กลายเป็นบอสของเกทซอมบี้ไปซะแล้ว

    ตอนที่ 39


    ตอนที่ 39



    “คุณยาย…” จูนมองใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยเลยสักนิดของรินรดาด้วยดวงตาที่กำลังเบิกกว้างเพราะความตกใจ เธอเคยเห็นภาพของคุณยายสมัยยังสาวและมันก็ไม่เหมือนกับรินรดาเลยสักนิดโดยเฉพาะสีของดวงตา แต่จากคำพูดเมื่อครู่ของเธอและจากผลการตรวจสอบของสกิลที่ไม่เคยพลาดมาก่อนก็ทำให้จูนมั่นใจเลยว่าหญิงสาวตรงหน้าคือคุณยายของเธออย่างแน่นอน


    “คุณยายยัง…มีชีวิตอยู่” น้ำตาของจูนไหลพรากออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เธอพยายามทำใจมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว การได้พบความจริงโดยไม่ได้ตั้งตัวทำเอาจูนทั้งดีใจทั้งซาบซึ้งจนไม่ได้สนเลยว่าทำไมร่างกายของคุณยายถึงเป็นแบบนี้ หรือเรื่องที่ธิดาสวรรค์ได้พลังแบบนี้มาได้อย่างไรก็ลอยหายไปในพริบตา ตอนนี้เธอสนใจเพียงแต่เรื่องที่คุณยายยังไม่ตายแถมยังอยู่ตรงหน้าเธอแล้วเท่านั้น


    “ไม่ตายเหรอ… ที่นี่ไม่ใช่โลกหลังความตายหรอกเหรอ” รินรดาเช็ดน้ำตาของจูนด้วยสีหน้างุนงงก่อนจะหันไปมองรอบๆด้วยความสงสัย พอมองดีๆแล้วก็พบว่าตอนนี้เธอยังอยู่ในเมืองของประเทศลีนินเหมือนเดิม แม้แต่คนของลีนินที่เธอพยายามช่วยเอาไว้ก็อยู่กันครบ แล้วทำไมหลานสาวของเธออย่างจูนกับเพื่อนที่หายตัวไปในเกทอย่างฝนถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ…


    “ไม่ใช่ค่ะคุณยาย หนูกลับออกมาจากเกทแล้วก็กลับมาที่โลกนี้ได้แล้วค่ะ หนูนึกว่าจะไม่ได้เจอยายอีกแล้วซะอีก” จูนร้องไห้หนักยิ่งกว่าตอนได้เจอกับยูเสียอีก ตอนนี้ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรเธอก็ยอม ขอแค่เรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้าเป็นความจริงก็พอ


    “กลับมาจากเกทเนี่ยนะ…” แม้สมัยก่อนเธอจะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องของเกทนัก แต่หลังจากกลายเป็นธิดาสวรรค์คุณยาย ปาน ยายแท้ๆของจูนก็ได้ศึกษาเกี่ยวกับเกทและการทำงานของฮันเตอร์มาหลายปี ตอนนี้เธอเลยเข้าใจดีว่าเรื่องที่จูนพูดนั้นมันน่าเหลือเชื่อแค่ไหน และมีโอกาสเกิดขึ้นได้ยากแค่ไหน การที่หลานสาวของเธอมาอยู่ตรงหน้ามันต้องเป็นปาฏิหาริย์ที่สวรรค์ประทานมาให้แน่ๆ


    “จูนลูก…ลูกต้องเหนื่อยมากแน่ๆ หนูพยายามได้ดีมากเลยคนเก่งของยาย” แม้จะไม่ทราบว่าจริงๆแล้วจูนต้องผ่านช่วงเวลามานานกว่า 20 ปีที่ผ่านไปในโลกใบนี้มาก แต่คุณยายก็สัมผัสได้ถึงความพยายามที่จูนต้องเสียไปได้อย่างชัดเจน มันคงจะเหนื่อยกว่าสิ่งที่เธอต้องเจอในช่วง 20 ปีนี้มากๆอย่างแน่นอน


    “คุณยาย…” พอได้รับคำปลอบโยน เสียงสะอื้นของจูนก็ยิ่งดังขึ้นก่อนที่เธอจะทิ้งตัวลงไปกอดร่างของคุณยายเอาไว้แน่น สมัยก่อนตอนที่เธอท้อกับการฝึกเธอก็ได้รับคำปลอบแบบนี้ของคุณยายเหมือนกัน พอเธอกอดคุณยายแบบนี้คุณยายก็จะลูบหัวเธอตลอดจนกว่าเธอจะหยุดร้องเหมือนที่ทำอยู่ตอนนี้เลย


    .


    .


    .


    “คุณจูน…” กว่าเกษมและยูจะเดินทางมาถึงจุดที่ธิดาสวรรค์นอนบาดเจ็บอยู่ก่อนหน้านี้ก็กินเวลาไปหลายนาที และภาพที่เกษมได้เห็นหลังจากลัดเลาะมาตามเมืองที่ถูกทิ้งร่างก็คือภาพของราชินีซอมบี้ที่กำลังนอนหนุนตักธิดาสวรรค์ผู้เป็นปราการด่านสุดท้ายของมนุษยชาติอย่างสบายอารมณ์เสียอย่างนั้น


    “พี่…” คนที่ดูจะตกใจไม่ต่างกันก็คงจะเป็นยูที่ตามมาข้างหลัง แค่เห็นภาพตรงหน้ายูก็รู้ตัวทันทีว่าพี่จูนรู้ความจริงของพี่รินแล้วแน่ๆ แบบนี้เรื่องที่สัญญาเอาไว้กับพี่รินก็…


    “ยู… มาหาพี่ตรงนี้หน่อย” น้ำเสียงของจูนตอนที่เห็นยูตามเข้ามาดูจะต่ำกว่าโทนเสียงปกติอยู่เล็กน้อย และมันก็ทำเอาเหงื่อเม็ดโตไหลลงมาบนหน้าปากของยูเสียแล้ว


    “ครับ…” ยูเดินเข้าไปหาพี่จูนที่กำลังลุกขึ้นมานั่งจากตักของคุณยายก่อนจะนั่งลงในท่าคุกเข่าเหมือนจะรู้ความผิดของตัวเองดีเลย


    “ทำไมถึงปิดเรื่องนี้กับพี่” คำถามแรกของพี่จูนก็แทงใจดำเข้าเสียแล้ว ยูไม่เคยบอกว่าคุณยายตายไปแล้วหรือยังก็จริง แต่ก็ไม่ยอมบอกความจริงกับจูนออกมาตรงๆเช่นกัน นั่นเป็นเพราะว่า…


    “อย่าดุน้องสิจูน ที่ยูไม่บอกก็เป็นเพราะ…พี่ขอเอาไว้เอง ตั้งแต่เด็กจนโตเขาเก็บเป็นความลับมาตลอดไม่เคยบอกคนอื่นเลยสักครั้งนี่นา” รินรดามองไปทางเกษมครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนสรรพนามเรียกแทนตัวเองให้กลับมาเป็น พี่ อีกครั้ง เรื่องที่ตัวจริงของธิดาสวรรค์คือคุณยายวัย 92 นั้นเป็นความลับที่มีเพียง ยู ผู้เป็นหลายและ สันติ ผู้รับบทเป็นพ่อของรินรดาเท่านั้นที่ทราบ เพราะฉะนั้นเรื่องตัวตนที่แท้จริงของเธอเลยกลายเป็นความลับสุดยอดที่ยูต้องระมัดระวังมาตลอด มันเลยเปลี่ยนเป็นความเคยชินที่จะไม่บอกความจริงเรื่องนี้กับใครง่ายๆ แม้แต่กับจูนเองก็ตาม


    “ก็ได้ครั้งนี้พี่จะยกโทษให้ ถือว่าเห็นแก่คุณย..รินหรอกนะ” จูนยังมีท่าทีน้อยใจอยู่นิดหน่อย แต่ก็ยอมอ่อนให้เพราะคนที่ขอคือคุณยายนี่นา แถมยูก็เป็นน้องชายที่เธอรักมากเหมือนกัน เธอโกรธเขาได้ไม่นานหรอก


    “องค์ราชินี พวกเราเก็บกวาดหมดแล้วเจ้าค่ะ” พวกยูกับเกษมเพิ่งจะมาถึงได้ไม่นาน พวกเมลล์ก็เก็บกวาดพวกมนุษย์หมาป่าที่หลุดออกไปจนหมดและกลับมารายงานกับจูนทันที แต่ดูเหมือนเมลล์จะลืมไปแล้วว่าห้ามเรียกจูนว่าองค์ราชินีเด็ดขาด


    “คนเริ่มจะเยอะแล้วสิ พวกเรากลับไปที่บ้านแล้วค่อยคุยกันดีกว่า” จูนกระแอมเล็กน้อยก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากตอบคำถามคุณยายว่าทำไมถึงมีคนเรียกตัวเองว่าราชินี เพราะถ้าคุณยายถามออกมาเธอคงเขินมากแน่ๆ


    .


    .


    .


