ชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่57 ความหวาดกลัว

            ดวงตาของพวกมันเบิกกว้าง!!การปรากฏกายของสัตว์อสูรตัวนี้ทำให้พวกมันอดไม่ได้ที่จะสั่นเทิ้ม!

     

              “น่ากลัวเกินไปแล้ว!!!”

     

              ตอนนี้ไม่มีเวลาให้พวกมันคิดแล้วมีแต่ต้องลงมือจัดการหมีคลั่งตัวนี้ให้เร็วที่สุดจึงจะรอดพ้นจากการโจมตีของมัน

     

              ระหว่างที่คนในกลุ่มกำลังเบิกตาค้างอยู่นั้นหนิงเฟยหลงและเหอไฉเฉินต่างหันมาพยักหน้าให้กันคล้ายว่าทั้งสองจะเข้าใจความคิดของกันและกัน

     

              เหอไฉเฉินพุ่งเข้าปะทะกับหมีคลั่งในระยะประชิดพร้อมๆกับการพุ่งพรวดมาของหนิงเฟยหลงมาอยู่ด้านหน้าของเหอเจี๋ยและซ่งจิ่นติ้งที่อยู่ใกล้มันมากที่สุดในเวลานั้น

     

              ปัง! ชายทั้งสองไม่ทันได้เอ่ยวาจาใดๆ ยังคงสับสนอยู่แต่พอรู้สึกตัวอีกทีตนเองก็ลอยออกมาจากจุดเดิมเกือบหนึ่งร้อยจั้งแล้วทั้งสองคนตกลงบนพื้นด้วยความมึนงงขณะที่พวกมันกำลังจะลุกขึ้นก็มีร่างชายหนุ่มกับหญิงสาวคู่หญิงลอยตามมาตกลงเบื้องหน้า

     

              การเคลื่อนไหวและการลงมือของหนิงเฟยหลงนั้นรวดเร็วฉับไวเป็นอย่างมากถึงแม้จะใช้ฝ่ามือในการผลักออกแต่พวกมันกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดจากฝ่ามือนั้นเลยแม้แต่น้อยคล้ายว่านี่จะเป็นการโอบอุ้มจากสายลมหอบหิ้วพวกมันมาที่ตรงนี้เสียมากกว่าไม่ถึงกับนุ่มนวลแต่ก็ไม่นับว่ารุนแรง

     

              ในระหว่างนั้นเหอไฉเฉินก็เข้าปะทะกับหมีคลั่งไปพลางการต่อสู้ระยะประชิดไร้ผล ชายหนุ่มจึงถอยออกมาแล้วโจมตีด้วยคลื่นพลังแทน

     

            เหอไฉเฉินฟาดฟันกระบี่ของตนออกก่อพลังหยวนเป็นเกลียวคลื่นเข้าปะทะกับหมีคลั่งทว่านั่นไม่อาจทำร้ายเจ้าสัตว์อสูรตัวนี้ได้แม้แต่รอยแผลรอยเดียวรอยขีดข่วนเองยังแทบจะไม่มี มันจึงถอยร่นออกมาตั้งหลักใหม่

             

            “ร่างกายของมันแกร่งเกินไป!” ชายหนุ่มดูตกใจไม่น้อยเลย

             

            ถึงแม้จะยังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดก็ตามแต่นี่ก็เพียงพอจะสร้างบาดแผลเล็กน้อยได้แล้วแต่ผลที่ปรากฏออกมาช่างแตกต่างเหลือเกิน

             

            สีหน้าของเหอไฉเฉินพลันอึมครึม แววตาเผยให้เห็นถึงความวิตกกังวลมันไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อนการเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเช่นนี้หาได้ยากมากสำหรับมัน

             

            ถึงแม้เหอไฉเฉินจะถือว่าตนเองเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งก็ตามแต่ก็ไม่เคยออกไปจากขอบเขตที่ตนเองจะต่อกรได้เลย นั่นจึงทำให้การต่อสู้ครั้งนี้มันต้องเกิดความหวาดหวั่นจนอยากจะถอยหนี

             

            ทันใดนั้นก็มีชายหนุ่มอีกผู้หนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมสายลม 

             

            “เสี่ยวเฉินอย่าได้วิตกไป ข้ามาช่วยแล้ว”หนิงเฟยหลงเห็นเหอไฉเฉินมีสีหน้าที่ค่อนข้างย่ำแย่ จึงกล่าวให้คลายความกังวล

             

            ทว่าเหอไฉเฉินกลับหันมามองด้วยสายตาที่เย็นชา แล้วเอ่ยขึ้นว่า“เจ้านะหรือ?” ทำเอาหนิงเฟยหลงหางคิ้วกระตุก แล้วกลบเกลื่อนด้วยเสียงหัวเราะ

             

            หนิงเฟยหลงทอดสายตาไปที่หมีคลั่งสายตาก็กลับดูเย็นชาขึ้น!

             

            “เจ้าหมีโง่นี่มาหาที่ตายโดยแท้!!” หนิงเฟยหลงนึกขึ้นในใจ

             

            หมีคลั่งที่เห็นการมาเยือนของมนุษย์ที่ไม่เจียมตัวทั้งยังยืนประจันหน้าด้วยสายตาที่เย็นชาก็ยิ่งทำให้มันรู้สึกโกรธเกรี้ยวขึ้นมันวิ่งกระทืบเท้าทำเอาแผ่นสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นกลิ่นอายเชื้อสายแห่งราชันปะทุออกจากตัวของมันแผ่รัศมีออกไปทั่วบริเวณ

             

            ตึง! ตึง!

             

            ทุกฝีก้าวที่หมีคลั่งวิ่งผ่านนั้นเต็มไปด้วยรอยเท้าขนาดมหึมาลงลึกไปราว ๆ หนึ่งฉื่อ

             

            สีหน้าของเหอไฉเฉินเคร่งเครียดหนักกว่าเดิม การก้าวเดินของหมีคลั่งส่งผลกระทบต่อจิตใจของมันคล้ายว่าการมาของหนิงเฟยหลงไม่ได้ช่วยให้มันผ่อนคลายเท่าไหร่นัก

             

            ต่างจากหนิงเฟยหลงที่สีหน้าดูเย็นชาลงเรื่อย ๆ ชายหนุ่มก้าวย่างออกไปด้านหน้าอย่างมั่นคงไม่ได้เกรงกลัวหมีคลั่งตัวนี้เลยแม้แต่น้อย

             

            “เจ้านี่มันบ้าเกินไปแล้ว...!”

             

            เหอไฉเฉินมองหนิงเฟยหลงอย่างกับมันเป็นคนบ้า คนบ้าที่เดินหาความตาย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าหมีคลั่งแข็งแกร่งขนาดนี้มันไม่สามารถเอ่ยสิ่งใดได้เลยในขณะนี้ มีเพียงความกลัวที่กัดกินหัวใจความกล้าของมัน

             

            เหอไฉเฉินพลันรู้สึกว่า ภาพในหัวนั้นน่าหวาดกลัวยิ่ง! หมีคลั่งนั้น ยิ่งมาก็ยิ่งใหญ่โต ยิ่งมาก็ยิ่งโหดเหี้ยมในใจก็รู้สึกว่ายิ่งมาก็ยิ่งหนาวเหน็บ ยิ่งมาก็ยิ่งสั่นสะท้าน! ประหนึ่งก้าวพบเจอกับพญามัจจุราชที่ปลดปล่อยกลิ่นอายที่น่าหวาดหวั่นทำเอาขนลุกพอง สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ!

             

            “น่ากลัวจนเกินไป..”

             

            แววตาที่เหอไฉเฉินมองเห็นหมีคลั่งในตอนนี้นั้นเหมือนกับมองเห็นราชันแห่งสัตว์อสูรที่สูงใหญ่กว่าร้อยจั้งกำลังก้าวเดินเข้ามาพร้อมพลังที่สามารถบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่างได้ในพริบตา! ตัวของมันสั่นระริก!

             

            อันที่จริงแล้วนี่ก็เป็นความสามารถหนึ่งของหมีคลั่งมันคือความสามารถที่ทำให้ผู้อื่นหวาดกลัวต่อมันยิ่งขึ้น จนไม่อาจต้านทานได้มันไม่ใช่ภาพหลอน แต่มันคือการทำให้ศัตรูสั่งสมความกลัวจากมัน

             

            เมื่อศัตรูสัมผัสถึงความแข็งแกร่งของมันได้ ความแข็งแกร่งของมันในความคิดของมันสำหรับผู้นั้นก็จะยิ่งทวีคูณนับสิบเท่า!

             

            นับเป็นความสามารถที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมากที่สามารถสยบศัตรูได้ตั้งแต่รับรู้ถึงความแข็งแกร่งของมันแต่จุดอ่อนของความสามารถนี้ก็มี นั่นคือหากฝ่ายตรงข้ามมีพลังที่มากกว่าหรือพลังในการต่อสู้ที่มากกว่าย่อมไม่สามารถที่จะใช้ความสามารถนี้ได้

             

            ซึ่งหนิงเฟยหลงก็เป็นหนึ่งในคนที่ไม่ได้รับผลกระทบนี้ด้วยพลังจิตที่สูงส่งกว่าถึงแม้จะพึ่งเข้ามาถึงระดับก่อจิตขั้นต้นได้เท่านั้นแต่นี่ก็เพียงพอแล้วสำหรับการต่อกรกับสัตว์อสูรขั้นที่สามที่เน้นพละกำลังมากกว่าพลังจิตวิญญาณ

             

            เพียงพริบตาหมีคลั่งก็มาถึงตัวของชายหนุ่มแล้ว ชายหนุ่มนัยน์ตาแคบลง

             

            ตู้ม!!!!

             

            หัวใจของเหอไฉเฉินเต้นโครมครามไม่หยุด ดวงตาสั่นไหวในยามนี้ที่หมีคลั่งใช้เท้าเหยียบลงใส่หนิงเฟยหลงนั้น มันก็มองดูอยู่ใจหนึ่งก็อยากจะเข้าไปช่วย ทว่าความกล้าหาญที่เคยมีบัดนี้ไม่รู้ว่ามันมลายหายไปที่ใด

             

            “เสี่ยว....หลง....” เหอไฉเฉินกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบาท่ามกลางภาพเหตุการณ์ที่หนิงเฟยหลงถูกเหยียบลงอย่างไม่อาจต้านทานฝุ่นดินฟุ้งตลบทำให้มองไม่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น

             

            เหอไฉเฉินหงุดหงิดกับตนเองจนแทบเป็นบ้า นี่มันไม่สามารถทำสิ่งใดได้เลยได้เพียงมองดูเพื่อนของตนตายไปอย่างนี้เช่นนั้นหรือ?

             

            ชายหนุ่มพยายามต่อสู้กับความหวดกลัว ร่างกายเริ่มสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง! ไม่ใช่ว่ามันจะเกิดความกลัวที่มากขึ้นแต่เป็นการปลุกเร้าความกล้าหาญของตนเอง ปลดปล่อยให้ตนเองเกิดความกลัวถึงที่สุดแล้วจึงแทนที่ด้วยความบ้าคลั่ง!!

             

            ทันใดนั้นเองเหอไฉเฉินก็ต้องหยุดชะงักอย่างควบคุมไม่ได้!

             

            ตู้ม!!!!

             

            โฮก!!!!ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าของเหอไฉเฉินคือหมีคลั่งที่ถูกทำให้ลอยล่องอยู่บนฟากฟ้าแล้วตกร่วงลงมาสู่พื้นอย่างรุนแรง!

             

            “..เกิดอะไรขึ้น....” แววตาของมันค่อนข้างจะสับสน

             

            แต่แล้วภาพถัดไปที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าก็ได้ตอบคำถามภายในใจของมันทั้งหมด

             

            ภายในหลุมที่เกิดจากการกระทืบของเจ้าหมีคลั่งก็ปรากฏบุรุษผู้หนึ่งเหยียบย่างสายลมขึ้นมา ชายเสื้อของมันปลิวไสว เส้นผมลู่ไปตามกระแสลมแววตาฉายประกายเย็นเยียบ!

             

            “เสี่ยวหลง!!” ในครานี้เสียงที่เอ่ยออกมาของเหอไฉเฉินหนักแน่นขึ้น

             

            เมื่อเห็นว่าหนิงเฟยหลงยังไม่ตายทั้งยังต้านรับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้ในใจก็พลันบังเกิดความปิติยินดี ความหวาดกลัวที่มีนั้นเริ่มมลาย

             

            “เขาแข็งแกร่งมากจริง ๆ”

             

            เดิมทีเหอไฉเฉินคิดว่าตนเองและหนิงเฟยหลงนั้นมีความสามารถพอ ๆ กันแต่พอมาเห็นถึงความห้าวหาญและความแข็งแกร่งในตอนนี้ของหนิงเฟยหลงมันก็ต้องรู้สึกสมเพศตนอย่างยิ่งที่กล้านำชายหนุ่มผู้มากพรสวรรค์มาเปรียบเทียบกับตนเองช่างโง่เขลา....ช่างเขลานัก!

             

              แววตาของชายหนุ่มสั่นระริกไปมาเหอไฉเฉินสูดลมหายใจยาว ในที่สุดมันก็ตัดสินใจได้แล้ว!

     

              “ย้าก!!!!!”

     

              เหอเฉินไฉร้องคำรามออกมา หนิงเฟยหลงที่กำลังจ้องมองหมีคลั่งด้วยสายตาเยียบเย็นก็ต้องตกตะลึงเมื่อจู่ ๆด้านหลังของตนมีคลื่นพลังมหาศาลก่อตัวขึ้น

     

              เมื่อหันกลับไปมองก็พบกับชายหนุ่มอาภรณ์ฟ้าที่มีสายตาเด็ดเดี่ยวถือกระบี่ฟ้าอยู่ในมือยืนเด่นบนอากาศทั้งยังปลดปล่อยพลังหยวนออกมาอย่างท้วมท้น

     

              “ข้ามผ่านได้แล้วสินะ..”รอยยิ้มก็เกิดขึ้นบนใบหน้าของหนิงเฟยหลง

     

              เหอไฉเฉินที่ลอยอยู่บนอากาศเพียงพริบตาก็ไปปรากฏอยู่ที่หน้าของหมีคลั่งหมีคลั่งเองก็ตกใจไม่น้อยที่เห็นชายหนุ่มผู้นี้มาปรากฏอยู่ตรงหน้าโดยที่มันไม่รู้ตัวแต่ก็ไม่ได้ถอยหนี

     

              หมีคลั่งยกมือของตนขึ้นมาเผยให้เห็นถึงฝ่ามือขนาดใหญ่ที่สามารถบดขยี้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดพลังได้อย่างง่ายดาย

     

              ฝ่ามือนั้นแม้ว่าจะใหญ่โตทว่ากลับไม่ได้เชื่องช้า ยิ่งมาก็ก็ยิ่งรวดเร็ว ยิ่งมาก็ยิ่งรุนแรง คล้ายฟ้าดินถล่มทลายลงมา

     

              ทันทีที่ฝ่ามือนั้นจะมาถึงตัวของชายหนุ่มนัยน์ตาของเหอไฉเฉินก็ยิ่งเด็ดเดี่ยวมากขึ้น!

     

              “เดรัจฉาน!!!!”

     

              วารีหมุนวน!!

     

              เมื่อฝ่ามือของหมีคลั่งมาถึงก็ต้องทำให้เจ้าหมีคลั่งนั้นตกใจเมื่อพบว่าฝ่ามือของตนถูกดูดกลืนด้วยคลื่นวารีที่หมุนเป็นซ้อนเป็นชั้น ๆทั้งที่ควรจะบดขยี้ทำลายได้โดยง่ายกลับโดนสลายพลังและดูดกลืน!

     

              หนิงเฟยหลงเองก็ตะลึงพูดอะไรไม่ออกแต่จังหวะนี้นั้นสำคัญมากที่จะเผด็จศึก! ชายหนุ่มไม่รอช้าพุ่งทะยานไปกับสายลมปลดปล่อยกระบี่สายลมออกมาฟาดฟันไปที่สัตว์อสูรนั้นด้วยความรวดเร็ว

     

              “โฮก!!!!!!”

     

              หมีคลั่งคำรามออกมาดังกว่าที่เคยสีหน้าของซ่งจิ่นติ้ง เหอเจี๋ย หนิงอันอัน และจูเหยียน นั้นซีดขาวลงทันตา

     

              “เสียงร้อง...ที่ดูโหยหวนนี่มันอะไรกัน!!”

     

              พวกมันทั้งสี่ต่างรีบพากันไปยังสถานที่ต่อสู้หวังจะไปดูให้เห็นเหตุการณ์ ในใจก็นึกวิตกขึ้นมา หากมีสิ่งใดผิดพลาดจะได้เข้าไปช่วยได้ทันท่วงที

     

              ทั้งสี่คนมาถึงแล้วก็ต้องตะลึงงันเมื่อชายหนุ่มอาภรณ์ขาวและฟ้า ต่างสลับกันโจมตีหมีคลั่งด้วยท่วงท่าที่ฉับไวและการโจมตีที่รุนแรง อากาศเกิดความผันผวน พลังหยวนถูกปลดปล่อยอย่างมหาศาล

     

              การต่อสู้นี้ดุเดือดเป็นอย่างมากต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใครแววตาของคุณชายทั้งสองแฝงไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม!

     

              รอยยิ้มเริ่มปรากฏบนใบหน้าของพวกมันแล้วเมื่อเห็นว่าหมีคลั่งนั้นเริ่มอ่อนแรงลง

     

              “!!!!!!!!”

     

              ทว่าหนิงเฟยหลงและเหอไฉเฉินที่กำลังจะสังหารหมีคลั่งก็ได้หยุดมือลงพร้อมกับคลื่นพลังที่แปลกประหลาดที่พวกมันไม่เคยรู้จักถาโถมเข้ามาป้องกันหมีคลั่งเอาไว้คลื่นพลังนี้แข็งแกร่งมาก มันดูแตกต่างจากพลังหยวนอย่างสิ้นเชิงและทรงพลังเกินกว่าที่จะนำมาเปรียบเทียบได้

     

              พลังนั้นไม่ได้หมุนเป็นเกลียวหรือเป็นชั้นๆป้องกันหมีคลั่ง แต่มันคล้ายกับแก้วบางที่ครอบหมีคลั่งไว้อยู่และพลังนั้นก็ได้ผลักให้ชายหนุ่มทั้งสองต้องถอยออกมา

     

              เพียงมองดูก็รู้ได้เลยว่าพลังนี้ไม่อาจทำลายลงได้ แม้ว่าพวกมันจะใช้พลังทั้งหมดก็ตาม ถึงแม้หนิงเฟยหลงจะปลดล็อกพลังที่กักเก็บไว้ก็ไม่อาจทำให้พลังนี้เกิดร่องรอยแตกหักหรือสูญสลายเลยแม้แต่น้อย

     

              พลังที่ออกมานั้นมีกลิ่นอายที่สูงส่งเป็นอย่างมากคล้ายกับพลังศักดิ์สิทธิ์ที่มนุษย์ไม่อาจเอื้อมไปถึงมันได้

     

              สีหน้าของหนิงเฟยหลงและเหอเฉินไฉย่ำแย่ลงมันไม่อาจรู้ได้เลยว่าสิ่งที่พวกมันพบเจอคือสิ่งใด?

     

              “หยุดมือก่อน..”

     

              

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน