เพียงก้าวเข้ามาในป่าแค่ไม่ถึงสิบก้าว ร่างของหมาป่าขนสีดำทะมึนสามตัว ก็กระโจนออกมาขวางหน้า พร้อมแยกเขี้ยวใส่ห่าวหรานอย่างไม่เป็มิตร ชื่อของพวกมันคือ อสูรหมาป่าเขี้ยวทมิฬ
"ยังมิทันไร ก็มีเ้าถิ่นออกมาต้อนรับเสียแล้วรึนี่ สมกับเป็ป่าแห่งการทดสอบจริง ๆ ไหนข้าขอดูหน่อยว่า พวกเ้ามีความอันตรายระดับไหน และมีสิ่งใดจะมอบให้ข้าบ้าง" ห่าวหรานแย้มยิ้มอย่างตื่นเต้น ก่อนที่มันจะดึงพาคาดตาด้านซ้ายออก ยามนี้อยู่ในป่าเพียงลำพังมันจึงไม่ต้องห่วงว่าผู้ใดจะล่วงรู้ความลับ
และเมื่อห่าวหรานจ้องมองไปที่เ้าหมาป่าสีดำทั้งสามตัว มันก็พบว่า สัตว์อสูรฟ้าดินพวกนี้มีความอันตรายอยู่ในชั้นปฐีระดับกลาง มีจิตปราณธาตุดินตัวล่ะ 10 จิต ตัวหนึ่งมอบ ผลึกอสูรไร้ธาตุระดับกลางให้ และ อีกตัวมอบ ป้ายเคล็ดวิชากรงเล็บหมาป่าสังหาร ที่ยังไม่สมบูรณ์ให้
"มันต้องแบบนี้สิ ถึงจะคุ้มค่าหน่อย ช่างแตกต่างจากอสูรฟ้าดินแถวหมู่บ้านโดยสิ้นเชิง" ห่าวหรานเผยรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจออกมา ก่อนที่มันจะ ย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อเตรียมต่อสู้กับเป้าหมายทั้งสามที่แยกเขี้ยวอยูตรงหน้า
กรรรรรรรรร…รรร..!!
เ้าหมาป่าเขี้ยวทมิฬก็ส่งเสียงขู่ผู้บุกรุก ก่อนที่พวกมันทั้งสามตัว จะกระโจนพุ่งเข้าใส่ห่าวหรานพร้อมกันอย่างรวดเร็ว
เด็กหนุ่มเบี่ยงตัวหลบอย่างง่ายดายก่อนจะปล่อยหมัดออกไปกระแทกใส่ร่างของหนึ่งในพวกมัน จนกระเด็นไปกระแทกต้นไม้เสียงดังโครม อีกสองตัวเมื่อเห็นเช่นนั้น พวกมันจึงรีบตั้งตัว ก่อนจะแยกเขี้ยวพุ่งใส่ห่าวหรานอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ดูเหมือนทั้งสองจะเร็วขึ้นกว่าเดิม ห่าวหรานจึงต้องเพิ่มความเร็วในการหลบหลีกตามไปด้วย
เ้าหมาป่าเขี้ยวทมิฬยังมีอาวุธอันตรายอีกอย่างนอกจากฟันแหลม นั้นก็คือ กรงเล็บที่เท้าทั้งสี่ข้าง หากโดนเล่นงานเข้าไปเพียงนิดเดียวแขนขาคงขาดสะบั้นต่อไม่ติดเป็แน่ เพราะขนาดต้นไม้ใหญ่ ๆ ก็ยังถูกตัดขาดในพริบตาเดียว
"ร้ายกาจ ร้ายกาจสมกับมีความอันตรายในชั้นปฐีระดับกลาง แต่ข้าเองก็ไม่คิดที่จะกลายเป็อาหารค่ำของเ้าหรอกนะ ปราณอสูรร่วมคำราม..!" ห่าวหรานก้าวถอยเว้นระยะออกไปเล็กน้อย ก่อนที่มันจะ โคจรจิตปราณอสูรในร่างมารวมกัน และแผ่รัศมีสีเทาออกมาปกคลุมไปทั่วทั้งตัว
นี่ก็เป็อีกสิ่งที่ชายลึกลับเคยถ่ายทอด ให้ห่าวหรานในวัยเยาว์ มันเป็ทักษะในการดึงจิตปราณภายในร่างกายที่สั่งสมมาจากการต่อสู้ แล้วนำมาใช้เป็เกราะป้องกันตัว แถมยังสามารถใช้โจมตีได้อีกด้วย ยิ่งผู้ใช้มีจิตปราณเพิ่มพูนมากเท่าไหร่เคล็ดวิชานี้ก็จะยิ่งร้ายกาจมากขึ้น แถมมันยังนำไปประยุกต์ใช้กับเคล็ดวิชาอื่น ๆ ได้อีกมากมาย
"ที่นี่ข้าก็ไม่หวั่นเกรงกรงเล็บของเ้าอีกแล้ว เข้ามาได้เลย.." ห่าวหรานตั้งท่าร่างก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้า และแววตามั่นอกมั่นใจ เ้าหมาป่าเขี้ยวทมิฬทั้งสามจึงพุ่งทะยานเข้าใส่ห่าวหรานด้วยความเร็วดุจสายฟ้าแลบอีกรอบ แต่ครานี้พวกมันกลับไม่อาจทำอะไรร่างกายของห่าวหรานได้แม้แต่น้อย คมเขี้ยวมิอาจฝั่งจมเข้าิั กรงเล็บมิอาจตัดเฉือนแขนขาได้อีกต่อไป เมื่อการจู่โจมของพวกมันไม่ได้ผล จึงเป็ทีของห่าวหรานบ้าง ที่จะตอบโต้กลับ
เด็กหนุ่มปล่อยหมัดเข้าไปที่ท้องของเ้าหมาป่าเขี้ยวทมิฬตัวหนึ่งสุดแรงจนมันลอยไปในอากาศ และตกลงมากระแทกพื้นก่อนจะแน่นิ่งไป ส่วนอีกสองตัวก็โดนห่าวหรานเตะด้วยความรวดเร็ว จนปลิวกระเด็นไปกระแทกต้นไม้จนเกิดเสียงดังโครมใหญ่
เ้าหมาป่าเขี้ยวทมิฬดุร้ายทั้งสาม นอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจอีกต่อไปแล้ว
ห่าวหรานจึงได้เดินตรงมาที่ร่างของพวกมันอย่างแช่มช้า ก่อนจะยกมือขึ้นเพื่อดูดกลืนจิตปราณ และรับของตอบแทนตามที่ได้เห็นด้วยเนตรเทวะั้แ่แรก...
เมื่อการต่อสู้เสร็จเรียบร้อย ห่าวหรานจึงออกเดินเข้าไปในป่าส่วนที่ลึกมากกว่านี้ต่อไป...
ยิ่งเดินเข้ามาในป่าแห่งการทดสอบลึกขึ้นเรื่อย ๆ ห่าวหรานก็พบว่า สถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะที่จะเข้ามาในเวลาค่ำคืนจริง ๆ มันทั้งเงียบ ทั้งมืด และมีจิตสังหารรุนแรงมากมายจับจ้องเขาอยู่ตลอดเวลา ดูเหมือนว่าถ้าเป็ตอนกลางน่าจะปลอดภัยกว่านี้ค่อนข้างมาก คล้ายคนของสำนักปราณพิทักษ์ฟ้า ปล่อยพวกสัตว์อสูรฟ้าดินตัวโหด ๆ ออกมาเดินเล่นยังไงยังงั้น
ห่าวหราน ครุ่นคิดในใจไปต่าง ๆ นานา ก่อนที่ในตอนนั้นที่หูของมันจะแววยินเสียง หวีดหวิวแหวกอากาศพุ่งตรงมาจากด้านหลัง เด็กหนุ่มรีบหมุนกายหลบพร้อมถอยไปตั้งหลักหลายก้าว ก่อนที่มันจะได้พบกับ ต้นไม้ขนาดใหญ่ซึ่งใบหน้าสยดสยองน่าขนลุกอยู่บนลำต้น กำลังเดินตรงเข้ามาห่าวหรานอย่างช้า ๆ แขนสองข้างของมัน มองดูคล้ายแส้เถาวัลย์ที่พร้อมจะสังหารเหยื่อตรงหน้าได้ทุกเมื่อ เ้าสิ่งนี้คือ อสูรต้นไม้ร้อยปี เป็ สัตว์อสูรฟ้าดิน ชั้นปฐีระดับสูง
ห่าวหรานในิดหน่อยเพราะไม่คาดคิดว่าจะได้พบศัตรูอันตรายแบบนี้ แต่มันก็พลันนึกถึงเื่บางอย่างออก ของที่อยู่ภายในตัวมันยังไงล่ะ ห่าวหรานใช้เนตรเทวะตรวจสอบดูทันที และพบว่า เ้านี้มี มีจิตปราณอยู่ในร่างถึง 45 จิต แถมยังมีผลึกอสูรธาตุไม้ชั้นปฐีระดับสูงอีกด้วย
หัวใจของห่าวหราน พองตัวด้วยความตื่นเต้นอย่างรวดเร็ว มันตั้งท่าเตรียมจะต่อสู้ในทันที แต่ยังไม่ทันไร
เถาวัลย์ขนาดใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยจิตปราณมหาศาลหวดเข้าใส่อย่างรวดเร็ว และรุนแรง จนห่าวหราน เกือบจะไม่สามารถหลบได้
"อันตรายอะไรเช่นนี้ แถมยังเดาทางไม่ถูก เถาวัลย์ของมันส่ายไปมาในอากาศได้เอง ราวกับมีชีวิตยังไงยังงั้น"
ห่าวหรานลอยตัว ถอยไปตั้งหลักห่างจากคู่ต่อสู้หลายสิบก้าว ซึ่งมันคิดว่าน่าจะอยู่ห่างจากรัศมีการโจมตี เ้าอสูรต้นไม้ร้อยปีแล้ว แต่ทว่า…
นั้นเป็ความคิดที่ผิดถนัด เ้าอสูรต้นไม้ร้อยปีโจมตีอีกครั้งอีกครั้ง ซึ่งครานี้ดูเหมือนแส้เถาวัลย์จะยืดยาวขึ้นกว่าเดิม แถมความเร็วยังไม่ลดน้อยถอยลงไปด้วย ห่าวหรานใมากมันคิดที่จะหมุนตัวหลบเหมือนครั้งที่แล้ว แต่คราวนี้ดูเหมือนเ้าอสูรต้นไม้จะเดาทางถูก
มันบังคับแส้เถาวัลย์ให้ฟาดใส่ร่างของห่าวหรานด้วยพลังโจมตีมหาศาล ชนิดที่ว่า เคล็ดวิชาปราณอสูรร่วมคำราม ที่ใช้ป้องกันตัวอยู่ในยามนี้ ก็ยังมิอาจต้านทานความเสียหายได้ทั้งหมด
ร่างของห่าวหรานปลิวไปกระแทกต้นไม้จนหักโคน ก่อนที่จะลงไปนอนกองกับพื้น และดูเหมือนมันจะาเ็ภายในอยู่สองในสิบส่วน
"อูยย…ยยย เจ็บชะมัด นี่รึพลังของสัตว์อสูรฟ้าดินชั้นปฐีระดับสูง" ห่าวหราน บ่นพึมพำ พร้อมสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป ก่อนที่มันจะค่อย ๆ ยันกายขึ้น และเอามือเช็ดเืที่มุมปากออก
"ข้าควรจะสู้ต่อ หรือหนีดี ในร่างของมันมีจิตปราณอยู่ถึงสี่สิบห้าจิต แถมยังมีผลึกอสูรธาตุไม้ชั้นปฐีระดับสูงอยู่ด้วย ของหายากเช่นนี้ข้าอยากได้มาครองยิ่งนักแต่ว่า…."
ห่าวหรานเพ่งมองไปที่ร่างอันใหญ่โตมโหฬารของ อสูรต้นไม้ร้อยปีที่กำลังส่งเสียคำรามอย่างน่ากลัว ั์ตาของมันมืดสนิทราวกับหลุดลึกไร้ที่สิ้นสุด แถมยังแผ่จิตสังหารออกมารุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ดูเหมือน มันไม่คิดที่จะปล่อยห่าวหรานให้หนีไปง่าย ๆ เป็แน่
ห่าวหรานจึงไม่มีทางเลือกนอกจากสู้ตายสถานเดียว ทว่า…ในยามนั้นเองเสียงของใครบางคนก็ดังก้องขึ้นเหนือหัวของมัน
"ทุกสรรพสิ่งบนโลก ล้วนมีจุดแข็งจุดอ่อนต่างกัน หากรู้ถึงจุดนั้น แม้ต้องเผชิญกับคู่ต่อสู้ที่เหนือกว่า ก็สามารถมีชัยได้เช่นกัน….."
"เสียงนี้มัน…."
ดวงตาของห่าวหรานพลันเบิกกว้างด้วยความใ แต่เหมือนคำชี้แนะนี้ก็จะมีความหมายกับมันมาก ๆ
"จุดอ่อนของมันกระนั้น…รึ? หรือเสียงนั้นจะบอกใบ้ข้าให้ลองใช้เื่ของจิตปราณธาตุในการต่อสู้ครั้งนี้ด้วย งั้นดีล่ะ..!"
เมื่อคิดได้ ห่าวหรานจึงโคจรเคล็ดวิชาปราณอสูรร่วมคำรามอีกครั้ง ทว่า…คราวนี้ รัศมีที่แผ่ออกมาจากร่างกลับเป็สีแดงดุจเปลวเพลิง ไม่ใช่สีเทาเหมือนครั้งแรก จากนั้นมันจึงพุ่งเข้าไปเล่นงานเป้าหมายร่างั์ตรงหน้าในทันที ถึงแม้ว่าการทำเช่นนี้จะเป็อันตรายยิ่งนัก เพราะเ้าอสูรต้นไม้ร้อยปี อาจโจมตีนั้นสวนกลับมาจนทำให้าเ็สาหัสได้
แต่ก็นับว่าเป็โชคดีที่ห่าวหราน อ่านทิศทางของการโจมตี และหลบได้ทั้งหมด ก่อนที่มันจะปล่อยหมัดหนึ่งหมัดที่มีเปลวไฟห่อหุ้มพุ่งไปกระแทกโคนต้นของเ้าอสูรต้นไม้ร้อยปี "วิชาหมัดอสูรพยัตฆ์อัคคี..!" ความร้องจากหมัดของห่าวหราน ทำให้ร่างของมันก็หยุดชะงัก และเซถอยไปอย่างรวดเร็ว
เคล็ดวิชานี่ห่าวหรานได้มาโดยบังเอิญจากสัตว์อสูรฟ้าดินในป่าแถวหมูบ้านที่มันอาศัยอยู่ แถมโชคดีที่มันเป็ป้ายสมบูรณ์อีกด้วย ถึงแม้นว่าวิชานี้จะเป็แค่วิชาชั้นปฐีระดับต้น แต่ห่าวหรานก็นำมาผสานกับเคล็ดปราณอสูรร่วมคำรามจนเพิ่มอานุภาพในการต่อสู้ขึ้นอีกหลายเท่า
พอห่าวหรานรู้ว่า จิตปราณธาตุไฟคือจุดอ่อนของเ้าอสูรต้นไม้ร้อยปี มันจึงไม่รอช้าที่จะโจมตีด้วยวิชาหมัดอสูรพยัคฆ์อัคคีอย่างต่อเนื่องทันที จนทำให้เ้าอสูรต้นไม้ร้อยปีคลุ้มคลั่งเพราะมันเ็ปทรมาน เมื่อนั้นมันจึงจู่โจมใส่ห่าวหรานกลับอย่างรุนแรง
เถาวัลย์ขนาดใหญ่ฟาดใส่ร่างของห่าวหรานหลายสิบครั้งอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากเ้าอสูรต้นไม้ร้อยปีอ่อนแรงลง พลังโจมตีจึงลดลงไปมาก และไม่นานทั่วร่างของมันก็ถูกเปลวเพลิงอันร้อนระอุแผดเผาจนไหม้เกรียมเหลือแค่ตอตะโก ห่าวหรานจึงได้รับชัยชนะพร้อมกับของล้ำค่าที่ออกมาจากตัวของเ้าอสูรต้นไม้ปีศาจร้อยปี…
เมื่อการต่อสู้อันยากลำบากจบลง ห่าวหราน จึงนั่งลงบนพื้นดิน ก่อนจะโคจรจิตปราณธาตุไม้ภายในร่างเพื่อรักษาอาการาเ็ มันทำอยู่สักพักก่อนที่ร่างกายจะฟื้นตัว จากนั้นห่าวหรานจึงออกเดินทางผจญภัยในป่าแห่งการทดสอบต่อไป...
จบบท 12