ห้องสภาศักดิ์สิทธิ์ภายในวิหารเทพอนันดา
มีสตรีและบุรษวัยประมาณ60 สี่คน ทั้งสี่คนนั่งอยู่บนเก้าอี้สีขาวแต่งกายด้วยชุดสีขาวคล้ายกับนักบวช พวกเขาคือ สี่ผู้อาวุโสของวิหารเทพ
ธิดาเทพจัสมินยืนตรงต่อหน้าพวกเขา
“ อะไรที่ทำให้หมออัสนีมั่นใจว่าเขาจะแก้คำสาปจันทาของธิดาเทพได้”
“ราชวงศ์ตองอูถูกสาปมาหลายร้อยปีแล้ว ไม่เคยมีใครถอนคำสาปนี้ได้ เขาเป็นใครก็แค่หมอธรรมดาคนหนึ่ง จะสามารถแก้คำสาปได้อย่างไร”
“ แต่ว่าเรื่องคำสาปจันทา มีเพียงวิหารอนันดาเท่านั้นที่ทราบเรื่อง เขาเป็นคนนอกจะล่วงรู้ได้อย่างไรกัน”
“ ปัญหาในตอนนี้คือหากรักษาแล้ว จะทำให้พลังของ ธิดาเทพใช้การไม่ได้ แล้วหากฝ่ายตรงข้ามล่วงรู้พวกเราจะทำอย่างไร”
สี่ผู้อาวุโสตอนนี้มีแค่คำถามแต่ไม่มีใครตอบได้ แม้แต่ธิดาเทพจัสมินเอง ก็ไม่อาจรู้ได้ ว่าอัสนีรู้ความลับภายใน วิหารอนันดาได้อย่างไร และหากแก้คำสาปได้
วิหารเทพอาจสูญสิ้นต้องถูกศัตรูตามไล่ล่าอย่างแน่นอน
แต่พวกเขาก็ประชุมกันได้ไม่นานก็มีข้อสรุปออกมา
“ทางเรายินยอมให้หมออัสนีถอนคำสาป แต่ต้องไม่ให้พลังเวทย์ของ ธิดาเทพหายไปมิเช่นนั้น อาจทำให้วิหารอนันดาของเรา ขาดความเคารพและนับถือได้”
ผู้อาวุโสทั้งสี่ลงความเห็นเหมือนกัน
“พวกเขาไม่เคยเคารพนักถือพวกเราเลย แต่พวกเขาหวาดกลัวพลังของเรามากกว่า” ธิดาเทพเอ่ยเหมือนกันกับที่อัสนีเคยบอกกับเธอ
“ สำคัญด้วยหรือไม่ว่าจะเคารพ หรือหวาดกลัว ก็ไม่สำคัญสำหรับพวกเรา”
ธิดาเทพได้แต่ประสานมือทำความเคารพแล้วก็เดินออกไปเธอจะต้องกักขังตนเองในยามค่ำคืนตราบจนวันตายเลยหรือไงกันนะ
ธิดาเทพถอนหายใจออกมาอย่างสิ้นหวัง
เช้าอีกวันอัสนีก็มารักษาคนไข้ปกติ แต่อพอรักษาไปได้ ประมาณ 10 คนก็มีคนไข้สตรีคนหนึ่งเดินเข้ามา เธอสวมชุดเสื้อผ้าคล้ายมุสลิม มีผ้าปิดหน้าปิดตามิดชิด
เดินเข้ามาในประวัติคนไข้ เขียนว่า ชื่อเรไร อายุ 28 ปี แจ้งว่าเป็นโรคท้องผูก
อัสนีแค่มองหน้าคนไข้เขาก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม รู้ว่าเธอคือ ไลลา ปลอมตัวเข้ามาเป็นคนไข้ของเขาอัสนีก็ไม่อยากเปิดเผย จึงขอจับข้อมือ เพื่อตรวจชีพจร โดยที่ไลลาไม่ยอมถอดถุงมืออัสนี ก็ไม่ได้ว่าอะไร
“ระบบขับถ่ายของคุณมีปัญหา มาเป็นสิบปีแล้ว ทำไมเพิ่งมาหาหมอตอนนี้”
“ คือว่า พ่อหวงมากไม่ค่อยให้ปล่อยออกมาข้างนอก”
“แล้วทำไมวันนี้มาได้?”
“ พ่อตายแล้วค่ะ”ไลลาเอ่ยทันที ราวกับว่าเตรียมคำตอบเอาไว้อยู่แล้ว
“ ท้องผูกมานานแบบนี้ทำให้อวัยวะภายในเกิดอาการอักเสบบ่อยๆ บางคนก็ร้อนใน มีแผลที่ปาก บางคนก็เป็นโรคริดสีดวงทวาร จากการจับชีพจรพบว่าตอนนี้คุณมีอาการริดสีดวงอักเสบ กินยานี่ซะ มันจะช่วยรักษาให้คุณหายได้”
อัสนีมอบยาเม็ดรักษาภายนอกให้ไป1 เม็ด แล้วช่วยปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์เข้าไปเพื่อตัวยาซึมเข้าโลหิตฆ่าเชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาการอักเสบจนเกิดเป็นเม็ดสีดวงทวารและเม็ดยารักษาอาการภายนอก ก็ค่อยๆ รักษาแผลอักเสบหายไปอย่างช้าๆ
“ คุณหายแล้ว ออกไปเข้าห้องน้ำแล้ว ตรวจดูเอาเอง เม็ดสีดวงทวารสองเม็ดนั้นไม่มีแล้ว”
ไลลาตอนนี้แม้นว่ารู้สึกแปลกที่เป็นริดสีดวงแต่ก็ไม่กล้าใช้มือจับต่อหน้าหมอ
รีบเดินออกไปข้างนอกเข้าห้องน้ำไปในทันที พอถอดเอาผ้าอนามัยออกมาดู พบว่ามีหัวริดสีดวงทวาร ที่แห้งอยู่สองดวง พอเอามือสำรวจ ก็พบว่า แผลนั่นหายไปแล้วจริงๆ
จึงรีบโทรหาธิดาเทพจัสมิน รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นทันที
วันนี้อัสนีใช้เวลาแค่บ่ายสอง ก็รักษาคนไข้ที่มารอถึง 200 คนได้ หมอคนอื่นๆถึงกับมองเขาเหมือนเป็นตัวประหลาด ก่อนที่เขาจะออกจากห้องไป ไลลาก็เดินเข้ามาหาเขาแล้วเอ่ยว่า
“ ไปกับฉันธิดาเทพต้องการพบคุณหมอ”
“ ธิดาเทพไหนกันผมไม่รู้จัก” อัสนีแกล้งไลลา ที่ตอนนี้เม้มปาก เปิดผ้าคลุมเหลือแต่ผ้าปิดหน้า
“ ฉันคือไลลานางกำนัลของเทพธิดาจัสมิน”
“ โอ้ที่แท้เป็นเธอนั่นเอง ไม่กลัวผมสั่งให้ถอดเสื้อผ้ารักษาหรือไง”
“แล้วหมอทำไมไม่บอกแต่แรก ว่าแค่กินยาเม็ดเดียวก็รักษาหายแล้ว”
“ บอกตามตรงผมไม่อยากแกล้งคุณ เพราะว่า สำไส้ใหญ่ตอนต้นของคุณมีพังพืดเกาะติดผนังลำไส้ส่วนนอกแล้วมันกดทับลำไส้ของคุณจนลีบลงผิดปกติ ทำให้ลำไส้ใหญ่ทำการย่อยอาหาร ยากลำบากคุณก็จะมีอาการอาเจียนออกมาบ่อยๆ เหมือนอาการคนเป็นโรคกระเพาะต่อให้ส่องกล้องตรวจก็ยากที่จะเห็น ต้องรีบทำการรักษา ไม่เช่นนั้น อาการอาหารไม่ย่อยท้องผูก ริดสีดวงทวารก็จะกลับมาอีก”
“ พังผืดกดทับลำไส้แล้วต้องรักษาอย่างไร ต้องผ่าตัดหรือไม่” ไลลาตื่นตระหนกอย่างยิ่ง
“ หากเป็นหมอทั่วไปการผ่าตัดนั้นเป็นการรักษาที่ตรงเป้าที่สุด”
“แล้วหากเป็นคุณหมอล่ะ”
“ผมจะใช้วิธีการนวดแล้วก็จับเส้น ใช้พลังปราณบริสุทธิ์ สลายพังผืดที่กดทับแค่นั้นก็หายแล้ว”
“ นวด จับเส้นพลังปราณบริสุทธิ์?” ไลลาถึงกับอึ้งไป
“ หากไม่ทำอาการของคุณก็อาจกลับมาเป็นอีก”
“ อีกนานไหม?”