    “ยะ ยินดีต้อนรับครับ…” เรื่องเกทเบรคของประเทศลีนินเป็นเรื่องใหญ่มากแม้แต่ในประเทศอื่น โดยเฉพาะภายในสมาคมฮันเตอร์ที่แอบทราบข่าวกันมาบ้างแล้วว่ามันร้ายแรงขนาดไหน พอข่าวเรื่องเกทถูกปิดไปอย่างรวดเร็วถูกถ่ายทอดกลับมา คนที่มารอต้อนรับเครื่องของพวกจูนก็มีจำนวนเยอะกว่าตอนขาไปมาก


    “โล่งใจไปทีที่พวกเธอปลอดภัย แล้วก็คุณจูน พวกเราอยากจะขอคุยกับคุณอีกสักหน่อย…” เหล่าผู้บัญชาการทั้ง 4 หน่วยต่างก็มารอต้อนรับกันอย่างพร้อมหน้าด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่ปิดเกทคุกทองคำได้สำเร็จ ตัวตนของจูนในสายตาของพวกเขาก็เปลี่ยนไปมาก กับคนที่สามารถปิดเกทที่แม้แต่ธิดาสวรรค์ยังจัดการไม่ได้พวกเขาจะกล้าข่มได้อีกเหรอ


    “ตอนนี้ไม่ได้ค่ะ พวกเราต้องใช้เวลาส่วนตัวด้วยกันสักพัก” คนที่ตอบรับพวกผู้บัญชาการทันทีกลับกลายเป็นรินรดาเสียอย่างนั้น ในตอนแรกพวกเขากลัวว่ารินรดาจะต่อต้านการรับจูนเข้ามาทันทีเสียอีก แต่กลายเป็นว่าตอนนี้พวกเธอดูสนิทสนมกันมาก แถมยังพากันเดินออกไปจากดาดฟ้าของสมาคมโดยไม่สนใจเหล่าผู้บัญชาการเสียอย่างนั้น


    “จูน ถ้าคนแก่พวกนั้นมาวุ่นวายกับหนูก็บอกพี่มาได้เลยนะ เดี๋ยวพี่จะจัดการให้เอง” รินรดาเดินนำจูนกับยูลงมาที่ลานจอดรถก่อนจะพาทั้งสองคนขึ้นรถคันหรูที่รินรดาได้รับกุญแจมาจากเกษมด้วยความยินยอม?ในทันที ก่อนหน้านี้บนเครื่องบินมีคนนอกเยอะเกินไปพวกเขาก็เลยทำได้แค่เล่ารายละเอียดฝั่งของจูนคร่าวๆเท่านั้น พอกลับมาถึงประเทศไทยรินรดาก็เลยจะพาหลานๆไปหาที่เงียบๆคุยกันเป็นการส่วนตัว และสถานที่ที่รินรดาเลือกก็คือ..


    “ทางนี้มัน…” แม้ระยะทางจะไกลสักหน่อย แต่เส้นทางที่รถกำลังมุ่งหน้าไปก็คุ้นตาจูนเป็นอย่างมาก พอผ่านหน้าศูนย์ฝึกฮันเตอร์ไปก็ยิ่งทำให้จูนคุ้นชินเข้าไปใหญ่ เพราะสมัยก่อนเธอใช้เส้นทางนี้กลับบ้านทุกวันเลยนี่นา


    “พอได้รับการปลุกพลัง ยายก็ใช้เงินก้อนแรกซื้อบ้านเอาไว้ มันเป็นบ้านที่ยายเคยอยู่กับพวกหลานยายไม่อยากให้มันไปอยู่กับคนอื่นหรอก” รถคันหรูที่ไม่เข้ากับหมู่บ้านเล็กๆที่แออัดไปด้วยบ้านราคาถูกเท่าไหร่จอดลงตรงประตูรั้วสีขาวที่ซีดจนเกือบจะกลายเป็นสีน้ำตาลอยู่รอมร่อ ที่จอดรถแคบๆที่จูนเคยใช้จอดมอเตอร์ไซค์ที่เธอใช้เวลาเดินทางตอนนี้ไม่เหลืออะไรวางเอาไว้เลยนอกจากเก้าอี้ยาวที่ทำจากไม้ตัวเก่าๆที่คุณยายชอบออกมานั่งเล่นระหว่างรอเธอกลับบ้านในตอนเย็นเสมอ มันเป็นบ้านที่ทั้งเก่าและเล็กมากเมื่อเทียบกับตึกของเธอที่สร้างเอาไว้ในเกทราวฟ้ากับเหว แต่ไม่ว่าจะเล็กแค่ไหนมันก็เป็นบ้านที่อยู่ในภาพความทรงจำของเธอเสมอนี่นา


    “เอาล่ะ…” รินรดาเปิดประตูรั้วเข้าไปในบ้านก่อนจะนั่งลงตรงเก้าอี้ไม้ที่เคยเป็นที่นั่งประจำของเธอ ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้เธอจะประสบความสำเร็จในฐานะฮันเตอร์และสร้างรายได้มหาศาลจนสามารถซื้อบ้านแบบนี้ได้เป็นหมื่นๆหลัง แต่ทุกครั้งที่มีเวลาว่างเธอก็มักจะกลับมาเก็บกวาดบ้านหลังนี้เสมอมันเลยไม่ได้ผุพังจนจำเค้าโครงแทบไม่ได้ และเธอก็มักจะมานั่งเล่นที่เก้าอี้ตัวนี้เป็นประจำแล้วได้แต่มองไปทางประตูเพื่อนึกถึงใบหน้าของหลานสาวที่เพิ่งจะกลับมาจากโรงเรียน หรือศูนย์ฝึกเสมอ แต่ว่าครั้งนี้เธอไม่จำเป็นต้องจินตนาการภาพของหลานสาวอีกแล้ว เพราะตอนนี้หลานสาวของเธอกลับมาจากสถานที่ที่ไกลมาก และกลับมายืนต่อหน้าเธอจริงๆแล้วนี่นา


    “ยายจ๋า… หนูกลับมาแล้ว” จูนเดินเข้าไปนั่งข้างๆคุณยายเหมือนในความทรงจำทุกระเบียบนิ้ว แม้ว่าบ้านจะเปลี่ยนไป ไม่ว่าคนจะเปลี่ยนไป แต่ทุกสัมผัสมันเหมือนกับภาพที่เธอวาดฝันเอาไว้ทุกอย่างเลย ตอนนี้เธอได้กลับมาอยู่กับครอบครัวอีกครั้งแล้วจริงๆ


    “...” การได้เห็นคุณยายกับพี่สาวได้ย้อนภาพความหลังกันมันก็ซาบซึ้งดีอยู่หรอก แต่ในภาพความทรงจำตรงนี้ยูยังเป็นแค่เด็กทารกที่นอนอยู่ข้างๆคุณยายนี่นา แต่ตอนนี้จะให้เขาเข้าไปนอนเล่นจำลองภาพเหมือนพวกพี่กับยายมันก็คงแปลกเกินไป


    “ไม่ต้องเขินหรอกยู มาหายายมา” เห็นจูนยืนเขินอยู่นอกวง รินรดาก็เลยเรียกให้เขาเข้ามานั่งข้างๆด้วยอีกคน มันราวกับความฝันเลยที่ได้กอดหลานทั้งสองเอาไว้แบบนี้อีกครั้ง


    “คุณยาย ไหนๆเราก็อยู่กันตามลำพังแล้ว หนูอยากจะขออะไรคุณยายหน่อยได้หรือเปล่า” ระหว่างกำลังเอนตัวซบร่างของคุณยายอย่างแสนคิดถึง อยู่ๆจูนก็เอ่ยปากขอร้องคุณยายขึ้นมาเสียอย่างนั้น


    “ได้สิ ไม่ว่าหลานจะอยากได้อะไรยายก็หาให้ได้ทั้งนั้น” รินรดาตอบกลับด้วยคำตอบเหมือนสมัยก่อนไม่มีผิด แต่มันต่างกันตรงที่ครั้งนี้เธอมีความสามารถพอที่จะหาอะไรก็ได้มาให้หลานสาวของเธอได้จริงๆเสียด้วย ขอแค่จูนพูดออกมาเธอก็จะพยายามมอบให้อย่างสุดกำลังเลยล่ะ ต่อให้ต้องผิดใจกับพวกฮันเตอร์ระดับพิเศษอีก 2 คนก็ตาม


    “คุณยาย… พาหนูไปเจอคนที่ให้พลังกับคุณยายหน่อยสิคะ” คำขอของจูนทำเอามือของรินรดาชะงักค้างไปทันที ก่อนหน้านี้ตอนที่ตรวจสอบพันธุกรรมของรินรดาจูนก็ได้รับรู้ความจริงที่น่าตกใจไม่แพ้เรื่องตัวจริงของธิดาสวรรค์ และมันก็คือค่าสถานะผิดปกติอย่าง พันธสัญญา ที่ฝังอยู่ในตัวของรินรดาอย่างแน่นหนานั่นเอง





    คล้ายกับเรื่องกลายเป็นบอสของเกทซอมบี้ไปซะแล้ว ที่คุณอ่าน