“เรื่องนี้มันยังไงกันเนี่ย.. ฉันงงไปหมดแล้ว!..”
เฟิร์นกล่าวออกมาอย่างตกกะใจ มันมีหลายเรื่องเลยทีเธอยังไม่รู้ และเพียงแค่วันเดียวเรื่องของเขาก็ทำให้เธอช็อกไปแล้วหลายครั้ง หนึ่งคือโอ๊ตนั้นเป็นพี่ชายของไอนะ ไอดอลที่กำลังมาแรง และไม่พอพวกเธอยังมีโอกาสได้ร่วมทานอาหารกับไอนะอีก สองคือเรื่องที่เขาเป็นคนทำแพนเค้กที่กำลังดัง จากเดิมที่ไม่เคยรับรู้อะไรเลย ตอนนี้ต้องมองเขาใหม่อีกครั้ง
และครั้งที่สามนี้ทำให้เธอมึนหัวไปเลย เพราะเขาดันรู้จัก และปิงปิงยังบอกอีกด้วยว่าโอ๊ตค่อนข้างที่จะสนิทกับพ่อแม่ของเธอ นอกจากนี้ยังมีคุณปู่ทั้งสองคนของมนต์อีก ทางด้านของมนต์เองก็เพิ่งจะเข้าใจความหมายก่อนหน้านี้ตามที่ปิงปิงบอกที่ว่าเธอยังไม่รู้จักกับโอ๊ตดีพอ และมันมีแต่เรื่องอะไรไม่รู้เต็มไปหมด
“เฮ้ออ ถ้าโอ๊ตจะบอกว่าเพิ่งรู้ว่ามนต์เป็นหลานของคุณเสรี แล้วเฟิร์นคือลูกสาวของคุณหญิงเปรมในตอนนี้มันจะทันไหมครับเนี่ย.. กะว่าจะเงียบๆเอาไว้แล้วเชียว..” โอ๊ตกล่าว ก็อย่างที่ใครหลายๆคนนั้นทราบดี เขาไม่ค่อยอยากให้ชีวิตที่ดำเนินไปของเขานั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก และวุ่นวาย
แม้ก่อนหน้านั้นเขาจะทำใจเอาไว้แล้วว่าทั้งสองคนจะรู้ความจริงจากการบอกเล่าภายในครอบครัว แต่ด้วยเหตุผลอะไรที่เขาก็ไม่รู้ ดูเหมือนว่าพวกเธอจะไม่ทราบเรื่องของเขา มันสังเกตได้ไม่ยากจริงๆ ถ้าเทียบกับปิงปิงที่มีอาการเปลี่ยนไปก่อนหน้านี้ แต่ทั้งสองคนนั้นไม่มีอาการเช่นนั้นเลยสักครั้งเดียว แม้จะแปลกใจ แต่มันก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะเขานั้นขี้เกียจอธิบาย..
“ขอโทษนะคะ..” ปิงปิงกล่าวขอโทษกับโอ๊ตเบาๆ เธอไม่ทันได้คิดเลย บางทีอาจจะเป็นโอ๊ตเองที่สั่งให้พวกเขาปกปิดตัวตนของเขา และเธอพลาดเองที่เผลอหลุดปากถามไปอย่างนั้น เพียงแค่เธอประหลาดใจในพฤติกรรมของทั้งสอง..
“ไม่เป็นอะไรหรอกครับปิงปิง สักวันยังไงพวกเธอก็ต้องรู้อยู่ดีมั้งนะ.. ฮ่าๆ” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับหัวเราะ
“ไม่ต้องมาทำเป็นหัวเราะกลบเกลือนเลยค่ะโอ๊ต.. ตอนนี้โอ๊ตควรจะอธิบายให้พวกเราเข้าใจนะคะ ว่าไปรู้จักแถมยังสนิทกับพวกท่านได้ยังไง..” มนต์หรี่ตามอง และกล่าวถามกับโอ๊ต..
“โอ๊ตว่าตรงนี้มันไม่ค่อยจะสะดวกสักเท่าไรนะครับ.. เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาสจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียดอีกครั้งก็แล้วกันนะครับ แต่ถ้าจะพูดถึงความสัมพันธ์ของโอ๊ตกับพวกท่านแล้วล่ะก็.. อื้มม อารมณ์ก็น่าจะเป็นบุญคุณต้องทนแทนอะไรแบบนั้นน่ะครับ..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับยิ้มๆ
“..บุญคุณอย่างนั้นเหรอคะ.. ก็ได้ค่ะโอ๊ต พรุ่งนี้โอ๊ตจะต้องบอกทุกอย่างให้พวกเราสองคนฟังนะคะ” มนต์ทวนคำเล็กน้อย และเธอก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะว่าคุณปู่ของเธอเป็นคนใหญ่คนโต รวมถึงพ่อกับแม่ของเฟิร์นเองก็ด้วย บางทีอาจจะมีบ้างที่ท่านได้ช่วยเหลือโอ๊ตเอาไว้ก็เป็นไปได้..
“ได้สิครับมนต์..” โอ๊ตตอบพร้อมกับรอยยิ้ม แต่มีหรือที่เจ้าแม่อย่างเฟิร์นนั้นจะยอม..
“ได้ยังไงกันยัยมนต์.. นายนี่ปกปิดความลับไม่ยอมบอกเรามาตั้งนาน.. เราต้องจับตาดูเขาเอาไว้ให้ดี ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะกลายเป็นปลาไหลลื่นไม่ยอมบอกพวกเราก็เป็นไปได้ เราต้องตามติดหนึบอย่าให้เขาคลาดสายตาเด็ดขาด.. นายมีปัญหาอะไรไหมถ้าพวกเราจะขอตามนายไปด้วยในวันนี้ ยังไงจุดหมายก็เป็นที่เดียวกันอยู่แล้วนี่นา..”
เฟิร์นกล่าวพร้อมกับหันมากล่าวแบบกระแทกเสียงกับโอ๊ต ก่อนที่เธอจะพยายามส่งซิกให้กับมนต์เพื่อนรัก เธอพยายามที่จะบอกกับมนต์ว่ามันเป็นแผนที่เธอแกล้งโมโหอย่างนี้ เพียงเพื่อที่จะได้ตามตาโอ๊ตไปด้วยทุกที่เลย ในฐานะกำลังเสริมแล้วจะปล่อยศัตรูอยู่ใกล้กับโอ๊ต และคอยทำคะแนนอย่างนี้ต่อไปอีกไม่ได้..
“ใช่แล้ว! เราต้องจับตาดูโอ๊ตเอาไว้.. อืมๆ” มนต์กล่าวแบบไร้ซึ่งความเนียนใดๆ ปิงปิงที่เห็นอย่างนั้นก็อยากจะเข้าไปสอนเรื่องมุขการแสดงให้กับพวกเธอเสียจริงๆ แม้แต่โอ๊ตที่เรียกได้ว่าไม่ค่อยเข้าใจกับเรื่องพวกนี้มากนักยังรับรู้ได้เลย
“ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกนะ แต่มันก็อาจจะน่าเบื่อไปสักหน่อยนะครับ..” โอ๊ตกล่าวเช่นนั้น และมันเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ไอนะเงยหน้าขึ้นมาจากจอโทรศัพท์ของเธอ และเธอก็ต้องร้องตะโกนออกมาอย่างดีใจ
“เย้ๆๆ ไอนะไม่มีงานต่อด้วยล่ะ มีนบอกว่าถ้าไอนะจะไปกับพี่ชายก็ไปได้เลยด้วย.. เย้ๆ” ไอนะกล่าวออกมาเสียงดังขนาดนั้น แน่นอนว่ามันทำให้เหล่าแฟนคลับที่ได้ยินอย่างนั้นถึงกับหูผึ่งกันเป็นแถวๆ ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มหาข้อมูลร้านแพนเค้กของโอ๊ตเลยทีเดียว..
‘หืออ เอาอย่างนั้นเลยเหรอยัยผู้จัดการคนนั้น.. เฮ้ออ เหนื่อยใจกับคนพวกนี้จริงๆ’ โอ๊ตที่ได้ยินก็เหนื่อยใจกับมีนที่โยนภาระมาให้กับเขาเพิ่มอีกหนึ่งอัน จากที่เหนื่อยใจมากอยู่แล้ว และเขาก็ต้องเหนื่อยใจมากกว่านั้น เมื่อจู่ๆก็มีข้อความแจ้งเตือนผ่านเข้ามาเป็นข้อความทางโทรศัพท์มือถือ
‘เรียนคุณชาย.. กระผมชูเกียรติได้เตรียมขบวนเคลื่อนย้ายสำหรับทุกท่านเอาไว้แล้ว เรื่องความปลอดภัยคุณชายได้โปรดวางใจ.. อีกสักครู่จะมีบอดี้การ์ดเข้าไปประจำการพื้นที่แถบร้านที่ท่านอยู่ทันทีขอรับ..’ โอ๊ตคิ้วกระตุกหลังจากที่อ่านข้อความเสร็จทันที และเขาก็ต้องกู่ร้องในใจทันที..
‘มันคืออะไรกันครับเนี่ยย.. ทำไมทุกอย่างมันดูวุ่นวายขนาดนี้กันฟ่ะ..’ และโอ๊ตก็ทำได้แค่บ่นเท่านั้น..
หลังจากนั้นไม่นานเท่าไรนัก ทั้งมนต์ และเฟิร์นก็ต้องมึนงงที่จู่ๆชายชุดดำหลายคนก็เดินเข้ามาภายในร้านไอศกรีม และซุบซิบอะไรบางอย่างกับโอ๊ต ก่อนที่โอ๊ตนั้นจะมองตาขวางใส่พวกเขาเล็กน้อย และหยิบยื่นกุญแจรถยนต์ของเขาให้กับชายชุดดำไป..
“มนต์กับเฟิร์นมากันยังไงเหรอครับ..” โอ๊ตกล่าวถาม
“มนต์เอารถของตัวเองมาค่ะโอ๊ต.. เออ มีอะไรหรือเปล่าคะ” มนต์กล่าวถามด้วยความสงสัย
“คือมันเป็นอย่างนี้ครับ มันเป็นเรื่องของความปลอดภัยในการเดินทางของไอดอลน่ะครับ ถ้าพวกเขาขับตามๆกันไปหลายๆคันมันอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดีได้หลายอย่าง อาทิเช่นการสะกดลอยเป็นต้นน่ะครับ คนพวกนี้เป็นบอดี้การ์ดไว้ใจได้ ดังนั้นถ้ามนต์กับเฟิร์นจะไปพร้อมกับพวกเรา ก็ให้พวกเขานำรถของมนต์ไปรอที่จุดหมายน่าจะเป็นการดีที่สุดครับ..” โอ๊ตพยายามกล่าวถึงความจำเป็นที่ต้องทำอย่างนี้ให้มนต์นั้นเข้าใจ แต่เขาก็ไม่รู้ว่ามนต์จะเข้าใจหรือไม่เช่นกัน
“เข้าใจแล้วค่ะโอ๊ต..” เธอยื่นกุญแจรถให้กับชายชุดดำไปพร้อมกับบอกป้ายทะเบียนของตัวเอง เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมโอ๊ตถึงดูหนักใจหลังจากอ่านข้อความ เพราะมันเป็นเรื่องยากที่จะขอให้ใครสักคนมอบรถให้กับคนแปลกหน้าขับขี่ แต่เธอก็ไม่อยากให้โอ๊ตต้องลำบากใจเพิ่ม เธอจึงยอมง่ายๆ
“ไม่ต้องเป็นกังวลขอรับคุณผู้หญิง.. ทางเรามีบอดี้การ์ดที่เป็นผู้หญิงอยู่ด้วย รับรองว่าเธอจะดูแลรถของคุณเป็นอย่างนี้.. โปรดไว้วางใจขอรับ” บอดี้การ์ดคนนั้นกล่าว ซึ่งมนต์ก็ใจชื้นขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยก็เป็นผู้หญิงด้วยกันที่ขับรถของเธอ บางทีถ้าเป็นผู้ชายอาจจะมีเรื่องอะไรไม่ดีเกิดขึ้นก็เป็นไปได้..
หลังจากเคลียร์ตรงนี้เสร็จแล้ว โอ๊ตก็เรียกเก็บเงิน และมันก็เป็นเช่นเดิมที่โต๊ะของพวกเขาได้รับส่วนลดพิเศษจากทางร้าน เพราะร้านของพวกเขาเพิ่งจะเข้าไปเป็นสปอนเซอร์ให้กับไอดอลสาวไอนะอย่างเป็นทางการ การที่ให้จ่ายเงินก็ถือว่าเป็นอะไรที่เสียมารยาทมากแล้ว แต่โอ๊ตก็ยืนยันที่จะจ่าย เขารับไม่ได้ที่จะต้องกินฟรี มันเป็นกฎเหล็กของเขาที่ว่ากินแล้วก็ต้องจ่าย แต่ถ้ามีส่วนลดก็ไม่ปฏิเสธ..
