ตอนที่ 201 ไข่พลังอวตาร
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
คำพูดของฝุ่นสีเงินเต็มไปด้วยอารมณ์หยอกเย้า
“เหอะ ... ก็แค่ไข่พลังอวตารใบหนึ่ง ข้านายเหนือวิถีนิรันดร์ผู้นี้ไม่คิดตระหนี่อยู่แล้ว” ชายรูปร่างกำยำเอ่ยขึ้น
“ว่ากันว่าไข่พลังอวตารนั้นพิศดารล้ำโลก สามารถช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตอันเล็กจ้อยให้พบกับโชคในการบ่มเพาะ มีเพียงแต่ท่านเท่านั้นที่สร้างไข่พลังอวตารเหล่านี้ขึ้นมาได้ ทำให้ลูกศิษย์ทุกคนของท่านกลายเป็นผู้แข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็ว” ฝุ่นสีเงินเอ่ยพลางยิ้ม
ชายรูปร่างกำยำหรี่ดวงตาลงและเอ่ย “ก็มีเพียงแต่ท่านเท่านั้นแหละฝุ่นสีเงินที่พูดเรื่องแบบนี้กับข้า สำหรับคนอื่นแล้วพวกเขาต่างเยาะเย้ยว่าศิษย์แต่ละคนของข้าไม่แม้แต่จะโจมตีขึ้นมากลายเป็นสิ่งมีชีวิตหลากโลกาได้แม้แต่คนเดียว”
“สำเร็จสิ่งมีชีวิตหลากโลกาไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น พวกเราเป็นผู้บ่มเพาะวิถี ต่อให้มีผู้แกร่งกล้าทางสายเลือดบุกวิถีขึ้นมาก็ยากที่จะโจมตีขึ้นมาได้อยู่ดี เส้นทางของมหาวิถีนั้นยากแค้นนัก อย่างนายเหนือวิถีนิรันดร์อย่างพวกเราก็มีอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น” ฝุ่นสีเงินเอ่ยออกมาอย่างจนใจ
“เรื่องนี้ก็ให้ดูที่ศิษย์ท่านคนนี้เถอะ หวังว่าเขาจะสามารถโจมตีขึ้นมากลายเป็นสิ่งมีชีวิตหลากโลกาดังที่พวกท่านทั้งสองคนหวัง” ชายรูปร่างกำยำเอ่ย
“ข้าและท่านพี่ก็ได้แค่หวังเท่านั้น แต่อย่างน้อยเขาก็กลายเป็นความหวังของพวกเรา” ฝุ่นสีเงินกล่าวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
“ว่าแต่ท่านไม่ได้หวาดกลัวมันแล้วหรือที่ยื่นมือออกไปยังโลกธรรมชาติที่ไร้เจ้าของ หากถูกมันจับได้ท่านต้องถูกไล่ล่าเชียวนะ” ฝุ่นสีเงินเอ่ยหยอกเย้า
“เหอะ ข้าผู้นี้หวาดกลัวมันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!” ชายรูปร่างกำยำกล่าวเสียงดังก่อนจะหันหลังหายเข้าไปในความว่างเปล่า
………..
บนดาวเคราะห์โลก
เฟิร์สที่กำลังขุดค้นอักขระในวิถีชี้แนะ พลันรู้สึกวิญญาณสะท้าน ในความรู้สึกเหมือนโลกทั้งโลกถูกเขย่าอย่างรุนแรง ฟ้าดินพลิกม้วนตลบ แม้แต่โลกเพลิงสีเงินของเขายังสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
บางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ร่อนลงมาข้างในนั้น
เพลิงสีเงินถูกแหวกออกเป็นวงกว้าง แม้ว่ามันจะร่อนลงที่โลกสีเงิน แต่วัตถุสีดำนั้นกลับแผ่พลังอันอหังการส่งผลกระทบต่ออาณาบริเวณรอบข้าง ราวกับทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นเอกเทศ
มันไม่ได้ผสานเข้ากับโลกเพลิงสีเงิน แต่กลับมีเขตแดนบริเวณเป็นของตัวเอง มิหนำซ้ำยังมีความลึกล้ำเป็นอย่างมาก
ความลึกล้ำนี้มาจากวิถีที่สูงส่ง
สูงจนเกินที่เฟิร์สจะเอื้อมถึงหรือแตะต้องได้
“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันเนี้ย!” เด็กหนุ่มตกใจเป็นอย่างมาก
เนื่องจากการขุดค้นอักขระในวิถีชี้แนะ เป็นการบ่มเพาะนอกโลกเพลิงสีเงิน เขาจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างในนั้น แต่เมื่อละจากการขุดค้นก็รีบเข้าไปตรวจสอบในโลกเพลิงสีเงินของตนเองทันที
ต้องรู้ไว้ว่าสำหรับเขาแล้วโลกเพลิงสีเงิน ตัวตนของเขานั้นไม่ต่างไปจากพระเจ้าของที่นั่น เพียงกวาดจิตสัมผัสลงไปแค่ครั้งเดียวก็รับรู้เรื่องราวทั้งหมดของโลกนี้ได้แล้ว
“เอ๊ะ! ทำไมของสิ่งนี้ถึงมาปรากฏอยู่ที่นี่” เฟิร์สพยายามที่จะตรวจสอบของชิ้นนั้น แต่ทว่าเขากลับไม่มีอำนาจที่จะตรวจสอบมันได้ แม้ว่าเขาจะเป็นพระเจ้าในโลกแห่งนี้ก็ตาม
“ตรวจสอบไม่ได้หรอ?”
“หรือว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหลากโลกาท่านนั้นส่งมันมาอีกครั้ง?”
ภายในหัวของเด็กหนุ่มนั้นเต็มไปด้วยคำถาม
วัตถุทรงกลมมีขนาดใหญ่เกือบพันเมตรปรากฏอยู่ใจกลางของโลกเพลิงสีเงิน พลังความลึกลับของมันทำให้เฟิร์สไม่สามารถแตะต้องได้
เมื่อเขาพยายามที่จะขับมันให้ออกไปจากโลกเพลิงสีเงินของเขา
ครืนนนนนนนนนน
อำนาจอันไร้ผู้ต้านก็สะท้อนออกมา ทำให้วิญญาณทั้งดวงสั่นไหว โลกเพลิงสีเงินปานจะถล่มลงมา
วินาทีนั้นเองภายในทะเลความรู้ของเฟิร์สก็ปรากฏความเข้าใจอย่างหนึ่งขึ้นมา
“ไข่พลังอวตาร!”
“วัตถุพิศดารที่ใช้กฏเกณฑ์ของโลกในการกระตุ้นการทำงาน”
ข้อความนี้ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน
เฟิร์สไม่รู้ว่าไข่พลังอวตารนี้คือสิ่งใด แต่เขากลับรู้ถึงวิธีการใช้งานของมัน
“ใช้กฎเกณฑ์ของโลกกระตุ้นการทำงานหรอ? นี่เป็นเพียงวิธีพื้นฐานเท่านั้น แต่มันกลับมีมาตรฐานที่สูงลิ่วยิ่ง” เฟิร์สเอ่ยอย่างทึ่งๆ
ตอนนี้เขาเริ่มมั่นใจแล้วว่าเบื้องหลังของเขานั้นมีสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่บางท่านหนุนหลังอยู่
ในความเข้าใจของเขาไข่พลังอวตารนี้ไม่มีอันตรายต่อวิญญาณของเขา
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่รู้คุณสมบัติการใช้งานของมัน
ไข่พลังอวตารคืออะไรกันแน่?
หรือมันสามารถสร้างร่างอวตารได้?
เฟิร์สได้แต่คาดเดามันเท่านั้น ในความเป็นจริงเขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าแท้จริงแล้วมันมีประโยชน์อย่างไร
แต่อย่างไรก็ตามของสิ่งนี้ย่อมเป็นเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่เป็นผู้มอบโอกาสให้เขา ดังนั้นเขาจึงต้องหาทางใช้งานมันให้ดี เพื่อไม่ให้เบื้องหลังของเขาต้องผิดหวัง
ในการรับรู้ของเขาไข่พลังอวตารสามารถใช้ได้ครั้งเดียวเท่านั้น ดังนั้นเขาต้องรักษาโอกาสนี้ไว้ให้ดี
เฟิร์สใช้เวลาตรวจสอบอยู่นาน เขาไม่กล้าฝืนขับไข่พลังอวตารนี้ออกจากวิญญาณอีกต่อไป เพราะกลัวว่าวิญญาณของเขาจะทนรับพลังสะท้อนนี้ไม่ไหว อาจทำให้วิญญาณของตนเองแตกดับเพราะเหตุนี้
“โอกาสที่สิ่งมีชีวิตหลากโลกาท่านนั้นมอบให้นั้นไม่ธรรมดาจริงๆ ไม่รู้ว่าประโยชน์ของมันจะยิ่งใหญ่เพียงใดกัน แต่น่าเสียดายที่ฉันในตอนนี้ยังไม่สามารถใช้งานมันได้ คงต้องรอให้การบ่มเพาะของฉันสามารถใช้งานกฏเกณฑ์ของโลกได้เท่านั้นถึงจะสามารถรับรู้เรื่องนี้ได้” เฟิร์สรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณ และยอมรับความสามารถของตนเอง
สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้คือตั้งใจฝึกฝนให้อยู่บนจุดยอดสุดเท่านั้น ถึงจะสามารถรักษาดาวเคราะห์โลกแห่งนี้ได้
“บ่มเพาะต่อไปเถอะ ขุดค้นอักขระจากวิถีชี้แนะให้ได้มากที่สุดแล้วบ่มเพาะมันอย่างเต็มที่ นี่คือสิ่งที่ฉันควรทำมัน”
เฟิร์สทำการบ่มเพาะต่อ เขานั้นต้องขุดค้นอักขระจากวิถีชี้แนะที่อยู่ภายในสัญลักษณ์ดาราน้ำเงินสองแฉก
การขุดค้นนั้นไม่ได้ง่ายเลย นอกจากจะต้องแยกแยะอักขระแต่ละตัวแล้ว จะต้องคัดลอกอักขระออกมาเพื่อเก็บไว้ในโลกเพลิงสีเงินเพื่อนำไปศึกษาต่อ เมื่อศึกษาอักขระจนรู้แจ้งแล้วถึงจะสามารถจารึกลงบนวิญญาณได้
ถึงอย่างนั้นขอบเขตดาราน้ำเงินสองแฉกก็มีอักขระภายในสัญลักษณ์อยู่อย่างจำกัด เขาจำเป็นต้องเพิ่มการบ่มเพาะพลังสปีริตเพื่อก้าวหน้าสู่ขั้นถัดไป แล้วทำแบบเดิมซ้ำไปเรื่อยๆ
โดยที่การทำทุกอย่างนี้ไม่สามารถเร่งเวลาเหมือนตอนอยู่ในโลกเพลิงสีเงินได้
เส้นทางนี้เหมือนจะยาวนาน แต่เฟิร์สนั้นมีเวลามากมายที่จะทำมัน
หลังจากที่เหตุการณ์การลงเทรดอบิสสีน้ำเงินที่พม่าผ่านไปสามปี
ข่าวของเฟิร์สก็เริ่มเงียบลง เพราะบนโลกยังมีข่าวใหม่ๆ เกิดขึ้นเรื่อยๆ
เฟิร์สยังคงใช้ชีวิตอย่างสันโดษกับครอบครัวบนภูเขา นิวโฮปไม่กล้าที่จะรบกวนเขา และในระหว่างนี้นิวโฮปก็ไม่ได้ใช้คำร้องตามสัญญาห้าครั้งกับเขาด้วย
หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์นั้นมา นิวโฮปก็ยกระดับความสำคัญของเฟิร์สให้สูงกว่าบัญชาเมฆที่อยู่ในร้อยอันดับแรกเสียอีก ดังนั้นแล้วพวกเขาจึงจะต้องใช้มันในเรื่องที่สำคัญเท่านั้น
เฟิร์สไม่ได้มีปัญหากับเรื่องนี้ เมื่อเขาตกลงทำสัญญากับพวกเขาไปแล้ว เรื่องอื่นๆ ล้วนแต่พวกเขาจะตัดสินใจ
ต้องรู้ไว้ว่าสำหรับเฟิร์สในตอนนี้อบิสระดับสีน้ำเงินไม่ได้เป็นภัยคุกคามอีกต่อไป ต่อให้จ้าวมิติอบิสจะมาเยือนด้วยตนเองหรือระเบิดร่างจำแลงมอนสเตอร์ เขาก็มั่นใจว่าพลังอักขระขั้นสีม่วงจะช่วยให้เขารักษาชีวิตเอาไว้ได้
เด็กหนุ่มยังคงใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุข เขาใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวและออกไปชี้แนะการฝึกฝนของเด็กๆ เป็นกิจวัตร ส่วนเรื่องการฝึกฝนเขาสามารถฝึกฝนได้ตลอดเวลา แม้เป็นแค่การเหม่อลอยกลางโต๊ะอาหาร เขาก็สามารถฝึกฝนในโลกเพลิงสีเงินได้นับไม่ถ้วน
ไม่ต้องเอ่ยว่าเขาในตอนนี้ไม่จำเป็นต้องหลับนอน เขาสามารถใช้เวลากลางคืนในการขุดค้นอักขระในวิถีชี้แนะได้
เขาสามารถฝึกฝนที่บ้านได้ทุกเวลา เว้นเสียแต่ว่าเขาจะทำการบรรลุขั้นจึงต้องปลีกวิเวกออกไปทำที่ห่างไกลเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อครอบครัวของเขา
ในวันหนึ่งนั้นเองยอเน๊ก็มีท่าทางแตกตื่น เขาวิ่งไปหาเฟิร์สที่กำลังจิบกาแฟยามเช้าอย่างตื่นเต้น
“พี่เฟิร์ส ... พี่เฟิร์ส ... เกิดเรื่องแล้ว เกิดเรื่องขึ้นแล้ว!”
เด็กหนุ่มผมสีเงินหันไปทางน้องชายบุญธรรมด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่ง
“มีอะไรหรอยอเน๊”
“พี่ ... พี่ต้องดูนี่!” ยอเน๊ไม่พูดเปล่าเขานำโทรศัพท์ของเขาออกมามันเปิดหน้าจอข้อมูลข่าวหนึ่งที่ทำให้โลกนั้นต้องแตกตื่น เขายืนโทรศัพท์ของเขาให้พี่ชายของเขาดู
วินาทีที่เฟิร์สได้อ่านข้อความ หัวคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันในทันที