ดวงตาของพวกมันเบิกกว้าง!!การปรากฏกายของสัตว์อสูรตัวนี้ทำให้พวกมันอดไม่ได้ที่จะสั่นเทิ้ม!
“น่ากลัวเกินไปแล้ว!!!”
ตอนนี้ไม่มีเวลาให้พวกมันคิดแล้วมีแต่ต้องลงมือจัดการหมีคลั่งตัวนี้ให้เร็วที่สุดจึงจะรอดพ้นจากการโจมตีของมัน
ระหว่างที่คนในกลุ่มกำลังเบิกตาค้างอยู่นั้นหนิงเฟยหลงและเหอไฉเฉินต่างหันมาพยักหน้าให้กันคล้ายว่าทั้งสองจะเข้าใจความคิดของกันและกัน
เหอไฉเฉินพุ่งเข้าปะทะกับหมีคลั่งในระยะประชิดพร้อมๆกับการพุ่งพรวดมาของหนิงเฟยหลงมาอยู่ด้านหน้าของเหอเจี๋ยและซ่งจิ่นติ้งที่อยู่ใกล้มันมากที่สุดในเวลานั้น
ปัง! ชายทั้งสองไม่ทันได้เอ่ยวาจาใดๆ ยังคงสับสนอยู่แต่พอรู้สึกตัวอีกทีตนเองก็ลอยออกมาจากจุดเดิมเกือบหนึ่งร้อยจั้งแล้วทั้งสองคนตกลงบนพื้นด้วยความมึนงงขณะที่พวกมันกำลังจะลุกขึ้นก็มีร่างชายหนุ่มกับหญิงสาวคู่หญิงลอยตามมาตกลงเบื้องหน้า
การเคลื่อนไหวและการลงมือของหนิงเฟยหลงนั้นรวดเร็วฉับไวเป็นอย่างมากถึงแม้จะใช้ฝ่ามือในการผลักออกแต่พวกมันกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดจากฝ่ามือนั้นเลยแม้แต่น้อยคล้ายว่านี่จะเป็นการโอบอุ้มจากสายลมหอบหิ้วพวกมันมาที่ตรงนี้เสียมากกว่าไม่ถึงกับนุ่มนวลแต่ก็ไม่นับว่ารุนแรง
ในระหว่างนั้นเหอไฉเฉินก็เข้าปะทะกับหมีคลั่งไปพลางการต่อสู้ระยะประชิดไร้ผล ชายหนุ่มจึงถอยออกมาแล้วโจมตีด้วยคลื่นพลังแทน
เหอไฉเฉินฟาดฟันกระบี่ของตนออกก่อพลังหยวนเป็นเกลียวคลื่นเข้าปะทะกับหมีคลั่งทว่านั่นไม่อาจทำร้ายเจ้าสัตว์อสูรตัวนี้ได้แม้แต่รอยแผลรอยเดียวรอยขีดข่วนเองยังแทบจะไม่มี มันจึงถอยร่นออกมาตั้งหลักใหม่
“ร่างกายของมันแกร่งเกินไป!” ชายหนุ่มดูตกใจไม่น้อยเลย
ถึงแม้จะยังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดก็ตามแต่นี่ก็เพียงพอจะสร้างบาดแผลเล็กน้อยได้แล้วแต่ผลที่ปรากฏออกมาช่างแตกต่างเหลือเกิน
สีหน้าของเหอไฉเฉินพลันอึมครึม แววตาเผยให้เห็นถึงความวิตกกังวลมันไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อนการเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเช่นนี้หาได้ยากมากสำหรับมัน
ถึงแม้เหอไฉเฉินจะถือว่าตนเองเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งก็ตามแต่ก็ไม่เคยออกไปจากขอบเขตที่ตนเองจะต่อกรได้เลย นั่นจึงทำให้การต่อสู้ครั้งนี้มันต้องเกิดความหวาดหวั่นจนอยากจะถอยหนี
ทันใดนั้นก็มีชายหนุ่มอีกผู้หนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมสายลม
“เสี่ยวเฉินอย่าได้วิตกไป ข้ามาช่วยแล้ว”หนิงเฟยหลงเห็นเหอไฉเฉินมีสีหน้าที่ค่อนข้างย่ำแย่ จึงกล่าวให้คลายความกังวล
ทว่าเหอไฉเฉินกลับหันมามองด้วยสายตาที่เย็นชา แล้วเอ่ยขึ้นว่า“เจ้านะหรือ?” ทำเอาหนิงเฟยหลงหางคิ้วกระตุก แล้วกลบเกลื่อนด้วยเสียงหัวเราะ
หนิงเฟยหลงทอดสายตาไปที่หมีคลั่งสายตาก็กลับดูเย็นชาขึ้น!
“เจ้าหมีโง่นี่มาหาที่ตายโดยแท้!!” หนิงเฟยหลงนึกขึ้นในใจ
หมีคลั่งที่เห็นการมาเยือนของมนุษย์ที่ไม่เจียมตัวทั้งยังยืนประจันหน้าด้วยสายตาที่เย็นชาก็ยิ่งทำให้มันรู้สึกโกรธเกรี้ยวขึ้นมันวิ่งกระทืบเท้าทำเอาแผ่นสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นกลิ่นอายเชื้อสายแห่งราชันปะทุออกจากตัวของมันแผ่รัศมีออกไปทั่วบริเวณ
ตึง! ตึง!
ทุกฝีก้าวที่หมีคลั่งวิ่งผ่านนั้นเต็มไปด้วยรอยเท้าขนาดมหึมาลงลึกไปราว ๆ หนึ่งฉื่อ
สีหน้าของเหอไฉเฉินเคร่งเครียดหนักกว่าเดิม การก้าวเดินของหมีคลั่งส่งผลกระทบต่อจิตใจของมันคล้ายว่าการมาของหนิงเฟยหลงไม่ได้ช่วยให้มันผ่อนคลายเท่าไหร่นัก
ต่างจากหนิงเฟยหลงที่สีหน้าดูเย็นชาลงเรื่อย ๆ ชายหนุ่มก้าวย่างออกไปด้านหน้าอย่างมั่นคงไม่ได้เกรงกลัวหมีคลั่งตัวนี้เลยแม้แต่น้อย
“เจ้านี่มันบ้าเกินไปแล้ว...!”
เหอไฉเฉินมองหนิงเฟยหลงอย่างกับมันเป็นคนบ้า คนบ้าที่เดินหาความตาย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าหมีคลั่งแข็งแกร่งขนาดนี้มันไม่สามารถเอ่ยสิ่งใดได้เลยในขณะนี้ มีเพียงความกลัวที่กัดกินหัวใจความกล้าของมัน
เหอไฉเฉินพลันรู้สึกว่า ภาพในหัวนั้นน่าหวาดกลัวยิ่ง! หมีคลั่งนั้น ยิ่งมาก็ยิ่งใหญ่โต ยิ่งมาก็ยิ่งโหดเหี้ยมในใจก็รู้สึกว่ายิ่งมาก็ยิ่งหนาวเหน็บ ยิ่งมาก็ยิ่งสั่นสะท้าน! ประหนึ่งก้าวพบเจอกับพญามัจจุราชที่ปลดปล่อยกลิ่นอายที่น่าหวาดหวั่นทำเอาขนลุกพอง สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ!
“น่ากลัวจนเกินไป..”
แววตาที่เหอไฉเฉินมองเห็นหมีคลั่งในตอนนี้นั้นเหมือนกับมองเห็นราชันแห่งสัตว์อสูรที่สูงใหญ่กว่าร้อยจั้งกำลังก้าวเดินเข้ามาพร้อมพลังที่สามารถบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่างได้ในพริบตา! ตัวของมันสั่นระริก!
