Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

    บทที่ 70 เพิ่มระดับดินแดนอีกครั้ง

    เพิ่มระดับดินแดนอีกครั้ง

     

                ครั้งนี้นับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่กัสรู้สึกว่าตัวเองโชคดี

                หากเขาไม่ใช่ว่าตระกูลมีประกาศพิเศษที่ทำให้เขาได้ค่าความดีความชอบเพิ่มเขาก็อาจจะไม่คิดหาข้ารับใช้คนใหม่ในตอนนั้นและคงไม่เจอกับมิโดริง่ายๆ

                หากเขาไม่รู้จักความสามารถของเธอบางส่วนจากข่าวลือในชีวิตก่อนกัสคงไม่พยายามสนับสนุนเธออย่างเต็มที่แบบนี้และมิโดริก็อาจจะไม่ใช่มิโดริในปัจจุบันที่มีทั้งความรักและเทิดทูนในตัวเขา

                และถ้าเขาไม่ได้รับความภักดีจากมิโดริเธอก็อาจจะไม่ยอมพลีกายให้กับเขาอย่างเต็มใจจนนำไปสู่การเริงรักที่เร่าร้อนและทำให้กัสได้รับประสบการณ์ส่งผ่านพลังตามเคล็ดวิชาลับของตระกูลในบทที่สอง

                ต้องบอกว่ามันมีหลายปัจจัยมากๆที่ทำให้เขาทำเรื่องที่น่าเหลือเชื่อสำเร็จ

                ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติของพลังที่เขามีคือการกลืนกินมันทำให้เขาสามารถเพิ่มพลังให้กับตัวเองได้อย่างรวดเร็วด้วยวิธีกินที่แม้จะสิ้นเปลืองไปบ้างแต่มันก็เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับเผ่าอสูรเช่นเขาแล้ว

                นอกจากนั้นยังได้โอกาสฝึกฝนวิชาขั้นที่สองแบบข้ามระดับโดยไม่ได้ตั้งใจและสำเร็จมันได้อย่างไม่น่าเชื่อจนทำให้เขาเกิดความคิดใหม่ขึ้นมาว่าตัวเขานั้นอาจจะไม่จำเป็นต้องฝึกฝนวิชาขั้นแรกเหมือนกับคนอื่นๆ ก็ได้

                ในเมื่อพรของเขามีคุณสมบัติในการเพิ่มพูนพลังของตัวเขาอย่างมหาศาลแล้วเขายังจำเป็นต้องพึ่งพาเคล็ดลับในการดูดซับพลังจากหญิงสาวอีกหรือ

                ภายใต้ความคิดนี้กัสได้ทดลองและประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ

                ทว่าผลกระทบจากการทดลองโดยไม่มีความรู้ความเข้าใจก็ยังทำให้กัสตกตะลึงไปชั่วขณะก่อนจะสงบลงเมื่อพบว่าตัวเขานั้นผอมแห้งจนน่ากลัว แต่ก็ไม่มีความรู้สึกย่ำแย่ใดๆเกิดขึ้นกับตัวเขา

                แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นกัสก็ยังไม่วางใจเขาหันกลับไปมองมิโดริที่หมดสติไปแล้วและกำลังหยั่งเส้นผมลงบนพื้นดินก่อนจะเริ่มขดตัวนอนอย่างเป็นธรรมชาติทำให้กัสนิ่งไปชั่วขณะก่อนจะตัดสินใจปล่อยเธอเอาไว้แบบนี้

                “คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง..แต่กันไว้ดีกว่า”

                หลังจากหยุดคิดชั่วขณะกัสก็หยิบเอาเสื้อคลุมของเขาห่มลงบนร่างกายที่เปลือยเปล่าของมิโดริแล้วจัดการใส่กางเกงของเขาที่กลายเป็นหลวมโพรกไปเพราะน้ำหนักที่ลดลงไปของเขา

                กัสมองดูสภาพของตัวเองด้วยรอยยิ้มแปลกๆพลางคิดในใจว่าสภาพของเขาในตอนนี้จะให้น้องสาวเห็นไม่ได้เป็นอันขาดเพราะกลัวว่าพวกเธอจะตกใจกลัว

                คิดแล้วกัสก็หันไปทางด้านบ้านหลังที่สองแล้วเดินตรงเข้าไปอย่างรวดเร็วจากนั้นเคาะประตูเบาๆแล้วเฝ้ารออยู่ครู่ใหญ่

                กัสรออยู่นานหลายนาทีจากนั้นก็เคาะอีกแต่ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเขาก็เลยตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปโดยตรงซึ่งก็พบว่าประตูนั้นไม่ได้ล็อก

                ภายในบ้านหลังน้อยซีต้านอนอยู่บนเตียงในสภาพที่สวมชุดชั้นในตัวบางที่แสนยั่วยวนใจส่วนด้านข้างคือมิซ่าที่นอนอยู่บนเตียงอีกหลังหนึ่งซึ่งกำลังเปิดเอกสารอ่านอยู่ด้วยท่าทีที่จริงจังอย่างมาก

                สองสาวหยุดการกระทำของตัวเองไปชั่วขณะแล้วเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจเพราะอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปจนกระทั่งสังเกตเห็นกัสที่มีสภาพที่น่าตกตะลึง

                “กัส!!”

                “ท่านกัส!!”

                ทั้งสองส่งเสียงร้องด้วยความตระหนกก่อนจะพุ่งตรงเข้ามาหากัสด้วยความร้อนรนบันทึกโลกวิญญาณลอยขึ้นมาบนฝ่ามือของทั้งสองก่อนจะใช้มันตรวจสอบสภาพร่างกายของกัสด้วยดวงตาวิญญาณ

                พริบตานั้นสีหน้าของทั้งสองก็เปลี่ยนไปมันกลายเป็นสีหน้าแปลกๆ แต่ก็ดูผ่อนคลายลงมากเมื่อพบว่าไม่มีอันตรายใดๆ

                กัสเองก็ตกใจไม่น้อยไปกว่ากันเพราะเขาไม่คิดว่าการโผล่มาในสภาพนี้จะทำให้ผู้รักษาทั้งสองแสดงอาการออกมาอย่างรุนแรงแบบนี้

                “ใจเย็นๆ ข้าไม่เป็นไร..แค่เผลอใช้พลังมากไปหน่อยเลยผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกแบบนี้ข้าเพิ่งจะเคยเป็นแบบนี้ครั้งแรกเลยอยากมาให้พวกเจ้าตรวจสุขภาพเสียหน่อยข้าอยากรู้ว่ามันมีปัญหาอะไรไหม”

                เมื่อได้ยินคำอธิบายของกัสผู้รักษาทั้งสองก็หน้าแดงขึ้นมาคนหนึ่งนั้นรู้สึกอับอายมากจนต้องรีบหลบสายตา ส่วนอีกคนหนึ่งเพียงรู้สึกเขินอายนิดหน่อยและรู้สึกขบขันเล็กน้อยที่ปรมาจารย์ผู้รักษาถึงกับสูญเสียความเยือกเย็นเพราะเห็นสภาพของสามีตัวเอง

                “ไหนท่านบอกว่า..ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหนผู้รักษาที่ดีก็ต้องสงบใจไว้เสมอไงคะอาจารย์”

                มิซ่าที่เบาใจแล้วเริ่มต้นล้อเลียนอาจารย์ของเธออย่างสนุกสนานซึ่งก็ทำให้ใบหน้าของซีต้าแดงก่ำขึ้นมา ทว่าเธอก็พูดอะไรไม่ได้ในเมื่อเธอนั้นสูญเสียความเยือกเย็นไปจริงๆเพราะสภาพที่น่ากลัวของกัส

                “อย่าทำเป็นพูดดีไป..ถ้าเจ้ากลายเป็นของกัสเมื่อไหร่เจ้าก็จะเป็นแบบข้านี่ละ”

                หลังจากบ่นลูกศิษย์แสนรักที่ดูจะเปลี่ยนเป็นเพื่อนสาวไปเสียแล้วเพราะเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ซีต้าก็หันมาค้อนกัสให้วงใหญ่

                แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่ซูบผอมและซีดขาวของกัสเธอก็เริ่มเป็นห่วงขึ้นมาอีกก่อนจะใช้ดวงตาวิญญาณระดับสูงตรวจสอบซ้ำอย่างละเอียดเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้วจริงๆ

                ปรมาจารย์ผู้รักษาผู้งดงามและสูงส่งในตอนนี้ไม่ได้ต่างอะไรจากเด็กสาวคนหนึ่งที่เป็นห่วงคนรักของตัวเอง

                มิซ่าเองพอมองดูแบบขบขันได้ไม่นานก็เริ่มหงุดหงิดและอิจฉาเล็กๆที่เธอยังไม่ได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับกัสไปยังจุดที่เธอต้องการ

                “ไม่มีปัญหา..สภาพร่างกายไม่ต่างอะไรจากคนที่อดอาหารมาสัก2 – 3 เดือน..โดยรวมแล้วไม่มีปัญหาอะไรนัก นอกจากอาการอ่อนแรงเพราะขาดสารอาหาร”

                เมื่อวินิจฉัยออกมาอย่างสมบูรณ์แล้ว ใบหน้าของซีต้าก็ดูจริงจังมากยิ่งขึ้นเธอเงยหน้าขึ้นมาจากบันทึกโลกวิญญาณในมือแล้วมองดูกัสด้วยสายตาคาดคั้นซึ่งทำให้กัสต้องยกมือยอมแพ้ในทันที

                “ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น..ยังไงข้าก็ตั้งใจจะบอกอยู่แล้วว่าทำไมข้าถึงกลายเป็นแบบนี้..คือว่าข้าทดลองวิชาบทที่สองของวิชาลับไปนะ”

                คำพูดนี้ทำให้ดวงตาของซีต้ากับมิซ่าเบิกกว้างขึ้นด้วยความตระหนกพวกเธอลุกขึ้นยืนในทันทีพลางมองดูกัสอย่างกับมองตัวประหลาด

                แต่หลังจากนั้นไม่นานซีต้าก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างเธอถึงกับลงมือล้วงเข้าไปในกางเกงของกัสเพื่อนำเอาแกนกายของเขาออกมาตรวจสอบเลยทีเดียว

                เมื่อมิซ่าเห็นแบบนั้นใบหน้าของเธอก็แดงก่ำขึ้นมาทันทีจนต้องรีบหันหน้าหนีไปอีกด้านแต่ก็ไม่วายแอบหันกลับมามองจนทำให้ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปจนถึงใบหูเลยทีเดียว

                กัสเองก็ตกใจมากและคิดที่จะสลัดตัวหลบด้วยซ้ำแต่ซีต้ากุมส่วนนั้นของเขาเอาไว้แน่นด้วยท่าทีที่เคร่งเครียดผิดปกติกัสก็เลยไม่กล้าขยับไปไหน นอกจากปล่อยให้ซีต้าจับแกนกายที่อ่อนตัวของเขาพลิกไปมาอยู่หลายครั้ง

                “ไม่มีความเสียหาย เส้นเลือดปกติสภาพของกล้ามเนื้อไม่มีความผิดปกติ..แล้วไปข้านึกว่าของดีของข้าจะถูกทำลายไปซะแล้ว”

                พูดจบใบหน้าของซีต้าก็แดงระเรื่อขึ้นมาเธอเงยหน้าขึ้นมาสบตากับกัสด้วยรอยยิ้มยั่วยวนใจจากนั้นจึงปล่อยมือจากแกนกายที่อ่อนยวบด้วยสายตาแปลกๆ

                “คงไม่ใช่ว่าใช้การไม่ได้แล้วนะ..”

                “ใช่ที่ไหนเล่า!! ข้าแค่ใช้พลังจนหมดมันก็เลยหมดแรงเท่านั้น เดี๋ยวข้าฟื้นพลังสักครู่มันก็กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว”

                ไม่พูดเปล่ากัสที่หน้าแดงก่ำตัดสินใจนำเอาถังเบียร์ออกมาถังใหญ่แล้วเปิดจุกจากนั้นยกขึ้นกรอกปากทันทีท่ามกลางสายตาที่มองมาด้วยความตกตะลึงของซีต้าและมิซ่า

                พวกเธอตกใจและไม่เข้าใจว่ากัสกำลังทำอะไรแต่หลังจากมองดูได้ไม่นานพวกเธอก็เข้าใจ

                เมื่อร่างกายของกัสเปลี่ยนเป็นสีแดงเสียงหัวใจเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ รวมกับระดับไหลเวียนโลหิตที่เพิ่มความเร็วมากยิ่งขึ้น

                ตัวเลขบนบันทึกโลกวิญญาณเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วพวกมันแสดงปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดที่พุ่งขึ้นสูงจนน่ากลัวแต่พริบตาต่อมาก็ตกลงอย่างรวดเร็วจนอยู่ในระดับที่สมดุลก่อนจะลดต่ำลงจนกระทั่งหมดไป

                ส่วนสิ่งที่ขึ้นมาแทนที่ระดับแอลกอฮอล์ที่หมดไปนั้นคือปริมาณแคลอรีก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นไขมันสะสมที่ทำให้กัสในสภาพผอมแห้งกลายเป็นตัวตลกไปเลย

                เพราะเขาไม่ได้ตัวใหญ่ขึ้นหรือเปลี่ยนเป็นกำยำขึ้นทว่ากลายเป็นคนผอมแห้งที่ท้องป่องแทน ซึ่งดูตลกเป็นที่สุด

                “อะไรกัน!! ทำไมกลายเป็นแบบนี้ได้ละ!!”

                กัสเองก็ตกตะลึงไปไม่ใช่น้อยเหมือนกันเพราะเขาไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ได้หลังจากใช้วิชาของเขาเปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้กายเป็นพลังงานให้กับร่างกาย

                ทว่าสิ่งที่เพิ่มขึ้นกลับกลายเป็นไขมันเพียงอย่างเดียวแต่ไม่เพิ่มกล้ามเนื้ออย่างที่เขาคิดเอาไว้

                ซีต้าเห็นสีหน้าของกัสแล้วก็ยิ้มขำเธออยากจะหัวเราะแต่ก็หัวเราะไม่ออกเพราะเธอสังเกตเห็นความตั้งใจของกัสได้และตระหนักว่าวิชาของเขาก็มีจุดอ่อนเช่นกัน

                “กัส..เจ้าคิดจะเพิ่มกล้ามเนื้อด้วยไขมันงั้นหรือเรื่องแบบนี้มันทำไม่ได้หรอกนะ สิ่งที่เจ้าต้องใช้ไม่ใช่พลังงาน..แต่เป็นสารอาหารต่างหากละเจ้าอาจจะคิดว่าของกินมันให้พลังงานเพียงอย่างเดียวแต่ในความเป็นจริงมันยังแยกย่อยเป็นสารอาหารชนิดต่างๆที่บำรุงร่างกายแต่ละส่วนแตกต่างกันด้วยนะ”

                แทนที่จะหัวเราะซีต้าในฐานะของปรมาจารย์ผู้รักษาก็เริ่มให้ความรู้กับเขาแทนเพื่อเติมเต็มส่วนที่ผิดพลาดของกัสในความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารและพลังงานของเขา

                วิชาที่กัสฝึกนั้นสามารถเร่งกระบวนการตามธรรมชาติทั้งหมดได้มันทำให้เขาสามารถเปลี่ยนแปลงพลังงานสะสม ไขมันไปจนถึงสารอาหารรูปแบบต่างๆให้กับร่างกายได้โดยตรง

                ทว่ามันก็มีจุดอ่อนอยู่พอสมควรนั่นคือพลังงานนั้นไม่ได้เปลี่ยนเป็นสารอาหารได้ส่งผลให้ร่างกายบางส่วนไม่ตอบสนองต่อพลังงานอย่างที่ควรจะเป็น

                เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่กัสดื่มเบียร์ลงไปและเปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้กลายเป็นพลังงานด้วยพลังของพรจากนั้นจึงสูบฉีดเข้าไปในร่างกาย

                แต่มันก็ติดปัญหาตรงที่ร่างกายของเขาสูญเสียพลังงานไปมากจนกล้ามเนื้อหดลีบในส่วนนี้การอัดฉีดพลังงานเข้าไปโดยตรงไม่ได้ช่วยอะไรแต่ต้องใช้สารอาหารที่มาจากเนื้อสัตว์เพื่อบำรุงกล้ามเนื้อที่สูญเสียไปมากกว่า

                ข้อมูลในเชิงลึกนี้มีเพียงเหล่าผู้รักษาเท่านั้นที่สนใจและศึกษากัสย่อมไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับพวกมันเลยทว่าเขาก็พยายามจดจำเพราะพลังของเขาต้องใช้หลักความเข้าใจในส่วนนี้ช่วยด้วยถึงจะสามารถปรับปรุงร่างกายได้อย่างถูกต้อง

                เมื่อนั่งฟังไปนานสองนานกัสก็พอเข้าใจได้และเริ่มนำเนื้อสัตว์ออกมากินแทนเขากินไปฟังไปกระตุ้นพลังไป ไม่นานนักกล้ามเนื้อที่หดลีบของเขาก็ค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นทีละน้อยอย่างเป็นธรรมชาติ

                จนกระทั่งผ่านไป2 ชั่วโมงเศษจากการนั่งฟังและทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าสารอาหารกัสก็พอจะรู้วิธีเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกายของเขามากยิ่งขึ้นแล้ว

                แต่เดิมเขามองว่าอาหารให้พลังงานและใช้พลังงานไปบำรุงร่างกายทว่าในความเป็นจริงหากจะให้ร่างกายแต่ละส่วนเติบโตแข็งแรงมากยิ่งขึ้นเขาจำต้องใช้สารอาหารเฉพาะด้วยเช่นกัน

                “แบบนี้เอง..แล้วข้าจะทำยังไงกับเจ้านี่ดีละ”

                ในขณะที่พูดกัสก็ลูบหน้าท้องของเขาเบาๆ จนทำให้หน้าท้องที่อวบหนาของเขาสั่นไหวไปตามฝ่ามือ

                สองสาวเห็นแบบนั้นก็อมยิ้มออกมาบางๆก่อนจะบอกวิธีง่ายๆ ให้กับกัสซึ่งเขาก็เข้าใจได้ในทันที

                ด้วยการกระตุ้นพลังของพรซ้ำอีกครั้งร่างกายของกัสก็เดือดพล่านขึ้นมาความหิวโหยไหลเวียนไปตามเส้นเลือดและหลอมละลายไขมันทั้งหมดจนกลายเป็นพลัง ก่อนจะถูกร่างกายทุกส่วนของเขาดูดกลืนเข้าไปจนหมดสิ้น

                “เรียบร้อย..ดูเหมือนว่ารูปแบบพลังของข้าจะแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆสินะ..นั่นคือการฟื้นฟูกับการบำรุง”

                “เจ้าจะคิดแบบนั้นก็ไม่ผิด หากเจ้าสังเกตเห็นในตอนแรกที่เจ้าดื่มเบียร์ลงไปเพื่อเปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้กลายเป็นพลังร่างกายของเขาได้เปลี่ยนมันให้กลายเป็นไขมันเพียงอย่างเดียวแต่หลังจากเจ้ากินเนื้อเข้าไปกล้ามเนื้อของเจ้าถึงได้เพิ่มจำนวนขึ้นและฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติ..ถ้างั้นทำไมหลังจากที่เจ้ากระตุ้นพลังของพรอีกครั้งไขมันของเขาถึงได้หายไปได้ นี่แหละคือส่วนที่น่าสนใจ พลังของพรทำให้ร่างกายของเขาพัฒนาขึ้นแต่สิ่งที่มันพัฒนาเป็นหลักกลับกลายเป็นความสามารถในการสะสมพลังงานไม่ใช่ความแข็งแกร่งที่แท้จริง”

                เมื่อได้ยินคำอธิบายอย่างละเอียดนี้กัสก็เหมือนกับมีแสงสว่างวิ่งผ่านความคิดของเขาไปความสงสัยมากมายที่เคยมีในที่สุดก็ได้รับคำตอบ

                “แบบนี้เอง..เพราะงั้นหลังจากที่ข้าใช้วิชากำลังกายของเขาถึงได้มีมากขึ้นแล้วก็หิวมากขึ้นเพราะร่างกายของข้ามีความสามารถในการสะสมพลังที่มากขึ้นนี่เอง”

                นอกจากความเข้าใจที่มากขึ้นแล้วกัสก็ตระหนักถึงเหตุผลที่ทำให้เขาใช้พลังได้นานขึ้นโดยไม่หิวอีก นั่นก็เพราะขีดจำกัดในการสะสมพลังของร่างกายสูงขึ้นทำให้ขีดจำกัดของความอิ่มเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยนี่เอง

                วิธีคิดของกัสนั้นเป็นวิธีคิดแบบง่ายๆ มันไม่ได้ถูกต้องทั้งหมดแต่ก็ไม่มีส่วนไหนที่ผิดเพี้ยนจนหลุดออกจากความน่าจะเป็นซีต้าก็เลยไม่ได้คัดค้านเพราะพูดไปแล้วเธอเข้าใจพลังของกัสไม่มากเท่ากับเขาอยู่แล้วการปล่อยให้เขาคิดเองจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการพัฒนาพรศักดิ์สิทธิ์         

                “เจ้าจะพูดแบบนั้นก็คงไม่ผิด..ถ้ายังไงลองทดสอบดูหน่อยไหมวันพรุ่งนี้ข้ามีงานวิจัยที่ต้องการให้เจ้าช่วย..เจ้าสนใจไหมล่ะ”

                ทันได้นั้นมิซ่าก็มีปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นมาในทันทีกัสเองก็เงยหน้าขึ้นสบตากับซีต้าด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป

                “ได้สิ..ข้ายังจำสิ่งที่ท่านบอกได้วิธีที่จะทำให้ท่านอยู่กับข้าต่อไปได้สินะ”

                “ถูกต้องยอดรักของข้า..ถ้าเจ้าอยากรั้งตัวข้ากับมิซ่าเอาไว้ละก็..ให้ความร่วมมือเสียโดยดี”

                กัสกระตุกยิ้มน้อยๆ พลางพยักหน้าเป็นการตอบรับจากนั้นก็มองไปยังมิซ่าด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนเป็นที่สุดทำให้ใบหน้าของเด็กสาวแดงขึ้นมาในทันทีและพยายามหลบสายตาของกัสอย่างสุดกำลัง

                เห็นแบบนั้นกัสก็ยิ้มขำแล้วหันกลับไปหาซีต้าพลางพูดคุยกันอีกเล็กน้อยก่อนจะจากไป

                เมื่อกัสเดินออกไปจากบ้านลมหายใจของมิซ่าก็เร่งร้อนขึ้นทีละน้อย ท่าทีของเธอนั้นเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดจากท่าทีที่เขินอายมองดูไร้เดียงสา ก็กลายเป็นแม่เสือสาวที่ร้อนรักขึ้นมาในทันที

                “อดทนได้ดีนี่ลูกศิษย์ที่รักของข้า..แต่เจ้าจะฝืนตัวเองไปทำไมกัน”

                “ท่านไม่เข้าใจหรอกค่ะ ข้านะ..กลัวว่าท่านกัสจะไม่ชอบแล้วก็..ที่ข้าเขินนะ..ไม่ได้แกล้งทำสักหน่อย”

                ได้ยินแบบนั้นซีต้าก็ไหวไหล่ไม่ได้พูดอะไรอีกเพราะเธอก็รู้ว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆแต่ถ้าไม่พูดให้ละเอียดละก็ ไม่ว่าใครก็คงเข้าใจผิดได้ง่ายๆเช่นเดียวกับที่กัสเข้าใจมิซ่าผิด

                เปลือกนอกเธอดูเป็นเด็กสาวขี้อายที่แค่มองหน้าสบตาก็หน้าแดงก่ำไปเสียแล้ว

                แต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยสักนิดความเขินอายของมิซ่านั้นไม่ได้มาจากความไร้เดียงสา แต่กลับกันเลยด้วยซ้ำ

                นั่นเป็นเพราะเธอมีความต้องการที่สูงมากต่างหากทั้งยังเป็นพวกชอบมโนที่คิดอะไรเป็นตุเป็นตะไม่หยุดพอเห็นหน้ากัสเธอก็คิดถึงแต่เรื่องอย่างว่าจนหน้าแดงก่ำเพราะอับอายที่ตัวเองเอาแต่คิดถึงเรื่องแบบนั้น

                ซึ่งความคิดนี้มันมีมาตั้งแต่เธอยังเด็กด้วยซ้ำเพียงแต่วัยเด็กนั้นเธอมีความคิดที่ต่างออกไปจากปัจจุบันมันไม่ได้เป็นเรื่องของบุรุษสตรีเท่านั้น แต่มันก็ยังเป็นเรื่องที่น่าอายสำหรับมิซ่าอยู่ดีทำให้เธอหน้าแดงเสียทุกครั้งที่สบตากับกัส

                ส่วนคนที่รู้ความลับข้อนี้ของมิซ่านั้นเกรงว่าคงมีเพียงซีต้าผู้เป็นอาจารย์ที่ดูแลเธอมาตั้งแต่เด็กเท่านั้นส่วนพ่อของเธอนั้น บางทีอาจจะยังหลงไปกับภาพลักษณ์เจ้าหญิงตัวน้อยที่ขี้อายของเธออยู่เลยด้วยซ้ำ

                หลังจากกัสจากไปสองศิษย์อาจารย์ก็ยังคุยกันไม่หยุดมีการกลั่นแกล้งกันบ้างเล็กๆ น้อยๆ จนค่ำคืนนั้นพวกเธอก็ไม่ได้นอนอีกแล้วซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของเหล่าผู้รักษาที่มักจะจมอยู่กับเอกสารทางวิชาการจนลืมหลับนอน

                นี่ถ้าน้องสาวของกัสไม่มาตามไปทานอาหารแล้วละก็พวกเธอก็คงจะลืมกินไปด้วยเช่นกัน

                ทางด้านของกัสหลังจากออกมาจากบ้านหลังที่สองเขาก็เดินกลับไปหามิโดริอีกครั้งเพื่อดูว่าเธอนั้นยังปกติดีหรือไม่เมื่อเห็นว่าลมหายใจของเด็กสาวสม่ำเสมอและมีท่าทีที่เปี่ยมสุขกัสก็ยิ้มออกมาก่อนจะกลับไปนอนในบ้านของตัวเอง

                เมื่อเช้าวันใหม่มาถึงทุกคนก็ดูเหมือนจะรู้ดีว่าเมื่อคืนก่อนมีความเปลี่ยนแปลงใดเกิดขึ้นกับดินแดนของพวกเธอด้วยเหตุนี้สายตาที่เด็กสาวทั้งหลายมองดูมิโดริจึงเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความสนิทสนม

                การพูดคุยระหว่างพวกเธอก็ดูใกล้ชิดกันมากขึ้นซึ่งทำให้กัสพึงพอใจเป็นที่สุด

                กิจวัตรประจำวันในช่วงเช้ายังคงเป็นไปตามปกติเช่นเดียวกับแผนการที่ประกาศออกไปเมื่อวันก่อน การเพิ่มระดับดินแดนครั้งที่สอง

                กัสลงมือในตอนเช้าของวันในขณะที่เหล่าเด็กสาวกำลังช่วยกันเตรียมอาหารเช้ากันอยู่

                คำสั่งยืนยันการเพิ่มระดับถูกกดลงไปDP จำนวน 2000 ถูกหักไปอย่างรวดเร็วจนเหลือจำนวน DPเพียงหนึ่งร้อยเศษๆ ซึ่งเหลือสำรองเอาไว้ใช้ในยามจำเป็น

                เมื่อคำสั่งถูกยืนยันDP ถูกหักออกไปดินแดนของกัสก็เรืองแสงออกมาจนทำให้ทุกคนต้องหยุดการทำงานเอาไว้และมองออกไปยังพื้นที่ว่างเปล่าที่อยู่รอบๆดินแดน

                ดวงตาทุกคู่เบิกกว้างเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีแม้กระทั่งซีต้ากับมิซ่าก็ยังรู้สึกตัวและเดินออกดูด้วยความสนใจ

                แสงสว่างเรืองรองและขยายออกไปอย่างช้าๆเผยให้เห็นดินแดนที่กว้างขึ้นทีละน้อย จนกระทั่งขยายกว้างออกไปอีกราว 25 เมตรก็หยุดลงและเผยให้เห็นสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาในดินแดน

                ทิศเหนือยังคงเดิมยังเป็นป่าเช่นเดิมและเพิ่มขนาดขึ้นเป็น 3 ไร่ ทิศตะวันออกก็เช่นกันเป็นป่าไผ่ที่ขยายออกไปอีก1 ไร่เช่นเดียวกัน

                ส่วนทิศตะวันตกนั้นเป็นไปตามที่กัสคิดเอาไว้มันได้ปรากฏแม่น้ำที่กว้างกว่า 10 เมตรขึ้นและมีความยาวมากกว่า 100เมตรลากผ่านตั้งแต่ตอนเหนือลงไปทางใต้เป็นเส้นโค้งซึ่งเกือบจะเรียบกับเส้นโค้งของดินแดนทำให้มันมีความยาวที่มากเป็นพิเศษ

                เมื่อได้เห็นแม่น้ำที่ไหลเป็นเส้นโค้งนั้นดวงตาของกัสก็ทอประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาเดินเข้าไปอย่างช้าๆ เพื่อมองดูสภาพของแม่น้ำทั้งหมดก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อได้เห็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับเขา

                “ยอดเยี่ยม..เป็นรูปทรงที่ดีจริงๆโดยเฉพาะจุดนี้..ถ้าขุดเป็นบ่อสักหน่อยละก็ บางทีอาจจะเลี้ยงปลาวิเศษได้”

                ปลาวิเศษเป็นหนึ่งในสัตว์วิเศษ ซึ่งก็เป็นเช่นเดียวกับผักวิเศษที่เวลาปลูกจะพบเจอกับศัตรูพืชของพวกมัน

                แต่สำหรับปลาวิเศษหรือสัตว์วิเศษชนิดอื่นๆก็จะพบเจอกับศัตรูทางธรรมชาติของพวกมัน ไม่ว่าจะเป็นปลากินเนื้อขนาดใหญ่ หรือนกกินปลาไม่ก็พวกสัตว์ที่กินปลาเป็นอาหารที่จะปรากฏตัวขึ้นและบุกเข้ามากัดกินปลาวิเศษ

                ระดับความยากของพวกมันนั้นอยู่ในจุดที่ยากมากเพราะเขาไม่สามารถสร้างปราการธรรมชาติปกป้องปลาได้แต่ถ้ามีมิโดริอยู่แล้วละก็ มันก็ยังมีความเป็นไปได้บางอย่างที่อาจจะทำได้สำเร็จ

                เช่นการปรับปรุงพืชพันธุ์ให้มีความสามารถในการสกัดกั้นเช่นการเพิ่มความแข็งแกร่งของก้านใบหนามของต้นแครอทใบหนามหรืออาจจะเป็นกลิ่นที่ส่งผลให้เคลิบเคลิ้มหรือเป็นอัมพาต

                แต่ทั้งนี้สิ่งที่จะขาดไม่ได้ก็ไม่พ้นสิ่งก่อสร้างที่ต้องสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นอุปสรรคในการสกัดศัตรูตามธรรมชาติของพวกมัน