..หอสมุดตระกูลวอนเดอร์..
หกเดือนหลังจากที่โนบลินขึ้นมาที่ชั้นสามแห่งนี้จนถึงตอนนี้โนบลินสามารถทำความเข้าในอักขระโบราณเพิ่มเติมได้เกือบสิบตัวรวมแล้วตอนนี้โนบลินสามารถเข้าในอักขระโบราณได้ห้าสิบห้าตัวแล้ว
“ผ่านไปครึ่งปีแล้วแฮะยังเรียนรู้อักขระพวกนี้ได้ไม่หมดเลย สงสัยคงต้องใช้เวลาอีกนานแน่ ๆเลยกว่าจะผ่านชั้นนี้ไป..” โนบลินบ่นพัมพำอย่างท้อใจ
นานมากแล้วที่โนบลินไม่ได้เจอกับครูซโนบลินคิดว่าครูซคงถูกเจ้าเมืองเรียกเข้าพบด่วนเลยไม่มีเวลามาที่หอสมุดถึงจะทำให้เหงา ๆ ไปบ้าง เพราะทั้งชั้นมีแค่เพียงโนบลินคนเดียวแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังถือว่าบรรยากาศเงียบสงบเหมาะสำหรับการอ่านหนังสืออยู่เหมือนกัน
“แบบนี้ชักจะไม่ไหวเหมือนกันแฮะอ่านหนังสือมาตั้งครึ่งปีแล้ว เราเองก็ชักจะเบื่อแล้วเหมือนกันไปหาอย่างอื่นทำก่อนดีกว่ามั้ง” โนบลินคิดก่อนที่จะตัดสินใจลงไปที่ชั้นล่างและบอกโซเฟียว่าอาจจะไม่ได้เข้ามาที่หอสมุดอีกซักพัก
ที่บ้านเด็กกำพร้าที่ได้รับการปรับปรุงใหม่..โนบลินกลับมาในช่วงบ่ายของวันเพื่อวางแผนที่จะหาอะไรทำมากกว่าอ่านหนังสือไปวัน ๆ
“อ้าวโนบลินวันนี้กลับเร็วเหรอมีอะไรหรือเปล่า” เบล เด็กหญิงในบ้านเด็กกำพร้าเอ่ยทักทายเมื่อเห็นโนบลินกลับบ้านเร็วกว่าที่เคย
“เปล่าหรอกเบลพอดีฉันเริ่มเบื่อ ๆ การนั่งอ่านหนังสือเฉย ๆ แล้วฉันเลยกะว่าจะหาอะไรอย่างอื่นทำน่ะ” โนบลินยิ้มพลางตอบคำถาม ก่อนจะเดินไปหาเพื่อนๆ ผู้ชายที่ห้องฝึกฝนพลังเวท
“อ้าว โนบลินมาแล้วเหรอ?วันนี้กลับเร็วแฮะ มีอะไรหรือเปล่า?” บันตะโกนถามขึ้นเมื่อเห็นหน้าโนบลินกลับมาบ้านเร็วกว่าปกติ
“ไม่มีอะไรหรอกพอดีเบื่อ ๆ หนังสือที่หอสมุดน่ะ เลยคิดว่าจะมาชวนพวกนายออกไปหาอะไรทำกัน”โนบลินบอก
“ไอ้อะไรที่ว่านี่หมายถึงพวกฉันจะได้ยืดเส้นยืดสายกันแล้วใช่ไหมโนบลิน” พอลรีบถามขึ้นอย่างตื่นเต้น
“ก็น่าจะประมาณนั้นแหละ”โนบลินตอบ
“เยส!” พอลดีใจสุดขีด
“ถ้าอย่างนั้นพวกนายไปจัดเตรียมข้าวของแล้วเดี๋ยวเราออกเดินทางกันเลย”
"นายจะพาฉันไปไหนเหรอโนบลิน?"เรซถามอย่างสงสัยเพราะทิศทางที่โนบลินพามาวันนี้ไม่ใช่ทางไปสู่เขตป่าที่พวกเขาเคยไป
"ฉันอยากจะไปสำรวจแถวๆ เทือกเขากรีโมน่ะ" โนบลินตอบสั้น ๆ
"หา..ทะ..เทือกเขากรีโมนายเอาจริงเหรอโนบลิน แถวนั้นมันอันตรายมากเลยนะ เห็นว่ามีสัตว์เวทอยู่เต็มไปหมดไอพวกสัตว์ร้ายที่ว่าน่ากลัวยังเป็นได้แค่เหยื่อเลย"บันพยายามทักท้วงกับแผนของโนบลิน เพราะที่ที่โนบลินตั้งใจจะไปนั้นมันอันตรายมากจนนักเวทในเมืองส่วนใหญ่ไม่ค่อยกล้าที่จะเข้าไป
"อืม..เรื่องนั้นมันก็ใช่นั่นแหละนะแต่หนังสือหลายต่อหลายเล่มในหอสมุดตระกูลวอนเดอร์บันทึกไว้ว่ามีสมบัติมากมายที่ซ่อนอยู่ในเขตเทือกเขาฉันก็เลยอยากจะเข้าไปสำรวจดูน่ะ"
"ก็เอาซี่..ลูกผู้ชายจะมัวกลัวอันตรายอยู่ได้ไงใช่ไหมแอล" พอลถามพร้อมกับทุบหลังเพื่อนจนคนโดนทุบเซไปข้างหน้า
"ถ้าพวกนายว่าอย่างนั้นฉันก็ไม่ติดอะไร"เรซบอกเหมือนเป็นการสรุป
เด็ก ๆใช้เวลากว่าสามชั่วโมงในการเดินทางมาถึงพื้นที่เขตเทือกเขากรีโมซึ่งเป็นเทือกเขาสูงตระหง่านวางตัวโอบล้อมหมู่บ้านด้านทิศเหนือเอาไว้ความสูงของยอดเขาที่สูงที่สุดสูงมากกว่าห้ากิโลเมตรโดยรอบเทือกเขาเป็นป่าโบราณแน่นทึบสีเขียวชอุ่มกระจายตัวรอบพื้นที่เทือกเขาให้กลิ่นอายของความดึกดำบรรพ์อยู่ไม่น้อย
"แฮก ๆนี่ขนาดใช้เวทมนต์เคลื่อนที่มายังเหนื่อยขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย"บันบ่นอุบเมื่อมาถึงเขตเทือกเขา เพราะเขาใช้พลังเวทช่วยในการเคลื่อนที่มาที่เทือกเขานี้จนพลังเวทแทบหมดไปจากตัว
"นี่ก็เย็นมากแล้วฉันว่าพวกเราหาที่พักแรมกันก่อนดีกว่าต้องขอบคุณกระเป๋าเก็บของของโนบลินเลยนะเนี่ย เราเลยพกเอากระโจมหนังเซบัปมาด้วยได้คืนนี้จะได้นอนหลับสบายหน่อย ไม่ต้องทนตากน้ำค้างเหมือนทุกที" เรซพูดขำ ๆก่อนที่ทุกคนจะช่วยกันมองหาจุดพักแรมที่เหมาะสม
"ฉันว่าตรงนี้น่าจะเหมาะนะที่ราบโล่ง ๆ แบบนี้จะได้ปลอดภัย"โนบลินเสนอพร้อมกับชี้ไปยังลานโล่งด้านขวามือ
เด็ก ๆช่วยกันกางกระโจมหนังเซบัปที่โนบลินสร้างขึ้น นอกจากความแข็งแรงทนทานแล้วโนบลินยังใช้วงเวทและอักขระโบราณในการทำให้ในกระโจมมีอุณหภูมิที่พอเหมาะความชื้นต่ำ และยังมีกลิ่นที่บริสุทธิ์ เหมาะกับการใช้พักแรมในป่าเป็นอย่างมาก
หน้ากระโจมพอลกำลังนำเนื้อที่นำติดมาด้วยออกมาย่างส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว เรซกับแอลเดินกลับมาจากในป่าพร้อมกับฟืนกองโตที่ทั้งสองช่วยกันหอบกลับมาเพื่อเป็นเชื้อไฟสำหรับค่ำคืนนี้
"หือ..กลิ่นเนื้อย่างหอมจังเลยแฮะสุกหรือยังพอลฉันหิวมากเลยตอนนี้" บันเดินเข้ามาทำจมูกฟุดฟิด ๆก่อนจะเอ่ยถามเพื่อนรักที่กำลังหมุนไม้เสียบเนื้อย่างที่กำลังเหลืองน่าทาน
"เอ้า มา ๆ ทุกคนเข้ามากินเนื้อย่างฝีมือเชฟพอลได้เลย วันนี้ฉลองที่ได้ออกมายืดเส้นยืดสายขอให้กินให้เต็มที่วันนี้ฉันเลี้ยงไม่อั้น"พอลพูดแล้วก็หัวเราะอย่างมีความสุข
เด็ก ๆพากันกินมื้อเย็นอย่างเอร็ดอร่อย บันเอ่ยชมรสชาติของเนื้อย่างสูตรเชฟพอลไม่ขาดปากจนเจ้าของสูตรตัวลอยแทบจะนั่งไม่ติดพื้น มื้อเย็นดำเนินไปอย่างสนุกสนาน เด็ก ๆต่างพากันคิดถึงบรรยากาศผจญภัยตามป่าเขาเช่นนี้อยู่ตลอดเวลาเมื่อได้ออกมาอีกครั้งจึงตื่นเต้นเป็นพิเศษ
"นี่ก็ดึกมากแล้วพวกนายเข้าไปนอนก่อนเถอะเดี๋ยวฉันเฝ้ายามให้เองเดี๋ยวค่อยมาเปลี่ยนกัน" เรซเสนอขึ้น
"ได้ถ้าอย่างนั้นอีกสองชั่วโมงฉันจะมาเปลี่ยน"พอลอาสาขึ้นก่อน
"อย่างนั้นทุก ๆ สองชั่วโมงเรามาเปลี่ยนเวรกันเฝ้ายามก็แล้วกัน"โนบลินออกความเห็น เด็ก ๆ จึงจัดคิวกันเป็นยามเฝ้าระวังหน้าเต้นท์เริ่มจากเรซ พอลบัน แอล แล้วก็โนบลิน
กลางคืนที่เงียบสงบผ่านไปอย่างช้าๆ
"โนบลิน..."เสียงของแอลดังขึ้นกลางดึกสงัดพร้อมกับยื่นมือมาสะกิดขาโนบลินเบา ๆ
"อือ..หือ?แอลเหรอ ถึงตาฉันแล้วใช่ไหม?" โนบลินเอ่ยถามแอลพยักหน้าเบา ๆ ก่อนที่จะมุดเข้ามาในกระโจม พร้อม ๆกับที่โนบลินลุกออกจากที่นอนเพื่อไปเฝ้ายาม
"ห๊าว.." โนบลินอ้าปากหาวคำโตพลางเหยียดแขนบิดขี้เกียจไล่ความง่วงและเรียกความสดชื่น
"อากาศดีจังเลยแฮะดูท่าอีกไม่นานก็คงจะเช้าแล้ว หาอะไรทำฆ่าเวลาดีล่ะ"
แซก แซก แซก
เสียงดังเหมือนมีบางอย่างเคลื่อนที่ผ่านพงหญ้าทางด้านขวาของโนบลินทำให้เขาตัดสินใจลุกออกไปดูให้รู้ว่าเป็นอะไรกันแน่
โนบลินควบคุมพลังเวทสะสมที่บรรจุในรองเท้าทำให้ร่างกายลอยขึ้นเล็กน้อยจนฝ่าเท้าลอยอยู่เหนือพื้นดินหนึ่งนิ้วก่อนจะก้าวเท้าเดินบนอากาศเพื่อไม่ให้เกิดเสียงไปตามทิศทางที่ได้ยินเสียงนั้นเมื่อรู้สึกว่าเข้าใกล้พอสมควรโนบลินย่องเข้าไปหลบที่ด้านหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งเพื่อเฝ้ามอง
สิ่งที่โนบลินเห็นคือสิ่งมีชีวิตที่คล้ายหมูป่าตัวใหญ่สูงกว่าสามเมตรความยาวตลอดหัวถึงส่วนท้ายยาวร่วมห้าเมตร มันคือเซบัปชัด ๆ แต่มันเป็นเซบัปที่ตัวใหญ่ที่สุดที่โนบลินเลยพบเห็นมานอกจากนั้นลักษณะท่าทางของมันยังดูแปลก ๆ ไม่เหมือนเซบัปที่เคยเห็นในเขตป่าเลย
"ร้ายกาจเหมือนที่มีบันทึกไว้เลยแฮะ”โนบลินบ่นพึมพำ
ในหอสมุดตระกูลวอนเดอร์นั้นมีหนังสือหลายเล่มที่บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์ร้ายและสัตว์เวทที่อาศัยในพื้นที่รอบๆ เทือกเขากรีโมนั้นจะมีความแข็งแกร่งมากกว่าสายพันธุ์เดียวกันที่อาศัยในพื้นที่อื่นมากเพราะพื้นที่บริเวณเทือกเขานี้เป็นพื้นที่ที่อัดแน่นไปด้วยพลังเวทมนต์ธรรมชาติที่เข้มข้นมากกว่าปกติถึงสามเท่าทำให้การพัฒนาของสัตว์ร้ายและสัตว์เวทเป็นไปอย่างรวดเร็วทำให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
ยกตัวอย่างเซบัปตัวนี้เป็นต้นด้วยอิทธิพลของพลังเวทมนต์ที่เข้มข้นมากส่งผลให้กล้ามเนื้อของมันได้รับการพัฒนาจากพลังเวทเหล่านั้นทำให้มันมีรูปร่างสูงใหญ่และมีพลังมากกว่าเซบัปที่อาศัยและเติบโตในพื้นที่อื่น ๆ
"แบบนี้ก็ต่างคนต่างอยู่แล้วกันนะ”โนบลินตัดสินใจไม่ยุ่งกับเจ้าเซบัปยักษ์ตัวนี้
“เมี้ยว..”
ระหว่างที่โนบลินกำลังจะผละออกมาเพื่อกลับไปที่กระโจมเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างคล้าย ๆ เป็นเสียงของลูกแมวที่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างน่าสงสาร
โนบลินหันกลับไปเพ่งมองอีกครั้งเพราะเป็นเวลากลางดึกเลยทำให้การมองเห็นของโนบลินไม่ดีเท่าที่ควรแม้จะมีแสงจันทร์ช่วยให้ความสว่างอยู่บ้างแต่ลูกแมวตัวนั้นที่มีขนสีดำสนิททำให้โนบลินมองไม่เห็นตัวมันในตอนแรก ดีที่มันหันหน้ามาทางโนบลินทำให้แสงจันทร์สาดกระทบดวงตาของมันโนบลินจึงได้รู้ว่ามันคือสัตว์ตัวเล็ก ๆ คล้ายแมวตัวหนึ่ง
โนบลินลังเลว่าจะทำอย่างไรดีใจหนึ่งก็สงสารเจ้าแมวน้อยตัวนั้นที่ดูท่าทางคงไม่สามารถหนีรอดจากเซบัปตัวนี้ไปได้อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากแส่หาเรื่องใส่ตัวเพราะเขาเองก็ยังไม่มั่นใจว่าจะจัดการเจ้าเซบัปตัวนี้ได้ง่าย ๆ
โนบลินจ้องมองสิ่งมีชีวิตทั้งสองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เซบัปตัวนั้นจะส่งเสียงคำรามในคอเบา ๆ พร้อมกับก้าวเท้าเข้าหาแมวน้อยเรื่อยๆ โนบลินมองเจ้าแมวน้อยอย่างเจ็บปวดใจ ลูกแมวที่น่าสงสาร น่าจะได้มีโอกาสเติบโตขึ้นไปมากกว่าทีี่จะต้องมาตายเช่นนี้
“โฮก..”เสียงคำรามของเซบัปดังขึ้นก่อนที่มันจะพุ่งตัวเข้าหาแมวน้อยนั้น
“เมี๊ยว..!!”เสียงลูกแมวน้อยร้องขึ้นอย่างหวาดกลัว ก่อนจะหันหน้ามาสบตาโนบลินอย่างขอความเมตตา
..โนบลินหลับตาลงอย่างรวดเร็วไม่อยากให้ภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นติดตาตนเองตลอดไป..