ผมเป็นสมาชิกเว็บเทพบรรพกาล

    EP-120 งานเลี้ยงตระกูลซ่ง

    อาจารย์เกาสั่งให้อาหลานรักษาบาดแผล จากนั้นเขาติดต่อขอเข้าพบเจ้าสำนักซู

    เรือนด้านในมีน้ำตกจำลอง บ่อปลาคาร์ฟ ต้นพุทราที่แก่แล้วกำลังโรยรา เห็นชายชราคนนึงกำลังนั่งเล่นหมากรุกกับชายอีกคนใต้ต้นพุทรา

    อาจารย์เการู้ว่านั่นเป็นแขกของเจ้าสำนักซู ความจริงต้องรอให้แขกกลับไปก่อนค่อยขอเข้าพบแต่เพราะมีเรื่องเร่งด่วนจริงๆ เขาจึงไม่อาจรั้งรอได้

    คล้ายกับเจ้าสำนักซูเห็นการเคลื่อนไหวของผู้มาใหม่ เขาหยุดมือที่กำลังวางหมากก่อนจะปรายตามองอาจารย์เกาครู่หนึ่ง

    “มีอะไรเหรอ เกาเสวี่ย ไม่รู้หรือไงว่าฉันกำลังคุยกับแขกคนสำคัญ”

    อาจารย์เกาเดินเข้ามาคุกเข่าเบื้องหน้าคนทั้งสอง ตามด้วยก้มศีรษะกล่าวไปว่า “ผมรู้ครับเจ้าสำนัก เพียงแต่เกิดเรื่องขึ้นกับผู้เฒ่าหลานหลง”

    “โฮ่...ทำไม เขาชนะการต่อสู้กับตระกูลซ่งแล้วงั้นเหรอ ได้ส่วนแบ่งมาเท่าไหร่ล่ะ” เจ้าสำนักซูลูบคาง ท่าทางเหมือนหมาป่าเจ้าเล่ห์

    แม้พวกเขาจะเป็นสำนักหวิงชุน สอนหมัดมวยเป็นหลักแต่ต้องกินต้องใช้ ดังนั้นเงินจึงถือเป็นปัจจัยหลักในสังคมยุคปัจจุบัน เรียกได้ว่าเงินคือสิ่งที่ขาดไม่ได้เชียวละ

    อาจารย์เกาเหลือบมองแขกที่นั่งอยู่ข้างๆ เจ้าสำนักครู่หนึ่ง เมื่อเห็นเจ้าสำนักพยักหน้าเขาจึงได้กล้าเอ่ย “ผู้เฒ่าหลานเสียชีวิตแล้วครับ เขาตายด้วยฝีมือของผู้ฝึกยุทธจากตระกูลซ่ง!”

    “อะไรนะ ตาเฒ่าหลานตายแล้ว!” เจ้าสำนักซูลุกขึ้นยืน ใบหน้าเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดไม่เหลือมาดสุขุมนุ่มลึก

    เนื่องจากว่าหลานหลงเป็นเพื่อนเก่าตั้งแต่เด็กๆ ทั้งสองชอบชกต่อยมาก หลังจากเรียนจบจึงได้ก่อตั้งสำนักว่าซู โดยซูมาจากแซ่ของหญิงคนรักของทั้งคู่ที่ตายจากไปเมื่อยี่สิบปีก่อน

    มาวันนี้สหายรักตายไปอีกคน เจ้าสำนักซูดูแก่ชราลงไปไม่น้อยทีเดียว เขากระทั่งดูไร้เรี่ยวแรง แต่นัยน์ตาคู่นั้นมีความไม่ยินยอมอยู่หลายส่วน

    “ครับ ท่านเจ้าสำนัก เรื่องนี้อาหลานเป็นคนบอกเอง นอกจากนั้นตระกูลสือยังพ่ายแพ้ยับเยิน สือก้วนผิงสูญเสียลูกชาย และเงินอีก 100 ล้านหยวน ผมว่าเขาคงไม่นั่งอยู่เฉยๆ แน่ คงเล่นงานสกุลซ่งกลับในเร็ววัน” อาจารย์เกาวิเคราะห์หลังจากได้ฟังคำบอกเล่าจากศิษย์ในสำนัก

    เจ้าสำนักซูรู้จักกับสือก้วนผิงดี และรู้ด้วยว่าลึกๆ แล้วมีนิสัยยังไง งั้นก็คงจะเป็นอย่างที่อาจารย์เกาบอก ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

    “แต่อีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกยุทธ เกรงว่าตระกูลสือคงไม่สามารถต่อรองกับสกุลซ่งได้ ดีไม่ดีมันอาจกลายเป็นการล่มสลายของตระกูลสือ...” เจ้าสำนักซูนั่งลงใต้ต้นพุทรา ใบหน้าปรากฏความอ่อนล้า

    ตัวตนของผู้ฝึกยุทธมีความแข็งแกร่งเกินไป ไม่ใช่สิ่งที่เขาสามารถต่อกรได้ แล้วนับประสาอะไรกับตระกูลสือ นี่มันไม่ต่างจากการนำไข่ไปกระทบหิน

    ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ขยับหมวกฟางบนศีรษะ เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “ไม่คิดเลยว่า เมืองเล็กๆ อย่างชุนเหลียนจะมีผู้ฝึกยุทธด้วย”

    อาจารย์เกาก้มศีรษะ เกี่ยวกับตัวตนของชายคนนี้เขาไม่ทราบแน่ชัด รู้เพียงว่าเป็นคนสำคัญของเจ้าสำนักซู

    “ผมเองก็เพิ่งทราบ” เจ้าสำนักซูตอบคำ “เฮ้อ เห็นทีอีกไม่นานสกุลซ่งคงขยับขึ้นเป็นสกุลอันดับ 1 ในชุนเหลียน ตระกูลฉีและตระกูลอื่นๆ คงถูกเหยียบลง ต่อหน้ามังกรทอง กิ้งก่าก็ทำได้เพียงหมอบกราบอยู่บนพื้นอย่างเจียมตัวเท่านั้น”

    “หึหึ มันก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธตัวจริง”

    “ความหมายของคุณคือ...”

    “บางทีลูกศิษย์ของนาย อาจจะเข้าใจผิดก็ได้ แต่เอาเถอะฉันจะช่วยตรวจสอบเอง ถ้าหากไม่ใช้ผู้ฝึกยุทธละก็ฆ่าทิ้งไม่มีละเว้น แต่ถ้าหากเป็นผู้ฝึกยุทธก็คงต้องคุยกันก่อน” ชายที่สวมหมวกกล่าว

    “ขอบคุณคุณชายซู เท่านี้ผมก็มีโอกาสล้างแค้นให้กับตาเฒ่าหลานได้แล้ว!” เจ้าสำนักซูดูเบาใจลง เมื่อคุณชายลงมือต้องสำเร็จอย่างแน่นอน

    ตัวตนของคุณชายไม่ใช่คนธรรมดา โดยเฉพาะครอบครัวของเขาที่อยู่ในหยูโจว เป็นตระกูลผู้ฝึกยุทธ หมัดมวยหวิงชุน ส่วนหนึ่งจากสำนักเองก็เป็นหนึ่งในศิลปะการต่อสู้จากที่นั่น เพียงแต่ไม่สามารถเปิดประตูสู่โลกแห่งการฝึกตนได้ จำเป็นต้องมีทรัพยากรมากกว่านั้น

    ด้วยการมีอยู่ของคุณชาย เจ้าสำนักซูคิดว่าคราวนี้แหละตระกูลซ่งถึงคราวจบสิ้นแล้ว

    “อืม” คุณชายซูเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ตอนนี้ตะวันลาลับขอบฟ้าแล้ว ได้กลิ่นคาวเลือดมาจางๆ สงสัยวันนี้คงถึงเวลาแล้วที่เขาจะได้สะบัดคมดาบในชุนเหลียน

    ..........

