ดวงตามัจจุราช

    ตอนที่ 31 สี่ผู้อาวุโสแห่งวิหารอนันดา

    ห้องสภาศักดิ์สิทธิ์ภายในวิหารเทพอนันดา

    มีสตรีและบุรษวัยประมาณ60 สี่คน  ทั้งสี่คนนั่งอยู่บนเก้าอี้สีขาวแต่งกายด้วยชุดสีขาวคล้ายกับนักบวช พวกเขาคือ สี่ผู้อาวุโสของวิหารเทพ

    ธิดาเทพจัสมินยืนตรงต่อหน้าพวกเขา

    “ อะไรที่ทำให้หมออัสนีมั่นใจว่าเขาจะแก้คำสาปจันทาของธิดาเทพได้”

    “ราชวงศ์ตองอูถูกสาปมาหลายร้อยปีแล้ว ไม่เคยมีใครถอนคำสาปนี้ได้ เขาเป็นใครก็แค่หมอธรรมดาคนหนึ่ง จะสามารถแก้คำสาปได้อย่างไร”

    “ แต่ว่าเรื่องคำสาปจันทา มีเพียงวิหารอนันดาเท่านั้นที่ทราบเรื่อง เขาเป็นคนนอกจะล่วงรู้ได้อย่างไรกัน”

    “ ปัญหาในตอนนี้คือหากรักษาแล้ว จะทำให้พลังของ ธิดาเทพใช้การไม่ได้ แล้วหากฝ่ายตรงข้ามล่วงรู้พวกเราจะทำอย่างไร”

    สี่ผู้อาวุโสตอนนี้มีแค่คำถามแต่ไม่มีใครตอบได้ แม้แต่ธิดาเทพจัสมินเอง ก็ไม่อาจรู้ได้ ว่าอัสนีรู้ความลับภายใน วิหารอนันดาได้อย่างไร และหากแก้คำสาปได้

    วิหารเทพอาจสูญสิ้นต้องถูกศัตรูตามไล่ล่าอย่างแน่นอน

    แต่พวกเขาก็ประชุมกันได้ไม่นานก็มีข้อสรุปออกมา

    “ทางเรายินยอมให้หมออัสนีถอนคำสาป แต่ต้องไม่ให้พลังเวทย์ของ ธิดาเทพหายไปมิเช่นนั้น อาจทำให้วิหารอนันดาของเรา ขาดความเคารพและนับถือได้”

    ผู้อาวุโสทั้งสี่ลงความเห็นเหมือนกัน

    “พวกเขาไม่เคยเคารพนักถือพวกเราเลย แต่พวกเขาหวาดกลัวพลังของเรามากกว่า”  ธิดาเทพเอ่ยเหมือนกันกับที่อัสนีเคยบอกกับเธอ

    “ สำคัญด้วยหรือไม่ว่าจะเคารพ หรือหวาดกลัว ก็ไม่สำคัญสำหรับพวกเรา”

    ธิดาเทพได้แต่ประสานมือทำความเคารพแล้วก็เดินออกไปเธอจะต้องกักขังตนเองในยามค่ำคืนตราบจนวันตายเลยหรือไงกันนะ

    ธิดาเทพถอนหายใจออกมาอย่างสิ้นหวัง

    เช้าอีกวันอัสนีก็มารักษาคนไข้ปกติ แต่อพอรักษาไปได้ ประมาณ 10 คนก็มีคนไข้สตรีคนหนึ่งเดินเข้ามา เธอสวมชุดเสื้อผ้าคล้ายมุสลิม มีผ้าปิดหน้าปิดตามิดชิด

    เดินเข้ามาในประวัติคนไข้ เขียนว่า ชื่อเรไร อายุ 28 ปี แจ้งว่าเป็นโรคท้องผูก

    อัสนีแค่มองหน้าคนไข้เขาก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม รู้ว่าเธอคือ ไลลา ปลอมตัวเข้ามาเป็นคนไข้ของเขาอัสนีก็ไม่อยากเปิดเผย จึงขอจับข้อมือ เพื่อตรวจชีพจร โดยที่ไลลาไม่ยอมถอดถุงมืออัสนี ก็ไม่ได้ว่าอะไร

    “ระบบขับถ่ายของคุณมีปัญหา มาเป็นสิบปีแล้ว ทำไมเพิ่งมาหาหมอตอนนี้”

    “ คือว่า พ่อหวงมากไม่ค่อยให้ปล่อยออกมาข้างนอก”

    “แล้วทำไมวันนี้มาได้?”

    “ พ่อตายแล้วค่ะ”ไลลาเอ่ยทันที ราวกับว่าเตรียมคำตอบเอาไว้อยู่แล้ว

    “ ท้องผูกมานานแบบนี้ทำให้อวัยวะภายในเกิดอาการอักเสบบ่อยๆ บางคนก็ร้อนใน มีแผลที่ปาก บางคนก็เป็นโรคริดสีดวงทวาร จากการจับชีพจรพบว่าตอนนี้คุณมีอาการริดสีดวงอักเสบ กินยานี่ซะ มันจะช่วยรักษาให้คุณหายได้”

    อัสนีมอบยาเม็ดรักษาภายนอกให้ไป1 เม็ด แล้วช่วยปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์เข้าไปเพื่อตัวยาซึมเข้าโลหิตฆ่าเชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาการอักเสบจนเกิดเป็นเม็ดสีดวงทวารและเม็ดยารักษาอาการภายนอก ก็ค่อยๆ รักษาแผลอักเสบหายไปอย่างช้าๆ

    “ คุณหายแล้ว ออกไปเข้าห้องน้ำแล้ว ตรวจดูเอาเอง เม็ดสีดวงทวารสองเม็ดนั้นไม่มีแล้ว”

    ไลลาตอนนี้แม้นว่ารู้สึกแปลกที่เป็นริดสีดวงแต่ก็ไม่กล้าใช้มือจับต่อหน้าหมอ

    รีบเดินออกไปข้างนอกเข้าห้องน้ำไปในทันที   พอถอดเอาผ้าอนามัยออกมาดู พบว่ามีหัวริดสีดวงทวาร ที่แห้งอยู่สองดวง พอเอามือสำรวจ ก็พบว่า แผลนั่นหายไปแล้วจริงๆ

    จึงรีบโทรหาธิดาเทพจัสมิน รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นทันที

    วันนี้อัสนีใช้เวลาแค่บ่ายสอง ก็รักษาคนไข้ที่มารอถึง 200 คนได้ หมอคนอื่นๆถึงกับมองเขาเหมือนเป็นตัวประหลาด ก่อนที่เขาจะออกจากห้องไป ไลลาก็เดินเข้ามาหาเขาแล้วเอ่ยว่า

    “ ไปกับฉันธิดาเทพต้องการพบคุณหมอ”  

    “ ธิดาเทพไหนกันผมไม่รู้จัก” อัสนีแกล้งไลลา ที่ตอนนี้เม้มปาก เปิดผ้าคลุมเหลือแต่ผ้าปิดหน้า

    “ ฉันคือไลลานางกำนัลของเทพธิดาจัสมิน”

    “ โอ้ที่แท้เป็นเธอนั่นเอง ไม่กลัวผมสั่งให้ถอดเสื้อผ้ารักษาหรือไง”

    “แล้วหมอทำไมไม่บอกแต่แรก ว่าแค่กินยาเม็ดเดียวก็รักษาหายแล้ว”

    “ บอกตามตรงผมไม่อยากแกล้งคุณ เพราะว่า สำไส้ใหญ่ตอนต้นของคุณมีพังพืดเกาะติดผนังลำไส้ส่วนนอกแล้วมันกดทับลำไส้ของคุณจนลีบลงผิดปกติ ทำให้ลำไส้ใหญ่ทำการย่อยอาหาร ยากลำบากคุณก็จะมีอาการอาเจียนออกมาบ่อยๆ เหมือนอาการคนเป็นโรคกระเพาะต่อให้ส่องกล้องตรวจก็ยากที่จะเห็น ต้องรีบทำการรักษา ไม่เช่นนั้น อาการอาหารไม่ย่อยท้องผูก ริดสีดวงทวารก็จะกลับมาอีก”

    “ พังผืดกดทับลำไส้แล้วต้องรักษาอย่างไร ต้องผ่าตัดหรือไม่” ไลลาตื่นตระหนกอย่างยิ่ง

    “ หากเป็นหมอทั่วไปการผ่าตัดนั้นเป็นการรักษาที่ตรงเป้าที่สุด”

    “แล้วหากเป็นคุณหมอล่ะ”

    “ผมจะใช้วิธีการนวดแล้วก็จับเส้น ใช้พลังปราณบริสุทธิ์ สลายพังผืดที่กดทับแค่นั้นก็หายแล้ว”

    “ นวด จับเส้นพลังปราณบริสุทธิ์?” ไลลาถึงกับอึ้งไป

    “ หากไม่ทำอาการของคุณก็อาจกลับมาเป็นอีก”

    “ อีกนานไหม?”

    “ ไม่เกิน 14 วันจะเริ่มมีอาการอักเสบ จากนั้นก็เริ่มแสบท้อง บ่อยๆ อาหารไม่ย่อยท้องผูกนานขึ้น  แล้วก็ค่อยๆมีผื่นขึ้นเล็กแล้วขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นเม็ดสีดวง ขึ้นอยู่กับว่า มันจะขึ้นบริเวณไหน”

    “ ยังพอมีเวลา”ไลลาเอ่ยอย่างแผ่วเบา

    “ไปหาธิดาเทพก่อน” อัสนีเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้นไลลาจึงได้แต่พาอัสนีกลับไปที่วิหารอนันดาอีกครั้ง

    ณ เรือนรับรองของวิหารอนันดา

    อัสนีเดินเข้ามาเป็นครั้งที่สองกลิ่นดอกกล้วยไม้ฟาแลน ยังคงหอมไปทั่วเช่นเดิม

    “ ตัดสินใจแล้ว?”อัสนีเอ่ยทันทีที่เข้ามาถึง

    “ ฉันยอมรับว่าฝีมือการรักษาของคุณหมอนั้นขั้นเทพ แต่หากต้องทำให้พลังของฉันสูญสิ้นไปทางอาวุโสวิหารไม่มีทางยินยอมแน่ อีกอย่างยังมีผู้คนอีกหลายหมื่นคนที่ฉันจะต้องดูแลปกป้องพวกเขาพวกศัตรูที่รู้ว่าฉันไร้พลัง พวกเขาต้องไม่ปล่อยพวกเราเอาไว้แน่คุณหมอมีวิธีช่วยรักษาโรคร้าย และเก็บพลังของฉันให้คงอยู่เหมือนเดิมได้หรือไม่”

    “ บอกตามตรงพระนางจันทาเทวี นั้นหาได้ใช้พลังจากพระธาตุมุเตา มาสาปแช่งราชวงศ์ตองอูแต่พระนางใช้คำสาปวิญญาณโลหิต สาปแช่งลูกหลานราชวงศ์ตองอู พระนางไม่ใช่คนธรรมดาพระนางต้องศึกษาพระเวทย์มาไม่น้อย ไม่เช่นนั้นไม่สามารถร่ายคาถาสาปแช่งมานานขนาดนี้ได้”

    “ ฉันรู้ในบันทึกราชวงศ์เคยสงสัยว่า พระนางต้องมีความรู้เรื่องไสยเวทย์มนต์ดำมาไม่น้อย แต่ผ่านมาแล้วกว่าสามร้อยปีเหตุใด คำสาปนั่นยังคงไม่เสื่อมสลายไป”

    “ รู้ไหมยามแสงจันทราสาดส่อง ธิดาเทพจะกลายเป็นอีกคน รู้ไหมว่า เธอคือใคร?”อัสนีเอ่ยแล้วจ้องตาของ ธิดาเทพจัสมินตรงๆ

    “ คือ..ฉันไม่แน่ใจ”

    “ คุณรู้ ว่าคนผู้นั้นคือ พระนางจันทาเทวี ที่ไม่ยอมไปผุดไปเกิดตามติดทายาทของราชวงศ์ตองอูมาจนถึงทุกวันนี้”

    ธิดาเทพมีสีหน้าตกใจเหมือนจะรู้มาก่อนอยู่แล้ว

    “ คุณหมอพูดถูกฉันไม่กล้าเอ่ยเรื่องนี้กับใคร คนที่อยู่ในร่างของฉันยามค่ำคืน เป็น พระนางจันทาเทวีจริงๆ  ฉันพยายามสื่อสารกับพระนางแต่ว่าพระนางกลับไม่ยอมจากไป จะให้ราชวงศ์ตองอูถูกสาปไร้บุตรชายสืบสกุลตลอดไป”

    “ ในตำราเวทย์โบราณได้กล่าวถึง คำสาปวิญญาณโลหิต ผู้ที่ใช้คำสาปโลหิตนี้วิญญาณจะของตนจะต้องชดใช้กรรมไปพร้อมกับคำสาปตลอดกาล มีเพียงการทำลายพลังจิตวิญญาณของ เทพธิดาเท่านั้นก็จะทำให้พระนางจันทาเทวี ไม่อาจดำรงอยู่ได้”

    “ เพราะอะไร”

    “ เพราะว่าผู้ที่ใช้พลังคำสาปนี้ต้องอาศัยพลังของสตรีที่มีพลังวิญญาณสูงหากไร้พลังก็ไม่อาจอาศัยอยู่ได้”

    “คุณหมอรู้เรื่องคำสาปละเอียดขนาดนี้ได้ยังไง?”

    “ผมกำลังสอบถามอาการของคนไข้ คุณไม่ควรตั้งคำถามเรื่องความรู้ของหมอนะครับ”

    “ โอเคร ฉันไม่ถามแต่คุณหมอไม่มีวิธีอื่นเลยหรือคะ”

    “ ก็มี แต่ว่าผมต้องใช้ ดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตา มาจัดการเรื่องนี้”

    อัสนีเริ่มเข้าประเด็นสำคัญเพราะหากเขาบอกวิธีรักษา ด้วยพระแสงดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาครั้งแรกธิดาเทพกับสภาอาวุโสคงไม่ยอมแน่ๆ แต่หากขู่ออกไป ว่าต้องทำลายดวงวิญญาณ การมอบดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาให้กับเขายังง่ายเสียกว่า

    “คุณหมอรู้จักดาบศักดิ์สิทธิ์ ประจำวิหารอนันดาของเราด้วย?”

    อัสนีพยักหน้ายอมรับไปตามตรง ธิดาเทพจัสมินถึงกับถอนหายใจออกมา แล้วเอ่ยว่า

    “ในเมื่อคุณหมอได้ยิน ก็รู้นะว่า ดาบศักดิ์สิทธิ์นั้น ถูกฝังอยู่ในก้อนหินสามร้อยปีไม่เคยมีใคร ดึงมันออกมาได้เลย แม้แต่คนเดียว พวกเราเคยใช้เลื่อยตัดหินเครื่องมือสมัยใหม่ ยังไม่สามารถตัดเข้าไปได้ และที่สำคัญที่สุดกฏการดึงดาบหากดึงดาบสำเร็จจะได้ดาบศักดิ์สิทธิ์ไปครอบครอง พร้อมกับทองคำจำนวน 1ตัน แต่ถ้าไม่สำเร็จจะต้องถูกริบทรัพย์ทั้งหมดเข้าวิหารอนันดา และต้องกลายเป็นสาวกของวิหารอนันดาไปชั่วชีวิต”

    “ผมทราบกฏนี้ดีอยู่แล้ว” อัสนีรู้จากดวงตามัจจุราชมาแล้ว ทำให้ไม่กลัวเรื่องนี้แม้แต่น้อย เขาหวังว่าหากสำเร็จจะได้นำทองคำนี้ไปมอบให้กับมูลนิธิของโรงพยาบาลซานตาครอสทั้งหมด

    “ ดูเหมือนคุณหมอมั่นใจในเรื่องนี้มาก”

    ธิดาเทพถึงกับหรี่ตามองอัสนีอย่างแปลกใจไม่รู้ว่าอัสนีไปเอาความมั่นใจเรื่องดึงดาบศักดิ์สิทธิ์มาจากไหน

    “ผมแค่อยากช่วยคนไข้เท่านั้น”

    ธิดาเทพตกลง แล้วก็พาอัสนีไปหาสี่ผู้อาวุโสทั้งสี่ในห้องโถงขนาดใหญ่ ซึ่งทั้งสี่คนกำลังนั่งรออยู่ทั้งสี่ทิศ  พอธิดาเทพแนะนำและอธิบายเรื่องทั้งหมดทั้งสี่คนก็ปรึกษาหารือกันสักครู่แล้วก็มีผู้อาวุโสท่านหนึ่งกล่าวว่า

    “เรื่องนี้พวกเราบอกกับธิดาเทพไปแล้ว ว่ามันยากที่จะเป็นไปได้ แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่าเรื่องกฏแห่งการดึงดาบศักดิ์สิทธิ์คุณหมอทราบกฏนี้ดีแล้วหรือไม่”

    ธิดาเทพหันมามองหน้าอัสนีเพื่อให้เขาตอบแทน

    “ ทราบดีครับ”

    ทั้งสี่ผู้อาวุโสคราวนี้ประชุมกันอีกครั้งแล้วก็มีตัวแทนประกาศออกมาว่า

    “ ตกลง”............