ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 94 ติดอยู่ในกรง

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 94 ติดอยู่ในกรง





            ชายร่างอ้วนยืนนิ่ง จ้องมองรอบตัวด้วยความตื่นตระหนก



            “ไม่ๆ ไม่ควรสิ้นสุดเส้นทางตรงนี้สิ” ชายร่างอ้วนบ่นพึมพำกับตนเอง ก่อนจะหันเหสายตาไปมองสหายข้างกายด้วยความวิตก



            “พวกเราแย่แล้ว.....รีบออกจากที่นี่เร็วเข้า!” ชายร่างอ้วนตะโกนเสียงดังก่อนจะหมุนตัวกลับหลัง วิ่งนำคาลอสไปยังเส้นทางที่เดินเข้ามา



            คาลอสที่ยังไม่ทันเข้าใจสถานการณ์ดีนักก็รีบวิ่งตามฮิคาริสไปอย่างรวดเร็ว หากอีกฝ่ายทำตัวร้อนรนเช่นนี้ หมายความว่ามีอันตรายใหญ่หลวงรออยู่แน่นอน เขาไม่จำเป็นต้องสงสัยในความรู้ความเข้าใจของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย



            ครืน



            ปัง!



            โลหะสีเงินที่อยู่ตามผนังส่วนบน เคลื่อนตัวลงมาด้านล่างอย่างฉับพลัน เช่นเดียวกับทางเข้า แท่งโลหะสีเงินหลายสิบเส้นก็พุ่งลงมาปักที่พื้น ปิดกั้นทางเข้าออกที่มีอยู่ทางเดียวจนทั้งคู่ไม่สามารถกลับออกไปได้



            ชายร่างอ้วนชะลอฝีเท้าทันทีที่เห็นแท่งโลหะเลื่อนลงมาปิดทาง สีหน้ายังคงหวั่นวิตกไม่หาย



            คาลอสที่พุ่งตัวตามหลังชายร่างอ้วนมาติดๆ ง้างหมดเต็มที่ เตรียมโจมตีเข้าใส่แท่งโลหะที่ร่วงลงมาขวางทาง



            แม้จะรู้ว่าสิ่งปลูกสร้างใดๆ ในที่แห่งนี้ล้วนแข็งแรงทนทาน แต่ก็ใช่ว่าทำลายไม่ได้ คาลอสตั้งใจจะทดสอบความแข็งแกร่งของแท่งโลหะเหล่านี้ บางทีพวกเขาอาจจะหาทางออกไปจากที่นี่ได้หากแท่งโลหะพวกนี้ไม่ได้คงทนขนาดนั้น



            แต่ในจังหวะที่ทั้งคู่อยู่ห่างจากทางออกไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน เสียงหวานใสก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง



            “ถอยออกมา!”



            ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่เสียงนั้นทรงพลังอย่างยิ่ง คาลอสที่เตรียมพร้อมโจมตีถึงกับพลังงานปั่นป่วน ไม่สามารถชกออกได้ดั่งใจนึก จึงเปลี่ยนไปคว้าไหล่ของชายร่างอ้วนที่อยู่ด้านหน้า ถีบตัวพาทั้งตนเองและอีกฝ่ายกระโดดถอยหลังกลับไปตามคำบอกของเสียงปริศนา



            เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา รอยอักขระประหลาดสีดำก็ปรากฏขึ้นรอบแท่งโลหะทุกเส้น หมอกควันสีดำทะลักออกมาจากรอยอักขระเหล่านั้น



            ท่ามกลางหมอกควันสีดำ คาลอสเห็นว่ามีมือเหี่ยวๆ ที่มาพร้อมกรงเล็บอันแหลมคม ตวัดเข้าใส่พื้นที่ที่ทั้งสองเคยยืนอยู่ หากช้าไปกว่านี้เพียงครู่เดียว คงได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีที่พุ่งมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวไปแล้ว



            ควันที่ลอยออกมาจากเสาโลหะทุกต้นค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมา แม้จะไม่ได้เป็นรูปร่างที่ชัดเจนนักแต่ก็พอจะมองออกได้ว่าพวกมันคือตัวอะไรสักอย่าง



            พวกมันเหมือนเป็นปีศาจสวมผ้าคลุมที่ทำจากหมอกควัน พลิ้วไหวอยู่ตลอดเวลา ไร้ใบหน้า มีเพียงกรงเล็บที่แทรกตัวอยู่ระหว่างกลุ่มควัน บางครั้งก็เห็นชัด บางครั้งก็เลือนรางกลายเป็นควันสีดำ ไม่มีรูปร่างที่แน่นอน



            กลุ่มควันแต่ละกลุ่มพยายามแหวกตัวเองออกมาจากเสาแต่ละต้น



            เมื่อเป็นอิสระ มันก็แหวกว่ายไปทั่วห้อง ก่อนจะจับจ้องมาที่ชายสองคนที่ยืนอยู่หน้าทางออก คาลอสและฮิคาริสทำได้เพียงหันหลังชนกัน ป้องกันไม่ให้พวกมันลอบโจมตีจากทางด้านหลัง



            ครืนนนน



            ทันใดนั้นห้องทั้งห้องก็สั่นสะเทือน แผ่นหินบนพื้นต่างพากันขยับตัว โดยเฉพาะด้านในสุดของห้องโถง พื้นด้านล่างถูกดันขึ้นจนกลายเป็นแท่นบัลลังก์สี่เหลี่ยม แผ่นหินด้านในสุดค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นกล่องสมบัติสีทองอร่ามเรืองแสงสดใส



            ความวาววับของมันดึงดูดใจผู้คนตั้งแต่แรกเห็น แม้แต่คาลอสและฮิคาริสที่ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายยังอดใจไม่ได้ ต้องหันไปมองอยู่ชั่วแว้บหนึ่ง



            โชคดีที่กลุ่มควันที่ล่องลอยอยู่บนอากาศก็หยุดนิ่งเช่นกันในตอนที่แผ่นหินดันตัวขึ้นมาเป็นแท่นบัลลังก์ จึงไม่มีใครได้รับอันตราย



            วืด



            ร่างอรชรค่อยๆ ปรากฏกายขึ้นมาที่มุมหนึ่งของผนังห้อง เป็นหญิงสาวในชุดสีฟ้าอ่อน ดูเหมือนว่านางจะใช้อุปกรณ์พิเศษบางอย่างเพื่อพลางตัวเองให้กลืนไปกับกำแพง ทว่าตอนนี้ผลของมันคงจะยกเลิกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว



            “ในที่สุดก็ปรากฏออกมา ถึงแม้ว่าจะผิดแผนไปหน่อยก็เถอะ” หญิงสาวในชุดสีฟ้าอ่อนพึมพำอยู่กับตนเอง พร้อมทั้งจ้องมองไปที่กล่องสมบัติสีทองด้วยแววตาวาววับ ดูเหมือนว่านี่จะเป็นเป้าหมายของนาง



            ความจริงห้องโถงแห่งนี้ควรจะเป็นห้องโถงโล่งๆ หากไม่มีใครไปกระตุ้นบททดสอบ ซึ่งนั่นหมายความว่ามันจะไม่มีแม้แต่รางวัลให้ด้วยซ้ำหากไม่เหยียบเข้าไปในกับดัก



            คราแรกนางตั้งใจจะหลบซ่อนจากกลไกกับดักทั้งหมดจนกว่าจะเข้าไปถึงด้านในสุด จากนั้นจึงค่อยกระตุ้นให้กับดักทำงาน ซึ่งนั่นหมายความว่านางจะเก็บสมบัติด้านในสุดกลับไปได้ในทันที จากนั้นค่อยต่อสู้กับเหล่าอสูรควันได้อย่างเบาใจ



            อย่างน้อยสมบัติที่ต้องการก็ตกอยู่ในมือของนางแล้ว หากมีเวลาสักพัก นางอาจจะทำลายกรงขังแห่งนี้ออกไปได้



            ทว่าเหตุไม่คาดฝันคือ มีคนวิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาที่นี่ กระตุ้นกับดักภายในห้องโถงให้ทำงาน ทางเข้าออกถูกปิด อสูรควันถูกปลดปล่อยออกมา และมันจะไล่ล่าคนที่หลงเข้ามาจนกว่าจะตาย



            หลายอย่างผิดแผนไปหมด จนถึงตอนนี้นางก็ยังคว้ากล่องสมบัติสีทองมาไม่ได้ หากยังอยากได้มันอยู่ วิธีการคือต้องฝ่ากลุ่มอสูรควันเข้าไป ไม่ก็สังหารพวกมันทั้งหมด



            หญิงสาวขมวดคิ้วจ้องมองกลุ่มอสูรควันที่ค่อยๆ กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง บางส่วนวนเวียนรอบกล่องสมบัติ บางส่วนจ้องเล่นงานชายสองคนที่เพิ่งเข้ามา ที่เหลือกำลังพุ่งเข้ามาหาเธอ!



            “พวกเจ้าดูแลกันเองก็แล้วกัน พยายามหลบหลีกพวกมันให้ได้มากที่สุด พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตธาตุหยิน หากเจ้าไม่มีพลังธาตุหยางบริสุทธิ์ เจ้าก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้” หญิงสาวในชุดสีฟ้าเหลือบตามองชายหนุ่มทั้งคู่ด้วยหางตา ตะโกนเตือนอีกฝ่าย ก่อนจะชักกระบี่ยาวเรียวสีขาวบริสุทธิ์ออกมาจากฝัก



            พลังหยางอันรุนแรงพวยพุ่งออกมาจากตัวกระบี่ และพลังงานอันอ่อนโยนก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของหญิงสาวเช่นกัน แม้จะเป็นพลังงานที่สงบนิ่งอ่อนโยน แต่ความแข็งแกร่งไม่ได้ต่ำทรามเลย มันเหนือกว่าคาลอสไปอีกหนึ่งระดับ!



            ฝับ!



            กระบี่เรียวยาวถูกตวัดออกไปเบื้องหน้า ตัดร่างของกลุ่มควันจนขาดออกเป็นสองท่อน



            ทว่ามันกลับไม่ตาย ควันที่ถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งพุ่งตัวหนีไปอย่างรวดเร็ว ครู่เดียวก็พ้นระยะที่หญิงสาวจะโจมตีมันได้ จากนั้นควันที่ถูกตัดขาดก็ค่อยๆ กลับมารวมตัวกันอีกครั้งอย่างช้าๆ ดูเหมือนจะเป็นการฟื้นพลังของมัน



            แม้การตวัดกระบี่เมื่อครู่จะสร้างอาการบาดเจ็บให้กับอสูรควันได้สำเร็จ แต่ก็ไม่อาจสังหารมันได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด อสูรควันที่เหลือต่างก็กรูกันเข้ามาหาหญิงสาว พัวพันจนเจ้าของคมกระบี่ไม่สามารถไล่ติดตามไปกำจัดอสูรควันตัวที่บาดเจ็บตนนั้นให้สิ้นซากได้



            สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือจัดการกลุ่มควันตรงหน้าให้ได้เร็วที่สุด เร็วจนพวกมันฟื้นตัวไม่ทัน นี่คือแผนการเฉพาะหน้าที่เธอคิดออกในตอนนี้



            คาลอสและฮิคาริสที่อยู่อีกด้าน เมื่อได้ยินเสียงจากหญิงสาวพวกเขาก็เคลื่อนตัวหลบหลีกยามเมื่อควันสีดำพุ่งเข้าหา



            ชายร่างอ้วนทดลองโจมตีเข้าใส่กลุ่มควันสีดำที่เพิ่งจะผ่านหน้าตนเองไป แต่ดูเหมือนว่าการโจมตีของเขาจะไม่ได้ผลกับมันแม้แต่น้อย ไม่แม้แต่ชะงัก หมัดของฮิคาริสทะลุร่างของมันไปราวกับต่อยไม่โดนสิ่งใดเลย



            ขวับ!



            จังหวะที่ชายร่างอ้วนโจมตี คาลอสก็คว้าคอเสื้อของอีกฝ่าย ดึงหลบออกมาจากการโจมตีของอสูรควันตัวอื่นได้อย่างหวุดหวิด



            ชายเสื้อมุมหนึ่งของชายร่างอ้วนถูกมันกระชากจนขาดจากการโจมตีเมื่อสักครู่ เห็นได้ชัดว่ากลุ่มควันพวกนี้มีความสามารถในการโจมตีพวกเขาอย่างเต็มที่ แต่พวกเขากลับไม่สามารถทำอันตรายมันได้เลย



            คำแนะนำของหญิงสาวที่อยู่ใจกลางห้องโถงถือเป็นคำพูดที่ถูกต้อง หากโจมตีไม่ได้ ก็ควรจะตั้งหน้าตั้งตาไปกับการหลบหลีกรักษาชีวิตรอดเอาไว้จะดีกว่า



            ชายร่างอ้วนที่พ้นวิกฤติมาได้กล่าวขอบคุณคาลอสเบาๆ แต่ชายหนุ่มร่างสูงเพียงตบบ่าแล้วบอกให้ตั้งใจเอาตัวรอดหน่อย เขาไม่สามารถช่วยอีกฝ่ายได้ทุกสถานการณ์



            ฮิคาริสพยักหน้า ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง ก่อนจะใช้ความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่เพื่อหลบหลีกการโจมตีจากฝูงอสูรร้ายเหล่านี้ ส่วนคาลอสที่เชี่ยวชาญท่าร่างเคลื่อนคล้อยเงาควบคู่กับผลในการเสริมความเร็วของเสื้อคลุมเคลื่อนคล้อยดารา แทบจะไม่มีปัญหาในการหลบหลีกกลุ่มควันที่พุ่งเข้าหาจากทุกทิศทาง



            ตอนนี้มีเพียงหญิงสาวเท่านั้นที่ต่อสู้อย่างเต็มที่กับกลุ่มควันที่พุ่งเข้ามาไม่หยุดหย่อน ปริมาณที่พุ่งเข้าหาหญิงสาวดูเหมือนแทบจะไม่ลดลงเลย จำนวนของอสูรควันมีมากจนเกินไป และหญิงสาวก็ไม่อาจกำจัดอสูรควันแต่ละตัวให้มันสลายหายไปได้ เท่ากับว่าพวกมันก็จะวนกลับมาใหม่อีกครั้งเมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่ง



            คาลอสเป็นคนเดียวที่ค่อนข้างสบายที่สุด ด้วยความสามารถด้านการหลบหลีกของเขา ทำให้เคลื่อนผ่านกลุ่มควันจำนวนมากไปได้พร้อมทั้งสังเกตรอบตัวได้ด้วย



            เมื่อเห็นแผ่นหลังของหญิงสาวที่ขยับต่อสู้อยู่ตลอดเวลา และจำนวนของอสูรควันอันมากมายจนแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะกำจัดได้หมด คาลอสก็คิดว่าเห็นที่เขาควรจะทำอะไรบางอย่าง



            แม้หญิงสาวจะเป็นอเวกระดับแปดที่ทรงพลัง แต่การฝากความหวังไว้กับนางเพียงคนเดียวไม่ใช่สิ่งที่ปลอดภัยแม้แต่น้อย ชีวิตของตนเองก็ต้องขีดเขียนด้วยตนเอง



            นี่คือนอกเขตตระกูลพีไรซ์ อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ เขาไม่สามารถไว้ใจคนอื่น มีเพียงตนเองและคนในครอบครัวเท่านั้นที่พึ่งพาได้



            คาลอสปลดขวานสีเพลิงออกจากหลัง กำมันแน่นอยู่ในมือ แสงอาทิตย์ก็เป็นพลังหยางชนิดหนึ่ง ทั้งยังเป็นพลังหยางที่รุนแรงอย่างมากอีกด้วย



            ซึ่งขวานเพลิงสุริยันเองก็มีพลังงานธาตุไฟอันร้อนแรงไม่ต่างไปจากเปลวปะทุของดวงอาทิตย์...แม้จะไม่ใช่พลังงานหยางบริสุทธิ์ แต่ความร้อนแรงของมันไม่สามารถดูแคลนได้แม้แต่น้อย



            บางที......เขาอาจจะจัดการอสูรควันพวกนี้ได้ด้วยพลังงานธาตุไฟอันร้อนแรงอย่างยิ่งยวดนี้ก็เป็นได้