กลุ่มของโอ๊ตที่รวมกับ 4 สาวเดินไปยังประตูหน้าโดยที่มีเหล่าบอดี้การ์ดคอยคุ้มกันอย่างขยันขันแข็ง ไม่นานพวกเขาก็ขึ้นรถหรูพร้อมกับขบวนรถคุ้มกันอีกหลายสิบคัน มันเป็นระดับที่เรียกได้ว่าโคตรจะวีไอพีอีกหนึ่ง และจุดหมายที่รถพวกนี้ขับไปนั้นคือหอพักของป้าเพ็ญหลังเก่าที่โอ๊ตพักอาศัยซะอย่างนั้น มันค่อนข้างดูขัดแย้งกันจริงๆ..
เมื่อมาถึงแล้วโอ๊ตเห็นบอดี้การ์ดที่เขาจำหน้าได้ และเป็นที่โชคดีที่นายคนนี้เคยไปช่วยเขายกวัตถุดิบจากร้านเจ๊หมึกเมื่อครั้งก่อน ดังนั้นเขาจึงใช้ให้บอดี้การ์ดคนนี้ไปซื้อวัตถุดิบมาอีก 10 ชุด เพราะวันนี้เขามีเพื่อนมาด้วยหลายคน ประกอบกับบอดี้การ์ดที่ทำงานคอยคุ้มกันไอนะให้เป็นอย่างดี มันก็ต้องมีทำแจกเพิ่มกันบ้าง
โอ๊ตใช้เวลาเต็ม 1 ชั่วโมงเพื่อทำแป้งแพนเค้กที่จะขายวันนี้ รวมกับของที่จะทำให้ไอนะ เพื่อน และเหล่าบอดี้การ์ด แม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาที่แสนจะน่าเบื่อสำหรับไอนะ แต่เธอก็ยังมีเพื่อนเล่นเป็นแก๊งสามสาว จนพวกเธอเริ่มสงสัยเอาการอยู่เหมือนกันว่าไอนะยังเป็นเด็กอยู่หรือเปล่า ไม่ใช่ว่าทางต้นสังกัดนั้นโกงอายุให้กับเธอหรอกนะ
แน่นอนว่าไอนะมีความสามารถพิเศษคือการดึงดูดผู้คน ใครที่มีอคติกับเธอ เมื่ออยู่ด้วยกันกับเธอเพียงชั่วครู่พวกเขาก็ต้องเปลี่ยนใจกันหมด โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างสุขใจที่ไอนะไม่เบื่อจนเกินไป และตอนนี้เขาก็พร้อมแล้วที่จะมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนคอสมาติน เพื่อที่จะขายแพนเค้กของเขา..(เวลา 15.25 น.)
..อีกทางด้านหนึ่ง ณ สนามบินนานาชาติเชียงใหม่..
“สืบข้อมูลได้อะไรมาบ้าง..” พิชญ์กล่าวถามกับพ่อบ้านของเธอ แซมสัน ซึ่งตอนนี้เธอกำลังเพิ่งจะเดินลงมาจากเครื่องบินประจำตระกูลของเธอ
“ได้มาไม่มากเท่าไรขอรับนายหญิง.. แต่ก็มีเรื่องน่าสนใจอยู่หนึ่งเรื่องขอรับ..” แซมสันกล่าว
“หือออ เรื่องอะไร? ไหนลองบอกมาหน่อยสิ!..” พิชญ์กล่าวถามอย่างสนใจ
“ดูเหมือนว่าคุณชายภาวินกำลังจะเดินทางไปขายขนมแพนเค้กของเขาในเวลานี้.. ไม่ทราบว่านายหญิงต้องการที่จะเดินทางไปยังที่นั่นเลยหรือไม่อย่างไรดีขอรับ..” แซมสันกล่าวถาม ซึ่งพิชญ์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับยิ้มออกมาไม่หุบ ก่อนที่เธอจะพูดขึ้นมาว่า..
“ยังต้องถามอีกเหรอ.. ฉันจะต้องได้กินแพนเค้กของตาโอ๊ตเป็นคนแรก..” พิชญ์กล่าว ก่อนจะขบวนรถของเธอจะพร้อม และก็มุ่งหน้าไปยังจุดหมาย โรงเรียนคอสมาติน ทันที..
‘เราจะได้เจอกันแล้วนะว่าที่สามีของฉัน..’