อันที่จริงแล้วนี่ก็เป็นความสามารถหนึ่งของหมีคลั่งมันคือความสามารถที่ทำให้ผู้อื่นหวาดกลัวต่อมันยิ่งขึ้น จนไม่อาจต้านทานได้มันไม่ใช่ภาพหลอน แต่มันคือการทำให้ศัตรูสั่งสมความกลัวจากมัน
เมื่อศัตรูสัมผัสถึงความแข็งแกร่งของมันได้ ความแข็งแกร่งของมันในความคิดของมันสำหรับผู้นั้นก็จะยิ่งทวีคูณนับสิบเท่า!
นับเป็นความสามารถที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมากที่สามารถสยบศัตรูได้ตั้งแต่รับรู้ถึงความแข็งแกร่งของมันแต่จุดอ่อนของความสามารถนี้ก็มี นั่นคือหากฝ่ายตรงข้ามมีพลังที่มากกว่าหรือพลังในการต่อสู้ที่มากกว่าย่อมไม่สามารถที่จะใช้ความสามารถนี้ได้
ซึ่งหนิงเฟยหลงก็เป็นหนึ่งในคนที่ไม่ได้รับผลกระทบนี้ด้วยพลังจิตที่สูงส่งกว่าถึงแม้จะพึ่งเข้ามาถึงระดับก่อจิตขั้นต้นได้เท่านั้นแต่นี่ก็เพียงพอแล้วสำหรับการต่อกรกับสัตว์อสูรขั้นที่สามที่เน้นพละกำลังมากกว่าพลังจิตวิญญาณ
เพียงพริบตาหมีคลั่งก็มาถึงตัวของชายหนุ่มแล้ว ชายหนุ่มนัยน์ตาแคบลง
ตู้ม!!!!
หัวใจของเหอไฉเฉินเต้นโครมครามไม่หยุด ดวงตาสั่นไหวในยามนี้ที่หมีคลั่งใช้เท้าเหยียบลงใส่หนิงเฟยหลงนั้น มันก็มองดูอยู่ใจหนึ่งก็อยากจะเข้าไปช่วย ทว่าความกล้าหาญที่เคยมีบัดนี้ไม่รู้ว่ามันมลายหายไปที่ใด
“เสี่ยว....หลง....” เหอไฉเฉินกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบาท่ามกลางภาพเหตุการณ์ที่หนิงเฟยหลงถูกเหยียบลงอย่างไม่อาจต้านทานฝุ่นดินฟุ้งตลบทำให้มองไม่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น
เหอไฉเฉินหงุดหงิดกับตนเองจนแทบเป็นบ้า นี่มันไม่สามารถทำสิ่งใดได้เลยได้เพียงมองดูเพื่อนของตนตายไปอย่างนี้เช่นนั้นหรือ?
ชายหนุ่มพยายามต่อสู้กับความหวดกลัว ร่างกายเริ่มสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง! ไม่ใช่ว่ามันจะเกิดความกลัวที่มากขึ้นแต่เป็นการปลุกเร้าความกล้าหาญของตนเอง ปลดปล่อยให้ตนเองเกิดความกลัวถึงที่สุดแล้วจึงแทนที่ด้วยความบ้าคลั่ง!!
ทันใดนั้นเองเหอไฉเฉินก็ต้องหยุดชะงักอย่างควบคุมไม่ได้!
ตู้ม!!!!
โฮก!!!!ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าของเหอไฉเฉินคือหมีคลั่งที่ถูกทำให้ลอยล่องอยู่บนฟากฟ้าแล้วตกร่วงลงมาสู่พื้นอย่างรุนแรง!
“..เกิดอะไรขึ้น....” แววตาของมันค่อนข้างจะสับสน
แต่แล้วภาพถัดไปที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าก็ได้ตอบคำถามภายในใจของมันทั้งหมด
ภายในหลุมที่เกิดจากการกระทืบของเจ้าหมีคลั่งก็ปรากฏบุรุษผู้หนึ่งเหยียบย่างสายลมขึ้นมา ชายเสื้อของมันปลิวไสว เส้นผมลู่ไปตามกระแสลมแววตาฉายประกายเย็นเยียบ!
“เสี่ยวหลง!!” ในครานี้เสียงที่เอ่ยออกมาของเหอไฉเฉินหนักแน่นขึ้น
เมื่อเห็นว่าหนิงเฟยหลงยังไม่ตายทั้งยังต้านรับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้ในใจก็พลันบังเกิดความปิติยินดี ความหวาดกลัวที่มีนั้นเริ่มมลาย
“เขาแข็งแกร่งมากจริง ๆ”
เดิมทีเหอไฉเฉินคิดว่าตนเองและหนิงเฟยหลงนั้นมีความสามารถพอ ๆ กันแต่พอมาเห็นถึงความห้าวหาญและความแข็งแกร่งในตอนนี้ของหนิงเฟยหลงมันก็ต้องรู้สึกสมเพศตนอย่างยิ่งที่กล้านำชายหนุ่มผู้มากพรสวรรค์มาเปรียบเทียบกับตนเองช่างโง่เขลา....ช่างเขลานัก!
แววตาของชายหนุ่มสั่นระริกไปมาเหอไฉเฉินสูดลมหายใจยาว ในที่สุดมันก็ตัดสินใจได้แล้ว!
“ย้าก!!!!!”
เหอเฉินไฉร้องคำรามออกมา หนิงเฟยหลงที่กำลังจ้องมองหมีคลั่งด้วยสายตาเยียบเย็นก็ต้องตกตะลึงเมื่อจู่ ๆด้านหลังของตนมีคลื่นพลังมหาศาลก่อตัวขึ้น
เมื่อหันกลับไปมองก็พบกับชายหนุ่มอาภรณ์ฟ้าที่มีสายตาเด็ดเดี่ยวถือกระบี่ฟ้าอยู่ในมือยืนเด่นบนอากาศทั้งยังปลดปล่อยพลังหยวนออกมาอย่างท้วมท้น
“ข้ามผ่านได้แล้วสินะ..”รอยยิ้มก็เกิดขึ้นบนใบหน้าของหนิงเฟยหลง
เหอไฉเฉินที่ลอยอยู่บนอากาศเพียงพริบตาก็ไปปรากฏอยู่ที่หน้าของหมีคลั่งหมีคลั่งเองก็ตกใจไม่น้อยที่เห็นชายหนุ่มผู้นี้มาปรากฏอยู่ตรงหน้าโดยที่มันไม่รู้ตัวแต่ก็ไม่ได้ถอยหนี
หมีคลั่งยกมือของตนขึ้นมาเผยให้เห็นถึงฝ่ามือขนาดใหญ่ที่สามารถบดขยี้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดพลังได้อย่างง่ายดาย
ฝ่ามือนั้นแม้ว่าจะใหญ่โตทว่ากลับไม่ได้เชื่องช้า ยิ่งมาก็ก็ยิ่งรวดเร็ว ยิ่งมาก็ยิ่งรุนแรง คล้ายฟ้าดินถล่มทลายลงมา
ทันทีที่ฝ่ามือนั้นจะมาถึงตัวของชายหนุ่มนัยน์ตาของเหอไฉเฉินก็ยิ่งเด็ดเดี่ยวมากขึ้น!
“เดรัจฉาน!!!!”
วารีหมุนวน!!
เมื่อฝ่ามือของหมีคลั่งมาถึงก็ต้องทำให้เจ้าหมีคลั่งนั้นตกใจเมื่อพบว่าฝ่ามือของตนถูกดูดกลืนด้วยคลื่นวารีที่หมุนเป็นซ้อนเป็นชั้น ๆทั้งที่ควรจะบดขยี้ทำลายได้โดยง่ายกลับโดนสลายพลังและดูดกลืน!
หนิงเฟยหลงเองก็ตะลึงพูดอะไรไม่ออกแต่จังหวะนี้นั้นสำคัญมากที่จะเผด็จศึก! ชายหนุ่มไม่รอช้าพุ่งทะยานไปกับสายลมปลดปล่อยกระบี่สายลมออกมาฟาดฟันไปที่สัตว์อสูรนั้นด้วยความรวดเร็ว
“โฮก!!!!!!”
หมีคลั่งคำรามออกมาดังกว่าที่เคยสีหน้าของซ่งจิ่นติ้ง เหอเจี๋ย หนิงอันอัน และจูเหยียน นั้นซีดขาวลงทันตา
“เสียงร้อง...ที่ดูโหยหวนนี่มันอะไรกัน!!”
พวกมันทั้งสี่ต่างรีบพากันไปยังสถานที่ต่อสู้หวังจะไปดูให้เห็นเหตุการณ์ ในใจก็นึกวิตกขึ้นมา หากมีสิ่งใดผิดพลาดจะได้เข้าไปช่วยได้ทันท่วงที
ทั้งสี่คนมาถึงแล้วก็ต้องตะลึงงันเมื่อชายหนุ่มอาภรณ์ขาวและฟ้า ต่างสลับกันโจมตีหมีคลั่งด้วยท่วงท่าที่ฉับไวและการโจมตีที่รุนแรง อากาศเกิดความผันผวน พลังหยวนถูกปลดปล่อยอย่างมหาศาล
การต่อสู้นี้ดุเดือดเป็นอย่างมากต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใครแววตาของคุณชายทั้งสองแฝงไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม!
รอยยิ้มเริ่มปรากฏบนใบหน้าของพวกมันแล้วเมื่อเห็นว่าหมีคลั่งนั้นเริ่มอ่อนแรงลง
“!!!!!!!!”
ทว่าหนิงเฟยหลงและเหอไฉเฉินที่กำลังจะสังหารหมีคลั่งก็ได้หยุดมือลงพร้อมกับคลื่นพลังที่แปลกประหลาดที่พวกมันไม่เคยรู้จักถาโถมเข้ามาป้องกันหมีคลั่งเอาไว้คลื่นพลังนี้แข็งแกร่งมาก มันดูแตกต่างจากพลังหยวนอย่างสิ้นเชิงและทรงพลังเกินกว่าที่จะนำมาเปรียบเทียบได้
พลังนั้นไม่ได้หมุนเป็นเกลียวหรือเป็นชั้นๆป้องกันหมีคลั่ง แต่มันคล้ายกับแก้วบางที่ครอบหมีคลั่งไว้อยู่และพลังนั้นก็ได้ผลักให้ชายหนุ่มทั้งสองต้องถอยออกมา
เพียงมองดูก็รู้ได้เลยว่าพลังนี้ไม่อาจทำลายลงได้ แม้ว่าพวกมันจะใช้พลังทั้งหมดก็ตาม ถึงแม้หนิงเฟยหลงจะปลดล็อกพลังที่กักเก็บไว้ก็ไม่อาจทำให้พลังนี้เกิดร่องรอยแตกหักหรือสูญสลายเลยแม้แต่น้อย
พลังที่ออกมานั้นมีกลิ่นอายที่สูงส่งเป็นอย่างมากคล้ายกับพลังศักดิ์สิทธิ์ที่มนุษย์ไม่อาจเอื้อมไปถึงมันได้
สีหน้าของหนิงเฟยหลงและเหอเฉินไฉย่ำแย่ลงมันไม่อาจรู้ได้เลยว่าสิ่งที่พวกมันพบเจอคือสิ่งใด?
“หยุดมือก่อน..”