ตอนที่ 36 ซุ่มดูการต่อสู้!
การแสดงเริ่มขึ้นแล้ว
อันธพาลนับสิบพุ่งเข้าหาหลินเยี่ย หากจะชิงตัวโฉมงามก็ต้องกำจัดชายหนุ่มตรงหน้าให้ได้
ขณะพวกเขากรูเข้ามา หลินเยี่ยเงยหน้าพร้อมแววตาเย็นชาพลันจ้องไปยังเหล่าอันธพาล
พวกเขาหวาดกลัวและสูญเสียความกล้าหาญทันที
รูปลักษณ์และแววตาเย็นชาเต็มไปด้วยความอาฆาตทำให้เหล่าอันธพาลหวาดกลัว
ชายกลุ่มนั้นสั่นเทา พวกเขาไม่เคยเห็นแววตาโหดเหี้ยมเช่นนี้มาก่อน หลินเยี่ยน่ากลัวยิ่งกว่าสัตว์ร้าย
เนื่องจากสองคนด้านหลังไม่เห็นท่าทางนี้ พวกเขาจึงไร้ความกลัวพลันยกหมัดกระแทกหน้าหลินเยี่ยทันที
หลินเยี่ยจ้องตาเขม็งเมื่อเห็นเศษสวะเหล่านี้เตรียมพุ่งเข้าใส่
ทันทีที่พวกเขาเข้าใกล้ หลินเยี่ยยกมือขึ้นโบก อันธพาลนับสิบกระเด็นไปไกลก่อนจะล้มลงโอดครวญ
เหตุการณ์นี้ทำให้พวกเขาได้รับบาดเจ็บแตกต่างกันไป
โดยเฉพาะชายสองคนที่กำลังจะลงมือ แขนและขาหักพร้อมโอดครวญ
เหตุการณ์นี้ทำให้หลงซือหยิงประหลาดใจจนอ้าปากค้าง
นี่เป็นครั้งที่สองที่เธอได้เห็นทักษะอันน่าทึ่งของหลงเยี่ย ครั้งแรกคือตอนเขาจัดการเหล่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
แต่คราวนี้แข็งแกร่งกว่า เพียงยกมือสามารถกำจัดอันธพาลนับสิบได้
เธอชื่นชมหิลินเยี่ยมากขึ้น เขาไม่เพียงหล่อเหลาแต่ยังต่อสู้ได้อย่างยอดเยี่ยม
ไม่รู้เลยว่าพี่เย่วเหยาหาสามีที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ได้จากไหน สายตาแหลมคมจริงเชียว
“ป่าป๊าเก่งที่สุดเลยค่ะ ยอดเยี่ยมมากเลย” เมื่อเห็นเหล่าอันธพาลล้มลงยี่ยี่อดไม่ได้ที่จะปรบมือ
สำหรับเธอ พ่อเป็นดั่งวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่เปี่ยมด้วยอำนาจ
ทุกคน ณ ที่นั่นต่างตกตะลึง
บริกรและลูกค้าทุกคนจ้องไปยังหลินเยี่ยราวกับสัตว์ประหลาด
แม้ก่อนหน้านี้หลินเหม่ยชินจะห่วงว่าหลินเยี่ยอาจถูกทุบตีจนตาย แต่เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก็ทำให้คลายความกังวล
หลินเยี่ยสามารถจัดการเหล่าอันธพาลนับสิบได้ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว น่าทึ่งเสียจริง
หลินเหม่ยซินตกใจมาก
เธอจ้องไปยังหลินเยี่ยพร้อมรูม่านตาขยายกว้าง
เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าทักษะของชายตรงหน้าจะน่าทึ่งขนาดนี้
เดิมทีเธอรอชมภาพที่อันธพาลทำร้ายหลินเยี่ย
ทว่าการแสดงนี้กลับจบลงอย่างไม่น่าเชื่อ
สิ่งเหล่านี้ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะมองหลินเยี่ยอย่างชื่นชม
ก่อนหน้านี้หลินเหม่ยชินไม่เชื่อในสิ่งที่พี่สาวบอกว่าหลินเยี่ยนั้นเก่งกาจ ทว่าเหตุการณ์นี้ทำให้เธอแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง
ดวงตาเธอล่องลอยก่อนจะกลับมาเคร่งขรึม
ตอนนี้เหล่าอันธพาลไร้ซึ่งความกล้าหาญหรือเย่อหยิ่งใด เมื่อรู้ว่าตนรุกรานชายผู้ทรงพลัง พวกเขาลุกขึ้นและวิ่งหนีไปด้วยความตกใจทันที
ขณะที่กำลังวิ่งออกจากร้าน เหล่าอันธพาลพบว่าหลินเยี่ยยืนอยู่ตรงหน้า มองพวกเขาราวกับสัตว์เดรัจฉาน
เฮ้ย!
