คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    ทรัพยากรที่มีค่า และรอยยิ้มของแมวดำ

    ติ๊ง!

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]

    [ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 26 มีนาคม]

     

    ข้อความโฮโลแกรมสีฟ้าอ่อนสว่างวาบขึ้นในความมืด

    พร้อมกับความรู้สึกที่อคินคุ้นเคยและรอคอยมาตลอดทั้งวันความรู้สึกของการมีชีวิต

    เปลือกตาของชายหนุ่มเปิดโพลง ลมหายใจเฮือกแรกถูกสูดลึกเข้าเต็มปอด

    กลิ่นอับชื้นของไม้เก่าๆ และกลิ่นไอเค็มจากทะเลที่ลอยมาตามลม ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกรำคาญใจ

    แต่กลับเป็นเครื่องยืนยันว่าเขาได้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง... โลกที่เขามีตัวตน

    ความหนักอึ้งและมึนงงที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงกลางวันจางหายไปเป็นปลิดทิ้ง

    แทนที่ด้วยพละกำลังที่เอ่อล้นอยู่ในทุกมัดกล้ามเนื้อ

    อคินดีดตัวลุกขึ้นจากฟูกนอนบนบ้านต้นไม้ ร่างกายเบาสบายราวกับไร้น้ำหนัก

    เขาขยับแขนขา ยืดเส้นยืดสายจนกระดูกลั่นกร๊อบแกร๊บ

    ความคล่องตัวนี้คือสิ่งที่ร่างมนุษย์ปกติไม่มีทางทำได้ แต่สำหรับผู้ถูกเลือกโดยระบบอย่างเขา นี่คือเรื่องปกติ

    "เอาล่ะ... วันนี้ก็ต้องปกป้องโลกอีกสินะ"

    อคินพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

    เขาเดินไปที่มุมห้อง หยิบชุดเกราะหนังออร์คมาสวมใส่

    กลิ่นสาบจางๆ ของหนังสัตว์และน้ำหนักที่กดทับลงบนหัวไหล่ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอึดอัด

    แต่กลับทำให้รู้สึกปลอดภัยและฮึกเหิม

    เขาบรรจงรัดสายคาดเอวและเช็คความเรียบร้อยของสนับแขนอย่างทะมัดทะแมง ราวกับอัศวินที่กำลังเตรียมตัวออกศึก

    เมื่อเครื่องแต่งกายพร้อมรบ

    อคินก็ผิวปากเรียกเหล่าสมาชิกปาร์ตี้ให้เดินตามลงมาจากบ้านต้นไม้ มุ่งหน้าสู่แสงไฟสว่างไสวที่ใจกลางค่ายแหลมสิงห์

    โรงครัวกลาง ในเวลานี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คน

    ทั้งทหารเวรและผู้รอดชีวิตที่มารอรับอาหาร

    กลิ่นควันไฟและกลิ่นแกงหม้อใหญ่ลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ

    อคินเดินเข้าไปต่อแถวรับถาดอาหารสำหรับตัวเอง

    ข้าวสวยร้อนๆ ราดด้วยแกงเผ็ดไก่ส่งกลิ่นหอมฉุย ก่อนจะเดินเลี่ยงไปที่โซนเสบียงสัตว์เลี้ยง

    "พวกนายก็ต้องเติมพลังเหมือนกัน กองทัพต้องเดินด้วยท้อง!"

    เขาคว้าถุงกระสอบ 'อาหารเม็ดเกรดพรีเมียม' ขึ้นมา

    แล้วตักเทใส่ชามทั้งสี่ใบอย่างเท่าเทียม

    เสียง กรุบกรับ ดังขึ้นทันทีเมื่อ โบ้ ส้มซ่า ปลาเผา และ บัวลอย ก้มหน้าก้มตากินอย่างเอร็ดอร่อย

    อคินนั่งลงบนม้านั่งไม้ไผ่ใกล้ๆ กัน รีบจัดการอาหารในถาดของตัวเองอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เสียเวลาภารกิจ

    เมื่อเสียงเคี้ยวสุดท้ายเงียบลง และชามทุกใบสะอาดเกลี้ยงเกลา

    อคินก็วางช้อนลงแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษข้าวออกจากชุดเกราะหนัง แล้วส่งสัญญาณมือเรียกเหล่าลูกน้อง

    "โบ้! ส้มซ่า! ปลาเผา! บัวลอย! ...รวมพล!!"

    เสียงฝีเท้าของสัตว์สี่เท้าดังกุกกักตอบรับคำสั่ง

    อคินมองดูเหล่าสหายร่วมรบด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะกระชับดาบที่เอวแล้วกระโดดลงจากบ้านต้นไม้อย่างคล่องแคล่ว

    ที่หน้าประตูค่ายทหาร

    แสงไฟสปอตไลท์สาดส่องลงมากระทบเงาของ 'ต้น' นายทหารหนุ่มฝ่ายพลาธิการที่กำลังเดินวนไปวนมาด้วยท่าทีกระสับกระส่าย

    แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของอคินมากกว่าคือหญิงวัยกลางคนที่ยืนกอดอกอยู่ข้างๆ

    แว่นสายตาหนาเตอะสะท้อนแสงไฟจนมองไม่เห็นดวงตา

    'คุณบุษบา' หัวหน้าฝ่ายทะเบียน... ผู้กุมอำนาจเรื่องพัสดุและฝ่ายทะเบียนของเมือง

    "อคิน! ทางนี้!"

    ต้นรีบกวักมือเรียกเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา

    อคินเดินเข้าไปทำความเคารพอย่างแข็งขันแบบอัศวิน

    "มีภารกิจด่วนเหรอครับ?"

    บุษบาขยับแว่น เธอไม่ตอบในทันที แต่กวาดสายตามองอคินตั้งแต่หัวจรดเท้า

    บรรยากาศรอบตัวเธอกดดันจนต้นต้องกลืนน้ำลาย แต่อคินกลับมองว่านั่นคือรังสีของผู้อาวุโสที่น่าเคารพ

    "ได้ยินว่า... ช่วงนี้ขยันล่าน่าดูเลยนะพ่อหนุ่ม"

    น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงนัยบางอย่าง

    "ครับ! เพื่อความสงบสุขของค่ายครับ!"

    อคินตอบเสียงดังฟังชัด

    "อืม... ดี"

    บุษบาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุม หยิบถุงผ้าสีดำใบจิ๋วขนาดเท่าถุงใส่เหรียญออกมา แล้วยื่นส่งให้

    "งั้นเอาไอ้นี่ไปใช้ซะ"

    อคินรับถุงใบเล็กมาถือไว้อย่างงุนงง เนื้อผ้าเย็นเฉียบและมีความลื่นมือผิดปกติ

    "นี่คือ...?"

    "ฉันเห็นรายงานของต้น บอกว่าเธอชอบเผาซากมอนสเตอร์ทิ้งหลังจากล่าเสร็จ มาหลายครั้งแล้ว ฉันเลยต้องเดินทางจากตัวเมืองหัวใจพฤกษามาที่นี่ด้วยตัวเอง"

    บุษบาถอนหายใจยาว พลางส่ายหน้าเบาๆ

    "รู้ไหมว่ามัน... น่าเสียดายทรัพยากรแค่ไหน? เศษซากพวกนั้นเอามาทำปุ๋ยบำรุงแปลงผักได้ หรือบางส่วนก็เอาไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ได้ การที่เธอเผามันทิ้ง มันคือการสูญเสียโอกาสทรัพยากรของเมืองนะ"

    คำพูดของบุษบาทำให้อคินชะงัก เขามองหญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

    'เธอไม่ได้ห่วงเรื่องตัวเลขหรือกำไร... แต่เธอห่วงปากท้องของคนในค่าย ห่วงทรัพยากรที่จะนำมาเลี้ยงดูผู้คน... ช่างเป็นจิตใจที่งดงามสมกับเป็นผู้บริหารฝ่ายสนับสนุน!'

    ทันใดนั้น หน้าต่างระบบสีฟ้าก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า

    ติ๊ง!

     

    [ได้รับไอเทม: ถุงมิติรุ่นต้นแบบ]

    [ระดับ: หายาก]

    [รายละเอียด: อุปกรณ์เวทมนตร์บรรจุสิ่งของ ภายในมีมิติย่อยขนาด 10 ลูกบาศก์เมตร]

    [คุณสมบัติพิเศษ: ลดน้ำหนักวัตถุภายในเหลือ 0]

    [ข้อจำกัด: ไม่สามารถบรรจุสิ่งมีชีวิตที่มีลมหายใจได้]

     

    ดวงตาของอคินเบิกกว้าง มือที่กำถุงผ้าสั่นระริกด้วยความตื้นตันใจ

    ไอเทมระดับ 'หายาก' ไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่ายๆ ในค่ายอพยพแห่งนี้

    แต่นี่เธอกลับมอบให้เขาฟรีๆ เพียงเพราะอยากให้เขาช่วยขนทรัพยากรกลับมาเพื่อส่วนรวม

    "คุณบุษบา..."

    เสียงของชายหนุ่มสั่นเครือ เขายกถุงขึ้นแนบหน้าอก

    "ขอบคุณมากครับ! ผม... ผมเข้าใจเจตนารมณ์ของคุณแล้ว! คุณไม่ต้องห่วงนะครับ คืนนี้ผมจะไม่เผาทำลายหลักฐานชัยชนะอีกแล้ว ผมจะเก็บทุกชิ้นส่วน ทุกหยดเลือด กลับมาเพื่อค่ายของเรา!"

    บุษบามองท่าทางเล่นใหญ่ของอคินแล้วกระตุกมุมปากเล็กน้อย คล้ายจะยิ้มแต่ก็ดูเหมือนการแยกเขี้ยว เธอกระแอมไอเบาๆ

    "อะ... อืม ก็ดี เข้าใจก็ดีแล้ว อย่าลืมล่ะว่าของทุกชิ้นมีราคาค่างวด... เอ้ย มีคุณค่าในตัวมัน เองก็พยายามเข้าล่ะ"

    "ครับ! ฝากขอบคุณ คุณทศด้วยนะครับ! ผมจะไม่ทำให้ผิดหวัง! คืนนี้อัศวินรัตติกาลจะกวาดล้างให้ราบคาบ!"

    อคินโค้งคำนับจนแทบจะตั้งฉากกับพื้น

    ก่อนจะหมุนตัวเดินนำปาร์ตี้สี่ขาออกสู่ความมืดด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่นที่ลุกโชน

    โดยมีหน้าต่างข้อความจากระบบลอยตามหลังมาติดๆ

     

    [ดูเหมือนจะได้ของเล่นใหม่นะ... อย่าลืมใช้ให้คุ้มค่าล่ะ]

     

    อคินยิ้มกว้างให้กับข้อความนั้น

    'แม้แต่ระบบก็ยังให้กำลังใจเรา... คืนนี้ต้องจัดเต็มซะแล้ว!'

    ...

    ป่าชายเลนยามค่ำคืนอันตรายกว่าตอนกลางวันหลายเท่า

    เสียงหวีดหวิวของลมทะเลผสมปนเปไปกับเสียงคำรามต่ำๆ ของสัตว์ร้าย แต่สำหรับอคิน นี่คือสนามเด็กเล่น

    การล่าในคืนนี้ลื่นไหลและสนุกกว่าเดิมเป็นสิบเท่าเมื่ออุปสรรคเรื่อง 'น้ำหนัก' หายไป

    ไม่ต้องคอยลากเลื่อนไม้ไผ่ที่เทอะทะ ไม่ต้องกังวลว่าจะแบกซากกลับไม่ไหว

    แซ่ก!

    เสียงเคลื่อนไหวที่พุ่มไม้ด้านขวา สัญชาตญาณของอคินตื่นตัวทันที

    "โบ้! [ยั่วยุ] !"

    "โฮ่ง!!"

    เจ้าหมาไทยหลังอานกระโจนออกไปยืนจังก้า

    เสียงเห่าของมันไม่ได้เป็นแค่เสียงธรรมดา แต่มีคลื่นพลังงานบางอย่างแผ่ออกมาเป็นวงกว้าง

     

    [เอฟเฟกต์สกิลทำงาน: ดึงดูดความสนใจศัตรูในระยะ 20 เมตร]

     

    ทันใดนั้น ร่างมหึมาของ 'ปูกระดองหิน' ก็พุ่งออกมาจากโคลนตม

    ดวงตาสีแดงฉานของมันจับจ้องไปที่โบ้เพียงตัวเดียว ก้ามขนาดยักษ์ที่บดหินได้สบายๆ ง้างขึ้นเตรียมหนีบเหยื่อที่บังอาจท้าทายมัน

    "จังหวะนี้แหละ... ส้มซ่า! [กรงเล็บกระชาก] !"

    เงาสีดำสายหนึ่งพุ่งวาบออกจากความมืดด้านหลังเจ้าปูยักษ์ รวดเร็วจนมองตามแทบไม่ทัน

    แมวลายสลิดจอมโหดตวัดกรงเล็บที่ห่อหุ้มด้วยออร่าสีม่วงเข้ม ตัดเข้าที่ข้อต่อของก้ามปูอย่างแม่นยำ

    เคร้ง!

    เกราะหินที่แข็งแกร่งแตกร้าว แต่ยังไม่ถึงกับขาดสะบั้น ปูศิลาคำรามลั่น เหวี่ยงตัวไปมาด้วยความบ้าคลั่ง

    "ตาฉันบ้างล่ะนะ!"

    อคินกำดาบในมือแน่น รวบรวมสมาธิไปที่คมดาบ แสงสีขาวนวลเริ่มเปล่งประกายออกมา นี่คือสกิลที่เขาภาคภูมิใจที่สุดในฐานะอัศวิน

    " [ฟาดฟัน] !"

    ฉัวะ!

    คมดาบอาบแสงศักดิ์สิทธิ์ฟันผ่าอากาศเป็นเส้นตรง

    ตัดผ่านกระดองหนาของปูยักษ์ราวกับมีดร้อนตัดเนย

    ของเหลวสีเขียวข้นสาดกระจาย ร่างมหึมาของมอนสเตอร์กระตุกเกร็งสองสามครั้งก่อนจะแน่นิ่งไป

    "เก็บ!"

    อคินเดินเข้าไปแตะมือลงบนซากปูยักษ์

    วูบ!

    ร่างมหึมาถูกดูดหายวับเข้าไปในถุงใบจิ๋วที่เอวราวกับเล่นกล

    อคินตบถุงเบาๆ ด้วยความพึงพอใจ น้ำหนักที่เอวไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยแม้แต่น้อย

    "สุดยอด... แบบนี้ต่อให้ล่าทั้งคืนก็ยังไหว!"

    คืนนั้น อคินและปาร์ตี้ไล่ล่าอย่างบ้าคลั่งราวกับเครื่องจักรสังหาร

    เขาเลือกเก็บเฉพาะของมีค่า ปูกระดองหิน ลิซาร์ดแมนหลงฝูง เมิร์ก และฟร็อกเกอร์ ถูกยัดลงถุงมิติจนตัวเลขความจุเริ่มขยับ

    ส่วนพวกซอมบี้เน่าที่เปื่อยที่...

    เปลวเพลิงสีส้มลุกโชนสว่างไสวท่ามกลางความมืด

    อคินยืนสงบนิ่งมองดูร่างของพวกมันค่อยๆ กลายเป็นเถ้าถ่าน

    "สู่สุคตินะ... เหล่าผู้หลงทาง"

    เขาพึมพำบทสวดส่งวิญญาณสั้นๆ ที่เขาคิดขึ้นเอง

    ...

    ด้วยความเพลิดเพลินและอะดรีนาลีนที่สูบฉีด อคินเผลอพาปาร์ตี้ลุกล้ำลึกเข้ามาจนเกือบถึงเขตอันตราย

    สภาพแวดล้อมรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป...

    จากป่าโกงกางที่ชื้นแฉะ

    กลายเป็นพื้นคอนกรีตแตกหักและโครงสร้างเหล็กสนิมเขรอะ

    'เขตเมืองเก่า'

    ซากตึกสูงระฟ้าที่ถล่มลงมาบางส่วนตั้งตระหง่านเหมือนหลุมศพของยักษ์โบราณ

    แสงจันทร์ที่ส่องลอดลงมาตามรอยแตกของตึกทำให้เกิดเงาทะมึนรูปร่างประหลาด

    บรรยากาศที่นี่วังเวงและกดดันกว่าป่าชายเลนหลายเท่า ราวกับอากาศรอบตัวมีมวลที่หนักอึ้ง

    "อูย... มาไกลไปหน่อยแฮะ"

    อคินชะงักฝีเท้า เขาเรียกแผนที่โฮโลแกรมขึ้นมาดู จุดสีเขียวที่แทนตัวเขาอยู่หมิ่นเหม่เกือบจะหลุดจากโซนสีเหลืองเข้าสู่โซนสีแดง

    "กลับกันดีกว่าพวกเรา เดี๋ยวหลุดโซนปลอดภัย งานจะเข้าเอา"

    ขณะที่กำลังจะหันหลังกลับ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มบนยอดซากกำแพงอิฐที่พังทลายลงมาเป็นเนินสูง

    สัญชาตญาณนักรบของเขาร้องเตือน... สิ่งนั้นมีตัวตนที่ชัดเจนรุนแรง มันไม่ใช่ก้อนหิน ไม่ใช่เงาไม้... และไม่ใช่สัตว์ธรรมดา

    แมวสีดำสนิทตัวหนึ่ง...

    มันกำลังยืนอยู่บนยอดกำแพง ตัดกับวงกลมสีเงินของดวงจันทร์เต็มดวง

    ไม่ใช่การยืนสี่ขา...

    แต่เป็นการยืนสองขา! ขาหน้าทั้งสองข้างไพล่หลังทอดสายตามองดวงจันทร์ราวกับจอมยุทธ์ผู้โดดเดี่ยวในหนังจีนกำลังภายใน

    "นั่นมัน..."

    อคินขยี้ตาตัวเอง ย้ำเตือนว่าภาพที่เห็นไม่ใช่ภาพหลอน

    เจ้าแมวดำค่อยๆ หันหน้ากลับมามองเขา

    ดวงตาสีเหลืองอำพันคู่โตส่องประกายวาวโรจน์ในความมืด

    มันไม่ใช่แววตาของเดรัจฉาน แต่เป็นแววตาที่เปี่ยมไปด้วยปัญญา ความหยิ่งทระนง และความลึกลับที่ยากหยั่งถึง

    ที่สำคัญ... มันกำลังแสยะยิ้ม

    มุมปากของมันยกขึ้น เผยให้เห็นเขี้ยวสีขาววาววับ เป็นรอยยิ้มแบบมนุษย์ที่ดูแล้วขนลุกพิลึก

    "นาย... เป็นตัวอะไรกันแน่?"

    อคินหลุดปากถามออกไป มือขวากระชับด้ามดาบโดยอัตโนมัติ

    "ฉันเป็นแค่ผู้ผ่านทางมา..."

    เสียงนั้นแหบต่ำ นุ่มลึก และก้องกังวาน ไม่ได้ดังมาจากปากของแมวโดยตรง

    แต่เหมือนดังขึ้นจากอากาศรอบตัว หรืออาจจะดังขึ้นในหัวของอคิน

    "แล้วนายล่ะ... เป็นอะไรกันแน่? ไหนลองบอกมาหน่อยซิ?"

    อคินสะดุ้งโหยง ขนแขนลุกชัน เขาจึงรีบตั้งสติ สูดลมหายใจเข้าลึก ยืดอกขึ้น จัดท่าทางให้ดูเท่และน่าเกรงขามที่สุด

    "หึ! ยินดีที่ได้รู้จัก ท่านแมวผู้ลึกลับ!"

    เขาประกาศก้อง

    "ฉันคือ อคิน! อัศวินผู้พิทักษ์! หัวหน้าปาร์ตี้นักล่าราตรี! และผู้ก่อตั้งแคลน 'นักล่าราตรี' อันเกรียงไกร!"

    เจ้าแมวดำเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาสีทองขยายขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะในลำคอ

    "หึๆๆ ... ชื่อยาวดีนี่... ลิเกดี ข้าชอบ"

    คล้ายกับเรื่องคลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน