ท่านแม่สกุลเสียวสะท้านภพ

    บทที่ 46 สวรรค์ริมน้ำตกของข้า กับท่านแม่

            หลังจากนั้น เวิ่นกวง มู่กุ้ยอิง กับหมอหญิงหยุ่นซินก็ใช้ชีวิตอยู่รวมกัน ณ กระท่อมริมน้ำตกอย่างมีความสุขเรื่อยมา จวบจนกระทั่งวันหนึ่ง เรื่องที่หมอหญิงหยุ่นซินได้เคยบอกไว้กับกุ้ยอิงก็ได้เกิดขึ้น….


            "เช่นนั้นข้าไปก่อนนะกุ้ยอิง เวิ่นกวง"


            "เจ้าค่ะ ท่านหมอข้าขอให้เดินทางปลอดภัย หากมีเวลาว่างก็กลับมาเยี่ยมเยียนข้ากับเวิ่นกวงบ้างนะ"


            "ย่อมเป็นเช่นนั้นแน่นอน หากข้ายังมีชีวิตอยู่ล่ะนะ เวิ่นกวงเอ่ย ดูแม่เจ้าให้ดี ๆ ละ" หมอหญิงหยุ่นซินหันไปส่งยิ้มบาง ๆ ให้เวิ่นกวงก่อนจะเอ่ยขึ้น ซึ่งเวิ่นกวงก็พยักหน้ารับอย่างแข็งขัน ก่อนจะรับปากว่า มันจะดูแลกุ้ยอิงเป็นอย่างดี


            จากนั้นหมอหญิงหยุ่นซินจึงได้พลันหมุนกาย หันหลังให้สองแม่ลูก ก่อนจะเดินจากจากไป..


            เหตุที่นางต้องออกเดินทางนั้นมีอยู่สองเหตุผลใหญ่ ๆ หนึ่งคือ นางต้องการออกไปช่วยเหลือผู้คนที่กำลังเจ็บป่วยทั่วแผ่นดินตามที่เคยตั้งปณิธานไว้เมื่อนานมาแล้ว และสองคือต้องการยกกระท่อมหลังนี้ให้สองแม่ลูกใช้ชีวิตอยู่กันหลังจากนี้


            ด้วยรู้ดีว่า หากยังอยู่ต่อ คงทำให้กุ้ยอิงลำบากใจ ยามที่นางทุเลาพิษอุบาทว์ในร่างของเวิ่นกวง


            กุ้ยอิงได้แต่ทอดสายตามองหญิงหยุนซินผู้มีพระคุณเดินหายลับเข้าไปในป่าอย่างใจหาย หากตอนนั้นกุ้ยอิงมิได้พานพบนาง ก็ไม่รู้ว่ายามนี้เวิ่นกวงจะสภาพเป็นไรบ้าง บางทีบุตรชายของนางอาจจะ…ขึ้นอยู่บนสวรรค์กับหยางจงเป่าบิดของมันแล้วก็เป็นได้…


            และ พอกล่าวถึงเจ้าเวิ่นกวงแล้ว ในยามนี้มันเองก็ใจหายไม่ต่างกัน ทว่า…..ด้วยความที่มีความคิดทะลึ่งตึงตังกับมารดาอยู่บ่อย เจ้าเวิ่นกวงจึงนึกพิเรนทร์บางอย่างขึ้นมาได้


            มันที่เห็นกุ้ยอิงกำลังยืนเหม่อลอยด้วยความเศร้าสร้อย จึงได้พลันพุ่งเข้าไปโอบเอวอย่างรวดเร็ว จนนางสะดุ้งตกใจ


            "เดี๋ยวเถอะเจ้าเด็กคนนี้!! คิดจะทำอันใดแม่กัน จู่ ๆ ก็โผเข้ามากอด" กุ้ยอิงทำหน้ากึ่งยิ้มกึ่งโมโหก่อนจะแค่นเสียงดุบุตรจอมทะเล้นของนาง ซึ่งเจ้าเวิ่นกวงก็มิได้รู้สึกสลดแต่อย่างใด แถมมันยังโอบกอดกุ้ยอิงแน่นขึ้น ก่อนที่ทั้งสองจะกันเดินกลับเข้ากระท่อมไป…


            ชีวิตหลายวันนับจากนั้นของเวิ่นกวงถือว่ามีความสุขเป็นอย่างมาก มันได้ใช้ชีวิตอยู่กับมารดาคนงามกันสองต่อสอง ได้หยอกล้อ ทำทะลึ่งตึงตังกับกุ้ยอิงบางนิด ๆ หน่อย ๆ ได้บรรเลงเพลงพิณร่วมกัน ได้ฝึกเพลงทวนสกุลหยางร่วมกัน ทว่า…เมื่อมีความสุข ก็ย่อมต้องมีความทุกข์ควบคู่ไปด้วยนี้คือ สัจธรรมของชีวิต ความทุกข์ที่ว่าก็หาใช่ เรื่องใดไม่นอกจากพิษอุบาทว์ในกายของเวิ่นกวงนั้นเอง


            ยามที่หมอหญิง….ยังอยู่นางได้ถ่ายทอดวิธีฝังเข็ม กับสอนสูตรการปรุงยาให้กุ้ยอิงแล้วแต่นั่นก็ทำได้แค่เพียงทุเลาอาการ และลดความเจ็บปวดยามที่พิษกำเริบ หากจะรักษาให้เวิ่นกวงหายขาด ก็มีเพียงหนทาง ซึ่งก็คือ 'การกระทำต้องห้ามวิธีนั้น' ซึ่งกุ้ยอิงมิอาจทำใจยอมรับ นางจึงต้องก้มหน้าทนทำวิธีอื่นเท่าที่ตนเองจะทำได้..


            "เวิ่นกวงเป็นอย่างไรบ้างลูกแม่" กุ้ยอิงเอ่ยถามขณะที่นางนั่งอยู่บนเตียงข้างกายของบุตรชาย


            "เมื่อครู่ข้า ทรมานเหลือเกินท่านแม่ มิรู้คิดไปเองหรือไม่ว่า ความเจ็บปวดที่เกิด ยามพิษกำเริบนั้นค่อย ๆ ทวีความรุนแรงขึ้นทุกที"


            พอกุ้ยอิงได้ยินเช่นนั้นนางก็ตกใจจนสีหน้าซีดเผือด ก่อนพลันเปลี่ยนเป็นเศร้าสลดเพื่อ คิดว่าตนไร้ความสามารถที่ไม่อาจรักษาบุตรชายให้หายดีได้ดังเดิม"


            "ท่านแม่….ท่านอย่าได้คิดมากไปเลย ข้ามิเป็นอันใดหรอก ก็แค่นาน ๆ ครั้งจะทรมานสักที เห็นหรือไม่ยามนี้ข้าก็ไม่เป็นไรแล้ว" เวิ่นกวงเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า เพื่อให้กุ้ยอิงรู้สึกสบายใจขึ้น


            "ถึงเจ้าจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่แม่ก็อดรู้สึกผิดไม่ได้อยู่ดี" นางกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย


            และพอเวิ่นกวงเห็นมารดาเป็นเช่นนั้นมันจึงพลันบังเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา


            "ท่านแม่รักข้าใช่หรือไม่..? "


            "ถามอะไรของเจ้า ก็ย่อมรักแน่นอน เจ้าเป็นลูกของแม่นะ"


            "เช่นนั้นท่านก็ต้องทำให้ข้ามีความสุข และความสุขของข้าก็คือการได้เห็นรอยยิ้มของท่านแม่ทุกวัน ท่านทำได้หรือไม่…"


            พอกุ้ยอิงได้ฟังเช่นนั้น นางก็แทบจะร้องไห้ออกมาด้วยความปลื้มปีติยินดี


            "หากเจ้าต้องการเช่นนั้น จากนี้ไปแม่ก็จะยิ้มให้เจ้าทุกวัน และไม่ทำหน้าโศกเศร้าอีก แม่สัญญา"


            พอกุ้ยอิงกล่าวจบนางก็เอนตัวลงมาโอบกอดบุตรชายด้วยความรักใคร่ เวิ่นกวงเองก็โอบกอดนางกลับเช่นกัน หากแต่…..ด้วยกมลสันดานแห่งความทะลึ่งตึงตังในจิตใจของเวิ่นกวง เมื่อยามที่เนินอกอูมสล้างของ


            กุ้ยอิงได้มาสัมผัสตัว มันก็พลันบังเกิดความคิดบางอย่างที่ไม่สมควรขึ้นในหัว


            "นะ…หน้าอกของท่านแม่….ดะ…ดีล่ะ ในยามนี้หากข้าลองทำ 'เช่นนั้นดู' นางคงยินยอมเป็นแน่"


            จากนั้นเวิ่นกวงก็ได้เอ่ยกระซิบข้างหูของมารดามันขึ้น


            "ทะ…ท่านแม่"


            "มีอันใดหรือเวิ่นกวง"


            "นะ….หน้าอกของท่านแม่ ใหญ่ และนิ่มแน่นดีเหลือเกิน"


            เพียงแค่สิ้นประโยคเท่านั้นแหละ สองตาของกุ้ยอิงถึงกับเบิกกว้าง ใบหน้าแดงก่ำ ก่อนจะคลายกอดบุตรชาย และพลันลุกขึ้นด้วยความอาย


            "จะ…เจ้าเด็กทะลึ่ง พูดอันใดออกมารู้ตัวหรือไม่ ข้าเป็นแม่ของเจ้านะ เดี๋ยวเถอะ..!"


