ท่ามกลางบรรยากาศอันชื่นมื่นของคฤหาสน์ตระกูลหลี่ที่ถูกตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงด้วยผ้าแพรพรรณสีแดงมงคลและโคมไฟสลักลวดลายละเอียดอ่อน กลิ่นอายของความมั่งคั่งและเกียรติยศอบอวลไปทั่วทั้งงาน เสียงดนตรีมโหรีขับกล่อมแขกเหรื่อผู้มีเกียรติที่มาร่วมเป็นพยานใน 'พิธีหมั้น' ระหว่างคุณชายหลี่เหว่ยผู้สง่างามและหลินฮวา บุตรีแห่งตระกูลหลินที่ความงามของนางถูกกล่าวขวัญไปทั่วพระนคร
หลังคาโค้งของคฤหาสน์ที่ปูด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียวมรกตแวววาวใต้แสงแดดยามบ่าย เสาหินอ่อนที่แกะสลักลวดลายมังกรและนกฟีนิกซ์ตั้งตระหง่านรองรับชายคาที่ห้อยด้วยโคมไฟแก้วสีแดงนับร้อยดวง ลานกว้างหน้าบ้านปูด้วยหินแกรนิตเรียบเนียน มีแจกันดินเผาขนาดใหญ่วางเรียงรายตกแต่งด้วยดอกโบตั๋นและดอกกุหลาบสีแดงสด กลีบกุหลาบที่หล่นกระจายบนพื้นหินสร้างบรรยากาศโรแมนติกและอบอุ่น
แขกเหรื่อที่มาร่วมงานล้วนเป็นผู้มีหน้ามีตาในสังคม ทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ พ่อค้าร่ำรวย และขุนนางผู้ทรงอิทธิพล ผู้หญิงแต่งกายด้วยชุดไหมสีสันสดใส ประดับด้วยเครื่องประดับทองคำและอัญมณี ผู้ชายสวมใส่เสื้อคลุมผ้าไหมเนื้อดีและหมวกที่ตกแต่งด้วยขนนกยูง เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะดังไปทั่วลาน สร้างบรรยากาศแห่งความสุขและความเฮงซวย
หลินฮวา ในชุดหมั้นสีแดงสดปักลวดลายหงส์ร่ายรำด้วยด้ายทองคำ ดูงดงามไร้ที่ติราวกับเทพธิดาที่ลงมาจุติบนโลกมนุษย์ ผ้าไหมเนื้อละเอียดของชุดเจ้าสาวไหลระบายอย่างสง่างาม แขนเสื้อกว้างปักลวดลายดอกบัวและใบไผ่ด้วยด้ายเงิน ชายกระโปรงยาวลากพื้นปักด้วยลูกปัดและเลื่อมทองคำที่ระยิบระยับใต้แสงโคมไฟ ใบหน้าของนางถูกแต่งแต้มอย่างประณีต ดวงตาคู่สวยทอดมองต่ำด้วยท่าทีสำรวมและอ่อนหวานตามแบบฉบับกุลสตรีผู้สูงศักดิ์ ริมฝีปากแต้มด้วยสีแดงอ่อนเหมือนกลีบดอกซากุระ แก้มโรยด้วยแป้งฝุ่นละเอียดจนผิวดูขาวใสราวกับหยกขาว
ทุกย่างก้าวที่นางเดินเคียงคู่กับ หลี่เหว่ย ผู้มีรอยยิ้มเปี่ยมสุขและสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่เทิดทูน ทำให้นางดูเป็น 'แกะน้อย' ผู้บริสุทธิ์ในสายตาของคนภายนอก หลี่เหว่ยในชุดเจ้าบ่าวสีน้ำเงินเข้มปักลวดลายมังกรทองคำ ดูหล่อเหลาและสง่างาม ผมดำเรียบเนียนหวีไว้เป็นระเบียบ ใบหน้าที่แสดงออกถึงความมั่นใจและความภาคภูมิใจที่ได้หลินฮวาเป็นคู่หมั้น
ครอบครัวของหลินฮวาที่นั่งอยู่ในแถวหน้าต่างแสดงความยินดีและภาคภูมิใจอย่างเต็มเปี่ยม ท่านพ่อหลินซึ่งเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ดูพอใจเป็นอย่างยิ่งกับการจับคู่ครั้งนี้ ท่านนั่งตัวตรงด้วยความภูมิฐานในชุดไหมสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจ เพราะการแต่งงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้ลูกสาวมีความสุข แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการเมืองและธุรกิจกับตระกูลหลี่ที่มีอิทธิพลมากในราชสำนัก
"ลูกสาวของเราโตเป็นสาวแล้ว" ท่านพ่อหลินกระซิบกับภรrrยาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความปิติยินดี "หลี่เหว่ยเป็นหนุ่มดี มีการศึกษาและมาจากตระกูลที่มีชื่อเสียง หลินฮวาจะได้รับการดูแลอย่างดี ข้าได้สอบถามเรื่องราวของเขามาแล้ว เขาเป็นคนมีความรับผิดชอบและรักครอบครัว"
ท่านแม่หลินที่นั่งข้างๆ ในชุดไหมสีม่วงอ่อนปักลวดลายดอกไผ่ ต่างก็พยักหน้าด้วยความเห็นด้วย ดวงตาของนางเปียกชื้นด้วยน้ำตาแห่งความสุข "ข้าดีใจที่ลูกสาวของเราจะได้แต่งงานกับคนดี หลี่เหว่ยดูใส่ใจหลินฮวามาก และตระกูลหลี่ก็เป็นตระกูลที่มีเกียรติ ข้าเห็นเขามาเยี่ยมหลินฮวาบ่อยครั้ง เขาเป็นคนสุภาพและมีมารยาท" นางเช็ดน้ำตาด้วยผ้าไหมสีขาว "ข้าเพียงหวังว่าลูกสาวจะมีความสุขในชีวิตคู่ และจะได้ลูกหลานมาสืบสกุลต่อไป"
หลินเฟยที่นั่งอยู่ระหว่างพ่อแม่ในชุดไหมสีเขียวเข้มดูตื่นเต้นไม่แพ้ใคร เด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีคนนี้มองพี่สาวด้วยความชื่นชมและภาคภูมิใจ "พี่หลินฮวาสวยมากในชุดแต่งงาน" เขากระซิบกับแม่ "และคุณชายหลี่เหว่ยก็ดูเป็นคนดี เขาเอาใจใส่พี่มาตลอด เมื่อวานนี้เขายังส่งขนมที่พี่ชอบมาให้อีก"
เมื่อถึงช่วงที่หลี่เหว่ยพาหลินฮวาไปทักทายญาติผู้ใหญ่ หลินเฟยก็ลุกขึ้นเดินตามไปด้วย เขาต้องการที่จะอยู่ใกล้พี่สาวในวันสำคัญเช่นนี้ เมื่อมาถึงตรงที่หลี่เหว่ยกำลังแนะนำลุงหลี่ หลินเฟยก็เข้าไปร่วมการสนทนาด้วย
"คุณชายหลี่เหว่ย" หลินเฟยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจ "ผมขอฝากพี่หลินฮวาไว้ในความดูแลของคุณชายด้วยนะครับ พี่เป็นคนดีมาก เป็นคนที่รักครอบครัวและเสียสละเพื่อคนอื่นเสมอ พี่เคยช่วยเหลือข้าในการเรียนมาตลอด และเมื่อพ่อแม่ป่วย พี่ก็ดูแลไม่เคยบ่น ผมหวังว่าคุณชายจะดูแลพี่ให้ดี"
หลี่เหว่ยยิ้มอย่างอบอุ่นและวางมือบนไหล่ของหลินเฟย "เจ้าวางใจได้ หลินเฟย ข้าจะดูแลพี่สาวของเจ้าให้ดีที่สุด หลินฮวาจะได้รับความรักและการดูแลจากข้าและครอบครัวของข้าอย่างเต็มที่ ข้าสัญญาว่าจะทำให้นางมีความสุขและไม่ขาดแคลนสิ่งใด" เขาหันไปมองหลินฮวาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก "ข้าสัญญา"
หลินฮวาที่ยืนอยู่ข้างๆ รู้สึกซาบซึ้งกับความเอาใจใส่ของน้องชาย แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดที่ตัวเองมีความลับที่ไม่อาจเปิดเผยได้ นางยิ้มให้กับหลินเฟยอย่างอ่อนหวาน "ขอบคุณนะหลินเฟย พี่รู้ว่าเจ้าเป็นห่วงพี่เสมอ เจ้าเป็นน้องชายที่ดีที่สุดในโลก"
ลุงหลี่ที่ยืนฟังการสนทนานี้อยู่ก็แทรกเข้ามา "หลินเฟย เจ้าเป็นน้องชายที่ดี การที่เจ้าเป็นห่วงพี่สาวแสดงให้เห็นว่าครอบครัวของเจ้าอบอุ่นมาก ข้าเคยเห็นเจ้าที่สถานศึกษา เจ้าเป็นนักเรียนที่ขยันและมีความประพฤติดี" เขาหันไปมองหลินฮวา "แม่นางหลินฮวามีน้องชายที่รักและเป็นห่วงขนาดนี้ แสดงว่าเป็นพี่สาวที่ดีแน่นอน"
"ครับท่าน พี่หลินฮวาเป็นคนดีที่สุดในโลก" หลินเฟยตอบด้วยความภาคภูมิใจ "พี่เสียสละเพื่อครอบครัวมาตลอด และเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง เมื่อข้าป่วย พี่ก็คอยดูแลไม่หลับไม่นอน เมื่อข้าเรียนไม่เข้าใจ พี่ก็คอยสอนด้วยความอดทน"
คำพูดของหลินเฟยทำให้หลินฮวารู้สึกผิดมากขึ้น นางรู้ว่าตัวเองไม่ได้ดีอย่างที่น้องชายคิด นางมีความลับที่หากถูกเปิดเผยออกมาจะทำลายชื่อเสียงของครอบครัวและทำให้ทุกคนผิดหวัง ความรู้สึกผิดนี้ทำให้นางต้องหลับตาลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนความรู้สึกที่ปั่นป่วน
ทว่า ภายใต้ท่าทีอันเหมาะสมและรอยยิ้มพริ้มเพรานั้น หัวใจของหลินฮวากลับเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ความผิดบาปที่นางแบกรับไว้ถูกฉาบไว้ด้วยความตื่นเต้นเร้าใจอย่างประหลาด ทุกครั้งที่นางเหลือบเห็น ท่านลุงหมิง ที่มาร่วมงานในฐานะญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาว จิตรกรเฒ่าผู้นี้ไม่ได้เพียงแต่มาร่วมยินดี สายตาที่เขามองมายังหลานสาวในชุดมงคลนั้นเต็มไปด้วยความหมายอันลึกซึ้ง แฝงไปด้วยประกายแห่งความครอบครองและแผนการที่เขาวางไว้เพื่อจะรวบหัวรวบหางนางให้เป็นของเขาตลอดไป ไม่ว่านางจะสวมแหวนหมั้นของชายอื่นอยู่ก็ตาม
ท่านลุงหมิงในชุดไหมสีเทาเข้มดูสง่างามและมีเกียรติ เขายืนอยู่ท่ามกลางแขกเหรื่อด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม แต่ดวงตาของเขากลับส่องแสงแห่งความปรารถนาเมื่อมองมาที่หลินฮวา เขาจิบชาจากถ้วยกระเบื้องเนื้อดีอย่างช้าๆ ขณะที่สายตาไม่เคยละออกจากตัวนาง รอยยิ้มที่มุมปากของเขาดูเหมือนจะบอกว่า "เจ้าอาจจะเป็นเจ้าสาวของคนอื่น แต่เจ้าก็ยังคงเป็นของข้า"
แต่ความตื่นเต้นที่แท้จริงของงานนี้กลับเริ่มขึ้นเมื่อมีการแนะนำญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าว
"หลินฮวา นี่คือ 'ท่านอาหลี่' หรือ ลุงหลี่ ท่านเป็นญาติห่างๆ ของข้าเอง แม้ท่านจะชอบใช้ชีวิตเรียบง่ายและไปช่วยงานที่สถานศึกษาของหลินเฟยบ่อยๆ แต่ท่านก็นับเป็นผู้ใหญ่ที่ข้าเคารพมาก ท่านเป็นอดีตทหารที่เคยรับใช้แผ่นดินมาอย่างยาวนาน และมีความรู้ความสามารถมาก" หลี่เหว่ยแนะนำชายชราผู้หนึ่งให้คู่หมั้นสาวรู้จัก
หลินฮวาชะงักไปชั่วครู่เมื่อสบเข้ากับดวงตาเรียบนิ่งแต่แฝงด้วยรังสีบางอย่างของชายชราตรงหน้า ลุงหลี่ในชุดผ้าไหมชั้นดีสีน้ำเงินเข้มดูภูมิฐานผิดกับภารโรงที่นางเคยเห็นผ่านตาที่สถานศึกษาเพียงแวบๆ ชายชราผู้นี้แย้มรอยยิ้มที่ดูเผินๆ เหมือนความเอ็นดูที่ผู้ใหญ่มีต่อหลานสะใภ้ แต่มีอะไรบางอย่างในสายตาของเขาที่ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจ
"ยินดีด้วยนะแม่นางหลินฮวา เจ้าช่างงดงามและเหมาะสมกับหลี่เหว่ยราวกับกิ่งทองใบหยกจริงๆ ข้าได้เห็นเจ้ามาเยี่ยมน้องชายที่สถานศึกษาหลายครั้ง เจ้าเป็นพี่สาวที่ดี" ลุงหลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและมั่นคง มือที่หยาบกร้านจากการกรำศึกในอดีตยื่นมาแตะหลังมือของหลินฮวาเบาๆ ตามพิธีการ
สัมผัสนั้นทำให้หลินฮวารู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก นางสัมผัสได้ถึงกระแสความร้อนแรงที่แผ่ออกมาจากตัวชายชราผู้นี้ มือของเขาแข็งแรงและอบอุ่น แต่การสัมผัสนั้นยาวนานกว่าที่ควรจะเป็น ในขณะที่ลุงหลี่เอง ในหัวของเขากลับไม่ได้มองเห็นภาพหญิงสาวผู้เรียบร้อยในชุดสีแดงตรงหน้า แต่เขากลับซ้อนทับนางด้วยภาพของหญิงสาวที่บิดเร้าและครางกระเส่าบนขอบอ่างน้ำในห้องน้ำชายวันนั้น
'เจ้าแกะน้อย... ช่างซ่อนเขี้ยวเล็บได้แนบเนียนยิ่งนัก' ลุงหลี่คิดในใจพลางหรี่ตาลงมองเรือนร่างของหลินฮวาที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดมงคลหนาหนัก เขาเริ่มจินตนาการถึงความลับที่นางซ่อนไว้ภายใต้ความงดงามนี้ และแผนการสืบค้นที่เขาทำมาตลอดหลายวันเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น การที่เขาเป็นญาติกับหลี่เหว่ยทำให้เขามีโอกาสเข้าถึงตัวนางได้ง่ายขึ้นอย่างที่เขาเองก็คาดไม่ถึง
เขาได้ใช้เวลาหลายวันในการสืบเสาะหาข้อมูลเกี่ยวกับหลินฮวาและครอบครัวของนาง เขารู้เรื่องการหมั้นหมายนี้ รู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลหลิน และตระกูลหลี่ เขาแม้กระทั่งรู้ว่าหลี่เหว่ยเป็นคนอย่างไร มีนิสัยอย่างไร และที่สำคัญที่สุด เขารู้ว่าหลี่เหว่ยเป็นคนไร้เดียงสาและไว้ใจคนง่าย ซึ่งจะทำให้การเข้าถึงหลินฮวาในอนาคตเป็นไปได้ง่ายขึ้น
สายตาของลุงหลี่เลื่อนไปสบกับท่านลุงหมิงชั่วครู่ ราวกับพรานเฒ่าสองคนที่รู้ทันกันในที ท่านลุงหมิงที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักก็สังเกตเห็นการมองของลุงหลี่ เขาเข้าใจทันทีว่าชายชราผู้นี้รู้เรื่องความลับของเขาและหลินฮวา รอยยิ้มบางๆ ปรากฏที่มุมปากของท่านลุงหมิง เป็นรอยยิ้มที่บอกว่า "เจ้ารู้หรือ แต่เจ้าจะทำอย่างไร"
ทั้งสามคน—หลินฮวา ลุงหมิง และลุงหลี่—ต่างยืนอยู่ท่ามกลางแขกเหรื่อนับร้อย แต่มีความลับดำมืดที่เชื่อมโยงพวกเขาไว้ด้วยกัน บรรยากาศแห่งความสุขและความเฮงซวยของงานหมั้นกลายเป็นเพียงฉากหลังของเกมแห่งอำนาจและความปรารถนาที่กำลังจะเริ่มขึ้น
หลินฮวาพยายามระงับอาการสั่นเทา พลางก้มหน้าหลบสายตาที่แหลมคมของลุงหลี่ นางรู้สึกเหมือนกำลังถูกพรานสองคนล้อมดัก และกรงขังที่เรียกว่า 'การหมั้นหมาย' นี้ อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของพายุสวาทที่รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่าตัว นางรู้สึกเหมือนเป็นเหยื่อที่ถูกล่อลวงเข้าไปในกับดัก และตอนนี้ทางออกกำลังถูกปิดกั้นทีละทาง
หลี่เหว่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น เขายังคงยิ้มแย้มแจ่มใสและพูดคุยกับลุงหลี่อย่างเป็นกันเอง "ท่านลุงหลี่ ข้าดีใจที่ท่านมาร่วงานวันนี้ ท่านเป็นคนสำคัญของครอบครัวเรา และข้าหวังว่าท่านจะให้คำแนะนำข้าในการดูแลหลินฮวา"
"แน่นอน หลี่เหว่ย" ลุงหลี่ตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูจริงใจ "ข้าจะคอยดูแลและให้คำแนะนำเจ้าเสมอ หลินฮวาเป็นหญิงสาวที่ดี เจ้าโชคดีมากที่ได้นางเป็นภรรยา" เขาหันไปมองหลินฮวาอีกครั้ง "และข้าก็จะคอยดูแลหลินฮวาเหมือนลูกสาวของข้าเอง"
คำพูดนั้นทำให้หลินฮวารู้สึกหนาวเย็นไปทั่วร่าง นางรู้ว่าคำว่า "ดูแล" ในปากของลุงหลี่มีความหมายที่แตกต่างจากที่หลี่เหว่ยเข้าใจ
เมื่อพิธีการสิ้นสุดลง แขกเหรื่อเริ่มค่อยๆ แยกย้ายกันกลับบ้าน ลุงหลี่เดินเลี่ยงออกมาที่มุมสวนสลัว ใต้ต้นไผ่ที่ใบไผ่เอนเอียงไปตามสายลม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างผู้ชนะ เขามองไปยังคฤหาสน์ที่ยังคงสว่างไสวด้วยแสงโคมไฟ และเสียงเพลงที่ยังคงดังอยู่
"ดูท่าว่าชีวิตบั้นปลายของข้าในคฤหาสน์ตระกูลหลี่หลังจากนี้... จะมีเรื่องให้ตื่นเต้นยิ่งกว่าการสู้รบในอดีตเสียแล้ว" เขาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความพอใจ "หลี่เหว่ยเป็นหนุ่มดี แต่เขาก็ไร้เดียงสาเกินไป เขาไม่รู้หรอกว่าภรรยาที่เขากำลังจะแต่งงานด้วยนั้นมีความลับอะไรบ้าง"
เขาคิดถึงแผนการที่เขาวางไว้ การที่เขาเป็นญาติของหลี่เหว่ยทำให้เขาสามารถเข้าออกคฤหาสน์ได้อย่างอิสระ เขาจะค่อยๆ สร้างความสัมพันธ์กับหลินฮวา ค่อยๆ ทำให้นางรู้สึกสบายใจกับการอยู่ใกล้เขา และเมื่อเวลาเหมาะสม เขาจะใช้ความลับที่เขารู้มาเป็นเครื่องมือในการควบคุมนาง
ความลับของหลินฮวาที่ห้องน้ำชายสถานศึกษา บัดนี้ไม่ได้เป็นเพียงภาพจำในสายตาของภารโรงชราอีกต่อไป แต่มันคือไพ่ใบสำคัญที่ลุงหลี่พร้อมจะหงายขึ้นมาเพื่อทำลายความเยือกเย็นของนางในเวลาที่เขาต้องการที่สุด เขารู้ว่าเกมที่เขากำลังจะเล่นนั้นอันตราย แต่ความตื่นเต้นและความปรารถนาที่ถูกปลุกขึ้นมาใหม่ทำให้เขาพร้อมที่จะเสี่ยงทุกอย่าง
ลมเย็นพัดผ่านใบไผ่ ทำให้เสียงใบไผ่เสียดสีกันดังเศร้าเศร้า ราวกับเป็นเสียงเตือนถึงพายุที่กำลังจะมาถึง แต่ลุงหลี่กลับรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น เขาเดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยง พร้อมที่จะเริ่มต้นเกมใหม่ที่จะเปลี่ยนชีวิตของทุกคนไปตลอดกาล