ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ตอนที่ 51งานแข่งขันการหลอม (2)

    หลังจากนั้นไม่นาน ถังฮวนก็สงบใจลง ซ้อนแผ่นทองคำทั้งห้าไว้ด้วยกันอย่างระมัดระวัง แล้วห่อด้วยแผ่นฟอยล์ดีบุก ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่มันสามารถซ่อนกลิ่นอายที่น่ากลัวของแผนที่ไม่ให้รั่วไหลออกมาได้ ขณะที่ถังฮวนกำลังจะห่อทับด้วยผ้ามัสลินสีชมพูที่ยังเต็มไปด้วยกลิ่นหอม ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นเป็นซานซานที่วิ่งกลับมาอีกครั้ง ใบหน้าของนางมีสีแดงจางๆ ถังฮวนขยับริมฝีปากเบาๆ กำลังจะเอ่ยปากถาม แต่ซานซานก็รีบดึงผ้าบางๆ สีชมพูนั้นไปตั้งแต่ต้นจนจบนางไม่มองถังฮวนแม้แต่นิดเดียว! “เจ้าเป็นบ้าอะไร นี่มันผ้าห่อแผนที่แท้ๆ ไม่ใช่ผ้ารัดหน้าท้องเสียหน่อย” ถังฮวนอดบ่นพึมพำไม่ได้ ซานซานที่เพิ่งก้าวไปถึงประตูหลังร้านเกือบจะทรุดลงพื้น นางยึดกรอบประตูมาพยุงตัวให้มั่นคงได้แล้วก็หันมาชำเลืองมองถังฮวนด้วยความโมโหนางสูดหายใจลึกๆ กระโดดเพียงครั้งเดียวร่างก็หายวับไปถังฮวนส่ายหัวยิ้มๆ แล้วยัดทั้งหนังสือและชิ้นส่วนของแผนที่ไว้ในอ้อมแขน แต่เมื่อเขาตามทิศที่ร่างของซานซานหายตัวไปอีกครั้ง รอยยิ้มในดวงตาของเขาก็หายไปจนหมดสิ้น กลายเป็นใช้สมาธิแน่วแน่แทน ในความรู้สึกของเขา ตัวตนของซานซานนั้นลึกลับมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อพูดถึงเทคนิคปืนห้าอันดับแรกของทั้งทวีป "ปืนอัคคีพิสุทธิ์หลิวหง" นางดูต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงมองเข้าไปนัยน์ตานางเฉยชา ราวกับว่าเทคนิคปืนที่ทรงพลังนั้นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเมื่อถังฮวนนำแผนที่อีกสองแผ่นออกมา ค่อยๆ สำรวจอย่างถี่ถ้วน เขาพบว่ามันไม่มีกลิ่นอายดุดันเหมือนแผ่นที่เหลือสิ่งที่ทำให้ถังฮวนแปลกใจยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ พวกมันถูกประทับไว้โดยนักรบในแต่ละแผ่น
    ทุกอย่างล้วนแต่เป็นของหายาก! แท้จริงนางเป็นใคร? เกิดอะไรขึ้นในป่าที่สาบสูญ? ถังฮวนสูดหายใจเข้าลึกๆ ในหัวเต็มไปด้วยข้อสงสัยมากมาย ด้านนอกนั้นสว่างแล้ว ถือว่าผ่านไปไม่นานนักสำหรับร้านตีเหล็กที่เงียบสงบมาหลายสิบวันจนกว่ามีเสียงดังขึ้นอีก...ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่นานนับจากนี้ กองทัพของทั้งสามแคว้นที่ประจำอยู่ใน "สองอาณาจักร" จะมุ่งหน้าไปยังทะเล เพื่อไปทวีปจี่หยวนหลังจากการรบพุ่งนั้นทหารจำนวนนั้นจะกลับมาจากทวีปจี่หยวนเพื่อพักผ่อนก่อนจะต้องกลับไปประจำการอีกครั้ง  ในเมืองนู่ลั่ง สถานที่ที่ทหารเหล่านั้นไป จะเปลี่ยนเป็นสถานที่มีชีวิตชีวามากขึ้นเรื่อยถึงกระนั้นการกลับมาของเหล่าขุนพลมีเพียงเหตุผลเดียวคือ ที่นี่เป็นเมืองที่น่าอยู่ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งคือ การแข่งขันในเมืองนู่ลั่งกำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า ในทวีปหรงเหย้านี้มีการแข่งขันหลายประเภทเกี่ยวกับนักหลอมอย่างไรก็ตามมีเพียงสองงานที่สามารถดึงดูดเหล่านักหลอมจากทั่วแผ่นดินใหญ่มาได้  หนึ่งคือ "สำนักลัทธิเต๋าดั้งเดิม" ในเมืองเทียนจู้ จะมีการแข่งขันทุกๆ สิบปี จำกัดเฉพาะผู้ที่อายุสามสิบปีขึ้นไปนอกจากนี้อย่างน้อยจะต้องเป็นนักหลอมระดับกลางขึ้นไป  อีกการแข่งขันหนึ่งคือ คือ "การแข่งขันการสร้างพาหนะ" ของเมืองนู่ลั่งซึ่งมีเป้าหมายที่นักหลอมอายุไม่เกิน 20 ปี ทุกๆ ห้าปี จะจัดหนึ่งครั้งไม่เกี่ยงว่าจะมีพื้นเพมาจากที่ใด หรือระดับการฝึกฝนขั้นไหน นักหลอมทุกคนสามารถลงสมัครได้ ในการแข่งขันแต่ละครั้ง จะมีนักหลอมวัยฉกรรจ์จำนวนมากที่กลายเป็นที่รู้จัก และกลายเป็นเป้าหมายของกองกำลังหลักและแม้แต่ราชวงศ์ของสามอาณาจักร สำหรับนักหลอมหนุ่มนั้น การแข่งขัน "สร้างพาหนะ" ที่เมืองนู่ลั่งนี้ นับเป็นโอกาสอันดีในการสร้างชื่อเสียง เพียงแค่ทำให้มีชื่อเป็นที่รู้จัก ก็จะทำให้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทรัพยากรในการหลอมมากมาย ช่วยให้พัฒนาพลังหลอมของตน และสามารถหลอมอาวุธที่มีพลานุภาพได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถในการหลอมที่หลากหลายขึ้น!  นอกเสียจากพวกเชื้อพระวงศ์ของสามอาณาจักร กองกำลังขนาดใหญ่ หรือตระกูลใหญ่ต่างๆ พวกตระกูลเล็กๆ หรือชาวบ้านทั่วไปไม่สามารถอุปถัมภ์พวกนักหลอมไว้ได้เลย ดังนั้นจึงนับได้ว่า งานแข่งขันการหลอม ถือเป็นทางลัดที่จะมีชื่อเสียงโด่งดังนั่นเอง หลังจากกำหนดวัน “การแข่งขันสร้างพาหนะ” ได้รับการยืนยันแล้ว ข่าวก็ถูกส่งต่อผ่านสาขาของศาลาเฉินปิงในแต่ละเมืองใหญ่จากนั้นไม่นานนัก เพียงสองหรือสามเดือน เหล่านักหลอมก็จะเริ่มออกเดินทางและมุ่งมาที่เมืองนู่ลั่งจนมีนักหลอมเดินกระทบไหล่กันไปมาทั่วเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทุกวันนี้เมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น ผู้คนมากมายหลั่งไหลเข้ามาในเมืองนู่ลั่งทุกวันบางคนพร้อมที่จะเข้าร่วมในการแข่งขัน บางคนเป็นปรมาจารย์ยุทธ์มาสังเกตการณ์และบางคนมาในนามของกองกำลังหลักที่จะมาเสาะหานักหลอมเข้าสังกัด การมาถึงของผู้คนเหล่านี้ทำให้จัตุรัสเมืองนู่ลั่งดาษดื่นไปด้วยฝูงชน ทุกๆ วัน นักหลอมวัยฉกรรจ์มากมายจะมาวางขายอาวุธนานาชนิด มีนักรบจำนวนไม่น้อยยืนออกันอยู่ในแต่ละร้านโดยทั่วไปแล้วอาวุธเหล่านี้ราคาถูกกว่าในร้านค้าอาวุธมาก  ในเวลานี้ผู้นำคนใหม่ของศาลาเฉินปิงท่านอาโอบะ และผู้อาวุโสมู่หยุน ยังมาต้อนรับแขกสองท่านที่จะมาร่วมในการแข่งขันด้วยตนเองนั่นจึงทำให้สถานที่แห่งนี้ดูสะอาดตาและมีชีวิตชีวาอยู่ไม่น้อย

    -โปรดติดตามบทต่อไป-

    คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ ที่คุณอ่าน