ภายในถ้ำมีเพียงความมืดดำเบื้องหน้ามีเส้นทางทอดยาวซึ่งแฝงไปด้วยไอความเย็นเมื่อเมิ่งฝานเข้าไปภายในก็รู้สึกได้ถึงอานุภาพแห่งพลังที่ถาโถมเข้ามายังใบหน้า นี่เป็นอานุภาพแห่งพลังที่อสรพิษเนตรทับทิมตัวนั้นทิ้งเอาไว้นั่นเอง
มุมปากของเด็กหนุ่มกระตุกขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็ก้าวเดินไปเบื้องหน้าโดยไม่มีเวลาไปสนใจสิ่งอื่นใดหลังจากที่เดินไปได้หลายก้าวเขาก็มาถึงจุดที่ลึกที่สุดของถ้ำ เมื่อเมิ่งฝานกวาดตามองไปก็พบว่าในผนังถ้ำที่ไม่ไกลนักเป็นจุดที่มีไอความเย็นแผ่ซ่านออกมาเข้มข้นที่สุด
ทั้งยังมีแสงสว่างที่แสบตาเปล่งประกายขึ้นมาด้วยซึ่งไอความเย็นก็ทำให้ก้อนน้ำแข็งปรากฏขึ้นมาในบริเวณนั้นการที่มันจะเป็นรังของอสรพิษเนตรทับทิมได้ก็ย่อมต้องเป็นสถานที่ที่มีความเย็นอย่างมากอยู่แล้ว!
เมิ่งฝานใช้พลังปราณปกคลุมทั่วร่างก่อนจะเดินไปยังจุดนั้น
เพียงชั่วพริบตาที่ก้าวเข้าไปถึงจุดที่มีความเย็นเข้มข้นร่างกายของเมิ่งฝานพลันสั่นเทา หากไม่ใช่เพราะเมิ่งฝานใช้พลังปราณคุ้มกัน แต่ปล่อยให้ความเย็นของมันแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายคงจะถูกแช่แข็งไปในทันทีเป็นแน่
ให้ตายสิ!
แม้จะสบถออกมาเช่นนั้นแต่เมิ่งฝานก็ไม่ได้ลังเลแต่อย่างใดเกียรติยศและลาภยศล้วนแต่อยู่ในความอันตรายทั้งสิ้น มีเพียงต้องก้าวเข้าไปหามันเท่านั้น
หลังจากที่เดินออกไปได้หลายก้าวในที่สุดเมื่อเมิ่งฝานก็มาถึงจุดที่เย็นยะเยือกที่สุดก่อนจะพบว่าภายในมีก้อนหินซึ่งเปล่งประกายดุจดั่งอัญมณีที่เจิดจรัสวางอยู่
ศิลาวิญญาณ! รูม่านตาของเมิ่งฝานหดเล็กลงทันทีเมื่อรู้ว่าตนเองพบศิลาวิญญาณแล้ว เป็นเพราะศิลาชนิดนี้จะเกิดขึ้นในจุดที่มีความหนาวเย็นและมีสัตว์อสูรผู้แข็งแกร่งคอยปกปักษ์รักษาจึงทำให้มันหายากเป็นอย่างยิ่ง
แต่สิ่งที่ทำให้เมิ่งฝานรู้สึกแปลกใจก็คือศิลาก้อนนี้มีขนาดใหญ่กว่าที่บันทึกเอาไว้ในตำราอย่างมากมันมีขนาดที่ใหญ่กว่ากำปั้นไม่น้อยจึงทำให้เมิ่งฝานอดที่จะดีใจไม่ได้ และรอบๆ ศิลาวิญญาณนั้นก็คือวัตถุสีแดงที่คล้ายดั่งก้อนน้ำแข็งนั่นก็คือโลหิตบริสุทธิ์ของอสรพิษเนตรทับทิมนั่นเอง
ได้ครบทั้งสองแล้ว!