            น้ำเสียงของกุ้ยอิงดูตะกุกตะกัก สีหน้าก็ดูจะมิได้โกรธมาก แต่น่าจะอายเสียมากกว่า ซึ่งพอเจ้าตัวแสบเวิ่นกวงเห็นปฏิกิริยาของมารดาเป็นเช่นนั้น มันจึงพลันลุกขึ้นตามก่อนจะใช้สองแขนโอบเอวนางไว้ และเอ่ยคำออดอ้อนต่อ


            "ท่านแม่อย่าโกรธข้าเลยนะ ข้ารู้สึกเช่นไรก็พูดออกไปตามนั้น แม้นจะรู้ว่าไม่สมควรก็เถอะ ไหนท่านรับปากข้ามิใช่หรือว่า จะยิ้มให้ข้าทุกวัน อิอิ"


            พอกุ้ยอิงได้ยินแบบนั้นนางก็อึ้งไปชั่วขณะ มิคิดว่าจะหลงกลบุตรชายตัวแสบเข้าให้แล้ว


            "แม่ไม่ได้หมายถึงแบบนี้สักหน่อยเจ้าตัวแสบ เวิ่นกวงถึงพวกเราจะอยู่ที่นี่กันสองคน แต่ไม่ว่ายังไงแม่ก็ยังเป็นแม่เจ้าอยู่ดีนะอย่าลืมสิลูก.."


            "เรื่องนั้นข้าทราบดี แต่ท่านแม่ก็อย่าลืมสิ ว่าเราสองคนเคย………"


            เวิ่นกวงหยุดพูดก่อนจ้องตากุ้ยอิงเขม็ง


            "เคยอันใด…" กุ้ยอิงเอียงคอเอ่ยถาม


            "เคยกราบไหว้ฟ้าดิน เข้าหอ แล้วก็เคย……"


            พอกุ้ยอิงได้ยินที่เวิ่นกวงกล่าวเช่นนั้น ดวงตานางยิ่งเบิกกว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม แต่มิรู้ทำไมนางถึงไม่รู้สึกโกรธ หรือดุด่าว่ากล่าวมันแรง ๆ กุ้ยอิงทำได้แค่นิ่งเงียบไปเท่านั้น


            "ข้าขอโทษที่ต้องเอ่ยถึงเรื่องนั้น แต่ยังไงความจริงก็คือความจริงอยู่ดี พวกเรามิอาจเปลี่ยนแปลงมันได้ถูกหรือไม่ ในเมื่อสวรรค์ลิขิตมาเช่นนี้แล้ว"


            "เรื่องนั้นแม่ก็พอจะเข้าใจอยู่หรอก แล้วเจ้าคาดหวังสิ่งใดล่ะ จะให้แม่เป็น….เมียเจ้ารึไง"


            "ข้ามิกล้าคิดกับท่านแม่ถึงขั้นนั้นหรอก หากท่านพ่อที่อยู่บนสวรรค์รู้คงอกแตกตายแน่ เอาเป็นว่าในยามนี้ข้าอยากให้ท่านเป็น แม่ และคนรักของข้าจะได้หรือไม่…."


            "พูดอันใดของเจ้า ไม่อยากให้แม่เป็นเมียแต่อยากให้เป็นคนรัก แปลกพิลึก"


            "ข้าก็ไม่เข้าใจตนเองเหมือนกัน แต่คิดว่าหากเป็นแบบนี้ไปก่อนมันน่าจะมีความสุขมากกว่าท่านแม่เป็นให้ข้านะ นะ ๆ ๆ ข้าเองก็มิรู้จะมีชีวิตอยู่ได้นานอีกแค่ไหน หากก่อนตายข้าได้มี ม่านอยู่เคียงข้างในฐานะแม่กับผู้หญิงที่รักคงจะดีไม่น้อย"


