[จบ] ย้อนเวลาไปเป็นมารดาปากแซ่บในยุค 70

    ตอนที่ 49 แต้มทำงาน

    ตอนที่ 49 แต้มทำงาน


    เพราะในบ้านยังมีเด็กอีกสองคน สวี่ม่ายซุ่ยเลยไม่ได้เกรงใจหล่อน จึงทักทายอย่างรวดเร็วแล้วรีบออกไป

    ทางที่กลับไปมีคนไม่น้อยเลยที่กินข้าวเสร็จแล้วออกมานั่งเล่นด้านนอก

    “แม่หลินเซียวไปไหนน่ะ? ตอนบ่ายไม่เห็นเธอเลย”

    สวี่ม่ายซุ่ย “ไปหมู่บ้านข้างล่างมา นี่พวกเธอกินข้าวเสร็จแล้วเหรอ?”

    “กินเสร็จแล้ว นี่ไม่มีอะไรทำเลยออกมานั่งข้างนอก”

    สวี่ม่ายซุ่ย “งั้นพวกเธอนั่งเถอะ ฉันต้องรีบกลับไป” 


    พูดจบก็รีบวิ่งไป

    ขณะที่เธอเพิ่งเข้าไปในลานบ้าน ก็มีเสียงกุกกักออกมาจากห้องครัว สวี่ม่ายซุ่ยจึงเดินเข้าไปดูด้วยความแปลกใจ ก็เห็นหลินเจี้ยนเยี่ยที่เปลี่ยนชุดแล้ว กำลังทำกับข้าวในเวลานี้

    “คุณกลับมาแล้ว”

    คราวนี้หลินเจี้ยนเยี่ยได้ยินเสียง ถึงไปดูที่หน้าประตู ครั้นเห็นสวี่ม่ายซุ่ยกลับมาในสภาพมอมแมมก็อดไม่ได้ที่จะหยอกล้อ “เป็นยังไงล่ะ รสชาติของการเป็นชาวไร่มันดีไหม?”


    เวลานี้สวี่ม่ายซุ่ยไม่สนเรื่องความสะอาดแล้ว เธอหย่อนก้นนั่งลงที่ม้านั่งหน้าประตู หลังพิงกำแพง ถอดหมวกฟางบนหัวมาพัดพลางพูด “เดิมทีก็เป็นชาวไร่อยู่แล้ว จะมีอะไรดีไม่ดีคะ?”

    หลินเจี้ยนเยี่ยเห็นเธอแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ “สภาพคุณนี่ดูไม่จืดเลยทีเดียวเชียว”

    สวี่ม่ายซุ่ย “ไม่ต้องพูดเลย วันนี้ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว”


    หลินเจี้ยนเยี่ย “คุณแค่ไปเป็นนักบัญชีไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงทำงานไม่ใช่น้อยขนาดนี้?”

    สวี่ม่ายซุ่ย “แน่นอนสิ ไม่ใช่แค่ทำไม่น้อย แต่ทำเยอะเป็นพิเศษด้วย ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว คุณผัดข้าวให้เสร็จเร็ว ๆ แล้วมานวดให้ฉันหน่อย”

    หลินเจี้ยนเยี่ย “ได้ คุณทุบเองไปก่อน เดี๋ยวผมไปนวดให้”

    “อืม คุณต้มน้ำร้อนหรือยัง ฉันอยากล้างมือก่อน”

    หลินเจี้ยนเยี่ยฟังจบก็พลิกข้าวพลางพูด “ต้มแล้ว อยู่ตรงนั้น ให้ผมจัดการให้ไหม?”

    สวี่ม่ายซุ่ยตอบกลับอย่างเกียจคร้าน “ไม่ต้อง ฉันทำเองได้”


    พูดจบก็เดินออกไปด้านนอกเอาถังมาตักน้ำร้อน


    ตอนที่เธอถือถังเข้ามาในห้อง หลินเซียวที่ยังเขียนหนังสืออย่างเอาเป็นเอาตายก็มองเธอเดินเข้ามาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

    “แม่~”

    สวี่ม่ายซุ่ยเห็นเขาเป็นแบบนี้ก็รู้ว่าตอนบ่ายมัวแต่เล่น ตอนนี้เลยลับหอกยามจวนตัว

    “ยังขาดอีกเท่าไร?”

    หลินเซียว “ยี่สิบ”

    “เขียนเสร็จเมื่อไร กินข้าวเมื่อนั้น” พูดจบก็ถือถังเข้าห้องไป

    เมื่อสวี่ม่ายซุ่ยอาบน้ำเสร็จออกมาก็เห็นสามพ่อลูกนั่งมองเธออย่างน่าสงสาร

    สวี่ม่ายซุ่ยเช็ดเส้นผมสักพักแล้วถามอย่างสงสัย “ทำไมพวกลูกไม่กิน?”

    หลินเซียว “พ่อบอกให้รอแม่”

    สวี่ม่ายซุ่ย “ไป! เอาการบ้านลูกออกมา”

    หลินเซียวฟังจบก็โกรธจนเอามือตบปาก เกลียดที่ตัวเองปากมาก

    สวี่ม่ายซุ่ยอาศัยช่วงว่างตอนที่หลินเซียวไปเอาการบ้าน ก็มองหลินเจี้ยนเยี่ยกับหลินฟาน “พวกคุณกินก่อนเลย ฉันตรวจการบ้านหลินเซียวเสร็จค่อยมากิน”

    หลินเจี้ยนเยี่ยฟังจบก็คีบหอยตาวัวน้ำลึกใส่ชามสวี่ม่ายซุ่ยพลางพูด “คุณลำบากขนาดนี้ ถ้าคุณไม่กิน พวกเราก็เกรงใจที่จะกิน”

    “ชิมก่อนว่าฝีมือผมเป็นยังไง เดี๋ยวผมตรวจการบ้านของหลินเซียวแทนคุณเอง”

    สวี่ม่ายซุ่ยได้ยินเขาบอกว่าอยากตรวจการบ้านแทนตัวเอง ก็ตอบพลางยิ้มตาหยี “ได้สิ งั้นก็ลำบากผู้บังคับกองร้อยหลินแล้ว”


    พูดจบก็คีบกับข้าวใส่ชามหลินฟาน


    “เด็กดีหิวแล้วสินะ พวกเรามากินกันก่อน”

    หลินฟานมองเธออย่างเชื่อฟัง จากนั้นก็เริ่มกิน

    สวี่ม่ายซุ่ยยุ่งตลอดทั้งบ่าย เธอทั้งเหนื่อยทั้งหิว เลยกินข้าวไปคำใหญ่อย่างไม่เกรงใจ


    หลินเซียวที่เอาการบ้านออกมาเห็นสวี่ม่ายซุ่ยกำลังกินข้าวก็มีตาเป็นประกาย “แม่~”

    สวี่ม่ายซุ่ย “ไม่ต้องเรียกแม่ ให้พ่อลูกตรวจไป”

    หลินเซียวฟังจบก็จ้องตาโตทันที มองหลินเจี้ยนเยี่ยด้วยใบหน้าประหลาดใจ

    หลินเจี้ยนเยี่ย “มองอะไร เอามาให้พ่อดูสิ”

    พอได้ยินคำพูดนี้ หลินเซียวก็สิ้นหวังทันที เขาก้าวอย่างไม่เต็มใจเข้าไปหาช้า ๆ


    หลินเจี้ยนเยี่ยรับการบ้านมาดู ชำเลืองมองอย่างเรื่อยเปื่อย พอเริ่มดู สีหน้าก็บึ้งตึงขึ้นเรื่อย ๆ

    สุดท้ายเขาฟาดการบ้านลงกับโต๊ะ “นี่ลูกเขียนเล่นอะไรอยู่? ดูที่ลูกเขียนสิ ลูกอ่านออกบ้างไหม?”

    สวี่ม่ายซุ่ยฟังคำพูดหลินเจี้ยนเยี่ย ก็เข้าไปดูการบ้านเขาด้วยความแปลกใจ

    ก็เห็นว่าตัวอักษรตอนที่เขียนแรก ๆ ดูตั้งใจดี แต่ช่วงหลังกลับเละพอ ๆ กับไก่เขี่ย

    สวี่ม่ายซุ่ยอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงจุ๊ ๆ ออกมา “ถ้ารู้ว่าลูกมีความสามารถด้านนี้ แม่คงจะส่งลูกไปวัดนานแล้ว”


    ครั้นพูดจบก็รู้สึกถึงสายตาตักเตือนจากหลินเจี้ยนเยี่ย


    สวี่ม่ายซุ่ยยักไหล่อย่างไม่สนอะไร ข้างบ้านเธอไม่มีคนอยู่ แล้วเธอก็ไม่ได้แหกปากตะโกน อย่างไรก็ไม่เชื่อว่าจะมีคนได้ยิน

    หลินเซียวชำเลืองมองสวี่ม่ายซุ่ยแล้วมองหลินเจี้ยนเยี่ย คราวนี้ถึงได้ตอบกลับอย่างน่าสงสาร “ผมอ่านออกหมด”

    หลินเจี้ยนเยี่ย “ลูกบอกพ่อมาซิว่านี่มันอะไร?”

    หลินเซียวเข้าไปมองใกล้ ๆ ตอบอย่างตั้งใจ “ฉือ(รู้)”

    หลินเจี้ยนเยี่ยมองอย่างตั้งใจ ยิ่งมองคิ้วก็ยิ่งขมวด “ลูกไปเอามาจากไหนถึงอ่านว่าฉือ?”


    เขามองหลินเจี้ยนเยี่ยอย่างอาย ๆ ตอบกลับเสียงเบา “ผมรู้ว่าผมเขียนอะไร”


    หลินเจี้ยนเยี่ย…

    “ลูกนี่มันได้ย่ามาจริง ๆ ถึงได้ร้ายกาจแบบนี้ ไปเขียนตัวฉือมาให้พ่อสิบรอบ เขียนไม่ดีก็ไม่ต้องกินข้าว”


    หลินเซียวได้ฟังก็รีบหยิบปากกาในมือเขียนการบ้านอย่างตั้งใจ  จากนั้นก็มองหลินเจี้ยนเยี่ย


    หลินเจี้ยนเยี่ยเห็นตัวฉือที่เข้ารูปเข้ารอยแล้วก็มองเทียบกับตัวอักษรไก่เขี่ยก่อนหน้า ใบหน้าพลันครึ้มลง ยกมือขึ้นถูเหมือนจะตี หลินเซียวที่ตกใจกลัว จึงวิ่งไปหาสวี่ม่ายซุ่ย


    สวี่ม่ายซุ่ยมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ พูดกับหลินเจี้ยนเยี่ยว่า “พอแล้ว วันนั้นฉันไปหาม่ายเฉิงให้เอาสมุดคัดมาให้เขาฝึกอยู่บ้าน กินข้าวกันก่อน”

    หลินเจี้ยนเยี่ยฟังจบก็มองเขาอย่างดุดัน คราวนี้ถึงได้ยกชามขึ้นเริ่มคีบกับข้าว


    หลินเซียวเห็นแล้วก็ไม่กล้านั่งติดกับหลินเจี้ยนเยี่ย  มาเบียดอยู่กับสวี่ม่ายซุ่ยอย่างน่าสงสาร


    สวี่ม่ายซุ่ยเหลือบมองเขาอย่างหมดคำจะพูด จึงยกเก้าอี้ตัวเองให้เขานั่ง แล้วไปนั่งด้านข้างหลินเจี้ยนเยี่ยแทน


    กินข้าวเสร็จ หลินเจี้ยนเยี่ยก็ลุกขึ้นไปเก็บชามอย่างมีจิตสำนึก ปล่อยให้สวี่ม่ายซุ่ยได้ไปพัก

    รอเขาเก็บชามกลับมา ก็เห็นสวี่ม่ายซุ่ยกำลังนั่งหน้าโต๊ะหนังสือ จับปากกาเขียนอะไรบางอย่าง


    พอโน้มตัวเข้าไปดู ก็เห็นสิ่งที่เขียนและวาดไว้บนสมุด

    “นี่คุณทำอะไร?”

    สวี่ม่ายซุ่ยได้ยินเสียงเขาก็ตอบโดยที่ไม่หันกลับไปมอง “ฉันกำลังให้แต้มทำงานพวกเขา”


    หลินเจี้ยนเยี่ย “แต้มทำงาน? นี่มันงานที่หัวหน้าใหญ่ควรทำไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงให้คุณมาทำล่ะ?”


    สวี่ม่ายซุ่ย “อย่าพูดถึงเลย หัวหน้าใหญ่แบ่งจากภาพรวม จะให้เป็นรูปเป็นร่างต้องดูตามเวลาทำงาน


    หลินเจี้ยนเยี่ย “คุณกำลังจะบอกว่าพวกเขาทำงานไม่ดีเหรอ?”

    สวี่ม่ายซุ่ย “ไม่ใช่ว่าทำงานไม่ดี แต่เป็นการแอบอู้งานอย่างเปิดเผยต่างหาก ยี่สิบกว่าคน ทำทั้งบ่ายไม่ถึงสองไร่ ฉันเลยอยากให้พวกเขาแบ่งงานออกมา งานไหนมีค่ากี่แต้มทำงาน พื้นที่ใหญ่เท่าไหน ให้พวกเขาเลือกเอง ที่ที่ตัวเองเลือก ตัวเองต้องทำให้เสร็จวันนั้น ขอแค่ทำเสร็จก็กลับบ้านได้ คุณคิดว่าเป็นยังไงคะ”

    ………………………………………………………………………………………………………………..

    สารจากผู้แปล


    เออ ค่อยทำตัวสมกับเป็นสามีหน่อย ม่ายซุ่ยไม่ใช่เพื่อนเล่นนะ


    หลินเซียวก็อย่าดื้อกับแม่นักสิลูก 


    ชิวเฟิง



    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ย้อนเวลาไปเป็นมารดาปากแซ่บในยุค 70 ที่คุณอ่าน