เมิ่งฝานยกยิ้มที่ขึ้นที่มุมปาก ขณะที่เขากำลังจะเอามันใส่ไว้ในแหวนคลังวัตถุพลันได้ยินเสียงทะลวงอากาศดังขึ้น
อันตราย! เพียงชั่วพริบตาเมิ่งฝานก็เกร็งไปทั้งร่าง ก่อนจะขยับขาด้วยพลังของยาตราเซียนเหินแล้วขยับถอยหลังไปอย่างฉับพลัน
ต่อมาจึงพบว่าสิ่งที่พุ่งเฉียดศีรษะของตนเองไปนั้นคือพิษของอสรพิษตัวร้าย เมื่อพิษนั่นพุ่งไปยังผนังถ้ำบริเวณนั้นพลันละลายในทันใด หากมันมาอยู่บนกายเขาจะเกิดผลลัพธ์ที่น่าสะพรึงเพียงใดกัน
เวลานี้เขากัดฟันแน่นแล้วหยัดกายให้ตรงด้วยใบหน้าที่แสดงความตกตะลึง
เมื่อมองไปก็พบว่าในจุดที่ไม่ไกลนักมีเงาร่างของอสรพิษกำลังชูคอขึ้นสูงมันมีลำตัวสีแดงลายหลากสีและมีนัยน์ตาที่แฝงไปด้วยความเหี้ยมโหดซึ่งมันก็คืออสรพิษเนตรทับทิมขนาดเล็กนั่นเอง!
“หึหึ ยินดีกับเจ้าด้วยแล้วกันเมิ่งฝาน ดูท่านี่จะเป็นลูกของอสรพิษเนตรทับทิม โลหิตบริสุทธิ์กับศิลาวิญญาณนั้นคงจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้เส้นแขนงปราณของมันไหลเวียนได้อย่างราบรื่นในเมื่อเจ้าปรากฏตัวขึ้นในรังของมัน คงจะต้องสังหารมันก่อนถึงจะนำของทั้งสองสิ่งนั้นออกไปได้!”
เสียงของรั่วสุ่ยอีดังขึ้นมาจากไข่อสูรทมิฬพร้อมกับเสียงหัวเราะ
นางยังคงเป็นดั่งเช่นเมื่อก่อนที่เอาแต่นิ่งดูดายไม่สนใจความเป็นความตายของเมิ่งฝานในเวลาต่อมาเขาก็จับจ้องอสรพิษเนตรทับทิมตัวเล็กและมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปเมื่อเขาพบว่าบนตัวมันมีลวดลายสีที่เปล่งประกาย และมีพลังปราณแผ่ซ่านซึ่งบ่งบอกว่าเจ้าอสรพิษเนตรทับทิมตัวน้อยนี้มีพลังเทียบเท่ากับจอมยุทธ์ในขั้นเกลาวิญญาณระดับต้นแล้ว
สัตว์อสูรเช่นนี้ ต่อให้อายุยังน้อยก็ไม่อาจประมาทได้เขานึกไม่ถึงเลยว่านอกจากตัวโตเต็มวัยที่อยู่ข้างนอกแล้วยังมีตัวเล็กอยู่ข้างในนี้ด้วยเพียงชั่วพริบตาเมิ่งฝานก็รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จึงได้ลองเอ่ยหยั่งเชิงออกไป“พวกเรามาแบ่งกันให้เท่าเทียมหลังจากนั้นก็ปล่อยข้าไปดีหรือไม่?”
ฟ่อ!
เสียงร้องเดือดดาลดังออกมาจากปากของอสรพิษเนตรทับทิมนัยน์ตาสีแดงของมันวาวโรจน์ขึ้นมาพร้อมทั้งฉายแววกระหายเลือดให้เห็น ก่อนที่มันจะพุ่งเข้าหาเมิ่งฝานอย่างรวดเร็วการกระทำของมันคล้ายกำลังจะบอกกับเมิ่งฝานว่าอย่าหวัง
รวดเร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ!
สีหน้าของเมิ่งฝานเปลี่ยนไปทันทีหากนำสัตว์อสูรระดับสี่มาเปรียบเทียบกับมนุษย์ ถึงแม้พวกมันจะไม่มีวิชายุทธ์มากมายนับร้อยนับพันแต่ร่างกายของมันก็ถือเป็นศัสตราวุธที่ร้ายอาจอย่างยิ่งร่างกายของสัตว์อสูรเหล่านี้ล้วนแต่ยิ่งใหญ่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ตำนานเล่าว่าเหล่าสายเลือดผู้ยิ่งใหญ่อย่างมังกรนั้นสามารถใช้ร่างกายบดขุนเขาให้แตกละเอียดได้
รวมถึงอสรพิษเนตรทับทิมขนาดเล็กตัวนี้ด้วยหากเป็นศัสตราวุธที่ต่ำกว่าระดับสามก็คงยากที่จะจัดการกับร่างกายของมันได้
ฝ่ามือของเมิ่งฝานขยับ จากนั้นจึงปล่อยพลังหมัดอันแข็งแกร่งออกไปด้วยพลังปราณที่แตกระเบิดทั้งร่างกายในเมื่อต้องสู้เมิ่งฝานก็จะต้องระเบิดพลังในร่างกายออกมาทั้งหมดพยายามเร่งรัดเพื่อต่อสู้ให้จบลงอย่างเร็วที่สุดหมัดที่เขาชกออกไปนั้นรวดเร็วปานสายฟ้า ปะทะกับร่างของอสรพิษเนตรทับทิมขนาดเล็กในอากาศอย่างดุดัน
ในชั่วพริบตาที่เกิดการปะทะเมิ่งฝานสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะท้านอันแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ที่แล่นเข้ามาจนต้องล่าถอยไปหนึ่งก้าวพละกำลังของสัตว์อสูรแข็งแกร่งอย่างที่เขาคิดเอาไว้ไม่มีผิด สายเลือดของมันมีความกระหายเลือดซึ่งเป็นสัญชาตญาณของสัตว์ป่าอยู่ภายใน
พลังปราณถาโถมออกมาพร้อมเสียงตวาดของเมิ่งฝานเส้นเอ็นของแขนทั้งสองข้างปูดนูน ก่อนจะมีแสงสว่างอันร้อนระอุปรากฏขึ้นที่หมัดทั้งสองข้าง
หมัดเงี้ยวโลกันตร์!
เพียงชั่วพริบตาวรยุทธ์แห่งตระกูลเมิ่งก็ถูกเมิ่งฝานปล่อยออกมาด้วยพลังทั้งหมดในร่างกายทั้งยังใช้มันผสานกับยาตราเซียนเหินจึงทำให้ร่างกายของเมิ่งฝานนั้นวาบไหวได้อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าเขาพุ่งทะยานไปเบื้องหน้าด้วยความเร็ว ขณะเดียวกันหมัดทั้งสองข้างก็ทำลายความเย็นที่อยู่โดยรอบไปด้วย!
เมื่อสัมผัสถึงความแข็งแกร่งของลมปราณภายในร่างกายของเมิ่งฝานอสรพิษเนตรทับทิมตัวเล็กที่สัมผัสได้ถึงอันตรายพลันร้องคำรามออกมาเสียงดังก่อนจะแลบลิ้นออกมา
จากนั้นอสรพิษเนตรทับทิมตัวเล็กก็อ้าปากกว้างพลันมีไอความเย็นก่อตัวขึ้นในปากของมัน
โดยไอเย็นนั้นคล้ายดั่งหมอกสีขาวก็ไม่ปานมันก่อตัวแล้วผสานกลายเป็นน้ำแข็งก่อนจะพุ่งตรงมายังจุดอันตรายของเมิ่งฝานโดยตรง!
ปัง!
เด็กหนุ่มใช้แขนทั้งสองข้างกำบังเอาไว้เบื้องหน้าพลังปราณที่อยู่ในหมัดระเบิดตัวแล้วทำลายน้ำแข็งนั้นไปได้ในชั่วพริบตา
ทว่าความสามารถของอสรพิษเนตรทับทิมขนาดเล็กก็ไม่ได้มีเพียงเท่านี้มันแลบลิ้นเพื่อปลดปล่อยน้ำแข็งอันเยือกเย็นออกมาอีกจำนวนมาก รูม่านตาของเมิ่งฝานหดเล็กลงก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหาพวกมันจากนั้นจึงปล่อยหมัดที่ไวปานสายฟ้าเพื่อทำลายน้ำแข็งเหล่านั้นให้แตกสลาย
แต่ในทุกครั้งที่ลงมือก็ล้วนแต่ทำให้แขนเกิดบาดแผลทั้งสิ้นเนื้อหนังฉีกขาดไปพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมา! หลังจากนั้นเพียงไม่กี่อึดใจเมิ่งฝานสามารถทำลายน้ำแข็งเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็วทว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นก็ทำให้เลือดเปื้อนไปทั่วร่าง
หากปล่อยให้อสรพิษเนตรทับทิมโจมตีไปเช่นนี้เรื่อยๆผู้ที่ต้องตายก็คือตัวเมิ่งฝานเอง!
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังเสียเปรียบนัยน์ตาของอสรพิษเนตรทับทิมก็วาวโรจน์ด้วยความพอใจจากนั้นมันก็กระโจนขึ้นกลางอากาศนัยน์ตาสีแดงแฝงไปด้วยความเย็นชาดุจดั่งเทพแห่งความตาย ในขณะเดียวกันก็อ้าปากกว้างฟ่อ!!!!
เสียงคำรามซึ่งบ่งบอกถึงความเดือดดาลยิ่งนักดังขึ้นพร้อมกับก้อนน้ำแข็งจำนวนมากมายที่ถาโถมเข้าหาเมิ่งฝานประหนึ่งลมพายุที่รุนแรงเห็นได้ชัดว่ามันต้องการสังหารเมิ่งฝานให้สิ้นชีพ ณ ที่แห่งนี้ซึ่งกลยุทธ์และความแข็งแกร่งของมันร้ายกาจเสียยิ่งกว่าวิชายุทธ์ระดับอักษรหงในระดับต้นด้วยซ้ำไปอานุภาพแห่งความตายปกคลุมไปทั่วร่างของเมิ่งฝาน ไอเย็นแทรกซึมจนทำให้เขาขนลุก
จะแพ้ไม่ได้!
นัยน์ตาของเมิ่งฝานวาวโรจน์พลางชกเข้าไปยังก้อนน้ำแข็งกลางอากาศอย่างไม่หยุดยั้งแม้ต้องเผชิญหน้ากับเมิ่งซีเมิ่งฝานก็ยังไม่คิดที่จะล่าถอย แล้วเขาจะยอมตายเพราะสัตว์อสูรตัวนี้ได้อย่างไร!
เพียงชั่วพริบตาระลอกคลื่นแห่งพลังปราณที่แผ่ซ่านก็ถูกยกระดับให้อยู่ในขีดสูงสุดจากนั้นหมัดของเมิ่งฝานก็ชกเข้าไปที่ก้อนน้ำแข็งเขาไม่ได้หยุดยั้งลงไปแต่กลับชกพวกมันให้แตกกระจาย!
ปัง! ปัง! ปัง!
พลังปราณแตกซ่านไอความเย็นแตกกระจาย เพียงชั่วพริบตาเมิ่งฝานเองก็ไม่รู้ว่าตนเองปล่ยอพลังหมัดออกไปมากมายเท่าใดซึ่งนั่นก็ทำให้ก้อนน้ำแข็งเบื้องหน้าเขาแตกกระจุยกระจายออกไปแม้ว่ามันจะทิ้งร่องรอยบาดแผลไว้ให้เขาไม่น้อย แต่เมิ่งฝานก็ไม่เคยที่จะล่าถอย!
แล้วในเวลาต่อมาสีหน้าของเมิ่งฝานพลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลันเขาเองก็นึกไม่ถึงว่าเส้นแขนงปราณภายในร่างกายสามเส้นจะมีพลังปราณที่ถาโถมมากมายถึงเพียงนี้ซ้ำยังสามารถมองเห็นว่ามีเส้นเอ็นปูดนูนขึ้นที่หลังฝ่ามือสามเส้น
สามสุริยันสอดผสาน!
เพียงชั่วพริบตาสีหน้าของเมิ่งฝานก็เปลี่ยนไปมีความดีใจมากล้นปรากฏขึ้นมา การที่เส้นเอ็นซึ่งเป็นเส้นแขนงปราณทั้งสามปรากฏขึ้นย่อมหมายความว่าพลังหมัดเงี้ยวโลกันตร์ที่เขาฝึกฝนนั้นได้เข้าสู่ระดับต้นแล้วอิงตามตำราที่บันทึกเอาไว้คือเมื่อใดที่ฝึกฝนหมัดเงี้ยวโลกันตร์ได้ถึงขั้นเซียนก็จะเหมือนมีดวงอาทิตย์เจ็ดดวงอยู่ในมือมีพละกำลังมากมายมหาศาล ชกออกไปหนึ่งหมัดสามารถหลอมละลายได้ทั้งขุนเขา
ในเมื่อเวลานี้มีเส้นเอ็นปรากฏขึ้นมาสามเส้นเช่นนั้นก็หมายความว่าเขาได้เบิกพลังแห่งสุริยันของหมัดเงี้ยวโลกันตร์ได้สามดวงแล้วต่อมาเขาก็ขยับฝ่ามือด้วยการผสานหมัดทั้งสองเข้าด้วยกันแล้วพุ่งเข้าหาอสรพิษเนตรทับทิมขนาดเล็กเบื้องหน้าอย่างดุดันพลังยาตราเซียนเหินถูกเมิ่งฝานยกระดับขึ้นในขีดสูงสุดเจ้าของเงาร่างที่เลือนรางเคลื่อนไหวปานสายฟ้าและชกออกไปหนึ่งหมัด
ท่ามกลางเส้นแขนงปราณทั้งสามนั้นพลังปราณที่คล้ายดั่งสายน้ำปะทุออกไปจากหมัดของเด็กหนุ่ม เพียงชั่วพริบตาก้อนน้ำแข็งทั้งหมดก็ถูกเมิ่งฝานทำลายลงเมื่อเขาเคลื่อนไหวมาอยู่ข้างกายของอสรพิษเนตรทับทิมในก้าวเดียวจึงใช้นิ้วทั้งห้าซึ่งคล้ายดั่งสายฟ้ากดส่วนหัวของมันลงไปเบื้องล่างอย่างฉับพลัน
ขณะเดียวกันมือขวาของเขาก็กลายเป็นหมัดชกลงไปเบื้องล่าง
ปัง! ปัง!
