มารฟ้าพิชิตสวรรค์

    ตอนที 90 : เงื่อนงำ

    ตอนที่ 90


     


    หลังจากที่สบสายตากับสิ่งมีชีวิตตรงหน้า ร่างกายของพวกเขา ก็แข็งค้างราวกับตกอยู่ในมนต์สะกด สายตาของชิงเทียนเหลือบไปเห็นสัญลักษณ์ อักขระบางอย่างซึ่งประทับอยู่หน้าอก ของพญานาค ทันใดนั้น ภาพความทรงจำในแดนเซียน ก็เริ่มถาโถมเข้ามาทันที


     


    “เจ้าเป็นคนของเผ่ามังกร!?" ชายหนุ่มตะโกนถาม เมื่อนานมาแล้ว เขาได้มีโอกาศไปเยือนที่เผ่ามังกร ซึ่งเป็นหนึ่งในอณาจักร ที่มีอำนาจมากที่สุดในแดนเซียน 


     


    นัยตาสีแดงของพญานาค หดแคบลงหลังจากที่ได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม “เจ้ารู้ได้อย่างไร ว่าข้าเป็นคนจากเผ่ามังกร!"


     


    “ข้าเคยเห็นตราประทับ บนอกของเจ้ามาก่อน หากให้ข้าเดา เจ้าคงจะมาจากตระกูลสุ่ยสินะ" 


     


    มังกรนั้นแบ่งออกเป็น 3 ตระกูลใหญ่ นั่นคือตระกูลเฟิง ซึ่งมีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับชิงหลง ถือเป็นมังกรชนชั้นปกครอง ซึ่งมีสายเลือดของกระษัตริย์ ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย ถัดมาคือตระกูลหั่ว มีรูปลักษณ์คล้ายมังกรจากทวีปตะวันตก มีนิสัยคลั่งไคล้การต่อสู้ เป็นตระกูลที่มักจะพบเห็นได้บ่อยที่สุด และสุดท้ายคือตระกูลสุ่ย มังกรวารี ลักษณะภายนอกคล้ายกับอสรพิษ พบได้ค่อนข้างยาก ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในอาณาจักรมังกร และห้วงสมุทรแห่งบรรพโกลาหล 


     


    ร่างกายขนาดมหึมา ของพญานาค ค่อยๆหดเล็กลง จนกลายเป็นชายวัยกลางคน แววตาของเขาดูตื่นตะลึงและหวาดระแวง ในเวลาเดียวกัน “จ...เจ้าเป็นใครกันแน่"


     


    ชิงเทียน มองสำรวจชายตรงหน้าอยู่สักพัก ก่อนที่จะสัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติ “ข้าเป็นเพียงผู้บ่มเพาะ ที่ผ่านทางมาเท่านั้น ว่าแต่เจ้าเถอะ เหตุใดถึงมีพิษจำนวนมาก ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด"


     


    ชายวัยกลางคน นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ต่อให้เป็นแพทย์ระดับปรมาจารย์ ก็ยังยากที่จะระบุอาการของเขาได้ “ข้าและคนในตระกูล ถูกขับไล่ออกมาจากแดนเซียน อีกทั้งยังถูงฝังแก่นพิษไว้ภายในร่าง แม้ว่าพิษชนิดนี้จะไม่สามารถ คร่าชีวิตพวกเราได้ แต่ความเจ็บปวดที่ได้รับ ไม่ต่างจากการตกนรกทั้งเป็น"


     


    เมื่อชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้น ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ตระกูลของพวกเขา ไปทำความผิดอะไรมา ใยจึงต้องถูกกระทำเช่นนี้ “ขอข้าตรวจดูพิษที่อยู่ภายในร่างกายเจ้าได้หรือไม่"


     


    ชายวัยกลางคนลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ฟองอากาศ พร้อมกับถอดเสื้อออก เผยให้เห็นเส้นเลือดสีดำคล้ำ แทรกตัวอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง เมื่อชิงเทียนลองใช้ปราณ แทรกซึมเข้าไปตรวจสอบ ก็พบว่าเป็นพิษของแมงป่องนรก และตัวเขาเอง ก็ไม่มีภูมิต้านทานพิษชนิดนี้ แต่ถ้าหากมีวัตกุดิบเพียงพอ ก็น่าจะพอช่วยยับยั้งอาการได้


     


    “ข้าไม่สามารถขจัดพิษในตัวเจ้าได้ แต่ก็พอจะมีทางยับยั้งความเจ็บปวด ได้ในระดับหนึ่ง" 


     


    ชายวัยกลางคน เบิกตากว้าง พร้อมกับจ้องมองไปที่ชิงเทียน ด้วยความคาดหวัง “ุถ้าเช่นนั้น ได้โปรดช่วยคนในตระกูลข้าด้วย หากเจ้าทำสำเร็จ ข้าจะยอมทำตามคำขอของเจ้าทุกอย่าง"


     


    ชิงเทียน เผยรอยยิ้มออกมาที่มุมปาก ชายคนนี้อยู่ในขอบเขตหลอมรวมกายจิต นั่นหมายความว่า ตระกูลของเขา จะต้องมีทรัพยากรการบ่มเพาะจำนวนมหาศาล 


     


    "เชิญนำทาง"


     


    ชายวัยกลางคน พากลุ่มของชิงเทียน ดำดิ่งลงไปเบื้องล่าง นานกว่าสองชั่วโมง หากพวกเขาใช้วิธีดำน้ำลงมา ป่านนี้คงจะถูกแรงดันน้ำ บีบอัดจนแหลกเหลวไปแล้ว โชคดีที่ฟองน้ำของชิงเทียน สามารถรับมือกับแรงดัน ปริมาณมหาศาลได้อย่างไม่มีปัญหา 


     


    ณ ปลายทางของอุโมง ปรากฏเป็นเค้าโครง ของเมืองที่อยู่ภายในฟองอากาศ ขนาดมหึมา ภายในเต็มไปด้วยวิหาร และสิ่งก่อสร้าง ที่ถูกประกอบขึ้นมาจากหินขนาดใหญ่ โกเมศและลูกชาย มองไปรอบๆด้วยความตื่นเต้น พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะได้มีโอกาสมาเยือนเมืองบาดาล และทั้งหมดนี้ คงต้องยกความดีความชอบให้กับชิงเทียน 


     


    ในขณะที่พวกเขา เริ่มเข้าใกล้นครใต้บาดาล ทันใดนั้น ก็มีร่างของชายคนหนึ่งปรากฏขึ้น พร้อมกับพุ่งตรงเข้ามา โจมตีกลุ่มของชิงเทียน โดยไม่มีเหตุผล ชายวัยกลางคนเรียกตรีศูล มาถือไว้ในมือ พร้อมกับปัดป้องการโจมตี 



     


    “สุ่ยตันหลิว เจ้าคิดจะทำอะไร!!"


     


    “ท่านอา!! ทำไมท่านถึงพาพวกมนุษย์เข้ามาที่นี่" สุ่ยตันหลิว เอ่ยถามด้วยความขุ่นเคือง ในความคิดของเขา มนุษย์ทั้งชั่วร้ายและน่ารังเกียจ อีกทั้งยังเป็นต้นเหตุที่ทำให้ระบบนิเวศ ได้รับความเสียหาย 


     


    “อย่าเสียมารยาท นี่คือแขกที่ข้าเชิญมาด้วยตนเอง เจ้าไปแจ้งผู้นำตระกูลซะ ว่าข้าพบคนที่จะสามารถรักษาพวกเราได้แล้ว"


     


    สุ่ยตันหลิว เหลือบมองด้วยสายตาดูแคลน มนุษย์พวกนี้ ต่างมีพื้นฐานลมปราณอ่อนด้อย ทั้งยังเป็นสิ่งมีสีวิตที่ต่ำต้อย ถึงกระนั้น เขาก็ไม่อาจฝืนคำสั่งชายวัยกลางคนได้ พริบตาต่อมา ร่างของชายหนุ่มก็แหวกผ่านมวลน้ำ มุ่งหน้าไปยังนครใต้บาดาล ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ


     


    “ต้องขอโทษแทนหลานชายของข้าด้วย เขาถูกพ่อของตนเองปลูกฝัง ให้เกลียดชังมนุษย์มาตั้งแต่เด็ก หวังว่าพวกเจ้าคงจะไม่ถือสา"


     


    “เอ่อ...แล้วสรุปว่าพวกท่านมังกร หรือว่าพญานาค ข้าเริ่มจะสับสนแล้วสิ" โกมินทร์ถามด้วยความสงสัย 


     


    “นั่นเป็นเพียงชื่อที่มนุษย์ตั้งให้เท่านั้น โดยพื้นฐานแล้ว เผ่าพันธุ์ของพวกเราคือมังกรวารี" ชายวัยกลางคนอธิบาย เขาเองก็ไม่รู้เช่นกันว่า ทำไมมนุษย์จึงต้องเรียกพวกเขาเช่นนั้น 


     


    ชายชราพร้อมกับผู้ติดตาม ยืนรอต้อนรับกลุ่มของชิงเทียน อยู่ที่ประตูหน้า ซึ่งถูกตกแต่งด้วยรูปสลักมังกรวารี ดูน่าเกรงขาม ”ยินดีต้อนรับ แขกผู้มาเยือนทั้งหลาย ข้าคือสุ่ยหยางสือ ผู้นำตระกูลสุ่ยคนปัจจุบัน"


     


    ชิงเทียนก้าวเท้าไปด้านหน้า พร้อมกับประสานมือด้วยความสุภาพ “ผู้เยาว์มีนามว่าชิงเทียน ขอรบกวนผู้อาวุโสด้วย"


     


    “จริงหรือไม่ ที่เจ้าสามารถรักษาพวกเราได้" ชายชราถามอย่างไม่อ้อมค้อม เด็กหนุ่มตรงหน้า มีอายุประมาณ 20 ขวบปีเท่านั้น หากให้พูดตามตรงเลยก็คือ เขาไม่ค่อยเชื่อถือคำพูด ของชิงเทียนสักเท่าไหร่


     


    “ก็ไม่เชิงเป็นการรักษา แต่เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเสียมากกว่า หากท่านต้องการจะขจัดพิษทั้งหมดที่อยู่ภายในร่าง ก็จำเป็นต้องใช้แก่นวารี ในการรักษา"


     


    สุ่ยหยางสือขมวดคิ้วเล็กน้อย “แก่นว่ารี? น่าเสียดายที่เราไม่มีของเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม หากเจ้าสามารถช่วยข้า และสมาชิกในตระกูลได้ ข้าจะตอบแทนด้วยการ ยอมให้เจ้าเลือกสิ่งของสามชิ้น ที่อยู่ภายในคลังสมบัติ ไม่ทราบว่าเจ้าคิดเห็นอย่างไร กับข้อเสนอนี้"


     


    ชายชราตรงหน้า อย่างน้อยก็ต้องอยู่ใน ขอบเขตเซียนขั้นต้น ถึงแม้สิ่งที่ชิงเทียนหวังไว้ จะเป็นทรัพยากรบ่มเพาะ แต่ข้อเสนอของสุ่ยหยางสือ ก็ดูไม่เลวนัก “ผู้เยาว์ยอมรับข้อเสนอ แต่หากจะให้กลั่นยาแจกจ่าย ให้กับคนทั้งตระกูล อาจจะต้องใช้เวลาหลายวัน รบกวนผู้อาวุโส ช่วยจัดหาที่พักให้กับสหายของข้าได้หรือไม่"


     


    “วางใจเถิด... ข้าจะดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี" 


     


    ชายชรา หันไปออกคำสั่งกับผู้ติดตาม จากนั้นก็พาชิงเทียนไปที่ห้องรับรอง ผู้คนที่เดินผ่านไปมา ต่างพากันมองชิงเทียน ราวกับเป็นตัวประหลาด แม้รูปลักษณ์จะคล้ายคลึงกัน แต่กลิ่นอายของมนุษย์ ก็ไม่อาจปกปิดไดโดยง่าย จึงทำชายหนุ่ม รู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย 


     


    เมื่อเข้ามาภายในห้อง ชิงเทียนก็เริ่มทำการกลั่นยาทันที สมุนไพรหลากหลายชนิด ถูกนำออกมาจากแหวนมิติ เปลวเพลิงสีฟ้า ลุกพรึ่บขึ้นมาที่ฝ่ามือกระทันหัน สร้างความตื่นตะลึง ให้กับสุ่ยหยางสือเป็นอย่างมาก หลังจากที่ขจัดสิ่งเจือปนเรียบร้อยแล้ว สมุนไพรทั้งหมดจึงค่อยๆหลอมรวมกัน เกิดเป็นเม็ดยาสีทองอร่าม จำนวน 10 เม็ด


     


    “นี่คือยาที่สามารถยับยั้งความเจ็บปวด ที่เกิดจากพิษของแมงป่องนรกได้ แต่ผลขิงมันจะคงอยู่เพียงครึ่งปีเท่านั้น" ชิงเทียน ยื่นเม็ดยาให้กับชายชรา 


     


    สุ่ยหยางสือรู้สึกได้ถึงกลิ่นหอม ที่ลอยเข้ามาในจมูก เขาก็กลืนเม็ดยาลงไปอย่างไม่ลังเล จากนั้นก็เริ่มทำการดูดซับ ไม่กี่อึดใจต่อมา ความรู้สึกที่ราวกับถูกเหล็กร้อน ทิ่มแทงอยู่ตลอดเวลา ก็เริ่มทุเลาลง จนหายเป็นปกติ 


     


    น้ำตาของชายชราค่อยๆ ไหลเอ่อออกมา เขาต้องทุขก์ทรมาน กับคำสาปนี้มาตั้งแต่ยังจำความได้ “ขอบคุณมาก... บุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่มีวันลืม


     


    “้อย่าถือเป็นบุญคุณเลยผู้อาวุโส ว่าแต่ผู้เยาว์ขอถามได้หรือไม่ พวกท่านำไปทำผิดอะไรมา ถึงต้องถูกลงโทษเช่นนี้" 


     


    สุ่ยหยางสือ ถอนหายใจหายใจออกมา ดูเหมือนเขาจะไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้สักเท่าไหร่ แต่ในเมื่อชิงเทียนเป็นคนถาม เขาก็ไม่มีเหตุผล ที่จะต้องปิดบังผู้มีพระคุณ “เรื่องนี้เกิดขึ้น เมื่อหลายพันปีก่อน ตระกูลสุ่ยของข้า แบ่งแยกออกเป็นสองฝ่าย จากความเห็นที่ไม่ลงรอย จากนั้นฝ่ายตรงข้ามก็จัดฉากใส่ร้ายบรรพบุรุษข้า ว่าเป็นคนขโมยสมบัติ ขององค์จักรพรรดิ จึงต้องตกอยู่ในสภาพนี้ พูดแล้วก็เจ็บใจนัก"




    เผ่ามังกรวารี ถือเป็นชนชั้นที่อยู่ต่ำสุด ของเผ่ามังกร พลังของพวกเขาไม่ได้สูงส่งอะไรนัก จะเป็นไปได้อย่างไร ที่พวกเขาจะเข้าไปขโมยสมบัติของจักรพรรดิ ชิงเทียนสัมผัสได้ว่า เรื่องนี้จะต้องมีเงื่อนงำบางอย่างแอบแฝงอยู่ และต้องค้นหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ได้


     


    -------------------------------------


    Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์


    https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771

    คล้ายกับเรื่องมารฟ้าพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน