ทั้งคู่เริ่มการต่อสู้ได้อย่างดุเดือด เจ้าสู้มาข้าสู้กลับ เจ้าใช้ดาบมาข้าก็ใช้ดาบต้าน เจ้าเปลี่ยนมาใช้หอกข้าก็ใช้หอกด้วย ตัวชิงหลงเยว่เลอเองมีระดับพลังอยู่ที่สีดำ คู่ต่อสู้ของนางอย่างหญิงที่มีผ้าปิดหน้าก็มีระดับพลังสีดำเช่นกัน ที่นางรู้ว่าอีกฝ่ายมีพลังระดับอะไรเพียงแค่มองดูก็เพราะว่าพลังที่แต่ละคนใช้ออกมาจะมีสีที่แตกต่างกันตามระดับพลังของผู้ใช้ พลังที่อีกฝ่ายใช้ออกมานั้นเป็นสีดำเช่นเดียวกันกับนาง นางจึงสรุปเช่นนั้นได้
หลังจากที่ทั้งสองสู้กันด้วยมือเปล่าก็แล้ว ต่อสู้กันด้วยอาวุธต่างๆ ที่สร้างจากพลังก็แล้ว แต่ยังคงไม่มีฝ่ายไหนชนะ ชิงหลงเยว่เลอจึงใช้พลังของนางสร้างมังกรเขียวตัวใหญ่ขึ้นมาหนึ่งตัว เมื่อมังกรเขียวเคลื่อนที่เข้าใกล้ อีกฝ่ายจึงสร้างดอกบัวขนาดใหญ่ขึ้นมาขวางทางไม่ให้มังกรเขียวไปถึงตัวได้ เมื่อมังกรเขียวถอนเพื่อไปตั้งหลัก อีกฝ่ายได้สร้างดอกบัวขึ้นมาเป็นจำนวนมากล้อมมังกรเขียวเอาไว้ การต่อสู้ในครั้งนี้จึงเปลี่ยนจากการต่อสู้ด้วยกำลังมาเป็นการควบคุมพลังแทน ใครที่มีสมาธิและไหวพริบมากกว่าผู้นั้นก็ได้รับชัยชนะไป
การต่อสู้แบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนักในการประลองของเหล่ารุ่นเยาว์ เนื่องจากการต่อสู้เป็นวิธีที่เปลืองพลังเป็นอย่างมาก หากระดับพลังยังไม่ถึงสีดำย่อมออกมาทำได้ไม่ดีนักและอาจได้รับบาดเจ็บภายในได้
ผู้ชมหลายๆ คนเริ่มอยากจะรู้ว่าหญิงที่มีผ้าปิดหน้าผู้นี้คือใคร ก่อนหน้านี้นางดูแล้วไม่น่าจะมีความสามารถที่โดดเด่นอะไร แต่การที่นางสามารถต่อสู้กับศิษย์ของนักพรตหญิงได้อย่างสูสีแสดงว่าฝีมือของนางย่อมไม่ธรรมดา อีกทั้งนางยังมีระดับพลังสีดำซึ่งหาได้ยากในเด็กที่มีอายุ 11 ถึง 12 ปี
เวทีฝั่งขวาซึ่งเริ่มแข่งพร้อมกันกับกลุ่มที่ 8 ได้เปลี่ยนจากกลุ่มที่ 7 เป็นกลุ่มที่ 9 จนกลุ่มที่ 9 ได้ผู้ชนะสองคนมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดอกบัวและมังกรเขียวก็ยังคงต่อสู้กันอยู่บนเวทีฝั่งซ้ายแห่งนี้ ด้วยการต่อสู้ที่ยาวนานทำให้สภาพร่างกายของทั้งสองฝ่ายดูไม่ค่อยสู้ดีนัก สีหน้าของทั้งคู่ซีดเซียวและเหมือนทั้งคู่จะรู้ตัวดีว่าใกล้จะไม่ไหวแล้ว ดังนั้นทั้งคู่จึงทุ่มสุดตัวกับการโจมตีครั้งสุดท้าย
ชิงหลงเยว่เลอปรับเปลี่ยนรูปแบบอย่างรวดเร็วจากมังกรเขียวตัวใหญ่หนึ่งตัวเป็นมังกรเขียวตัวเล็กหลายๆ ตัวเพื่อไปปะทะกับดอกบัวของอีกฝ่ายที่มีจำนวนมากมาย อีกฝ่ายกำลังคิดที่จะสร้างดอกบัวเพิ่มเพื่อห้อมล้อมมังกรเขียวตัวใหญ่ แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ลงมือ ชิงหลงเยว่เลอได้ลงมือเสียก่อน ทำให้นางตั้งตัวไม่ทันและได้รับความพ่ายแพ้ไปในที่สุด
หลังจากที่การแข่งขันในรอบนี้สิ้นสุดลง หมอที่ประจำอยู่ที่สนามแข่งรีบเข้ามาตรวจอาการของทั้งคู่ อาการของทั้งคู่ไม่น่าเป็นห่วงมากนัก มีเพียงอาการเหนื่อยล้าจากการที่ใช้พลังมากไป พักผ่อนสักระยะหนึ่งก็จะหายเป็นปกติ
เยว่เลอได้มีโอกาสทำความรู้จักกับคู่ต่อสู้ของตน และได้รู้ว่านางมีชื่อว่าอันลู่เหลียน ลู่เหลียนที่แปลว่าดอกบัวหยก ลู่เหลียนมาจากแคว้นเสวียนอู่ซึ่งอยู่ทางเหนือของแผ่นดินต้าชิง นางบอกว่านางไม่ได้สังกัดสำนักไหน ที่นางมีความสามารถเช่นนี้ล้วนเป็นเพราะพี่ชายของนาง พี่ชายของนางเป็นประมุขพรรคที่มีชื่อพรรคหนึ่งในแคว้นเสวียนอู่
หลังจากที่ทั้งสองพูดคุยกัน เยว่เลอรู้สึกถูกชะตากับลู่เหลียนเป็นอย่างมาก ตัวลู่เหลียนเองก็รู้สึกถูกชะตากับเยว่เลอ ทั้งสองจึงตกลงที่จะสหายกัน
เมื่อชิงหลงเยว่เลอเดินออกมาจากลานประลอง หลี่ซูเม่ยรีบเข้าไปถามไถ่อาการของศิษย์พี่ เมื่อพบว่าไม่ได้เป็นอะไรมากนางก็สบายใจ ก่อนหน้านี้นางแทบจะส่งหลงชุนต๋ากับมู่ไป๋อันไปตามท่านอาจารย์ให้มาเตรียมพร้อมไว้ข้างเวที ดีที่ศิษย์พี่ทั้งสองกับมู่ไป๋อันห้ามเอาไว้ก่อน
ที่นางร้อนรนเช่นนี้ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะหลงชุนต๋าที่วันนี้พูดเยอะกว่าปกติ และดูสนใจในการต่อสู้ครั้งนี้มาก เขาคอยบอกว่าอันตรายๆ เดี๋ยวก็พูดว่าหยุดการแข่งขันเถอะ สักพักก็พูดว่าเมื่อกี้เกือบไปแล้ว ถ้าพลาดต้องแย่แน่ๆ และอื่นๆ อีกมากมาย
ตอนที่นางบอกว่าจะให้หลงชุนต๋าไปบอกท่านอาจารย์ เขาก็ไม่ทักท้วงสักนิด แถมเห็นด้วยกับนางอีกต่างหาก ที่หลงชุนต๋าเป็นเช่นนี้ใช่เป็นเพราะนางให้เขาทำงานที่หน่วยหมาอี่หนักเกินไปหรือไม่ ต้องใช่แน่ๆ หลังจากนี้คงต้องให้เวลาพักกับหลงชุนต๋าให้มากขึ้นแล้วละ
ฝ่ายหลงชุนต๋าเองก็รู้สึกอายที่เผลอแสดงท่าทางเช่นนั้นออกไป เขาเองก็รู้ถึงสาเหตุที่ทำให้ตัวเองแสดงออกเช่นนั้น และคาดว่าศิษย์พี่ทั้งสองของน้องเล็กคงจะรู้ถึงสาเหตุนั้นแล้วเช่นกัน ซึ่งสาเหตุที่ว่าคือเขาได้ตกหลุมรักหญิงผู้นั้นเสียแล้ว...
วันนี้หลี่ซูเม่ยมีโอกาสได้เห็นศิษย์พี่สี่ต่อสู้อย่างสูสีกับคู่ต่อสู้เป็นครั้งแรก ซึ่งศิษย์พี่สี่ทำได้ดีมาก นางจึงตั้งปณิธานไว้ในใจว่าจะต้องเก่งเหมือนศิษย์พี่ของนางให้ได้ ตอนนี้ระดับพลังของหลี่ซูเม่ยอยู่ที่ระดับสีน้ำเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือระดับสีม่วงและระดับสีดำที่นางต้องผ่านไปให้ได้จึงจะถึงระดับสีทอง
ส่วนทางด้านน้องชายของหลี่ซูเม่ยก็ได้ผ่านเข้ารอบต่อไปเช่นกัน โดยได้อันดับที่สองของกลุ่ม วันพรุ่งนี้จะมีการแข่งขันรอบที่สาม รอบที่สามจะคัดเหลือ 50 คนจาก 200 คน รอบนี้มีการจับกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน มีทั้งหมด 40 กลุ่ม
เช้าวันต่อมาผู้แข่งขันที่ผ่านเข้าสู่รอบสามทุกคนต้องทำการจับฉลากโดยมีหมายเลขตั้งแต่ 1 ถึง 40 ใครจับได้เลขเดียวกันแสดงว่าอยู่กลุ่มเดียวกัน ผลจากการจับฉลากศิษย์พี่สี่ของนางได้อยู่กลุ่มเดียวกับน้องชายของนาง และยังได้อยู่กลุ่มเดียวกับอันลู่เหลียนอีกต่างหาก
เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น แต่ละกลุ่มจะต้องเข้าไปในห้องที่ตรงตามเลขกลุ่มของตน ภายในห้องมีการลงอักขระเอาไว้ ทำให้เกิดภาพเสมือนจริงขึ้น ทุกห้องจะจำลองสถานการณ์ขณะที่อยู่กลางป่าลึก ภายในป่าจะมีสัตว์อสูรระดับต่างๆ ซึ่งผู้เข้าแข่งขันต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรเหล่านั้น
ผู้เข้าแข่งขันในกลุ่มต้องช่วยดูแลกันและกัน หากกำไลของคนใดคนหนึ่งแตกหัก ทั้งกลุ่มจะถูกส่งตัวออกมายังนอกห้อง หากครบกำหนดเวลาแล้ว กลุ่มที่ยังคงอยู่ในห้องจะถูกส่งตัวออกมายังด้านนอก
การแข่งขันรอบนี้ใช้เวลา 3 วัน การตัดสินขั้นแรกจะดูว่าเมื่อครบกำหนดกลุ่มที่ยังคงอยู่ในห้อง หากมีมากกว่า 10 กลุ่ม จะตัดสินจากจำนวนสัตว์อสูรที่คนในกลุ่มได้ทำการต่อสู้ด้วยแล้วชนะ หากมีน้อยกว่า 10 กลุ่ม กลุ่มที่ยังคงอยู่ในห้องจะผ่านเข้าสู่รอบที่ 4 ทุกกลุ่ม และใช้จำนวนสัตว์อสูรที่คนในกลุ่มเอาชนะได้มาตัดสินว่ากลุ่มที่เหลืออยู่กลุ่มไหนจะได้ไปต่อ การแข่งรอบนี้มีคะแนนให้โดยกลุ่มไหนเอาชนะสัตว์อสูรได้มากกว่ากลุ่มนั้นจะได้ลำดับที่ดีกว่า
เวลาผ่านไปเกือบจะครบ 3 วัน กลุ่มของชิงหลงเยว่เลอยังคงอยู่ภายในห้อง นอกจากกลุ่มนี้ยังมีอีก 9 กลุ่มที่ยังอยู่ภายในห้อง เมื่อครบกำหนดเวลาพบว่ามี 10 กลุ่มที่ยังอยู่ในห้องพอดีจึงนำจำนวนสัตว์อสูรที่แต่ละกลุ่มเอาชนะได้มาเรียงลำดับ ลำดับที่หนึ่งเป็นของกลุ่มชิงหลงเยว่เลอนั่นเอง
-----------------------------------------------------
* มาแล้วค่าาตอนที่สองของวันนี้ ยังไงก็ฝากติดตามตอนต่อไปของไรท์ด้วยน้าาา ขอบคุณค่ะ♥️