เมื่อได้ต่อสู้ในระยะประชิดกับอสรพิษเนตรทับทิมหมัดของเมิ่งฝานซึ่งคล้ายดั่งอุกกาบาตก็ชกลงไปอย่างดุดันพร้อมนัยน์ตาที่อัดแน่นไปด้วยจิตสังหาร
การปรานีศัตรูก็คือการทำร้ายตนเองเมื่อก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งความตายเมิ่งฝานก็เข้าใจหลักการดังกล่าวดีหลังจากนั้นเพียงไม่กี่อึดใจเมิ่งฝานก็ได้ชกเข้าที่ส่วนหัวของอสรพิษเนตรทับทิมไปอีกหลายสิบหมัด
แม้ว่ามันจะเป็นสัตว์อสูรระดับสี่แต่เวลานี้ถูกเมิ่งฝานจัดการเสียจนไม่เหลือสภาพ
เด็กหนุ่มมองไปยังอสรพิษเนตรทับทิมที่นอนตายอย่างน่าอนาถแล้วถอนหายใจออกมาเสียงดังแล้วนั่งลงไปบนพื้น
เลือดสีแดงสดเปื้อนไปทั่วร่าง ยามนี้เมิ่งฝานดูคล้ายดั่งมนุษย์โลหิตก็ไม่ปาน
“หึ ยังนับว่าโชคดีที่อสรพิษเนตรทับทิมเพิ่งจะโตได้ไม่นานประสบการณ์ในการต่อสู้ยังไม่มากพอ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เจ้าจะมาพักผ่อนเพราะตัวที่อยู่ข้างนอกนั้นก็คงใกล้จะกลับเข้ามาแล้ว!” เมื่อได้ยินเสียงของรั่วสุ่ยอีสีหน้าของเด็กหนุ่มก็เปลี่ยนไปทันที รีบลุกขึ้นแล้วคว้าโลหิตบริสุทธิ์กับศิลาวิญญาณเอาไว้
หลังจากนั้นเมิ่งฝานก็วิ่งออกไปอย่างไม่คิดชีวิตขณะที่ฝ่าเท้าเหยียบย่างด้วยคาวมเร็วใบหน้าของเขาก็มีความจนปัญญาปรากฏขึ้นมาเล็กน้อยเพิ่งจะจัดการตัวเล็กไป หากตัวใหญ่กลับมาคงจะน่าตื่นเต้นไม่น้อย
ทว่าในเวลาต่อมาเสียงของรั่วสุ่ยอีพลันดังขึ้นซึ่งมันก็เป็นประโยคที่ทำให้หัวใจของเมิ่งฝานสั่นสะท้าน
“ราชาสัตว์อสูรทั้งสองตัวนั้นไม่มีใครด้อยไปกว่าใครจึงเลือกที่จะหยุดการต่อสู้ลง ส่วนเด็กสาวผู้นั้นก็กำลังถ่วงเวลา หึหึ ตอนนี้เจ้ามีเวลาราวสิบห้าอึดใจก่อนที่อสรพิษเนตรทับทิมตัวใหญ่นั้นจะมาอยู่ตรงหน้าเจ้า!”
สิบห้าอึดใจ!
เมื่อได้ยินเช่นนั้นมุมปากของเมิ่งฝานกระตุกขึ้นเล็กน้อยเขามองไปยังปากถ้ำเบื้องหน้าที่ยังสามารถมองเห็นแสงแดดได้อย่างเลือนรางทว่ากลิ่นคาวเลือดที่ใกล้เข้ามานั้นเข้มข้นเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นแล้ว...เขาต้องเร็วกว่าความตาย!