            เวิ่นกวงพูดจาออดอ้อนเสียงอ่อนเสียงหวาน พร้อมกับโอบกอดกุ้ยอิงแนบแน่น ส่วนนางนั้นพอได้ยินที่บุตรชายในอุทรเอ่ยออกมาก็ให้รู้สึกใจยิ่งนัก แม้นสิ่งที่เวิ่นกวงต้องการจะแปลกประหลาด และผิดธรรมอย่างแรง แต่หากนี่จะเป็นการทำให้เขามีความสุข ในฐานะที่นางเป็นมารดา ไฉนเลยจึงจะปฏิเสธ อีกอย่างก็มิมีผู้ใดล่วงรู้ด้วย หรือหากวันหนึ่งที่นางต้องตายจากโลกนี้ไป ไว้ยามนั้นค่อยขึ้นไปสวรรค์เพื่อขอขมา หยางจงเป่า กับเหล่าบรรพชนสกุลหยาง


            "ในเมื่อเจ้าต้องการเช่นนั้น แม่ยอมก็ได้แต่….."


            "แต่อันใดหรือขอรับ"


            "แต่การจะเป็นคนรัก ระหว่างแม่กับเจ้า ย่อมต้องมีขอบเขตนะ แม่รู้ดีว่าเจ้าประสงค์สิ่งใด แต่แม่ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น และแม่ไม่อยาก…….มีทายาทกับเจ้า เจ้าเข้าใจหรือไม่"


            "เรื่องนั้นข้าทราบดี โธ่ ท่านแม่ นี่ท่านคิดเลยเถิดไปถึงไหนต่อไหนกัน ข้ายังมิได้เอ่ยปากสักนิด ว่าอยากจะ…….ทำเช่นนั้นกับท่าน"


            "เชอะ แค่อ้าปากแม่ก็เห็นลิ้นไก่ เจ้าแล้วเจ้าตัวแสบ เจ้าไม่พูดแต่เจ้าก็แอบคิดใช่ไหมล่ะ"


            "ท่านแม่คนงามของข้า ช่างรู้ใจข้าจริง ๆ เช่นนั้นหากไม่อยากเห็นลิ้นไก่ข้า ไยท่านถึงไม่ปิดมันเสียเล่า"


            กุ้ยอิงขมวดมุ่นคิ้วงุนงงในวาจาของบุตรชายอยู่ชั่วครู่ แต่จากนั้นไม่นานสองตาของนางก็เบิกกว้าง เมื่อพบว่า ริมฝีปากของเองถูกริมฝีปากของบุตรชายตรงหน้าพลันพุ่งมาประกบจูบ


            กุ้ยอิงตื่นตกใจมาก และกำลังจะใช้แรงผลักดันเวิ่นกวงออกไปห่าง ๆ ทว่า….นางกลับรู้สึกบางอย่างจึงมิได้ทำเช่นนั้น ก่อนที่กุ้ยอิงจะตัดใจยอมให้สิ่งที่ไม่สมควรดำเนินต่อไป


            กุ้ยอิงหลับตาพริ้มก่อนปล่อยลิ้นของบุตรชายเกี่ยวกวัดกับลิ้นของนาง ราวกับทั้งสองเป็นผัวเมียกัน แรก ๆ กุ้ยอิงก็ไม่ได้ให้ความร่วมมือ แต่พอผ่านไปไม่นาน นางกลับจูบตอบบุตรชายอย่างลืมตัว


            แถมเจ้าเวิ่นกวงตัวแสบยังมิได้เพียงแค่ประกบจูบมารดาบังเกิดเกล้าของมันอย่างเดียว ช่วงบนจูบ ทว่ามือนั้นยังขึ้นมาลูบคลำเต้านมอวบอัดนอกชุดอีกด้วย และกุ้ยอิงรู้สึกตัว นางก็สยิวกายก่อนจะพลันคิดเบี่ยงตัวหลบ แต่ยังคงช้าไปวูบหนึ่ง กุ้ยอิงจึงโดนฝ่ามือของบุตรชายกำขยำ เต้าอวบอั๋นจนเนื้อปลิ้นง่ามมือ


            "อือ….อืมมมมม…มมมมมม" กุ้ยอิงส่งเสียงครางในลำคออย่างเสียวซ่าน ทว่า….เวิ่นกวงนั้น ยังคงมิยอมหยุดการกระทำ หนำซ้ำ มันยังใช้มือของตนอีกข้าง จับมือมารดามาเกาะกุมที่หว่างขาของตนเองอีกอีก กุ้ยอิงถึงกับสะดุ้งเฮือก ทว่า….นางก็ไม่ได้ยกมือออก แถมยังลูบคลึงท่อนทวนอันพองก๋าแข็งโด่ของเวิ่นกวงอย่างแผ่วเบาตอบอีกด้วย


            จบตอน

    คล้ายกับเรื่องท่านแม่สกุลเสียวสะท้านภพ ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810