ในทุกๆวันระหว่างที่กู้เซียนเซียนฝึกดีดฉิน(พิณเจ็ดสาย) เซียวหลงจะเล่นจี้หยกขาวในมือของเขาไปด้วย
จี้หยกของนางเมื่ออยู่ในมือของเขาประเดี๋ยวผลุบประเดี๋ยวโผล่ราวกับมีชีวิต
บางครั้งเขาจะหยิบตำรามานั่งอ่านข้างนางเงียบๆยกเว้นก็แต่ตอนชี้แนะนาง เขาจึงจะมองมาที่นางสักรอบหนึ่ง
วันนี้เฝิงหรานได้โอกาสมาอยู่เป็เพื่อนนางด้วยเนื่องจากอาการป่วยของอาจารย์หญิงดีขึ้นมากแล้ว นางสามารถออกจากห้องมาทำวัตรปฏิบัติได้เกือบเป็ปกติ ได้ยินว่าส่วนหนึ่งเพราะคุณชายสามนำยาต้านพิษไข้มามอบให้นางแทนสินน้ำใจที่ให้เขามาพำนักอยู่ที่อารามใน่ที่ผ่านมา
เฝิงหรานนั่งฟังเสียงพิณที่บรรเลงโดยคุณหนูของนางก็พลันรู้สึกเหลือเชื่ออย่างยิ่งเพราะก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ต้องพูดว่าการดีดฉินของนางยังไม่เอาไหนอยู่เลย
ระหว่างที่เซียนเซียนกำลังง่วนอยู่กับฉินตรงหน้าเฝิงหรานก็เดินไปหาเซียวหลงซึ่งนั่งอ่านตำราอยู่ไม่ไกล
“ คุณชาย ไม่ทราบว่าท่านใช้วิธีไหน ทำให้คุณหนูสี่สามารถเรียนรู้ได้เร็วขึ้นเช่นนี้“ เฝิงหรานหันไปถามเซียวหลงเสียงเบา เพียงเพื่อป้องกันไม่ให้เสียงของนางไปรบกวนการฝึกซ้อมของเซียนเซียน
เซียวหลงวางตำราในมือลงก่อนเหลือบมองไปที่มือนางข้างหนึ่งของเด็กแซ่กู้ เขาเอ่ยตอบเฝิงหรานด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ มือขวาของนางเคลื่อนไหวไม่เป็ธรรมชาติ โดยเฉพาะนิ้วนางและนิ้วก้อยยิ่งดูไร้แรง”
“ นางดีดบางจังหวะได้คล่องเคล่วนั่นคือเป็จังหวะที่นางคุ้นเคยแม้ว่าตำแหน่งลงนิ้วจะอยู่ห่างกันไปมาก แต่นางก็ยังทำได้ดี”
“ กลับกันบางจังหวะ แม้จะเป็จังหวะสั้นๆง่ายๆ นางกลับทำไม่ได้”
“ นั่นเป็เพราะนางฝึกดีดเพลงไม่หลากหลาย ฝึกซ้ำๆอยู่แค่ไม่กี่เพลง หรืออาจจะคุ้นเคยแค่เพลงเดียว”
“ นิ้วที่นางไม่ได้ใช้ในเพลงนั้นก็ทำให้ขาดความชำนาญเมื่อนำมาใช้เล่นกับเพลงอื่น “
“ นี่เป็ข้อเสียของการยึดติดเกินไป ‘’
“ เ้าควรฝึกให้นางรู้จักปล่อยวาง”
“ ที่สำคัญ ” เขาโยนจี้หยกไปให้เฝิงหราน
“ เพราะความยึดติดผลักดันให้นางมุ่งมั่นเรียนฉินเป็พิเศษ แต่นี่อาจไม่ใช่เื่ดีเสมอไป“ เขามองไปที่จี้หยกในมือของเฝิงหรานอย่างมีความนัยแต่ก็ละสายตาออกไปในเวลาอันรวดเร็ว
สิ่งที่เซียวหลงตอบเขาไม่ได้เฉพาะเจาะจงไปที่การเรียนฉินของนางเท่านั้น แต่หมายรวมถึงทุกสิ่ง
เขาก็ไม่รู้ว่าเฝิงหรานเข้าใจในสิ่งที่เขา้าจะสื่อหรือไม่
เฝิงหรานเองก็เพิ่งรู้เื่จี้หยกที่หายไปของนายหญิงเมื่อคืนก่อนนางคิดไม่ถึงว่าคุณชายสามที่เลื่องชื่อ จะมีนิสัยขโมยหยกเด็กหญิงเช่นนี้ นางจึงตั้งใจจะมาทวงความยุติธรรมคืนแก่เ้านายในวันนี้ราวกับว่าเขาอ่านใจนางออก จงใจโยนจี้หยกคืนให้นางเสียเอง
“ ยังไม่ต้องบอกนาง ว่าข้าคืนจี้หยกให้เ้าไปแล้ว รอให้ข้าลงจากเขาก่อนเ้าค่อยคืนจี้ให้นางไป “
เฝิงหรานไม่เข้าใจเหตุใดต้องทำเช่นนี้ด้วย
เซียวหลงเหลือบมองไปที่กู้เซียนเซียนแว่บหนึ่งตลอด่ระยะเวลาที่ผ่านมา นางตั้งใจเรียนอย่างมาก คงคิดจะใช้สิ่งที่เขาถ่ายทอดให้ไปต่อยอดกับบทเพลงที่นางซ้อมอยู่สิ่งเหล่านี้เขาไม่ได้มีปัญหา เพราะถึงอย่างไร เขาก็ได้ข้อมูลที่เป็ประโยชน์เกี่ยวกับตระกูลกู้แลกเปลี่ยนอยู่แล้วแม้จะไม่ได้มากมายแทบจะเรียกได้ว่าเหมือนกับที่เขาไปสืบมาเองก็ว่าได้
แต่ความร่าเริงและรอยยิ้มที่สดใสจริงใจของนาง ก็ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างแท้จริงหลายวันมานี้เขาแทบไม่ได้ใช้เสียงพิณสะกดใจกับนางอีก
ไม่ใช่เพราะเขารู้สึกผิดหรือเป็คนดีมากขึ้นกว่าวันก่อนแต่เพราะว่านางเองก็แทบไม่รู้เื่ทางบ้านของนางเลย
กลับกันเป็เขาเสียเองที่เล่าเื่ราวต่างๆสมัยที่เขายังเด็กให้กับนางฟัง
แม้จะเลือกเล่าเพียงบางส่วนก็นับได้ว่ากู้เซียนเซียนเป็คนที่รู้จักเขามากที่สุดในเมืองหลวงคนหนี่งแล้ว
ทางด้านเฝิงหรานผู้ได้เปิดโลกกำลังใช้ประสาทััทุกส่วนวิเคราะห์ตามความเห็นของเซียวหลง
การที่เขามองคุณหนูสี่ได้อย่างทะลุปรุโปร่งออกจะสร้างความตระหนกให้กับเฝิงหรานอยู่มาก
เพียงแค่ไม่กี่วันเขากลับรู้จักนางดีมากกว่าบ่าวที่อยู่ด้วยกันมาั้แ่เด็ก
เอาแค่เพลงที่นางฝึกฝนก็เฉพาะที่หนานข่ายหลี่สอนไว้ไม่เคยเห็นนางเล่นบทเพลงอื่นๆอีก
ความยึดติดต่างๆของนางก็เหมือนกับที่เซียวหลงเอ่ยถึง
เฝิงหรานพินิจมองไปทางบุรุษหนุ่มตรงหน้านางรู้สึกหวาดกลัวเขาขึ้นมาทันที คนคนนี้ไม่อาจมองข้ามได้ เขาอ่านใจคนเก่งเกินไป ในท่าทางไม่อินังขังขอบของเขากลับซ่อนอีกคนที่ลึกลับยากจะหยั่งถึงไว้ภายใน หากเขาไม่ใช่คนดีเล่าใครจะปกป้องคุณหนูของนางได้
นางตัดสินใจไม่ต่อบทสนทนาใดๆกับเซียวหลงอีก
“ คุณชายสามกล่าวได้มีเหตุผล เฝิงหรานทราบแล้ว “
เซียวหลงโบกมือให้เฝิงหรานถอยออกไปก่อนก้าวยาวๆไปที่กู้เซียนเซียนและนั่งลงที่ฝั่งตรงกันข้าม
นับั้แ่วันแรกจนถึงวันนี้ก็เกือบสิบวันแล้วที่เขาสอนนาง
นางเองก็ลดเกราะป้องกันตัวลงจากเขายอมเล่าเื่โน้นเื่นี้ให้เขาฟังเรื่อยๆ ส่วนใหญ่ไม่พ้นเื่ราวสนุกสนานในจวนของนาง
ก็น่าจะเป็อย่างนั้นเพราะนางแทบไม่เคยได้ออกไปไหน ผิดกับพี่น้องของนางที่ไปแทบทุกงานที่จัดขึ้นโดยจวนใหญ่ในเมืองหลวง
“ ตอนนี้เ้าลองเล่นเพลงที่เ้าฝึกอยู่ก่อนหน้านี้ให้ข้าฟังที “ เขาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเซียนเซียนเงยหน้าขึ้นมามองเขามือเล็กๆกางคร่อมสายพิณทั้งเจ็ดสายไว้
‘ เหตุใดวันนี้ถึงเรียกร้องอะไรแปลกๆอีกแล้ว ‘ นางคิดไวๆ ก่อนเอ่ยตอบแก่เขา
“ อาจารย์ ข้ายังไม่เก่งขนาดที่จะเล่นเพลงนั้นให้ท่านฟังได้ เอาไว้หลังจากนี้เมื่อข้าเก่งแล้วข้าจะเล่นให้ท่านฟังดีหรือไม่ “
‘ซี่งอาจต้องใช้เวลาหลังจากนี้อีกหลายปี’ นางรำพึงในใจ
ตอนนี้นางเรียกเขาว่าอาจารย์แล้วหลังจากเซียวหลงตรากตรำสอนเด็กหัวช้าเช่นนางเข้าสู่วันที่ห้า แม้ไม่ได้ทำการพิธีกราบไหว้แต่นางก็เชื่อฟังเขาเยี่ยงศิษย์ที่ดีคนหนึ่ง
ยกเว้นเพียงเื่นี้ เซียวหลงดึงฉินที่นางฝึกซ้อมอยู่มาไว้ตรงหน้าเขาแทน
ทันทีที่เสียงฉินดังขึ้นนางรู้ทันทีว่าเขากำลังบรรเลง บทเพลงแห่งทิศบูรพา บทเพลงที่นางซ้อมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
‘ เขารู้ได้อย่างไร ‘ นางหันไปจ้องหน้าของเขาอย่างตกตะลึง
“นิ้วมือเ้าคุ้นเคยตามตำแหน่งของบทเพลงนี้ “ เขามองดูนางขณะไล้นิ้วลงบนสายพิณไปด้วยตาของเขาไม่ได้มองไปที่ฉินเลยแม้แต่น้อย
“ แต่เพราะเ้าตั้งใจลอกเลียนจนละเลยจิติญญาของตนเองไป ทำให้เสียงเพลงของเ้าขาดความเป็อิสระ ที่ข้าอยากให้เ้าบรรเลงให้ฟัง เพื่อที่จะชี้แนะสิ่งเหล่านี้“
“ แต่เมื่อเ้าไม่สบายใจจะเล่น ข้าก็จะไม่ฝืน เพียงแค่จะบอกว่าการวางนิ้วมือของเ้าในตอนนี้ฝึกอีก 10 ปี ก็ไม่ทำให้เก่งขึ้นยกเว้นเ้าจะเลิกคิดเป็คนอื่น เลิกลอกเลียนแบบ เพียงเล่นไปตามจังหวะที่เ้าชอบก็พอ‘’
เขายังคงดีดพิณไปเรื่อยๆเสียงพิณของเขาต่างจากการเล่นของหนานข่ายหลี่มาก เพราะหนายข่ายหลี่เล่นเสียงพิณให้ทุ้มกังวาลน้ำเสียงหนักแน่น และบางครั้งก็ลากเสียงพิณช้าลง แต่ยังคงเป็เสียงใสต่ำๆแบบที่เขาชอบ จังหวะเว้นวรรคตรงตามตำราทั้งหมด
แต่บทเพลงเดียวกันนี้เพียงไล้ผ่านปลายนิ้วของเซียวหลง กลับได้ยินเสียงพิณใสราวหยกกระทบสายฝนพร่างพราย เย็นเยียบชวนให้ลุ่มหลง
การเลือกบรรเลงในท่วงทำนองที่ต่างกันโทนเสียงที่ไม่เหมือนกัน ทำให้ผลลัพท์ที่ได้ยินแตกต่างกันถึงเพียงนี้
ตอนนี้นางเข้าใจแล้ว
“ อาจารย์ ศิษย์เข้าใจแล้ว “ กู้เซียนเซียนตอบเขาด้วยสายตาเป็ประกายมือของนางชี้ตำแหน่งที่เขาเล่นไปด้วยเป็ระยะๆ
“ ข้ายังมีเื่ต้องไปทำ เอาไว้จะหาโอกาสมาสอนเ้าใหม่ ั้แ่พรุ่งนี้เ้าไม่ต้องมาที่นี่อีกแล้ว“ เขาเอ่ยขึ้นทั้งๆที่มือยังคงดีดพิณอยู่
ประโยคนี้ทำให้นางเงยหน้าขึ้นมองเขาทันที
“ ตอนที่เ้าขึ้นเขามารอบหน้า หากข้ามีโอกาส ข้าจะแวะมาหาเ้าอีกถึงตอนนั้นหวังว่าเ้าจะเล่นเพลงที่ข้าสอนได้คล่องแล้ว”
เขารู้กำหนดเดินทางของนางอย่างแน่ชัดตามที่นางบอกแก่เขาแม้จะไม่รู้วันที่แน่นอน แต่เขารู้ดีกว่านางจะต้องมาที่นี่อีกในไม่ช้า เพราะเขาพอจะคาดเดาถึงสาเหตุที่ทำให้นางต้องเดินทางมาที่อารามนี้บ่อยๆได้แล้ว
พูดจบเขาก็ดันฉินกลับไปไว้ตรงหน้านางก่อนลุกขึ้นเตรียมผละจากไป
“ เดี๋ยวก่อนแล้วจี้หยกของข้าหล่ะ ...”
นางรีบวิ่งไปดักที่ด้านหน้าของเซียวหลง
เขาชะงักเล็กน้อยก่อนยืนกอดอกมองนาง
ข้าบอกเ้าว่าอะไรลืมแล้ว ? เขาก้มตัวลงถามนางเสียงเบา
“ ข้าเล่นได้แล้ว เพลงเซียนเซียน “ นางรีบตอบเขาทันที
“ แต่ข้ายังไม่พอใจ “ เขาพูดพลันเดินจากไปทั้งอย่างนั้น