ตอนที่ 2 ใครขโมยไข่ไก่ (2)
ในบ้านเงียบไปพักหนึ่ง ก็ได้ยินสะใภ้สามหม่าซื่อของเว่ยซื่อพูดเหน็บแนม “ยังจะมีใครได้ ต้องเป็เสี่ยวหม่านแน่ ตอนเช้าตรู่ก็มีแต่นางที่เข้าเล้าไปให้อาหารไก่”
“ใช่! ต้องเป็ขี้ขโมยเสี่ยวหม่าน นางเคยมีประวัติแอบขโมยของกินมาก่อน” เถียนจินจวี๋บุตรสาวสุดที่รักเพียงคนเดียวของเว่ยซื่อรีบเอ่ยสนับสนุน
ที่เถียนจินจวี๋เอ่ยถึงเป็ตอนที่เถียนเสี่ยวหม่านอายุสามขวบ มีครั้งหนึ่งหิวจนทนไม่ไหว แอบเข้าไปขโมยมันเทศนึ่งที่เย็นชืดชิ้นหนึ่งมากินและถูกเถียนจินจวี๋จับได้ จนถูกตีแทบตายเพราะเื่นั้น ั้แ่นั้นมาเสี่ยวหม่านก็กลายเป็พวกขวัญอ่อนขี้ขลาด ต่อให้หิวเจียนตายอย่างไรก็ไม่กล้าขโมยอาหารในบ้านกินแม้แต่น้อย
หลินซื่อได้ยินตรงนี้ ในใจพลันร้อง ‘ไม่ได้การ!’ แล้วรีบผลักประตูเข้าไป
นางทันเห็นั์ตาคู่นั้นของเว่ยซื่อโเี้ขึ้น ฟาดตบเถียนเสี่ยวหม่านฉาดหนึ่ง พลางสบถวาจาดุดัน “ใครให้เ้าขโมยกิน! ข้าจะตีเ้าให้ตาย!”
เถียนเสี่ยวหม่านหลบเลี่ยงพลางทำมืออธิบาย ‘ท่านย่า ข้าไม่ได้ขโมยไข่ไก่!’ พอเครียดก็เริ่มไอรุนแรงขึ้นมา สองวันก่อนนางเพิ่งเป็ไข้ แม้จะหายตัวร้อนแล้วแต่ยังไม่ได้หายขาด มักไอและแน่นหน้าอกบ่อยๆ
เว่ยซื่อเห็นเสี่ยวหม่านไม่เพียงไม่ยอมรับ ยังกล้าหลบมือนางก็โมโหขึ้นทันใดจึงบริภาษต่อว่า “นางเด็กชั้นต่ำ ขโมยไข่กินแล้วยังอวดดี กล้าลงมือตีข้า!”
หลินซื่อพุ่งไปเอาตัวบังเสี่ยวหม่านไว้ นางก้มหน้าข้อร้องอ้อนวอน “ท่านแม่ เสี่ยวหม่านไม่ได้ตีท่าน นางแค่ทำมือจะอธิบาย นางไม่ได้ขโมยไข่กิน ขอร้องท่านอย่าตีเสี่ยวหม่านเลย นางเพิ่งเจ็บป่วย ร่างกายยังไม่หายดี ตีไม่ได้นะเ้าคะ!”
“เอาแต่แกล้งป่วยทั้งวี่ทั้งวัน ตีสักรอบก็คงหาย! อีกอย่าง หากนางไม่ได้ขโมยไข่พวกนั้นกิน หรือจะเป็ข้าที่ขโมย” เว่ยซื่อเอ่ยแถ เห็นหลินซื่อปกป้องบุตรก็โมโหกว่าเดิม มองซ้ายมองขวา คว้าไม้ทุบผ้าที่หนาเท่าแขนเด็กวาดตีหลินซื่อและเถียนเสี่ยวหม่าน หากตีโดนตัวเข้าก็ไม่รู้ว่าจะเจ็บแค่ไหน
เถียนไฉ่เวยก้าวพุ่งเข้ามา ยื่นมือแย่งไม้ทุบผ้าในมือเว่ยซื่อ แล้วโยนใส่หลังคาบ้านโครมเดียว กระแทกกระเบื้องแตกไปหลายแผ่น
เว่ยซื่อโมโหเจียนตาย ชี้หน้าเถียนไฉ่เวยแล้วด่ากราด “หญิงชั้นต่ำอย่างเ้าทำไมไม่ตายไปเสีย เอาแต่สร้างเื่ให้ที่บ้าน! ชดใช้กระเบื้องของข้าที่เ้าทำแตกมา!”
ใบหน้าเล็กๆ ของเถียนไฉ่เวยเย็นเยียบจนแทบกลายเป็น้ำแข็ง นางมองเว่ยซื่ออย่างไม่พอใจ จากนั้นกวาดตามองหม่าซื่อและเถียนจินจวี๋อย่างเคียดแค้นพลางเอ่ยเสียงเข้ม “พวกเ้าใครกล้าแตะเสี่ยวหม่านของข้าแม้แต่ปลายเล็บ ไม่ต้องพูดถึงกระเบื้องสองแผ่น แม้แต่บ้านนี้ทั้งหลังข้าก็กล้ารื้อ!”
์ มารดามันเถอะ สายตาเด็กสมควรตายนางนี้ทำให้คนหวาดผวานัก เหมือนสายตาผีทวงแค้นชัดๆ
เว่ยซื่อ หม่าซื่อและเถียนจินจวี๋ใจกระตุก พวกนางไม่เคยเห็นเถียนไฉ่เวยมีท่าทีเช่นนี้มาก่อน ด้วยเหตุนี้จึงเกิดความขลาดเขลาขึ้นหลายส่วน
หม่าซื่อเป็พวกรู้หลบหลีกที่สุด พอเห็นสภาพการณ์เช่นนี้ก็รีบแอบเข้าห้องครัวตอนที่คนอื่นไม่สังเกต แสร้งว่าทำมื้อเช้าต่อ
ภายใต้แรงกดดันที่มองไม่เห็นของเถียนไฉ่เวย ท่าทีของเว่ยซื่อไม่ได้โเี้เหมือนก่อนหน้าแต่ยังคงดุดัน นางยืดร่างเหยียดตรงพลางเขย่งปลายเท้า คิดจะยืดตัวให้ตัวสูงเท่าอีกฝ่าย ทั้งที่ตัวเองทั้งผอมทั้งเตี้ยกว่าเถียนไฉ่เวยไม่ใช่แค่ครึ่งศีรษะ เด็กสาวก้มหน้ามองนางจากเบื้องสูงเช่นนี้ ทำให้นางไม่พอใจอย่างยิ่ง ตวาดเสียงดังสุดกำลัง “เสี่ยวหม่านขโมยไข่แล้วข้าจะว่าไม่ได้รึ หรือต้องเทิดทูนโจรขโมยไข่ไก่เหมือนบรรพชนผู้หนึ่ง”