3.13
รอยจูบจากดวงดาว NC
คืนเดือนมืดที่ไร้จันทร์ ทำให้ดวงดาวนับล้านได้ส่องแสงเปล่งประกาย พวกมันเกาะกลุ่มกันหนาแน่นเหมือนสายน้ำแห่งห้วงมหาดาราจักรที่เต็มไปด้วยแสงระยิบระยับนับล้านซึ่งพาดผ่านกระจายไปทั่วแผ่นฟ้า
มีนดาหยิบเบียร์ฮอบยีสต์กระป๋องยาวสีขาวจากตู้เย็นติดมือมาด้วยสองกระป๋อง เธอไม่ได้ตั้งใจจะเอามาเผื่อใครเพราะคิดว่าบนดาดฟ้าตอนนี้คงไม่มีใครอยู่แล้ว แต่เมื่อเปิดประตูออกมาเธอก็เห็นกันสึเกะยืนอยู่ตรงนั้นและรู้สึกโล่งใจที่คืนนี้ไม่ได้มีเธอที่นอนไม่หลับอยู่คนเดียว
“ฉันเพิ่งเคยเห็นดาวบนท้องฟ้าชัด ๆ แบบนี้เป็นครั้งแรก” กันสึเกะที่ยืนเหม่อลอยอยู่ข้างกำแพงดาดฟ้าหันมาพูดกับเธอ
“คุณพูดเหมือนมาจากดาวดวงอื่น” เธอเดินเข้าไปชิดไหล่ซ้ายของเขาก่อนจะยื่นเบียร์กระป๋องหนึ่งในมือให้
“เธอเอามันมาเผื่อฉันด้วยเหรอ” กันสึเกะขมวดคิ้ว เธอไม่น่าจะรู้ว่าเขาอยู่บนนี้ตั้งแต่แรก
“เปล่าหรอก ฉันตั้งใจจะดื่มคนเดียวสองกระป๋องหนะ แต่ก็ดีเหมือนกันที่คุณอยู่บนนี้” เธอยิ้ม ลักยิ้มที่มุมปากนั้นช่างงดงามน่ารักอ่อนโยนเหมือนเจ้าหญิงที่อยู่ในชุดเสื้อกล้าม มีนดายกกระป๋องเบียร์ขึ้นมาจิบ แม้รสชาติขมฝาดของมันจะไม่เหมือนไวน์ราคาแพงที่เธอเคยดื่ม แต่ความเย็นฉ่ำที่ลื่นไหลผ่านลำคอก็ทำให้รู้สึกชื่นใจอย่างน่าประหลาด
“ฉันมาจากโลก ที่นั่นยามค่ำคืนในเมืองใหญ่ เราแทบมองไม่เห็นดาวบนท้องฟ้า” กันสึเกะพูดพลางค้ำศอกไปบนขอบกำแพง เขาชอบขึ้นมาสูดอากาศบนดาดฟ้ายามดึกคนเดียวบ่อย ๆ และไม่นึกว่ามีนดา นักร้องสาวดาวรุ่งจะชอบขึ้นมาคิดอะไรเพลิน ๆ บนนี้เหมือนกัน
“พวกเธอหลับกันหมดแล้วเหรอ” กันสึเกะถาม ขณะเอนตัวขึ้นมาเปิดกระป๋องเบียร์
“ใช่ วันนี้ทุกคนเหนื่อยกันมาก” เสียงของมีนดาแว่วมาพร้อมสายลมที่พัดเรือนผมของเธอให้ปลิวไสว มันทำให้กันสึเกะได้ชื่นชมความงดงามจากแก้มขาวนวลและมีเลือดฝาดของเธอได้ชัดขึ้น
เกิดความเงียบอยู่ครู่หนึ่ง
“ผู้จัดการส่วนตัวของฉันเคยบอกว่า ฉันอาจจะได้ไปเป็นดาวดวงเด่นบนโลก” เธอพูดพลางก้มหน้ามองพื้นก่อนจะเงยหน้ามองกลุ่มดาวบนท้องฟ้านับล้านดวงที่หนึ่งในนั้นอาจมีดาวโลกรวมอยู่ด้วย
“แต่มันคงไม่มีวันเกิดขึ้นแล้ว”
ลมหนาวที่พัดมาทำให้มีนดายกมือขึ้นมาโอบกอดตัวเอง เธอรู้สึกเศร้า หดหู่ เมื่อนึกถึงว่าสิ่งที่ตัวเองวาดฝันไว้จะไม่มีทางเกิดขึ้น
“ผู้คนกลายเป็นซอมบี้ไปหมด ฉันคงไม่มีวันร้องเพลงให้ใครฟังได้อีก”
กันสึเกะจ้องมองเธอด้วยแววตาอบอุ่น ยิ้มที่เขาส่งมาทำให้มีนดารู้สึกเหมือนกำลังนั่งมองพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าที่แสนงดงาม
“อยู่ตรงนี้ เธอก็เป็นดาวได้ สำหรับฉัน และทุกคน”
“จริงเหรอ” เธอช้อนสายตาขึ้นไปมองแววตาของกันสึเกะ มันสดใส
สุกสกาวเหมือนดาวที่อยู่บนฟ้า
“แน่นอนที่สุด”
ความสูงที่น้อยกว่าของมีนดาทำให้เขาต้องก้มหน้าลงไปมองขณะพูดกับเธอ ใบหน้าผุดผ่องขาวนวลดุจดวงจันทร์ส่งยิ้มงดงามคืนมาให้แก่เขา
แววตาที่เธอมองมาทำให้กันสึเกะรู้สึกราวกับว่าเขากำลังหลุดเข้าไปในความฝันอันสวยงาม ท่ามกลางความเงียบ ท้องทะเลได้ส่งเสียงคลื่นและความเย็นชื้นพัดมาตามกระแสลมปะทะเข้ากับใบหน้าของคนทั้งสอง
“ฉันนั่งอยู่ตรงนี้ ท่ามกลางหมู่ดาวข้าง ๆ เธอ คนแปลกหน้าที่ฉันไม่รู้จัก” มีนดาขยับริมฝีปากสีชมพูอันงดงามคู่นั้นส่งเสียงร้องเป็นเพลงออกมา ท่วงทำนองของมันอ่อนช้อยและแผ่วพลิ้วเบาหวิวเหมือนสายลมเย็นเยือกที่ล่องลอยลงมาจากยอดภูเขาสูง
มือน้อย ๆ ของเธอยื่นไปโอบลูบท่อนแขนของกันสึเกะอย่างอ่อนโยน ขณะเปล่งเสียงร้องใสก้องในท่วงทำนองท่อนต่อไป
“รอยยิ้มของเธอทำให้ฉันร้อนรุ่มและอยากเข้าไปหาเพื่อกล่าวคำทักทาย”
“เธอมาจากไหน มาจากที่ใดกัน ถึงได้เป็นผู้ที่ครอบครองรอยยิ้มอันแสนหวานและงดงามเช่นนี้”
แม้เสียงร้องของเธอจะเงียบไปแล้ว แต่กันสึเกะก็ยังคงตกอยู่ในภวังค์
มีนดามองเห็นความเจ็บปวดในแววตาที่เหม่อลอยของเขา ท่อนหนึ่งของ บทเพลงที่เธอเพิ่งร้องจบไปนั้นคือบทเพลงที่มาจากโลก มันคงไปสะกิดความทรงจำบางอย่างที่ชายขาเหล็กผู้นี้พยายามกลบฝังมันไว้บนดาวที่เขาจากมา
กันสึเกะก้มลงมาสบตากับสาวน้อยที่เงยหน้ามองเขาอยู่ แสงสีเงินจากดวงดาวนับล้านบนท้องฟ้าสะท้อนในดวงตาของเธอเป็นประกายคล้าย
เปลวเพลิงปรารถนาที่กำลังลุกโชนจากภายใน
แม้ใบหน้าของกันสึเกะจะดูเหมือนเป็นผู้ชายสามัญประจำบ้าน แต่เขาคือคนที่คว้าตัวเธอขึ้นมาจากปากเหวแห่งความตาย ความแข็งแกร่งอันนิ่งเงียบทำให้มีนดานึกถึงความทรงจำที่เขาช่วยเธอไว้จากซอมบี้และพวกอามูน ความต้องการอย่างมิอาจหักห้ามทำให้ริมฝีปากของเธอรู้สึกแห้งผาก เธอรู้ดีว่า
กันสึเกะจะยอมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อเธอ
เธอจ้องมองเขาโดยไม่หลบสายตา ความปรารถนาที่เก็บกดมานานทำให้เธอตัดสินใจเขย่งปลายเท้า ประกบริมฝีปากของเธอดูดดื่มกับริมฝีปาก
ของกันสึเกะ
ความอบอุ่นแรกสัมผัสจากลมหายใจอันผ่าวร้อนของชายขาเหล็ก เป็นเหมือนประกายไฟที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างของทั้งคู่
กันสึเกะตอบรับอย่างอ่อนโยนแต่ลึกซึ้ง เขาสอดลิ้นเข้าหา สัมผัสกับลิ้นของเธอที่เคลื่อนมาพบกันอย่างเชื่องช้า รสสัมผัสหวานละมุนของเบียร์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในปากของมีนดาผสานเข้ากับความร้อนระอุที่ก่อตัวขึ้นภายในลมหายใจของพวกเขาทั้งสอง กลายเป็นรสนุ่มละมุนและแผ่วไหวที่แผ่ออกมาจากทุกอณูสัมผัส
เสียงลมหายใจแผ่วหนักของทั้งคู่ปะปนกับเสียงหัวใจเต้นดังก้องในอก
มือของกันสึเกะยกขึ้นโอบกอดร่างบางของเธอไว้แน่น มีนดารู้สึกถึงความอุ่นร้อนที่แผ่ซ่านจากตัวเขา ทุกสัมผัสที่แนบชิด ทุกครั้งที่หน้าอกของเธอบดอัดกับเขา เธอรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ถี่เร็วราวกับจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
เส้นผมของเธอปลิวไสวไปตามสายลมเย็นยามค่ำคืน ความต้องการในร่างกายของพวกเขาค่อยๆ ทะยานสูงขึ้น ริมฝีปากของพวกเขาแยกออกเพียงชั่วครู่เพื่อสูดลมหายใจ แต่สายตาของกันสึเกะยังคงจับจ้องที่เธอ
ความปรารถนาอันซับซ้อนซ่อนเร้นในแววตาของมีนดาทำให้กันสึเกะหัวใจเต้นแรง เธอดึงตัวเขาเข้ามากอด
“ฉันรู้สึกดีที่มีคุณอยู่ใกล้ๆ” เธอส่งเสียงกระซิบข้างหูผ่านสายลมยามดึกอันเย็นเยือกที่พัดขึ้นมาจากทะเล ความนุ่มเนียนจากร่างของสาวน้อยได้แนบชิดกับมวลเนื้อมัดกล้ามแน่นของชายหนุ่ม
เธอและเขาโอบกอดถ่ายทอดแบ่งปันอุ่นไอรักให้แก่กันและกัน บนดาดฟ้าสูงของตึกสี่ชั้นท่ามกลางหมู่ดาวนับล้านที่ทอแสงเปล่งประกายเป็นพยานอยู่บนท้องฟ้าเบื้องหลัง
กันสึเกะค่อย ๆ บรรจงสอดมือเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตของเธอ เขาขยับนิ้วชี้และนิ้วโป้งปลดตะขอชุดชั้นในของเธอออก ก่อนจะบรรจงลูบแผ่นหลังอันเรียบเนียนนั้นอย่างอ่อนโยน
เส้นผมที่ร่วงปรกลงมาบนใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยกลิ่นหอม มีนดาเอนตัวออก ทำให้มวลผมเหล่านั้นเลื่อนผ่านหน้าอกของกันสึเกะไปราวกับขนปีกอันนุ่มนวลของนางฟ้า
“ลงไปข้างล่างกันเถอะ บนนี้มันหนาว” มีนดากระซิบที่ข้างหูของเขาขณะใช้มือดึงชุดชั้นในที่อยู่ใต้เสื้อออกมา กันสึเกะพยักหน้า ก่อนจะพามีนดาเดินลงไปยังห้องนอนของเขา
—