“ ไม่เกิน 14 วันจะเริ่มมีอาการอักเสบ จากนั้นก็เริ่มแสบท้อง บ่อยๆ อาหารไม่ย่อยท้องผูกนานขึ้น แล้วก็ค่อยๆมีผื่นขึ้นเล็กแล้วขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นเม็ดสีดวง ขึ้นอยู่กับว่า มันจะขึ้นบริเวณไหน”
“ ยังพอมีเวลา”ไลลาเอ่ยอย่างแผ่วเบา
“ไปหาธิดาเทพก่อน” อัสนีเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้นไลลาจึงได้แต่พาอัสนีกลับไปที่วิหารอนันดาอีกครั้ง
ณ เรือนรับรองของวิหารอนันดา
อัสนีเดินเข้ามาเป็นครั้งที่สองกลิ่นดอกกล้วยไม้ฟาแลน ยังคงหอมไปทั่วเช่นเดิม
“ ตัดสินใจแล้ว?”อัสนีเอ่ยทันทีที่เข้ามาถึง
“ ฉันยอมรับว่าฝีมือการรักษาของคุณหมอนั้นขั้นเทพ แต่หากต้องทำให้พลังของฉันสูญสิ้นไปทางอาวุโสวิหารไม่มีทางยินยอมแน่ อีกอย่างยังมีผู้คนอีกหลายหมื่นคนที่ฉันจะต้องดูแลปกป้องพวกเขาพวกศัตรูที่รู้ว่าฉันไร้พลัง พวกเขาต้องไม่ปล่อยพวกเราเอาไว้แน่คุณหมอมีวิธีช่วยรักษาโรคร้าย และเก็บพลังของฉันให้คงอยู่เหมือนเดิมได้หรือไม่”
“ บอกตามตรงพระนางจันทาเทวี นั้นหาได้ใช้พลังจากพระธาตุมุเตา มาสาปแช่งราชวงศ์ตองอูแต่พระนางใช้คำสาปวิญญาณโลหิต สาปแช่งลูกหลานราชวงศ์ตองอู พระนางไม่ใช่คนธรรมดาพระนางต้องศึกษาพระเวทย์มาไม่น้อย ไม่เช่นนั้นไม่สามารถร่ายคาถาสาปแช่งมานานขนาดนี้ได้”
“ ฉันรู้ในบันทึกราชวงศ์เคยสงสัยว่า พระนางต้องมีความรู้เรื่องไสยเวทย์มนต์ดำมาไม่น้อย แต่ผ่านมาแล้วกว่าสามร้อยปีเหตุใด คำสาปนั่นยังคงไม่เสื่อมสลายไป”
“ รู้ไหมยามแสงจันทราสาดส่อง ธิดาเทพจะกลายเป็นอีกคน รู้ไหมว่า เธอคือใคร?”อัสนีเอ่ยแล้วจ้องตาของ ธิดาเทพจัสมินตรงๆ
“ คือ..ฉันไม่แน่ใจ”
“ คุณรู้ ว่าคนผู้นั้นคือ พระนางจันทาเทวี ที่ไม่ยอมไปผุดไปเกิดตามติดทายาทของราชวงศ์ตองอูมาจนถึงทุกวันนี้”
ธิดาเทพมีสีหน้าตกใจเหมือนจะรู้มาก่อนอยู่แล้ว
“ คุณหมอพูดถูกฉันไม่กล้าเอ่ยเรื่องนี้กับใคร คนที่อยู่ในร่างของฉันยามค่ำคืน เป็น พระนางจันทาเทวีจริงๆ ฉันพยายามสื่อสารกับพระนางแต่ว่าพระนางกลับไม่ยอมจากไป จะให้ราชวงศ์ตองอูถูกสาปไร้บุตรชายสืบสกุลตลอดไป”
“ ในตำราเวทย์โบราณได้กล่าวถึง คำสาปวิญญาณโลหิต ผู้ที่ใช้คำสาปโลหิตนี้วิญญาณจะของตนจะต้องชดใช้กรรมไปพร้อมกับคำสาปตลอดกาล มีเพียงการทำลายพลังจิตวิญญาณของ เทพธิดาเท่านั้นก็จะทำให้พระนางจันทาเทวี ไม่อาจดำรงอยู่ได้”
“ เพราะอะไร”
“ เพราะว่าผู้ที่ใช้พลังคำสาปนี้ต้องอาศัยพลังของสตรีที่มีพลังวิญญาณสูงหากไร้พลังก็ไม่อาจอาศัยอยู่ได้”
“คุณหมอรู้เรื่องคำสาปละเอียดขนาดนี้ได้ยังไง?”
“ผมกำลังสอบถามอาการของคนไข้ คุณไม่ควรตั้งคำถามเรื่องความรู้ของหมอนะครับ”
“ โอเคร ฉันไม่ถามแต่คุณหมอไม่มีวิธีอื่นเลยหรือคะ”
“ ก็มี แต่ว่าผมต้องใช้ ดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตา มาจัดการเรื่องนี้”
อัสนีเริ่มเข้าประเด็นสำคัญเพราะหากเขาบอกวิธีรักษา ด้วยพระแสงดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาครั้งแรกธิดาเทพกับสภาอาวุโสคงไม่ยอมแน่ๆ แต่หากขู่ออกไป ว่าต้องทำลายดวงวิญญาณ การมอบดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาให้กับเขายังง่ายเสียกว่า
“คุณหมอรู้จักดาบศักดิ์สิทธิ์ ประจำวิหารอนันดาของเราด้วย?”
อัสนีพยักหน้ายอมรับไปตามตรง ธิดาเทพจัสมินถึงกับถอนหายใจออกมา แล้วเอ่ยว่า
“ในเมื่อคุณหมอได้ยิน ก็รู้นะว่า ดาบศักดิ์สิทธิ์นั้น ถูกฝังอยู่ในก้อนหินสามร้อยปีไม่เคยมีใคร ดึงมันออกมาได้เลย แม้แต่คนเดียว พวกเราเคยใช้เลื่อยตัดหินเครื่องมือสมัยใหม่ ยังไม่สามารถตัดเข้าไปได้ และที่สำคัญที่สุดกฏการดึงดาบหากดึงดาบสำเร็จจะได้ดาบศักดิ์สิทธิ์ไปครอบครอง พร้อมกับทองคำจำนวน 1ตัน แต่ถ้าไม่สำเร็จจะต้องถูกริบทรัพย์ทั้งหมดเข้าวิหารอนันดา และต้องกลายเป็นสาวกของวิหารอนันดาไปชั่วชีวิต”
“ผมทราบกฏนี้ดีอยู่แล้ว” อัสนีรู้จากดวงตามัจจุราชมาแล้ว ทำให้ไม่กลัวเรื่องนี้แม้แต่น้อย เขาหวังว่าหากสำเร็จจะได้นำทองคำนี้ไปมอบให้กับมูลนิธิของโรงพยาบาลซานตาครอสทั้งหมด
“ ดูเหมือนคุณหมอมั่นใจในเรื่องนี้มาก”
ธิดาเทพถึงกับหรี่ตามองอัสนีอย่างแปลกใจไม่รู้ว่าอัสนีไปเอาความมั่นใจเรื่องดึงดาบศักดิ์สิทธิ์มาจากไหน
“ผมแค่อยากช่วยคนไข้เท่านั้น”
ธิดาเทพตกลง แล้วก็พาอัสนีไปหาสี่ผู้อาวุโสทั้งสี่ในห้องโถงขนาดใหญ่ ซึ่งทั้งสี่คนกำลังนั่งรออยู่ทั้งสี่ทิศ พอธิดาเทพแนะนำและอธิบายเรื่องทั้งหมดทั้งสี่คนก็ปรึกษาหารือกันสักครู่แล้วก็มีผู้อาวุโสท่านหนึ่งกล่าวว่า
“เรื่องนี้พวกเราบอกกับธิดาเทพไปแล้ว ว่ามันยากที่จะเป็นไปได้ แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่าเรื่องกฏแห่งการดึงดาบศักดิ์สิทธิ์คุณหมอทราบกฏนี้ดีแล้วหรือไม่”
ธิดาเทพหันมามองหน้าอัสนีเพื่อให้เขาตอบแทน
“ ทราบดีครับ”
ทั้งสี่ผู้อาวุโสคราวนี้ประชุมกันอีกครั้งแล้วก็มีตัวแทนประกาศออกมาว่า
“ ตกลง”............