    ตระกูลซ่ง

    เวลาหนึ่งทุ่มโดยประมาณ

    ที่นี่ค่อนข้างคึกคักด้วยผู้คน มีคนจากตระกูลซ่ง ตระกูลเฉียน ตระกูลฉีเสียส่วนใหญ่

    พวกเขาเชิญแต่ญาติตัวเองมาร่วมฉลอง แม้งานวันนี้จะถูกจัดขึ้นอย่างเร่งรีบแต่ใบหน้าของทุกคนดูมีความสุข เอิบอิ่มไปกับชัยชนะ ยกเว้นซ่งเฉินหยู

    “ไว้เวรเฉินฟู่ซาน วันนี้แกทำให้ฉันขายหน้า ส่วนจื่อจิงเป็นดาวเด่นเพราะหลินอู๋เฉิน บ้าเอ้ย!” ซ่งเฉินหยูเปรียบดังเจ้าหญิงจรัสแสงในตระกูล หลายคนเชื่อว่าด้วยศักยภาพของเธอ เมื่อใดก็ตามที่นายผู้เฒ่าซ่งลงจากตำแหน่งคนที่จะควบคุมซ่งกรุ๊ปฯ จะต้องเป็นเธออย่างแน่นอน แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว

    “จื่อจิง ลูกแม่ วันนี้แต่งตัวสวยมากเลยนะ” นางเฉียนโบกมือให้ลูกสาวที่เพิ่งลงจากรถ ก่อนจะเข้าไปกอดไปหอม สำรวจเสื้อผ้าหน้าผม

    ซ่งจื่อจิงเผยรอยยิ้มหวาน “งานวันนี้สำคัญกับหนูมาก แล้วหนูจะแต่งตัวเชยๆ ได้ยังไงกันละคะ ไม่เหมือนกับคนแถวนี้หรอก ต่อให้แต่งตัวดูดียังไงแต่แกะดำก็ยังเป็นแกะดำวันยังค่ำ!” กล่าวพลางหันไปยิ้มหยันให้กับซ่งเฉินหยู

    สะใภ้เฉียนหัวเราะชอบใจ “เอาน่า อย่าพูดอย่างนั้นสิยังไงเราก็ครอบครัวเดียวกัน เพียงแต่วันนี้แฟนของเฉินหยูทำได้แย่เท่านั้นเอง เขาจึงได้คุกเข่าต่อหน้าคุณหลิน”

    “นั่นสินะคะ เฉินหยูนี่โง่จังเลยที่ปล่อยให้โอกาสนั้นตกมาอยู่ในมือของหนู”

    ใช่แล้วล่ะเป็นอย่างที่สองแม่ลูกพูด

    ความจริงนายผู้เฒ่าซ่งวางบทให้ซ่งเฉินหยูคู่กับคุณหลิน แต่เพราะด้วยทิฐิของเธอ บวกกับความมั่นใจในตัวเองจึงปฏิเสธและหนีออกจากบ้านไป โอกาสนั้นเลยตกมาเป็นของยายสมองปลาทอง ซ่งจื่อจิง

    ได้ยินคำกล่าวพวกนั้นซ่งเฉินหยูทำได้เพียงกระทืบเท้าด้วยความคโกรธ กระดกแก้วไวน์ตัวเองหมดแก้ว ใบหน้ายิ่งเห่อร้อนเป็นสีแดงเข้ม ใจอยากจะเข้าไปตบสั่งสอนสองแม่ลูกไร้ประโยชน์นั่น กล้าดียังไงมาทำตัวผยองต่อหน้า แต่เธอต้องถอยกลับมาเพราะถูกแม่ดึงแขนไว้

    นางเฉียนไม่ให้ราคาสองแม่ลูกนั่น หล่อนดึงจื่อจิงเข้ามาใกล้ๆ แล้วถามว่า “บอกคุณหลินหรือยัง ถ้าหากคุณหลินไม่มาวันนี้ คุณปู่คงรู้สึกเสียใจ”

    “หนูบอกแล้วค่ะ แต่เขาไม่รับปากไม่รู้ว่าจะมาหรือเปล่า”

    นางเฉียนถอนหายใจ ด้วยตัวตนของหลินอู๋เฉินเกรงว่าคงเป็นเรื่องยากที่จะชวนเขามาที่นี่

    “คุณน้า พี่สาว ไม่ได้พบกันซะนานยังสวยเหมือนเดิมเลยนะครับ”

    หันหน้าไปทางต้นเสียงเธอค่อยพบว่าเป็นใคร ที่แท้ก็ลูกพี่ลูกน้องนี่เอง

    “เฉียนหวังเปา ไม่ได้เจอกันซะนาน ตอนนี้ทำงานอะไรอยู่เหรอ” ซ่งจื่อจิงถาม เกี่ยวกับลูกพี่ลูกน้องราคาถูกคนนี้ เธอไม่อยากรู้จักเท่าไหร่นัก ที่ถามแค่ตามมารยาท

    เขาเป็นคนไม่มีสมอง ทำงานไม่ได้เรื่อง ดีแต่ขอเงินพ่อแม่ไปวันๆ

    เฉียนหวังเปาเกาศีรษะเก้อเขิน ตอบพลางหัวเราะ “เอ่อ...ก็ไม่ได้ทำงานเป็นหลักเป็นแหล่งหรอกครับ แต่ตอนนี้ก็ทำธุรกิจกับเพื่อน เป็นบ่อนเล็กๆ โดยใช้สัตว์ลงแข่งในสนามน่ะ”

    “ตำรวจไม่จับเหรอ”

    “เขาไม่จับหรอก เราทำอย่างถูกกฏหมายนะ นอกจากนั้นก็ไม่ได้ค้ายา ไม่มีเหตุผลที่เขาต้องจับ โอ๊ะดูนั่นสิ มีคนรวยรุ่นที่สองเข้ามาในงานด้วย ผมจำเขาได้นะนั่น” เฉียนหวังเปาชี้ไม้ชี้มือไปที่ซูเปอร์คาร์คันสีแดงที่เพิ่งขับเข้ามาจอด

    เห็นท่าทางของลูกพี่ลูกน้องไร้ประโยชน์เธอเบะปากทีหนึ่ง พอมองรถคันนั้นดีๆ จึงจำได้ว่าเป็นของใคร ต้องหันหน้าไปทางเฉียนหวังเปาแล้วถามว่า

    “นี่นาย รู้จักเจ้าของรถคันนั้นด้วย?”

    เฉียนหวังเปาตอบ “รู้จักสิ เขามีบ้านอยู่ที่ฉู่หลง บ้านเราสองคนอยู่ติดกัน ทุกวันเขาจะขับรถออกไปข้างนอก...อ้อและเขายังมีภรรยาด้วยนะ ภรรยาหน้าตาสวยมาก แต่ไม่ชอบใส่เสื้อใน แถมยังชอบกินไก่....เฮ้ยๆ เดี๋ยวสิ มาจับคอเสื้อผมทำไมเนี่ย!”

    อยู่ๆ ก็โดนกระชากแบบนี้ ไม่ตกใจสิแปลก

    “ลูก เกิดอะไรขึ้นกันแน่” นางเฉียนถาม

    “ก็หมอนี่บอกว่าคุณหลินมีภรรยา แม่คิดว่ายังไงล่ะคะ”

    นางเฉียนหันไปมองเจ้าของรถที่เพิ่งเปิดประตูลงมา ค่อยรู้ว่าเป็นใคร ดังนั้นเธอจึงขยับเข้ามาใกล้ ถามเสียงเบากับหลานชายราคาถูกว่า “นี่…ที่หลานพูดนั่นน่ะจริงเหรอ”

    เฉียนหวังเปาไม่รู้ว่าทำไมพวกเธอถึงได้ดูสนใจคนรวยรุ่นที่สองขนาดนั้น แต่ยังผงกศีรษะเป็นคำตอบว่าใช่

    “นางนั่นชื่ออะไร!”

    “ใครเหรอ...”

    “ภรรยาคุณหลิน มันชื่อว่าอะไร!”

    “เอ่อ...ไม่รู้สิ เจอกันครั้งแรกเธอก็เข้ามาขโมยไก่ในบ้านของผม เธอบอกว่าไม่มีคนอยู่เลยเข้าไปเอาไก่ของผมออกมากิน และเขามารู้ทีหลังเลยชดใช้ด้วยบัตรทานอาหารฟรีโรงแรมการ์เด้นกรีน 1 ปี”

    ซ่งจื่อจิงปล่อยมือ แล้วหันหน้าไปทางแม่ของเธอ

    นางเฉียนมีสีหน้าครุ่นคิด ครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า “หลานรัก เรื่องนี้ห้ามบอกใครเด็ดขาด เข้าใจไหม!”

    คล้ายกับเรื่องผมเป็นสมาชิกเว็บเทพบรรพกาล ที่คุณอ่าน