เย็นวันนั้นหลังจากชมพูรักตอบตกลง ผู้เป็พ่อเข้ามาโอบกอดและเอ่ยขอโทษลูกสาวไม่รู้กี่ครั้ง ‘พ่อผิดเอง ต่อไปนี้พ่อสัญญาว่าจะไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกับการพนันอีก’
คำขอของชมพูรักที่เป็ข้อต่อรอง ถูกถ่ายทอดจากปากคุณชัยชิดผ่านทางโทรศัพท์บอกกับคุณกำธร ทีแรกทางนั้นก็ฮึดฮัดไม่พอใจหาว่าทางนี้เล่นแง่เล่นตัว แต่ดูเหมือนชายแก่ผู้นั้นก็ไม่ได้กล่าวว่ากระไรบอกแค่ว่าทางผู้หญิงพร้อมเมื่อไหร่ ก็ให้เก็บกระเป๋าเสื้อผ้าแล้วย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านนั้นได้เลย พร้อมกับสัญญาตามข้อตกลงทุกประการ
‘แล้วภรรยาของท่าน...เอ่อ...’ คุณชัยชิดยังคงอึกอัก
‘รายนั้นไม่กล้าหือกับข้าหรอก เอ็งจะห่วงอะไรวะในเมื่อลูกสาวเอ็งก็มาอยู่สบาย ข้าก็เต็มใจช่วยเหลือทุกเื่ขอแค่ลูกสาวเอ็งไม่บิดพลิ้วละกัน หนึ่งปีกับการรอให้ลูกสาวเอ็งเรียนจบข้ารอได้...แต่หวังว่าคงไม่ให้เงินที่ข้าเสียไปสูญเปล่า เพราะความเนรคุณไม่ทำตามที่พูดล่ะ’
ฝ่ายนั้นพูดดักทางและกล่าวต่อถึงคุณนงพะงา ว่าไม่มีปัญหาใดทั้งสิ้น ถ้าชมพูรักจะย้ายมาอยู่ในบ้านเดียวกัน
หลังจากวางสายคุณชัยชิดคุณกำธรก็ลงมายังชั้นล่างของบ้าน เรียกหาคุณนงพะงาพอเห็นว่านั่งปักผ้าครอสสติตช์อยู่บนตั่งไม้ตัวโปรดเขาก็ไปยืนค้ำศีรษะของภรรยาพลางกล่าว
“เดี๋ยวนี้หันมาปักผ้าั้แ่เมื่อไหร่กัน”
คุณนงพะงาเงยหน้ามองสามีแล้ววางมือจากงานปัก วางผ้าลงบนตัก “ฉันก็หาอะไรทำพอไม่ให้คิดมาก คุณคิดจะสนใจกันด้วยเหรอ”
“แก่ป่านนี้แล้วยังจะคิดมาประชดประชันทำไมแม่นงก็น่าจะเคยชินแล้วไม่ใช่รึไง กับเื่ผู้หญิงของฉัน”สีหน้าคนพูดนิ่งเฉยราวกับบอกเื่การมีเมียเล็กเมียน้อยเป็เื่ธรรมดาสามัญ
“ฉันคงจำเป็ต้องชิน”
ผู้เป็สามีทำเสียง‘ฮึ’ ในลำคอและพูดต่อโดยไม่สนใจความรู้สึกภรรยาสักนิด “ถ้าอย่างนั้นก็ดีจะได้อยู่ด้วยกันยืดขึ้นกว่านี้หน่อย ขืนแม่นงเป็เหมือนเมียของเพื่อนๆฉันป่านนี้เราก็คงเลิกกันไปนานแล้ว”
ภรรยาเม้มปากแน่นและก้มหน้ามือทั้งสองข้างเผลอกดนิ้วตนเองแน่น “แล้วแม่พวงแสดคุณเอาไปไว้ที่ไหนเสียล่ะ”เธอถามในสิ่งที่สงสัยมาหลายวัน
เพราะั้แ่ทะเลาะกันคราวก่อนสามีก็หายตัวไปสามวันพร้อมกับพาคนรับใช้สาวหายออกจากบ้านไปด้วยป้าแจ่มมาเล่าความให้ฟังว่าคุณกำธรนั้นควงพวงแสดออกไปเที่ยวที่หัวหินนึกแล้วก็แสลงหู ทำได้ก็แต่เอาธรรมะเข้าข่ม และเมื่อสามีกลับมาเขาก็ทำเป็ไม่สนใจหล่อนอยู่ดี ส่วนใหญ่ก็หายไปครึ่งค่อนวัน จะมีก็เมื่อวานตอนเย็นกับเย็นของวันนี้นั่นล่ะ ที่ยังอยู่ติดบ้าน แต่อีกสักประเดี๋ยว ก็คงจะออกไปสำเริงสำราญนอกบ้านตามเคย
“ไม่ดีรึไงที่ฉันพาพวงแสดมันออกไปอยู่นอกบ้านเห็นเธอว่ารู้สึกรำคาญใจที่จะได้เจอหน้ามัน”
ผู้เป็ภรรยาเอาแต่ก้มหน้านิ่ง“คุณจะให้ใครอยู่หรือใครไม่อยู่ในบ้านหลังนี้ฉันมีสิทธิ์มีเสียงที่จะเอ่ยห้ามด้วยอย่างนั้นเหรอ”
“รู้ตัวไว้ก็ดี...เพราะถ้าใครไม่อยากอยู่ที่บ้านหลังนี้ ฉันก็ไม่ห้ามเหมือนนังลูกไม่รักดีนั่นไง เห็นผู้ชายดีกว่าพ่อกว่าแม่ของมัน แล้วเป็ไงล่ะเธอยื้อมันให้อยู่ได้ไหม...ก็เปล่าเลย สุดท้ายมันก็เห็นคนอื่นดีกว่า”
เขาพูดถึงกลีบเกสรซึ่งเขามองว่าลูกสาวเป็รอยด่างพร้อยของชีวิตความอับอายที่เกิดขึ้นยังคงแทรกอยู่ทุก่ชีวิต ไม่ว่าจะย่างกรายไปไหนยิ่งถ้าใครเอ่ยถึง...อารมณ์ของเขาก็จะเสียจนยากระงับได้ และเขาก็ยังโทษภรรยาว่าเป็เพราะเลี้ยงดูเอาใจ จนลูกสาวมันเหลิงว่ามีแม่คอยให้ท้าย ก็เลยเป็สาวใจแตกไข่ลูกไว้คนหนึ่งแล้วก็ทิ้งไม่ดูดำดูดี
แถมตอนนี้ก็ยังหาว่าภรรยาตนยังคงมาให้ท้ายหลานชายอีก‘ระวังมันจะเชื้อไม่ทิ้งแถว นี่ดีว่าเป็ผู้ชายไม่อย่างนั้นก็คงแรดๆออกจากบ้านไปนานละ’
คุณกำธรมักพูดเจ็บแสบเมื่อต้องเอ่ยถึงกลีบเกสร และในใจยังคงเต็มไปด้วยทิฐิ ไม่อ่อนข้อยอมรับ และฝังเอาความโกรธแค้นสุมใจมาตลอดหลายสิบปี
คุณกำธรลุกขึ้นจากโต๊ะมองภรรยาที่นั่งอยู่ต่ำกว่า เห็นเพียงแต่ศีรษะขาวโพลนจึงไม่เห็นว่าตอนนี้ภรรยาของเขากำลังสะกดความรู้สึกเ็ปเอาไว้เต็มกลืน
“ที่ฉันลงมาคุยด้วย ก็แค่มีเื่จะบอก...อีกไม่กี่วันนี้จะมีผู้หญิงมาอยู่ด้วยที่นี่ หวังว่าแม่นงกับคนในบ้านจะต้อนรับขับสู้เป็อย่างดีนะเพราะว่าเธอคนนั้นจะมาอยู่ในฐานะเมียฉัน”
คุณนงพะงาไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงคนที่สามีพูดถึงเป็ใครเมื่อไหร่กันหนอ ที่สามีของหล่อนจะรู้จักหยุด...แก่ปูนนี้แล้วก็ยังไม่ละจากกิเลสความใคร่ ถึงตอนนี้แม้เจ็บลึก แต่หล่อนก็ทำได้แค่ปลง
.................................................จบตอนที่ 9