เมื่อกี๊เขานั่งอยู่บนโต๊ะไม่ใช่เหรอ ทำไมโผล่มาที่นี่ได้ภายในพริบตาล่ะ?
เหล่าอันธพาลสับสนพลางคุกเข่าลงอ้อนวอน “เราผิดไปแล้ว โปรดยกโทษให้… ”
พวกเขาคุกเข่าลงขอความเมตตาอย่างอ่อนโยนทันที
ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะคู่ต่อสู้นั้นแข็งแกร่งมาก
“พวกแกควรขอโทษหญิงคนนั้นมากกว่า” หลินเยี่ยพูดพลันชี้ไปยังหลงซือหยิง
น้ำเสียงดูสงบแต่แฝงไปด้วยพลังที่ไม่อาจต้านทานได้
"ครับ ครับ ครับ!"
ชายอันธพาลกลุ่มนั้นคุกเข่าลงต่อหน้าหลงซือหยิง “ขอโทษนะครับ เราผิดไปแล้ว เราจะไม่ทำเช่นนี้อีก ได้โปรดยกโทษให้เราด้วย”
"..."
หลงซือหยิงตะลึง เธอไม่คิดว่าชายหยิ่งยโสกลุ่มนี้จะยอมคุกเข่าลงท่ามกลางผู้คนเพื่อขอความเมตตา
แม้จะทำให้ชายกลุ่มนี้อับอายได้ แต่หลินเยี่ยกลับยังรู้สึกโกรธ
ทว่าเมื่อเห็นท่าทีเขินอายของชายกลุ่มนี้ ความโกรธในใจเขาค่อย ๆ หายไปก่อนจะสั่ง “ไปซะ และอย่ารังแกหญิงคนไหนอีก”
“ครับ เราไม่กล้าทำแล้ว” ชายทั้งสิบพยักหน้ารับพร้อมให้สัญญา
“เอาล่ะ ไปซะ” หลงซือหยิงไม่อยากให้มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นจึงไล่พวกอันธพาลไป
หลังจากขอบคุณทั้งคู่แล้ว เหล่าอันธพาลก็รีบหนีออกจากร้านอาหารทันที
เมื่อพวกเขาจากไป หลินเยี่ยเอื้อมมือกอดยี่ยี่ “พวกเราอิ่มแล้ว ไปกันเถอะ”
หลังจากเช็คบิล หลินเยี่ยพายี่ยี่เดินออกจากร้านอาหาร
หลงซือหยิงเดินตามหลังไปพร้อมจ้องมองแผ่นหลังหลินเยี่ยตาไม่กระพริบ
ทันใดนั้น เธอตระหนักได้ว่าการอยู่กับชายผู้นี้ทำให้รู้สึกปลอดภัยมาก
เขาเปรียบดังกำแพงเมืองใหญ่ที่คอยปกป้องและช่วยเหลือเธอจากพายุ ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจ
หลินเยี่ยรับรู้ได้ว่าหลินเหม่ยชินและลูกน้องยังคงตามติดอยู่ ดังนั้นเขาจึงหันมาพูดกับหลงซือหยิง “คุณพายี่ยี่กลับบ้านไปก่อน ผมต้องไปจัดการอะไรหน่อย”
"ค่ะ!"
หลงซือหยิงพยักหน้าพร้อมพูด “รีบกลับบ้านมาทานมื้อเย็นด้วยกันนะคะ เราจะรอ”
“โอเคครับ” หลินเยี่ยพยักหน้าพร้อมมองหลงซือหยิงก่อนจะเดินจากไป
เมื่อรู้ว่าหลินเหม่ยชินยังคงตามเขาอยู่ หลินเยี่ยจึงเดินเข้าไปในตรอกฝั่งตรงข้าม
หลินเหม่ยชินนำลูกน้องตามเข้าไป ก่อนจะพบว่าหลินเยี่ยหายไปอย่างไร้ร่อยรอยในชั่วพริบตา
หลังจากมองรอบ ๆ ตรอกอยู่นาน เธอจึงหันศีรษะถามลูกน้อง “หลินเยี่ยล่ะ? เขาไปไหนแล้ว?”
“ไม่ทราบครับ” บอดี้การ์ดนับสิบงุนงงกับการหายตัวไปของหลินเยี่ย
“โถ่เอ๊ย” หลินเหม่ยชินสบถก่อนจะสั่งลูกน้อง “ยืนงงอะไรกันล่ะ รีบไปตามหาสิ”
เหล่าบอดี้การ์รับคำสั่งและเริ่มตะเวนหาทันที
"ฟิ้ว!"
ขณะหลินเหม่ยชินกำลังมองหาหลินเยี่ย เธอได้ยินเสียงลมพัดผ่านก่อนจะพบว่าเขายืนอยู่ตรงหน้า
“กำลังมองหาผมอยู่เหรอ?” หลินเยี่ยพูดอย่างเย็นชา
หลินเหม่ยชินหน้าซีดด้วยความกลัว หลินเยี่ยหายตัวไปมาได้ราวกับผี น่ากลัวเสียจริง
ทว่าเธอสามารถควบคุมสติได้อย่างรวดเร็วก่อนจะพยักหน้า “ใช่ ฉันกำลังมองหาคุณ”
“ผมไม่ต้องการให้ใครมารบกวนชีวิต เลิกตามผมซะ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าผมหยาบคาย” หลินเยี่ยเตือนอย่างเย็นชาก่อนจะหันหลังกลับและเตรียมเดินจากไป
"หยุด!"
หลินเหม่ยชินตะโกนพลันวิ่งไปด้านหน้าหลินเยี่ยอย่างรวดเร็วและกล่าว “ฉันดูไม่ออกจริง ๆ ว่าคุณเป็นคนมีความสามารถ”
เหตุการณ์ในร้านอาหารทำให้หญิงสาวเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อหลินเยี่ย เธอทั้งรู้สึกซาบซึ้งและแปลกใจ
เมื่อเห็นว่าหลินเยี่ยนิ่งเงียบเธอจึงพูดต่อ “ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะให้คุณช่วยรักษาคุณปู่”
ก่อนหน้านี้ หลินเหม่ยชินได้ยินจากพี่สาวและลุงว่าหลินเยี่ยนั้นมีความสามารถ ทั้งยังแตกต่างจากคนทั่วไป
หลินเหม่ยชินมาที่นี่เพื่อทดสอบหลินเยี่ย เมื่อเห็นทักษะของเขาในร้านอาหารทำให้เธอนึกถึงคำพูดของลุงและพี่สาว
“รีบกลับไปเตรียมตัวและหาสิ่งที่ผมอยากได้มาให้เร็วที่สุดเถอะ” หลินเยี่ยพูดด้วยความหงุดหงิด
“ภูเขาเทียนซาน ไม่ต้องห่วง ลุงของฉันกำลังทำการเจรจาซื้อขายและจะนำมามอบให้คุณในไม่ช้า”