"สัตว์อสูรตนนี้พวกเราไม่ใช่คู่มือ ต้องรีบหนีแล้ว!"
ขณะที่หลิงเทียนกำลังครุ่นคิด ซ่งกวนอินก็ดิ้นรนลุกขึ้นจากอ้อมอกของหลิงเทียน ก่อนจะยกมือขึ้น ยันต์อาคมสีดำแผ่นหนึ่งพลันลุกไหม้ จากนั้นตราประทับค่ายกลสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในความว่างเปล่า อักขระโบราณภายในอินส่องแสงทอประกายสลับซับซ้อน มีพลังแห่งมิติอันประหลาดอบอวลอยู่ข้างใน
"ยันต์อาคมส่งเคลื่อนย้าย!?" หลิงเทียนเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความใ
วิถียันต์อาคมนั้นกว้างใหญ่ลึกซึ้ง หลิงเทียนเองก็เชี่ยวชาญชำนาญยิ่ง เพียงแต่ไม่มีศิลาิญญาไปซื้อกระดาษยันต์ระดับสูงมาใช้เท่านั้น ทว่ายามนี้สิ่งที่ซ่งกวนอินร่ายออกมา กลับเป็ยันต์เคลื่อนย้ายอันเป็ที่สุดแห่งวิถียันต์อาคม
ยันต์อาคมประเภทนี้หลิงเทียนเคยพบเห็นในหอจู้เป่า ยันต์เคลื่อนย้ายระดับเสวียนที่ถูกที่สุดยังต้องใช้ถึงห้าร้อยศิลาิญญา อีกทั้งยังส่งเคลื่อนย้ายได้เพียงระยะร้อยจั้งเท่านั้น
ทว่าแผ่นที่ซ่งกวนอินร่ายออกมานี้ คุณภาพบรรลุถึงระดับปฐีอย่างไม่ต้องสงสัย ตามหลักการแล้วสามารถส่งเคลื่อนย้ายได้ไกลหลายพันจั้ง มูลค่าย่อมมหาศาลยิ่งนัก
เวลานี้ยันต์อาคมแผ่นนั้นลุกไหม้จนหมดสิ้น ค่ายกลอาคมก่อตัวสมบูรณ์ ขอเพียงก้าวเข้าสู่ค่ายกลส่งเคลื่อนย้าย พวกเขาก็จะสามารถออกจากถ้ำแห่งนี้และรอดพ้นจากภัยพิบัติได้ เห็นได้ชัดว่าซ่งกวนอินเตรียมการสำหรับการเดินทางครั้งนี้มาไม่น้อยเลย
"รีบเข้ามา พวกเราไปกันเถอะ!"
ซ่งกวนอินก้าวเข้าสู่ค่ายกล ยื่นมือเรียวส่งมาทางหลิงเทียน ทว่าหลิงเทียนกลับจ้องมองดวงตาอันบริสุทธิ์ดุจสายน้ำของซ่งกวนอิน แล้วส่ายหน้าเบา ๆ
"ข้ายังมีธุระต้องทำ ไปไม่ได้!"
งูหลามั์ในถ้ำแห่งนี้ก็คืออสรพิษม่วงทองเขาเดียวที่หลิงเทียนกำลังตามหาอยู่ก่อนหน้านี้ หากคิดจะฝึกฝนท่าแรกของเคล็ดวิชากายาเก้าัครองภพให้สำเร็จ ก็จำเป็ต้องได้โลหิตแก่นิญญาของงูหลามั์ตัวนี้มา
ยามนี้เขาอุตส่าห์พบอสูรตนนี้เข้าแล้ว มีหรือจะตัดใจละทิ้งไปได้!?
"อะไรนะ?"
ซ่งกวนอินเห็นดังนั้นก็ใจนหน้าเปลี่ยนสี คนผู้นี้คิดอยากหาที่ตายหรือไร?
การกระทำนี้ทำให้นางนึกถึงหลิงเทียนแห่งสำนักเฉียนหยวนที่เคยพบตรงปากทางเข้าสันเขาโว่หลงขึ้นมา
ล้วนเป็คนประหลาดอันใดกัน!?
ทว่ายามนี้คิดจะโต้เถียงก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว การส่งเคลื่อนย้ายเริ่มทำงาน เรือนร่างของซ่งกวนอินค่อย ๆ เลือนรางลง
ด้านหลังของหลิงเทียน งูหลามั์เขาเดี่ยวแผดเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง ปากกว้างโชกเือ้าออกหมายจะกลืนกินหลิงเทียนเข้าไป
"หากเ้ารอดชีวิตไปได้ จำไว้ว่าจงไปหาข้าที่หุบเขาเฟินเซียง"
ภายในค่ายกลส่งเคลื่อนย้าย ซ่งกวนอินคล้ายรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก่อนจะค่อย ๆ ปลดผ้าคลุมบนใบหน้าออก นวลแก้มสีผกา คิ้วเนตรดุจภาพวาด ตรงกึ่งกลางคิ้วยังมีไฝแดงประดับอยู่จุดหนึ่ง ส่งให้ใบหน้างดงามล่มเมืองแฝงไว้ด้วยความสง่างามเปี่ยมบารมี
แม้เนตรดาราของหลิงเทียนจะสามารถมองเห็นโฉมหน้าของซ่งกวนอินได้อยู่แล้ว ทว่ายามนี้เมื่อไร้สิ่งใดบดบัง ใบหน้านี้ปรากฏสู่สายตาของหลิงเทียนอย่างสมบูรณ์ ก็ยังคงเจริญตาเจริญใจจนไม่อาจดูแคลน
ทว่าดวงตาภายใต้ผ้าคลุมหัวของหลิงเทียนกลับหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนหน้านี้ชุยจ้านเคยบอกว่ากฎของตระกูลซ่งคือใบหน้านี้มอบให้ผู้เป็สามีชมดูเท่านั้น
ยามนี้การกระทำของซ่งกวนอิน หรือว่าจะเป็...
หลิงเทียนส่ายหน้า หนี้รักยากชดใช้ นี่จึงเป็เื่น่าเศร้าที่สุด หัวใจเขามีผู้อยู่แล้ว ไม่อาจมีผู้อื่นได้อีก
ทว่าคิดจะเอ่ยสิ่งใดก็ไม่ทันเสียแล้ว ซ่งกวนอินหายตัวไปจากค่ายกลส่งเคลื่อนย้ายอย่างสมบูรณ์
วูบ!
หลังจากนั้นไม่นาน ณ แอ่งเขาแห่งหนึ่งนอกหุบเขา ซ่งกวนอินผู้มีคราบเืติดตรงมุมปาก สีหน้าขาวซีดก้าวออกมาจากค่ายกล
"กวนอิน!"
วินาทีต่อมา ผู้าุโหงอวี้และเหล่าศิษย์หุบเขาเฟินเซียงก็พุ่งเข้ามาหา
"ผะ... ผู้าุโ รีบ... รีบไปช่วย... ช่วยเขา..."
ทว่ายังไม่ทันที่ซ่งกวนอินจะเอ่ยจบ นางก็สลบไสลสิ้นสติไปเสียก่อน เพราะเดิมทีก็ต้องพิษราคะอยู่แล้ว ประกอบกับร่ายวิชาอาคมและยันต์อาคมระดับปฐีติดต่อกัน จิตััจึงเหือดแห้งไปนานแล้ว
"ผู้าุโ ศิษย์พี่กวนอินเมื่อครู่นี้บอกให้ไปช่วยใครหรือเ้าคะ?" ศิษย์หุบเขาเฟินเซียงคนอื่นขมวดคิ้วสงสัย
"อย่าเพิ่งไปสนใจเื่อื่นเลย นำตัวกวนอินกลับหุบเขาเฟินเซียงไปรักษาแผลก่อน!"
ในใจของผู้าุโหงอวี้มีเพียงความปลอดภัยของซ่งกวนอินคนเดียว นางเป็ถึงหนึ่งในสองยอดอัจฉริยะแห่งหุบเขาเฟินเซียง ดังนั้นจะเป็อะไรไปเด็ดขาดไม่ได้
ขณะเดียวกันภายในถ้ำส่วนลึกของหุบเขา ปากกว้างโชกเืของอสรพิษม่วงทองเขาเดียวมาถึงด้านหลังของหลิงเทียนแล้ว วินาทีต่อมาก็จะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว
"เหอะ ๆ แค่หนอนแมลง กล้ามาสามหาวต่อหน้าข้าเชียวหรือ!?"
ทว่าในเวลานั้นเอง หลิงเทียนพลันหมุนตัวกลับ
วูบ!
ภายในจุดตันเถียน แผนที่ดาราโจวเทียนสั่นะเื สายธารดาราไหลทะลัก ดวงดาวนับพันหมื่นยามนี้พลันปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของหลิงเทียน และใต้แสงดารารุ่งโรจน์ คล้ายมีเงาร่างองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ประทับนั่งอยู่อย่างเลือนราง กลิ่นอายกดทับอันไร้ต้านที่ปะทุขึ้นในพริบตา คล้ายจะสยบสรรพสิ่งในโลกมนุษย์ได้!
อสรพิษม่วงทองเขาเดียวเองก็ถูกกลิ่นอายนี้สะกดข่มในพริบตา ปากกว้างโชกเืที่อ้าอยู่เบื้องหน้าหลิงเทียนพลันหยุดนิ่งชะงักไปทันที กระทั่งหลิงเทียนยังััได้ถึงกลิ่นอายหนาวเย็นบนร่างของอสรพิษม่วงทองเขาเดียวตัวนี้แล้ว
ทว่าการที่หลิงเทียนอัญเชิญิญญายุทธ์ศักดิ์สิทธิ์ออกมาในยามนี้ก็ทำได้เพียงกดทับงูหลามั์ได้แค่ชั่วครู่เท่านั้น ด้วยร่างกายอันอ่อนแอของหลิงเทียนในยามนี้ไม่อาจให้ิญญายุทธ์ศักดิ์สิทธิ์ช่วยเพิ่มพลังการต่อสู้ได้เป็เวลานาน
ดังนั้นหลิงเทียนจึงสะบัดมือโยนบุปผาปีศาจกร่อนกระดูกกำใหญ่เข้าไปในปากกว้างโชกเืเบื้องหน้าโดยตรง จากนั้นจึงเหินกายถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว อาศัยพลังแห่งแผนที่ดาราโจวเทียนเร้นกายสลายกลิ่นอาย แอบซ่อนตัวรอคอยอยู่ในช่องทางเดินอย่างเงียบเชียบ
เป็ดังคาด เพียงไม่กี่ลมหายใจอสรพิษม่วงทองเขาเดียวก็ดึงสติกลับมาได้ ทว่าในวินาทีต่อมาบุปผาปีศาจกร่อนกระดูกก็ละลายในปากของมัน พิษร้ายแทรกซึมเข้าสู่กระดูก ความเ็ปจากการกัดกร่อนกระดูก ต่อให้แข็งแกร่งระดับอสรพิษม่วงทองเขาเดียวก็ไม่อาจต้านทานไหว ส่งผลให้เรือนร่างอันมหึมาดิ้นรนพลิกตัวอย่างบ้าคลั่งภายในถ้ำ ทำเอาทั่วทั้งหุบเขาเริ่มสั่นะเื
เวลานี้ภายในหุบเขา ชุยจ้านยังคิดจะก้าวเข้าสู่ถ้ำอีกครั้ง การล่อลวงของเพลิงวิเศษธรรมชาติระดับสอง ทำเอาเขาไม่อยากตัดใจละทิ้งไปเช่นนี้
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะก้าวเข้าสู่ถ้ำ พลังกดทับอันน่าพรั่นพรึงสายหนึ่งก็ซัดพุ่งออกมาจากข้างใน พร้อมกับผนังหินสั่นะเื ช่องทางเดินเริ่มพังทลาย ทำเอาชุยจ้านขวัญผวาแทบสิ้นสติ ไหนเลยจะกล้าก้าวเข้าไปอีก จึงได้แต่หมุนตัววิ่งหนีไปทันที อย่างน้อยยามนี้เขาก็ไม่กล้าก้าวเข้าไปอีกแล้ว
อสรพิษม่วงทองเขาเดียวย่อมเป็สัตว์อสูรระดับครึ่งก้าวสู่ระดับสี่ และกำลังจะกลายเป็ัเจียว พลังชีวิตเหนียวแน่นยิ่งนัก ต่อให้ปริมาณหญ้าพิษที่หลิงเทียนมอบให้จะมหาศาลเพียงใด แต่ก็ยังต้องใช้เวลาครึ่งชั่วยามเต็ม ๆ จึงสังหารงูหลามั์ด้วยพิษได้สำเร็จ
เมื่อแน่ใจว่ากลิ่นอายของอสรพิษเขาเดียวตัวนี้สลายไปโดยสมบูรณ์แล้ว หลิงเทียนจึงค่อยร่อนกายลงมา
เมื่อจ้องมองซากศพของอสรพิษม่วงทองเขาเดียว ใบหน้าของหลิงเทียนก็พลันปรากฏความยินดี สัตว์อสูรระดับนี้ทั่วร่างล้วนเป็สมบัติวิเศษ ไม่ว่าจะเกล็ดทองคำม่วงอันหนาหนักสามารถนำไปหลอมเป็โล่และชุดเกราะ คุณภาพบรรลุถึงระดับปฐีขั้นสูงสุดได้อย่างแน่นอน
หรือแม้แต่แก่นอสูรก็สามารถนำไปปรุงยาหรือหลอมอาวุธได้มูลค่ามหาศาล และแน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้หลิงเทียนตื่นเต้นที่สุดในใจ ยังคงเป็เืแก่นแท้ภายในร่างของมัน!
โชคดีที่บุปผาปีศาจกร่อนกระดูกกัดกร่อนเพียงกระดูกของงูหลามั์ ไม่ได้แปดเปื้อนสายเื มิฉะนั้นเืแก่นิญญานี้ก็คงนำมาใช้ไม่ได้แล้ว
หลิงเทียนเค้นเืแก่นิญญาของอสรพิษเขาเดียวออกมา จากนั้นสายตาจึงตกกระทบลงบนเขาเดี่ยวของมัน
หืม!?
ด้วยความประหลาดใจ หลิงเทียนก้าวมาหยุดอยู่หน้าเขาเดี่ยวนั้น กลับพบว่าภายในเขาเดี่ยวของมัน มีกระแสอสนีบาตไหลเวียนอยู่ริบหรี่
"เขาม่วงทองกลายพันธุ์?"
หลิงเทียนหัวใจกระตุกวูบ หากจะบอกว่าส่วนใดล้ำค่าที่สุดบนร่างของอสรพิษม่วงทองเขาเดียวตัวนี้ ย่อมเป็เขาเดี่ยวนี้อย่างไม่ต้องสงสัย นี่คือแก่นแท้ตลอดชีวิตของงูหลามั์ อีกทั้งยังเป็ส่วนที่แข็งแกร่งที่สุด นับเป็วัตถุดิบหลอมอาวุธระดับปฐีขั้นสูงสุด
อาจเป็เพราะงูหลามั์ตัวนี้กำลังจะกลายเป็ัเจียวเข้าสู่ระดับสี่ ภายในเขาเดี่ยวม่วงทองนี้ จึงบังเกิดการกลายพันธุ์ ให้กำเนิดอานุภาพอสนีบาตขึ้นมา!
และนี่ไม่ใช่สิ่งที่หลิงเทียนตามหามาโดยตลอดเพื่อใช้เป็วัตถุดิบหลักในการหลอมอาวุธหรอกหรือ?
ยามนี้โครงกระบี่ในมือหลิงเทียนเป็เพียงชิ้นงานที่ไม่สมบูรณ์ เนื้อแท้ของผลึกทองโลหิตแผดเผายังไม่อาจทำให้หลิงเทียนพึงพอใจได้ เขายัง้ากระบี่ระดับปฐีขั้นสูงสุดหลังจากบรรลุระดับสร้างรากฐาน
ดังนั้นหากจะใช้ ก็ต้องใช้สิ่งที่ดีที่สุด!
และเขาเดี่ยวม่วงทองเบื้องหน้านี้ไม่เพียงทนทานถึงที่สุด แต่ภายในยังซุกซ่อนธาตุอสนีบาตไว้ สอดรับกับเพลงกระบี่สายฟ้าเก้าชั้นที่หลิงเทียน้าฝึกฝนยิ่งนัก
อาจกล่าวได้ว่า สิ้งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเพลงกระบี่นี้โดยเฉพาะ ดังนั้นหลิงเทียนจึงไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะตัดเอาเขาเดี่ยวม่วงทองนั้นออกมาทันที
"ที่แห่งนี้ ก็นับเป็สถานที่บำเพ็ญเพียรที่ไม่เลวเหมือนกัน!"
เวลานี้หลิงเทียนยืนอยู่หน้าสายธารเพลิงพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ หลังจากถูกงูหลามั์ถล่มทำลายไปครึ่งชั่วยาม ทั่วทั้งถ้ำก็ทรุดโทรมแหลกลาญ ช่องทางเดินส่วนใหญ่ถูกหินร่วงปิดทับไว้หมดแล้ว
ยามนี้หลิงเทียนไม่ขาดทรัพยากรการบำเพ็ญเพียร อีกทั้งยังเหลือเวลาอีกระยะหนึ่งกว่าจะถึงงานประลองใหญ่ของสำนักเฉียนหยวน หลิงเทียนจึงนั่งขัดสมาธิลงหน้าสายธารเพลิง แล้วเริ่มลงมือบำเพ็ญเพียรทันที
่เวลาที่เหลือนี้หลิงเทียนจะทำการเร่งความเร็วครั้งสุดท้ายเพื่อเตรียมตัวสำหรับงานประลองใหญ่ของสำนักเฉียนหยวน
เวลาผ่านไปรวดเร็วดุจอาชาขาววิ่งผ่านช่องแคบ พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปครึ่งเดือนกว่าแล้ว ภายในถ้ำอันกว้างใหญ่ หลิงเทียนนั่งขัดสมาธิอยู่หน้าสายธารเพลิงที่เหือดแห้งไปแล้ว
ยามนี้ทั่วร่างของหลิงเทียนถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอายสีแดงคละคลุ้งดุจดักแด้มนุษย์ขนาดั์ห่อหุ้มตัวเขาไว้ กลิ่นอายอันฮึกเหิมทับซ้อนอยู่บนคลื่นลมปราณอันปั่นป่วน ทำเอาอากาศภายในถ้ำส่งเสียงะเืหึ่ง ๆ
เปรี้ยง!
ในเวลานั้นเอง ดักแด้โลหิตพลันะเิออก มือใหญ่ข้างหนึ่งยื่นออกมาจากข้างใน เวลานี้บนลำแขนข้างนี้กลับปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีม่วงทองถี่ห่าง พลังกายอันน่าพรั่นพรึงหมุนเวียนดุจลาวารอบลำแขน
ตูม!
ทันใดนั้นดักแด้ั์ส่งเสียงะเิกึกก้อง ก่อนจะแหลกสลายไปโดยสมบูรณ์
หลิงเทียนก้าวออกมาจากดักแด้โลหิต สายตาทอประกาย คลื่นลมปราณปะทุออกจากร่างกลายเป็พายุลมปราณ ม้วนเอาเศษหินรอบข้างกระจัดกระจาย
"นี่คือความรู้สึกของระดับสร้างรากฐานหรือ?"
หลิงเทียนััถึงคลื่นลมปราณภายในร่างที่โหมกระหน่ำดุจสายน้ำในมหาสมุทร
ใน่เวลาครึ่งเดือนกว่า หลิงเทียนอาศัยการหนุนเสริมของแผนที่ดาราโจวเทียนและคัมภีร์เบญจปฐมหลอม์หลอมพลังงานจากสายธารเพลิงและน้ำพุปราณจนหมดสิ้นด้วยเหตุนี้หลิงเทียนจึงสามารถบรรลุเข้าสู่ระดับสร้างรากฐานได้สำเร็จ
ทว่าสิ่งที่หลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะสบถออกมาก็คือ พลังงานที่เขาใช้ในการกระแทกขอบเขตจากขั้นหลอมปราณระดับเจ็ดเข้าสู่ระดับสร้างรากฐานนั้นมากกว่าผู้อื่นถึงสิบเท่า!
หากมิใช่เพราะตระเตรียมทรัพยากรไว้เพียงพอยามนี้เกรงว่าคงยากจะทะลวงผ่านได้จริง ๆ ทว่าหลังจากก้าวเข้าสู่ระดับสร้างรากฐานแล้ว ทรัพยากรที่จำเป็ต่อการยกระดับบำเพ็ญเพียร ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว บางทีนี่อาจเป็ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการิญญายุทธ์ศักดิ์สิทธิ์กระมัง
อย่างไรก็ตาม แม้ทรัพยากรจะเป็ปัญหาใหญ่ ทว่าความกดดันของหลิงเทียนก็มิได้มากมายนัก เขามีวิธีการมากมายในการหาทรัพยากรให้เพียงพอ
เมื่อเทียบกันแล้วเื่ร่างกายนั้นป่าเถื่อนและตรงไปตรงมากว่ามาก กลืนกินเืแก่นิญญาของอสรพิษม่วงทองเขาเดียวลงไปเพียงสามวัน หลิงเทียนก็ฝึกฝนท่าแรกของเคล็ดวิชากายาเก้าัครองภพสำเร็จ ยามนี้เมื่อเปิดใช้งานกายาัเจียว ทั่วร่างของหลิงเทียนก็จะปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีม่วงทอง ไม่เพียงแต่พลังป้องกันจะแข็งแกร่งถึงที่สุด แต่พลังกายก็จะพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่งด้วย
อาจกล่าวได้ว่า ต่อให้เป็ระดับสร้างรากฐานขั้นกลางก็ไม่มีความสามารถพอจะรับหมัดเดียวของหลิงเทียนได้ ดังนั้นหากต่ำกว่าระดับสร้างรากฐานขั้นกลางก็ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง!
"ความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง ช่างไม่เลวเลยจริง ๆ !"
มุมปากหลิงเทียนประดับรอยยิ้มเ็า วินาทีต่อมาปลายเท้าััพื้น ทั้งร่างพุ่งทะยานขึ้นสู่นภาดุจะุปืนใหญ่ ฝ่ามือแผดร้องต่อยทะลวงหน้าผาหินโดยตรง เพียงครู่เดียวก็มาปรากฏตัวอยู่เหนือหุบเขา เหินกายบินมุ่งหน้ากลับสู่สำนักเฉียนหยวนอย่างรวดเร็ว
"งานประลองใหญ่สำนักเฉียนหยวน ข้ามาแล้ว!"