บทที่ 18 ฉันตายแน่!
“ประธานสวี”
“ฮะ?” สวีเสวี่ยเจียวรีบหันกลับมา
วิศวกรพยักหน้าด้วยความชื่นชม “เสร็จสิ้นไปได้ด้วยดีครับ”
“ฉันรู้แล้ว”
ฝ่ายผู้มีอำนาจของกระทรวงควบคุมอาหารและยาเข้าไปจับมือลู่เฉิงเหวิน
“ประธานลู่ ผมรู้ว่าการตัดสินใจแบบนี้ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างสูง และยังต้องมีคุณธรรมเป็ที่ตั้งอีกด้วย ไม่มีใครรู้ว่าวันพรุ่งนี้โรงงานยาที่เก้าจะต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคอะไร แต่ในฐานะที่เป็นักเภสัชกรคนหนึ่ง ผมขอเป็ตัวแทนพวกเราทั้งหมดทุกคน แสดงความขอบคุณและแสดงความนับถืออย่างสูงในการตัดสินใจนี้ของคุณครับ”
ลู่เฉิงเหวินยิ้มน้อย ๆ “มันไม่ร้ายแรงถึงขนาดนั้นหรอกครับ มากสุดก็แค่ปิดโรงงาน และผมก็โดนสื่อด่าเละเทะเท่านั้น”
อีกฝ่ายหัวเราะพลางตบไหล่ลู่เฉิงเหวิน “ถ้าอย่างนั้นพวกเราทางนี้ก็จะเก็บงานแล้วนะครับ มีเื่อะไรก็ติดต่อพวกเรามาได้เลย”
“ขอบคุณครับ ขอโทษนะครับที่ทำให้ทุกท่านต้องพลอยลำบากไปด้วยเลย”
ฟ้าใกล้สว่างแล้ว
ปลายขอบฟ้าอันแสนห่างไกล แสงอาทิตย์เริ่มเปล่งประกาย
ลู่เฉิงเหวินรู้สึกเหนื่อยล้า
วันแรกที่ผ่านมิติเข้ามา เขาเลี่ยงการปะทะกับพระเอกอย่างหลงอ้าวเทียนมาแล้วสองครั้ง และพบกับนางเอกสองคนคนละสองครั้ง อีกทั้งยังรักษาระยะห่างได้เป็อย่างดี รวมถึงพยายามอย่างที่สุดที่จะทำลายสะพานเชื่อมระหว่างกัน
ถึงแม้ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จมากนัก ทว่าเขาก็ยังมีชีวิตรอด ยังคงมีขา เท่านี้ก็เป็เื่ที่ดีที่สุดแล้ว
เมื่อทำงานล่วงเวลามาทั้งคืน คนทั้งหลายทยอยเดินออกไปสตาร์ตรถของตัวเองเพื่อกลับไปพักผ่อนที่บ้าน
ลู่เฉิงเหวินเดินมาที่รถด้วยความอ่อนล้า ขณะนี้เองที่ผู้จัดการจางก็เดินมาหาชายหนุ่ม “ประธานลู่”
“อ้อ ผู้จัดการจาง ผมเหนื่อยมาก มีเื่อะไรเอาไว้คุยกันวันพรุ่งนี้ได้ไหม?”
ผู้จัดการจางหัวเราะฝืน ๆ ขึ้นมาทีหนึ่ง “ผมขอพูดแค่ประโยคเดียวเท่านั้นครับ”
เขาแทบทนไม่ไหวแล้ว เขาไม่มีแรงจะรับมือคนพวกนี้แล้วจริง ๆ
“ได้ ๆ ๆ คุณรีบว่ามา ผมเหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว”
“ขอบคุณมากครับ” ผู้จัดการจางโค้งทำความเคารพ จากนั้นก็ยืดตัวขึ้น น้ำตาคลอ พูดชื่นชมด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม “วันพรุ่งนี้ผมจะลาออก ประธานไม่ต้องกังวลนะครับ”
ผู้จัดการจางหมุนตัวพร้อมจะเดินจากไป ทว่าลู่เฉิงเหวินเรียกเขาไว้ “เดี๋ยวก่อน ทำไมถึงลาออก?”
“ผม...”
ลู่เฉิงเหวินเข้าใจแล้ว ครั้งนี้ผู้จัดการจาง ‘เป็ต้นเหตุ’ ที่ทำให้เขาเสียหายไปหลายร้อยล้าน ดังนั้นอีกฝ่ายจึงคิดจะลาออก
ชายหนุ่มหัวเราะ “อาจารย์จาง อาจารย์เป็เสาหลักของโรงงานเก้าของพวกเรา ถ้าไม่ได้อาจารย์สะกิดเตือนเื่ยาล็อตนี้ ผมก็แทบไม่อยากจะคิดถึงผลที่ตามมา อาจารย์ลาออกไม่ได้ครับ ถ้าอาจารย์ลาออกไป หากวันข้างหน้าเกิดมีเื่แบบนี้ขึ้นอีก ใครจะเป็คนบอกผมล่ะครับ? ใครจะช่วยผมแก้ไข? ถึงแม้อาจารย์จะไม่ชอบผม คิดว่าผมไม่ใช่คน แต่อย่างไรซะก็ยังคงผูกพันกับโรงงานเก้าอยู่บ้าง ผู้ป่วยเ่าั้ ผู้ป่วยที่้ายาที่ดีจริง ๆ เ่าั้ พวกเขา้าให้อาจารย์อยู่ต่อ และช่วยพวกเขาตรวจสอบคุณภาพอยู่นะครับ”
ผู้จัดการจางแทบไม่อยากจะเชื่อว่าคำพูดแบบนี้จะออกมาจากปากของลู่เฉิงเหวินได้
เขาใอย่างรุนแรง ทว่าก็รู้สึกซาบซึ้งใจมากอีกด้วย
“ประธานลู่ ผมขอพูดจากใจจริง เมื่อก่อนผมเข้าใจคุณผิด ผมต้องขอโทษด้วยจริง ๆ นะครับ เื่ในวันนี้ คุณทำให้ผมได้เปิดโลกทัศน์ นับแต่วันนี้เป็ต้นไป...”
“เอาเถอะ เอาเถอะ...” ลู่เฉิงเหวินตอบ “อาจารย์จาง ผมไม่มีแรงจะรับคำขอโทษหรือคำขอบคุณของอาจารย์แล้วจริง ๆ พักผ่อนให้เต็มที่ วันพรุ่งนี้ค่อยคุยเื่งานกันใหม่ ผมเหนื่อยแล้ว มีอะไรค่อยคุยกันวันพรุ่งนี้ดีไหม? วันนี้ผมรู้สึกเหนื่อยมาก”
“ครับ ได้... ได้ครับ คุณไปพักผ่อนก่อนก่อนเถอะครับ”
ลู่เฉิงเหวินถอนใจ จ้าวกังยกนิ้วให้ “คุณชาย เยี่ยมไปเลยครับ! เมื่อกี้นี้แสดงได้ดีมาก”
เขาตอบสีหน้าราบเรียบ “งั้นเหรอ?”
“รับรองได้ว่าฝีมือการแสดงถึงขั้นจะได้รับออสการ์เลยละครับ อาจารย์จางเกือบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว!”
“หุบปาก แล้วขับรถ”
“ครับ!”
ขณะนี้เอง เสียงที่คุ้นเคยเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “พี่เฉิงเหวิน จะกลับแล้วเหรอคะ?”
ลู่เฉิงเหวินเปิดประตูรถและหันกลับไปมอง สวีเสวี่ยเจียวยืนห่างออกไปไม่ไกลนัก อีกทั้งยังยืนอยู่ตรงนี้ได้สักพักหนึ่งแล้ว ดังนั้นจึงเห็นเขาสนทนากับผู้จัดการจางเมื่อครู่
“ซื้อใจคนเก่งเหมือนกันนี่ค่ะ” สวีเสวี่ยเจินพูด “คราวนี้อาจารย์จางคงจะนับถือพี่จนแทบก้มกราบแล้วละ”
ลู่เฉิงเหวินยืนแนบหัวกับขอบประตูรถเพื่อพักเอาแรงห้าวินาที จากนั้นก็เงยหน้าขึ้น “ไม่ว่าเธอ้าจะทำอะไร วันพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน วันนี้ฉันไม่อยากจะทำอะไรทั้งนั้น ถ้าแน่จริงก็ให้หลงอ้าวเทียนมาฆ่าฉันให้ตายตอนนี้เลย!”
“ทำไมถึงชอบพูดถึงคนคนนั้นนักนะ?” สวีเสวี่ยเจินอ้าปากหาว “ฟ้าใกล้สว่างแล้ว เลี้ยงอาหารเช้าฉันหน่อยสิคะ”
ลู่เฉิงเหวินมองเธอพร้อมกับส่ายหน้า ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “วันพรุ่งนี้หลังงานแถลงข่าวเสร็จ เธอเลือกเอาแล้วกันว่าจะยกหุ้นมาให้ฉัน หรือว่าให้ฉันยกหุ้นไปให้เธอ นับั้แ่นี้ไปเราตัดขาดจากกัน ถ้าเห็นแล้วก็ทำเป็ไม่รู้จักกัน ทำได้ไหมครับ?”
สวีเสวี่ยเจียวไม่รู้ว่าคนคนนี้เกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีก เธอทำอะไรให้เขาไม่พอใจเข้าอย่างนั้นเหรอ?
ทำไมเขาถึงไม่ชอบหน้าฉันถึงขนาดนี้?
สวีเสวี่ยเจียวรู้สึกราวกับตัวเองโดนทำร้ายจิตใจ
ั้แ่เล็กจนโต เด็กผู้ชายที่ชอบเล่นกับเธอมีมากมายจนนับไม่ถ้วน และมีคนไหนบ้างที่ไม่ชมว่าเธอสวยประดุจเทพธิดาหรือนางฟ้า?
ทำไมอีตานี่เห็นเธอแล้วทำท่าอย่างกับเห็นก้อนขี้หมา?
สวีเสวี่ยเจียวถามอย่างไม่พอใจ “ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้เบื่อหน้าฉันถึงขนาดนี้คะ?”
ลู่เฉิงเหวินเปิดประตูรถ “ไม่รู้ ไม่สำคัญ ลาก่อน”
พูดจบชายหนุ่มก็ไม่รอฟังคำตอบ เขามุดเข้าไปในรถ หลับตาอย่างสงบใจ “จ้าวกัง กลับบ้าน”
เมื่อเห็นรถของลู่เฉิงเหวินขับออกไปแล้ว
สวีเสวี่ยเจียวก็รู้สึกน้อยใจมาก
ไอ้ผู้ชายบ้า ต้องมีอะไรสักอย่างแน่ ๆ!
ตอนเด็ก ๆ เขาชอบหลอกฉันว่าจะเป็หมอตรวจสุขภาพให้ ทำไมตอนนี้ถึงทำแบบนี้กับฉันได้นะ?
อยากจะอยู่ให้ห่าง ๆ จากฉันนักใช่ไหม? ได้ ฉันจะคอยตามรังควาน! รังควานไม่เลิก!
หลังลู่เฉิงเหวินกลับถึงบ้าน เขาก็ถอดชุดนอกโยนลงกับพื้น พลางโถมตัวลงบนที่นอนคว่ำหน้าหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้น
ในที่สุดลู่เฉิงเหวินก็เริ่มลืมตา พลางขยับมือไปตามสัญชาตญาณ ก่อนที่มือของเขาจะแตะโดนูเานุ่ม ๆ แห่งหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ
เอ๊ะ?
บีบไปสองที นุ่มนิ่มดีจัง
นี่มันอะไรกัน?
เขาลืมตาขึ้น
... ฉันตายแน่!