหานาง
“พวกเขาเชื่อใจท่าน ท่านต้องเป็เสาหลักให้พวกเขาอีกครั้ง”
“ข้าถูกทิ้งมาแล้วครั้งหนึ่ง…เด็กน้อย” นางเอ่ยช้า ๆ
“เ้าจะให้ข้าตายเพื่อธงที่ไม่มีใคร้าอีกหรือ?”
เฟิงิส่ายหน้า
“ไม่ใช่เพื่อธง…แต่เพื่อพวกเขาที่เหลืออยู่
เพื่อไม่ให้การยืนหยัดของพวกท่าน…หายไปพร้อมกับหิมะในเช้าวันถัดไป”
คำพูดนั้น ทำให้ห้องเงียบลง
แล้วขุนศึกซ่งหลานก็พูดขึ้น
“เตรียมวางแนวป้องกัน…เราจะสู้ ไม่ใช่เพื่อแคว้น…แต่เพื่อไม่ให้ใครมาลบชื่อของพวกเราไปจากแผ่นดินนี้”
—
แผนตั้งรับถูกจัดขึ้นอย่างเร่งด่วน
เฟิงิใช้ประสบการณ์จากศึกป้อมหลูเฉิงร่วมกับการสำรวจภูมิประเทศของซูเหวิน
แนวหินที่ดูไร้ประโยชน์ กลับถูกใช้เป็จุดซุ่มโจมตี
หลุมขุดดินกลายเป็กับดัก
และธนูเก่า ๆ ถูกชุบไฟจากน้ำมันต้มเอง
เหยียนหลีซ้อมขว้างมีดเป็เส้นโค้งจากมุมบอด
พลางพูดเสียงเรียบ
“ถ้าตาย…ขอให้ข้าตายเป็คนสุดท้าย”
เฟิงิตอบกลับ
“งั้นเ้าต้องคุ้มหลังให้ข้าจนจบก่อน”
—
คืนก่อนศึก
ขุนศึกซ่งหลานยืนบนกำแพงไม้ที่ผุพัง มองฟ้าเงียบ ๆ
“เด็กน้อย…หากเ้ารอดจากศึกนี้” นางเอ่ยเสียงเบา
“จงจำไว้ว่า ธงทุกผืนบนแผ่นดินนี้…เคยถูกย้อมด้วยเืของคนที่ไม่มีสิทธิ์ขึ้นชื่อ”
เฟิงิไม่ตอบ
แต่เขากลับรู้ในใจว่า คืนนี้…จะไม่มีใครได้ลืมชื่อนี้อีกต่อไป
—
ศึกเริ่มต้นตอนเที่ยงคืน
ทัพลอบจู่โจมของแคว้นเป่ยซวี่เคลื่อนเข้าทางแนวป่าหิมะ
เสียงธนูตกใส่เพดานไม้
เสียงขลุกขลักของทหารที่ไม่ชินการรบ
แต่ก่อนที่พวกมันจะปีนกำแพงได้
เสียงคำสั่งหนึ่งก็ดังขึ้นเหนือหอคอยไม้
“ยิง!”
ลูกธนูไฟที่ชุบในถังน้ำมันพุ่งเป็สาย
กับดักข้างหลุมเปิดออก
ขวานั์ของทหารเก่าฟันขาดขาอัศวินหนุ่มจากแดนเหนือ
เฟิงิยืนกลางแนวรบ ถือหอก
ทุกคำสั่งของเขาสั้นแต่เฉียบ
ทุกการตัดสินใจรวดเร็วและกล้าหาญ
ไม่มีใครลังเลอีกต่อไป
เพราะคนที่อยู่ข้างหน้าพวกเขา…คือคนที่เคยเป็แค่ชาวนา แต่ยอมพุ่งตัวเข้าหอกแทนผู้นำโดยไม่ลังเล
—
ศึกยืดเยื้อถึงยามสาม
สุดท้าย…พวกเป่ยซวี่ก็ล่าถอย
ทิ้งศพและรอยเท้าในหิมะที่ย้อมด้วยไฟ
ในตอนเช้า
เมื่อแสงแรกส่องผ่านเมฆเหนือยอดหอ
ทหารที่เหลืออยู่ของป้อมเสวียนซานคุกเข่าต่อหน้าเฟิงิ
หนึ่งในนั้นเอ่ยเสียงสั่น
“ท่านไม่ใช่คนของแคว้นเรา…แต่ขอให้เราสู้เพื่อท่าน”
—
ขุนศึกซ่งหลานยืนมองอยู่ห่าง ๆ
นางเอ่ยเพียงสั้น ๆ
“ข้าจะส่งธงของข้าให้เ้า…ไม่ใช่เพื่อให้เ้าถือ
แต่เพื่อให้เ้าสร้างธงของเ้าเองในวันข้างหน้า”