รู้น้าาา...มีคนกำลังหิวววว ไหนนๆๆใครหิวเหมือนไรต์บ้างน้อออออหลังจากที่สินกลับมาจากโรงแรม เขาก็ทำธุระส่วนตัวภายในห้องของตัวเอง ตอนนี้มันเป็นเวลายามบ่ายอ่อนๆ แต่เหตุการณ์ก็ไม่วายเข้าสู่ความยุ่งยากอีกครั้ง พี่โอ๊ตได้สร้างกลุ่มในแอปพลิเคชัน ‘ไลน์’ และหัวข้อแรกก็เป็นการประเดิมการแก้ปัญหาของพวกเขา และมันทำให้เกิดการประชุมกลุ่มครั้งแรก“เรื่องเร่งด่วนครับสิน มีโพสหนึ่งทางโซเชียล เขาได้กล่าวเรื่องที่สินคุยโทรศัพท์ตอนที่อยู่บนรถของเขาในขณะที่ส่งสินกลับโรงแรม ข้อความของผู้โพสระบุประมาณว่า ‘สินจะเลิกทำอาหาร’ เราจะทำการแก้ข่าวยังไงดี เพราะตอนนี้เหมือนว่าลูกค้าหลากหลายคนที่เห็นโพสนี้เขาติดต่อเข้ามาเพราะเป็นห่วงเรา”พี่โอ๊ตกล่าวออกมาเพื่อเปิดหัวข้อการประชุมของวันนี้ สินที่ได้ยินก็งงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาไปพูดอะไรอย่างนั้นตอนไหน แต่เมื่อเขาดูคลิป ก็ปรากฏตัวของเขาตามคลิปจริงๆ เมื่อดูแล้วเขาก็หัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมา“ตอนนั้นก็คือกำลังคุยกับพวกพี่สองคนนั้นแหละ... เอาอย่างนี้ก็แล้วกันครับ .. พี่โอ๊ตใช้ไอดีออฟฟิเชียลในFB (Faceback) ประกาศออกไปว่า ‘ผมได้รับเลขาคนใหม่เข้ามาทำงานด้วย ในตอนนั้นก็กำลังตัดสินใจเลือกรับคนอยู่ และอย่างที่ทุกคนรู้ ผมเป็นคนหนึ่งที่อยากจะช่วยเหลือคนอื่น แต่มันก็ต้องเลือกว่าจะให้ใครมาทำงานด้วย ..เลยได้พูดคำนั้นออกมา’ พี่โอ๊ตก็พิมพ์ไปตามนี้นะครับ แล้วก็แนะนำพี่ดาวด้วยว่าพี่แกเป็นเลขาคนใหม่ของผม..”สินกล่าวออกมา เลขาคนใหม่ก็เริ่มทำงานของตัวเองในทันที เธอเริ่มจัด และเรียบเรียงคำพูดใหม่ให้ดี ก่อนจะสรุปให้สินฟัง ซึ่งพี่ดาวเธอทำงานออกมาได้อย่างดีเยี่ยม พวกเขาคุยกันต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะวางสายกันไปวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันนี้เป็นวันพฤหัสบดีที่ทางรายการขอให้มารายงานตัวเพื่อถ่ายทำต่อจากเดิม และอาจจะได้ซ้อมฉากบางฉาก ถ่ายเรื่องราวส่วนตัวของแต่ละผู้เข้าแข่งขันแบบคร่าวๆ สินเองก็ทำหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี และทั้งหมดถูกถ่ายไปได้แค่ครึ่งวันเพียงเท่านั้น เวลาบ่ายสามโมงนิดๆ สินก็เดินออกมาจากสถานที่ถ่ายทำ ในระหว่างระยะเวลาที่ผ่านมาจากวันพฤหัสบดีจนถึงวันเสาร์มันก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ สินถ่ายรายการของตัวเอง แนะนำการทำอาหาร แนะนำเทคนิค การฝึกฝนที่ถูกต้อง รีวิวอาหารจากร้านต่างๆ สินไม่ได้มีเวลาว่างเลย นับวันก็ยิ่งมีคนติดตามเขามากขึ้น บางคนก็ต้องการจะทานอาหารของเขาเป็นการส่วนตัวถึงขนาดว่าจ้างกันเป็นแสนๆเลยทีเดียวพี่ดาวเธอเสนอไอเดีย ว่าเราจะลองขายบัตรเข้าทานอาหารให้เหมือนกับบัตรคอนเสิร์ต ที่มีการจำกัดที่นั่ง แล้วนำมาประมูลในแฟนเพจ ส่วนรายได้ทั้งหมดหลังจากหักค่าใช้จ่ายไปแล้วทางเราจะนำไปบริจาคให้กับผู้ยากไร้ สินเองก็เห็นดีเห็นงามด้วยจึงตอบตกลงไปสินเองเมื่อมีเวลาหรือในช่วงที่ว่างๆ เขาก็จะโทรหาอร และหนูไอซ์บ้าง พวกเขาเหมือนกับครอบครัวของกันและกัน สินกับอรได้เปิดอกคุยกันเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเขา และพวกเขาเองก็คิดเหมือนกัน อรมองสินเป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง ส่วนสินก็มองอรเป็นเหมือนน้องสาวเพียงเท่านั้นเช่นกันหลังจากที่เปิดอกคุยกันแล้ว สินก็ทำการโอนร้านให้อรเป็นเจ้าของร่วมทันที อรที่ได้ยิน น้ำตาของเธอไหลรินเป็นทาง ไม่เคยมีใครทำดีกับเธอขนาดนี้มาก่อน เธอบอกกับสินว่าเธอจะตั้งใจทำงานในตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าเธอกำลังพบรักครั้งใหม่แล้วด้วย สินเองก็ยินดีที่เธอยอมเปิดใจให้กับใครสักคน ส่วนเธอหันกลับมาบอกกับสินว่าควรจะหาใครสักคนได้แล้ว สินเองก็คิดหนัก เป็นน้องสาวได้ไม่กี่วันก็เริ่มมาจี้เขาเสียแล้ว แต่ถึงยังไงเขาก็มีความสุขดี แต่เรื่องมีแฟนคงต้องพักก่อนในเวลานี้มันเป็นเวลาที่ทุกคนเกือบจะทั่วทั้งประเทศรอคอยกัน รายการใหม่มาแรงกำลังจะเริ่มออกอากาศเป็นเทปที่สองแล้ว รายการ The Grand chef Thailand เสียงซาวด์เอฟเฟคดังขึ้นเป็นระยะๆ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชม เสียงชายวัยกลางคนดังขึ้นมา มันเป็นเสียงผู้บรรยายหลักของรายการที่คอยบรรยายบรรยากาศโดยรวมทั้งหมด‘กว่าผู้สมัคร 2,500 คน ทำการคัดเลือกมาอย่างดี จนมาเหลือ 250 คนที่ได้รับผ้ากันเปือน และในวันนี้พวกเขาจะต้องเจอกับบททดสอบที่หินขนาดไหน.. แล้วใครจะยังคงอยู่ต่อไป... เพราะนี่คือการแข่งขันเพื่อก้าวไปสู่เชฟมืออาชีพ และใครจะเป็นผู้ได้รับเกียรติอันสูงสุดในการเป็น THE GRAND CHEF คนแรกของประเทศไทย... อาจจะเป็นพวกเขาเหล่านี้คนใดคนหนึ่ง...”ในขณะที่เสียงผู้บรรยายรายการเอ่ยขึ้น ภาพก็ถูกตัดกลับไปกลับมาที่ผู้เข้าร่วมแข่งขันแต่ละคน และเป็นเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่กล้องจะตัดภาพไป ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนที่มีความสามารถ และทักษะที่เหนือกว่าคนอื่น และชายคนนี้ที่กล้องกำลังจับภาพก็เช่นกัน“ความฝันเหรอครับ... ผมอยากจะเป็นแม่ครัวแห่งชาติตามรอยคุณยายของผม..” ภาพของชายคนดังกล่าวเอ่ยกล่าวขึ้นมา ‘ชื่อปิยะพงศ์ เรืองศรี อายุ 29 ปี’ ลักษณะของเขาเป็นชายชาตรี ดูแข็งแรง และทึกทน“อ่อ..ใช่ครับ.. ผมชอบออกกำลังกายเป็นงานอดิเรก แน่นอนว่าผมต้องเตรียมฟิตร่างกายให้พร้อมสำหรับการแข่งขัน” ปิยะพงศ์ หรือ พงศ์ตอบกับกล้องอีกครั้ง เสียงของเอฟเฟคที่ดูเลิ่กลั่กดังออกมาพร้อมกับชายคนนี้กำลังเบ่งกล้ามโชว์แล้วภาพก็ถูกตัดกลับมาที่รายการ พิธีกรสาวสวยคุณปิ๊กเดินออกมากลางเวที ก่อนที่เธอจะพูดออกมาว่า“ยินดีต้อนรับการกลับมาของผู้เหลือรอดทั้ง 250 คนค่ะ... แต่อย่าลืมไปว่าถึงตอนนี้พวกคุณจะเหลือเยอะกันมากขนาดไหน.. แต่..ผู้ชนะมีเพียงแค่หนึ่งเดียวเท่านั้น” เธอกล่าวออกมาพร้อมกับยิ้มอย่างทรงเสน่ห์ ภาพถูกตัดกลับไปทางผู้สมัคร แล้วเลื่อนไปเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ที่ป้าคนหนึ่ง“หนูปิ๊กเหรอ... ป้าดูหนูปิ๊กมาตั้งแต่เธอยังอายุ 9 ขวบ ป้าจำได้ดี ตอนนั้นเธอแสดงเรื่อง บ้านปราสาททรายแก้ว เป็นหลานของเจ้าคฤหาสน์.. เธอแสดงได้ดีมาก” ป้า ‘จันเพ็ญ ดาราพร อายุ 57ปี’ จากนั้นเสียงของผู้บรรยายก็ดังขึ้นอีกครั้ง“หากยังจำกันได้ดี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คุณป้าจันเพ็ญ ...” แล้วภาพก็ตัดย้อนกลับมาในวันที่เข้าทดสอบเพื่อรับผ้ากันเปื้อน“ที่ป้ามาในวันนี้ ป้าไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย ไม่ได้หวังจะเข้ารอบ.. ป้าเพียงแค่ต้องการจะบอกกับทุกๆคนว่า ถึงตัวจะแก่ ก็ไม่ได้แก่เกินจะแข่งขัน” ประโยคนี้มันทำให้กรรมการหัวเราะจนท้องแข็งมาแล้ว และภาพก็ถูกตัดกับมาที่รายการอีกครั้งหนึ่ง“ก่อนอื่นเลยต้องขอแสดงความดีใจกับทุกคนที่ก้าวเข้ามาถึงจุดนี้ได้..พวกคุณเก่งมากจริงๆ” พิธีกรคุณปิ๊ก และกรรมการคนอื่นๆ ต่างปรบมือแล้วก็ยิ้มออกมา บรรยากาศเป็นที่น่ายินดี แต่มันก็ดีได้ไม่นานนัก“แต่...” คุณปิ๊กพิธีกรสาวเว้นช่วงในการพูด แล้วมองไปที่ผู้เข้าแข่งขัน พร้อมกับมีซาวด์เอฟเฟคของรายการดัง ภาพทุกอย่างมันตัดไปที่ใบหน้า และสีหน้าของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนแสดงออกมาอย่างชัดเจน พวกเขาทั้งหมดดูเหมือนจะกำลังกังวล แต่แล้วก็มีภาพของภาพคนหนึ่งที่ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย“ชื่อสินครับ.. ตอนนี้ก็กำลังเปิดร้านอาหารเล็กๆที่เชียงใหม่ครับ...”